*แชร์ประสบการณ์สมัครแอร์ EK* ณ สิงคโปร์ Jun 2015 - Walk in / Assessment Day

ภารโรง: myoldeditor

*แชร์ประสบการณ์สมัครแอร์ EK* ณ สิงคโปร์ Jun 2015 - Walk in / Assessment Day

โพสต์โดย Ploykamonl » วันพุธ ก.ค. 29, 2015 5:49 pm

สวัสดีค่ะ ชื่อพลอยค่า ช่วงนี้ EK มาเปิดรับแถวประเทศเพื่อนบ้านเราบ่อยๆ เช่น สิงคโปร์ มาเล อินโด ฯลฯ
เราเลยอยากมาแชร์ประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางให้คนที่จะไปสมัครค่ะ ^^

Timeline การสมัครของเรานะคะ

27 Jun – CV Drop
28 Jun – Assessment Day(Group Discussion 1, Arm reach, Group Discussion 2, English Test)
29 Jun – Final Interview
13 Jul - JFIP (๋Joining Formalities in Progress)
14 Jul - Golden Call !!

เราจองตั๋วไปวันที่ 26-29 มิย.เพราะจากที่ดูรีวิวของคนที่ไปมาก็ใช้เวลาประมาณ 3 วัน เราเลือกที่จะไปก่อนวันนึงโดยไปถึงเช้า จะได้มีเวลาพักผ่อน เพราะถ้าไปถึงไฟล์ทดึก
สำหรับคนที่ไม่คุ้นทางเช่นเราคงเสียเวลาไปเยอะเพื่อตามหาโรงแรม+ซื้อซิมมือถือ นู่นนี่ ไปก่อนจะได้ไม่ต้องรีบและมีเวลาพักผ่อนก่อนลงสนามวันรุ่งขึ้นค่า

26 Jun

พอลงเครื่องก็นั่ง MRT ไปลงสถานี Alljunied และซื้อซิมที่ 7-11 งมอยู่นานกว่าจะหาทางเปิดซิมได้(รักพนักงานสาว7-11คนนั้นมาก ช่วยเหลือตลอด^^) และเปิด Google Map หาทางไปโรงแรมต่อ
โรงแรมเราอยู่ไกลเหมอนกันค่ะ เดินจนเหงื่อตกกว่าจะไปถึง เช็คอินเรียบร้อยก็นอนพักแปปนึง ละออกไปเที่ยวที่ Orchard Raod
คืนแรกเราพักที่ 81 Gold Hetel โดยจองกับทางเวป พอไปถึงห้องพัก ช็อคเลย เล็ก ห้องมีกลิ่นอับๆเหม็นๆ เสียงข้างห้องพูดคุยกันดังมาก ไปอยู่นั่นละเหี่ยวเลยชีวิต555

---------------------

27 Jun

ตื่นเช้ามาแต่งหน้าทำผม และออกเดินทาง ซึ่งตอนที่เดินมาจากโรงแรม-MRT-มาถึงที่สมัครมันไกลมาก
เลยต้องเปลี่ยนรองเท้าเป็นแตะ และฝากแฟ้มเอกสารกับส้นสูงไว้ในกระเป๋าเป้ของคนที่มาเป็นเพื่อน เดินหลงทางตามคนข้างหน้าที่คิดว่ามาสมัคร EK เหมือนกันซักพักก็มาเจอตึกที่รับสมัคร
พอมาถึงเลยแยกกันกับเพื่อน และตัวเราเองก็หาเพื่อนใหม่เป็นสาวเกาหลี คุยจนถึงหน้าห้องที่รอสมัคร นึกขึ้นได้ว่าลืมเปลี่ยนรองเท้า! และลืมเอกสาร!! กรี๊ด!!!!
กรี๊ดมากๆเพราะเราคนเดียวที่เปิดซิมที่สิงคโปร์ เพื่อนไม่ได้ซื้อซิมไว้เลยติดต่อเพื่อนไม่ได้ เลยรีบวิ่งลงบันไดเลื่อน วิ่งออกนอกโรงแรม วิ่งลงบันไดเลื่่อนอีกไปทางที่คิดว่าไป MRT (ตอนนั้นยังไม่คุ้นทางค่ะเลยไม่แน่ใจว่าไปทางไหน555วิ่งสุ่มเลย)
วิ่งจนหอบด้วยแตะ กระเป๋าสะพาย และมืออีกข้างถือสูทพะรุงพะรัง มองเห็นเพื่อนกะลังจะลงบันไดเลื่อนลงไปขึ้นรถไฟข้างล่างแล้ว จุดนั้นไม่มีเวลาอายแล้วค่ะตะโกนเรียกเพื่อนดังมาก
เพื่อนตกใจ เราก็ตกใจ เกือบซวยแล้วววTT เลยยืนเปลี่ยนรองเท้า ยื่นของกับตรงทางแตะบัตรเข้า MRT นั่นเลยค่ะ><

มาถึงหน้าห้องสมัคร คนต่อคิวกันยาวพอสมควร ยืนรอนานเหมือนกันกว่ากรรมการจะเรียกเข้าไป ในตารางบอก 9.00 am เปิดให้เข้าประมาน 9.30 แต่พอเดินเกือบถึงหน้าห้อง เค้าบอกให้กลับมาใหม่อีก 1.15 ชม เพราะในห้องรับได้แค่ 100 คน TT
เรากะเพื่อนคนไทยที่เจอกันในแถวเลยไปหาอะไรกินข้างล่าง เป็นโรแรมที่ต่อกับห้างค่ะ ไฮโซมากๆ กินเสร็จขึ้นมา ต่อคิวใหม่ คราวนี้นานกว่าเดิม 555 เพราะสละสิทธิ์ออกจากแถวไปหาของกิน กว่าจะได้เข้าไปก็ 12.00 โดยประมาณ
โดยเราเป็นกลุ่มที่ 3 เข้าไปก็นั่งเรียงหน้ากระดาน กรรมการมี 2 คนค่ะ คนจีน กับคนเบลเยี่ยม เค้าก็อธิบายว่าวันนี้คือจะให้ทุกคนมายื่น CV ไม่ใช่การสัมภาษณ์นะเป็นแค่การพูดคุยธรรมดานี่แหละ
ซึ่งการตัดสินของชั้นเหมือนจะกุมความฝันของทุกคนไว้แต่จริงๆมันไม่ใช่ มันเป็นหน้าที่ๆชั้นต้องทำซึ่งทำมาหลายปีแล้วชั้นรู้ว่าชั้นกำลังมองหาอะไรในตัวคุณ ถ้าคุณไม่ผ่าน ขอให้อย่ากลับมาถามว่าเพราะอะไร
เพราะทางเราไม่สามารถบอก Feedback กลับไปให้คุณได้ บลาๆ

กรรมการคนจีนบอกว่า ขอบคุณมากๆที่อดทนนั่งรอกัน ชั้นเห็นสาวๆหลายคนถอดส้นสูงลงไปนั่งที่พื้น ชั้นรู้สึกเห็นใจมากๆ
(เมื่อยมากๆๆค่ะ รอนานจริงๆ แต่ยอมหมดค่าจุดนี้) กรรมการเบลเยี่ยมลุกขึ้นมาพูดบ้างว่า ตอนนี้ทุกคนดูเหมือนหมดพลังกันหมดแล้ว ต่างกับเมื่อเช้าเลยนะ 555 ทุกคนขำ (ตอนแรกเค้านั่งหน้านิ่งมากๆ แอบน่ากลัว พอเค้าพูด ดูใจดีกว่าที่คิด เลยคิดว่าเราจะยื่น cv กับคนนี้แหละ
ก่อนที่จะยื่น cv ขอให้คุณมาเขียนชื่อในกระดาษหน้าห้อง และจำเลขข้างหน้าชื่อคุณให้ได้ ถ้าใครผ่านเราจะไฮไลท์ชื่อคุณไว้ และให้คุณกลับมาอีกครั้งพรุ่งนี้เช้าเพื่อทำขั้นตอนต่อไป
ซึ่งจะมีกระดาษ 2 ใบ แบ่งเป็น 2 แถว ซ้ายสัมภาษณ์กับคนจีน ขวาคนเบลเยี่ยม เราเลือกคนเบลเยี่ยม เพราะตอนเค้าพูดหน้าห้องแอบคิดไปเองว่าเค้ามองหน้าเราบ่อยๆ ต้องมีอะไรแน่เลย555 มโนสุดด
คนก่อนหน้าเรายื่น cv โดยที่กรรมการกำลังเขียนอะไรในกระดาษของคนสมัครก่อนหน้า กรรมการบอกให้หยุดอย่าเพิ่งมา พอถึงคิวเรา เราเลยรอให้เค้าเงยหน้าขึ้นมาและเรียกเราเข้าไป
เรา – Hello, Good Morning! How are you? (ในใจคิด ตายแน่ๆบอกสวัสดีตอนเช้า นี่มันเที่ยงกว่าแล้วจ้าาา TT)
กรรมการ – Hi! I’m great. (เหมือนเค้าไม่ทันฟังว่าเราพูดสวัสดีตอนเช้า รอดตัวไป อิอิ) กรรมการก็มองเรซูเม่แล้วก็ถาม

So, you are now working at …. Airlines? (เราเป็นแอร์สายการบินแห่งหนึ่งค่ะ)
เรา – Yes, I am.
กรรมการ – เงียบ ก้มหน้ามองเอกสาร ไม่ถามต่อ
เรา – (ไม่ยอมให้ dead air) เลยเสริมไปว่า We fly to Korea, Japan, China and also Singapore.
กรรมการ – And you also worked with …. Airways?
เรา – Yes I was. It’s the sub-airline with …. Airways. It flys just in Thailand and around Asia.
กรรมการ – Ok, thank you.
เรา – Thank you so much ( ยิ้มกว้างมาก ยิ้มจนตาหยี รู้สึกว่ายิ้มจนหน้าเกร็ง กรรมการก็มองหน้าเราจนเราเดินไป)

พอออกมานอกห้อง เอิบบ ทำอะไรลงไปป good morning ทำไมม กรรมการจะสนใจเรามั้ยทำไมถามสั้นจัง คิดว่าไม่หวังแล้ว
รอนานจนลงไปหาอะไรทานอีกรอบ คราวนี้ไปกินราเมง ข้าวผัด เกี๊ยวซ่า แบ่งกันกับเพื่อน

พอทานเสร็จ เปลี่ยนชุดเป็นชุดไปเที่ยว เดินช้อปปิ้งนานจนได้กระเป๋ามา 1 ใบเลย>< เพื่อนคนไทยที่รอผลอยู่ข้างบน ส่งข้อความมาบอกว่า ประกาศผลแล้ว! และส่งรูปถ่ายใบประกาศ ถ้าใครผ่านชื่อตัวเองจะมีไฮไลท์ และกรรมการจะเขียนเลขใหม่ให้เราท้ายชื่อให้เราจำเอาไว้ใช้พรุ่งนี้ สรุปป กรี้ด เห็นชื่อตัวเองด้วย ผ่านนนค่าาา! เลยรีบออกจากห้างขึ้นไปโรงแรม ไปดูผลด้วยตาตัวเอง คนมุงเยอะมากกก และใบรองสุดท้ายของเรา รายชื่อคนที่ผ่านมีแค่ 8 คน จาก 60 คน!

ดีใจมาก รอดแล้วว มาอีกทีพรุ่งนี้ที่เดิมเวลา 9.00 am เลยนั่ง MRT ไปเดินห้าง ION และ Takayamatsu ที่ถนน Orchard ไปกินติม Godiva และเดินเที่ยวจนเมื่อย ตัดสินใจได้ในวินาทีสุดท้ายว่าจะย้ายโรงแรมมานอนที่ Swissotel เลยเพราะจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง มีเวลานอนเต็มที่

เราเลือกห้องถูกสุด $238 เกือบๆ 6,000 บาท เช็คอินเข้าไปดู ห้องหรูมาก ดีมากๆขนาดเป็นห้องถูกสุด สมกับที่เป็นโรงแรมเกือบ 5 ดาว ฟินมากค่ะ555 แต่ก่อนที่จะได้นอน ต้องกลับไปเอาของที่โรงแรมที่เราจองไว้ตั้งแต่ตอนแรก(เสียดายเงินมากเพราะจองไป 3 วัน ได้นอนแค่คืนเดียว รู้งี้จอง Swissotel แต่แรกก็จบแล้ว) เหนื่อยอีกแล้วเดินไกล มาถึงห้องล้างหน้า นอนๆๆเก็บแรงไปสอบต่อพรุ่งนี้

----------------------------------

28 Jun
ตื่น 7.30 มาแต่งหน้าทำผม 8.45 ลงลิฟท์สวยๆมารอสอบรอบต่อไป อิอิ จากเมื่อวาน Open day 369 คน คัดเหลือ 109 คน
พอ 9.00 กรรมการเรียกทุกคนเข้าไปในห้อง ให้ดูวิดีโอเกี่ยวกับสายการบิน และอธิบายเกี่ยวกับเรื่องต่างๆที่ดูไบ พอ 10.30 ก็แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่ม 1-2 เข้าไปสอบก่อน เราอยู่กลุ่ม 4 รอสอบทีหลัง ให้กลับมาอีกที 11.30 ก็ไปหาอะไรกิน กลับมากลุ่ม 1-2 ยังไม่เสร็จ รอไปจนประมาณเที่ยงก็ได้เข้าไปทำกรุ้ป แบ่งเป็นวงกลม 2 กลุ่มที่เหลือ ในกลุ่มเราแบ่งออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4 คน กรรมการให้การ์ดเป็นอาชีพต่างๆ คุยกันในกลุ่มว่าอาชีพนี้ควรมี traits อะไรบ้าง มีทั้ง Architect, Radio Presenter, Flowerist, Gardener, etc ส่วนกลุ่มเราได้ Singer ก็คุยกันว่ามีลักษณะอะไรที่นักร้องควรมี ที่เราคุยกันก็ นักร้องควรมีเสียงที่ดี มีความจำดี มีความอดทนเพราะต้องซ้อมร้องซ้อมเต้น แล้วก็แบ่งกันว่าใครจะพรีเซ้นอะไรคนละ 1 ข้อ ส่วนเราจะตอบว่า นักร้องควรมีความสามารถในการทำให้ผู้คนสนุกและมีความสุข ระหว่างที่ดิสคัสกัน กรรมการก็เรียกแต่ละคนไปวัดส่วนสูงที่กำแพง ให้เอื้อมแตะ 212 cm เราลุ้นตรงนี้มากเพราะเราสูง 162 อาจจะเอื้อมไม่ถึง TT พอเค้าเรียกเราไปเอื้อม ถอดสูทก่อนอย่างแรก555 เขย่งแบบ tip toeได้แต่ห้ามเขย่งแบบบัลเล่ต์

เราก็แตะสุดมือ กรรมการหันไปปรึกษากันละบอกว่า อืมๆ ok ดีใจจจรอดแล้ววว กลับไปนั่งทำใจพรีเซ้นต่อ แต่ก็มีคนตกเอื้อมแตะเยอะนะคะ รอบเราเกือบ 10 คน รอบเช้าอีกบางส่วน
พอเอื้อมแตะกันหมดแล้ว ก็ถึงเวลาพรีเซ้นเกี่ยวกับอาชีพคนละข้อ เราเป็นคนแรกของกลุ่ม เลยเป็นคนพูดเริ่มต้น

เรา – Hello, everyone! My name is …. Our group got the word Singer. And I think Singer should have the ability to perform, ability to entertained people, because if they don’t, people will just sit there and staring at you like this(ทำหน้านิ่งเพื่อสื่อว่าผู้ชมเบื่อ) so you have to make people having fun.

พูดงงๆไม่ค่อยรู้เรื่องงะ พอปรึกษากับเพื่อนในกลุ่มนี่นึกออกว่าจะพูดอะไร พอต้องพรีเซ้นละ blank ไปหมดเลย>< (กลุ่มเรามีคนร้องเพลงด้วยนะ อิอิ เสียงดีมากๆ ทั้งห้องมองและหยุดฟังกันหมดเลย) พอทุกกลุ่มพรีเซ็นเสร็จ กรรมการก็แจกการ์ดอีกใบ เป็นรูปสิ่งของต่างๆ ให้มาคิดว่าจะมา mix กับอาชีพนี้ได้อย่างไร โดยจะเลือกสุ่มถามกลุ่มละคน สิ่งของก็จะมี Candy, Bucket, Lipstick, etc กลุ่มเราได้ Pillow ทุกคนในกลุ่มสตั้นไป 30 วิ คิดไรสร้างสรค์ไม่ออกเลย คิดได้แค่เอามาเป็นแบ็คกราวน์ ก็ธรรมดาๆ จนมีคนในกลุ่มคิดได้ว่าเอามาทำเป็น Pillow Dress สี Rainbow อีกคนบอกเอาหมอนมาทำเป็นเหมือนสเก็ตบุ้ค ละวาดรูปต่างๆรึวาดรูปดาราลงไป เราเลยคิดเอามาปะติดปะต่อกันว่า งั้นเอางี้ดีมั้ย We gonna make the rainbow pillow dress for the Singer and while she perform, she will pull the pillows and throw them to the fans, whoever got it will get the singer’s signature on that pillow. ทุกคนโอเค พอเสร็จก็เลือกคนพรีเซ้น สาวเกาหลีข้างๆเราโดนเรียก เค้าก็พรีเซ็นตามที่เราบอก แต่มีเพิ่มไปว่า คุณจะได้หมอนที่มีกลิ่นเหงื่อของนักร้องคนนั้นด้วย ทุกคนขำกันหมด กรรมการก็ขำแบบงงๆว่ากลุ่มเรานี่แปลกดี คนนึงร้องเพลง อีกคนนึงก็ไอเดียแปลก555

ออกมารอผล ไม่รู้เลยว่าจะได้ไม่ได้ เพราะรู้สึกพูดสิ่งที่อยากจะพูดออกมาไม่ครบ แถมตอนให้พรีเซ็นก็ไม่โดนเรียก รอๆๆผลออก ยืนเม้ามอยกับเพื่อนคนไทยพักใหญ่ กรรมการก็เดินออกมาพร้อมกระดาษ 1 ใบ ทุกคนปรี่เข้าไปดูผลกัน พอเราเห็นเลขตัวเอง ดีใจมาก รอดไปด่านต่อไปแล้วว คัดจาก 109 คน เหลือ 47 คนค่ะ


Group Discussion 2
รอบนี้เข้าไปพร้อมกันหมดเลย 47 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม นั่งเป็นครึ่งวงกลมกรรมการให้กระดาษคนละแผ่นเป็นสถานการณ์สมมุติว่า ถ้าเราเป็นผู้จัดการของร้านอาหาร แล้วมีเคสต่างๆมาให้เราแก้ คือ

– ดาราดังที่ทานอาหารอยู่ในร้าน โดนลูกค้าในร้านแอบถ่ายรูป เค้าไม่พอใจและจะไม่จ่ายเงินค่าอาหาร ซึ่งเงินที่จะไม่จ่ายจะไปหักกับเงินเดือนของพนักงาน
เด็กร้องไห้เสียงดัง รบกวนลูกค้าท่านอื่น ซึ่งแม่ของเด็กบอกว่าให้พนักงานคนนึงมาเล่นกับเด็ก แต่ไม่มีพนักงานคนไหนว่างเลย
ลูกค้าคนหนึ่งบอกว่ามีพนักงานมาพูดจาไม่ดีกับเค้า เค้าไม่พอใจและจะไม่จ่ายค่าอาหาร
พนักงานคนหนึ่งทำซอสมะเขือเทศหกใส่กระเป๋าแบรนแนมของลูกค้า ลูกค้าโกรธมากและไม่ยอมรับ laundry voucher ต้องการให้ชดใช้โดยการซื้อใบใหม่ให้เท่านั้น
ลูกค้าต้องการอาหารออแกนิค โดยที่ในร้านของหมดแต่พนักงานไปแจ้งว่ามีของ ทำให้ลูกค้าไม่พอใจ ร้านค้ารอบๆปิดหมดและไม่มีที่ไหนขายของออแกนิคเลย

จับเวลา 15 นาที ทุกคนก็เริ่มปรึกษากัน ในทุกๆข้อของกลุ่มเราก็จะมีแต่ละคนในกลุ่มอาสาอ่านโจทย์ ซึ่งทุกคนเงียบมากกก ไม่แย่งกันพูด มีแต่แย่งกันเงียบ555 ก็มีผู้ชายอินโดคนนึงเริ่มขึ้นมาให้(นางน่ารัก เฟรนลี่มากๆ เป็นเหมือนผู้นำกลุ่ม55) ก็ดิสคัสกันไป กรรมการก็นั่งฟัง ซึ่งตอนพูดไม่ต้องมองหน้ากรรมการนะคะ เพราะเค้าบอกตอนแรกว่าให้คุยกันไปเหมือนกรรมการไม่มีตัวตนอยู่ ไม่ต้องมองหน้าเค้า ระหว่างคุยก็คอยฟังเพื่อน มองหน้า พยักหน้าตาม เสริมนิดหน่อยว่าเราเห็นด้วยหรือเรามีอะไรเพิ่มเติม

พอหมดเวลากรรมการก็จะเริ่มถามโดยเรียก number ให้แต่ละคนแก้ไขทีละข้อๆ มีข้อนึงกรรมการถามขึ้นมาละไม่มีใครตอบ เงียบกันหมด เราเลยยกมือขอตอบ เป็นข้อที่บอกว่าเด็กร้องไห้เสียดังรบกวนคนอื่นจะทำยังไง

เรา – In this case, after we discuss, we think we can give the child some candies.. กรรมการแทรกมาว่า
กรรมการ – What kind of candy? Just any candies?
เรา – No, the candy in the restaurant that we usually give to our guests. And maybe we can give the kid a pencil and paper to let him/her to draw something, to make the child busy and focus on drawing and having fun.
กรรมการ – To make the kid entertained.
เรา – Yes, yes. (นั่นแหละที่จะสื่อแต่นึกไม่ออกค่ะ555ตื่นเต้นนน)

ละกรรมการก็ไปถามคนอื่นต่อ เหมือนเค้าตัดบทนิดนึงเพราะว่าข้อแรกๆมีคนสิงคโปร์คนนึงดูมั่นๆหน่อย โดนถามข้อที่บอกว่า ลูกค้าไม่ยอมจ่ายค่าอาหารเพราะพนักงานพูดจาไม่ดีใส่เค้า ตอนดิสคัสกันนางบอก แล้วถ้าเกิดคนที่พูดจาไม่สุภาพเป็นพนักงานเองล่ะ กรรมการเลยยกคำพูดนางมาถามในข้อนี้ว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น มีอะไรมาพิสูจน์ นางก็บอกว่าไม่มีอะไร ก็แค่มองต่างมุม กรรมการเลยจี้ถามว่า แล้วคิดว่าการมองต่างมุมอย่างนี้ แล้วมันจะช่วยแก้ปัญหาได้ยังไงบ้าง นางก็ตอบไปโดนจี้ไป นานมากอะโดนจี้อยู่คนเดียวในกลุ่ม แอบสงสารนางเบาๆ ทำให้เสียเวลากับข้อนี้ไปเยอะ คนอื่นๆเลยตอบสั้นๆแล้วก็จบ ไม่จี้ถามต่ออะไรมาก

พอทำกรุ้ปเสร็จ เรารู้สึกว่าเราทำได้ดีพอสมควร เพราะมีการเสนอไอเดียอาสาอ่านโจทย์ ตอบคำถามแล้วกรรมการไม่จี้ถามต่อ(เป็นรอบแรกที่คิดว่าตัวเองน่าจะผ่าน><)
ระหว่างรอผล เพื่อนที่มานั่งรอ ชวนไปทานอาหารที่ Lobby ของ Swissotel ค่ะ เป็นร้านอาหารระดับดาวมิชเชอร์ลินด้วยย ตื่นเต้น 555 แต่ทำนานมากก รอจนกลัวขึ้นไปฟังผลไม่ทัน เลยกินไปแค่ไม่กี่คำ ที่เหลือเสร็จเพื่อนค่า
พอทานเสร็จรีบวิ่งขึ้นไปดูผล สรุปผลออกมา.. ผ่านนนค่าา เย้! ดีใจมากกกกกกกกก ไม่นึกเลยจะมาไกลขนาดนี้ ถึงด่านทำข้อสอบแล้ว^^ พอดูผลว่าตัวเองผ่านเสร็จก็เข้าห้องสอบต่อเลยค่ะ

English Test

ข้อสอบภาษาอังกฤษมี 2 ชุดค่ะ ชุด 6 กับ ชุด 7 ให้เวลาทำ 1 ชม
part 1 เป็น reading ให้อ่านแล้วตอบคำถามเป็นช้อยส์
2 จาก passage ให้เลือกว่าศัพท์คำที่ขีดเส้นใต้แปลว่าอะไร
3 ให้โยงคำศัพท์กับความหมาย มีประมาณ 10 ข้อ
4 ให้เนื้อเรื่องมา แล้วเว้นช่องว่างไว้ให้เติมประโยค มี 7 ข้อ (มึนมากๆค่ะ ต้องอ่านซ้ำๆว่าจะตอบอะไรดี)
5 ให้ข้อความมาซึ่งจะอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม เป็นเหมือนป้าย แล้วให้จับใจความว่าข้อความนั้นแปลว่าอะไร

ข้อสอบ ไม่ง่ายไม่ยาก แต่ตื่นเต้นกลัวทำไม่ทัน และตอนอ่าน passage ยาวๆนี่มึนจริงๆค่ะ

ทำเสร็จก็มานั่งฟังผลประมาณครึ่งชั่วโมง คิดว่าขอให้ผ่านทีเถอะ ผ่านข้อสอบก็ได้ไปไฟนอลแล้วว >< พอถึงเวลาที่กรรมการนัดทุกคนก็มายืนรอหน้าห้องค่ะ (ชื่นชมเพื่อนๆที่สมัครด้วยกันมาก ทั้งคนไทยและต่างชาติ ต่อแถวหน้าห้องเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย มายื่นรอเพื่อที่กรรมการจะได้ไม่ต้องเดินออกมาเรียกพวกเรา ซึ่งแขกในโรงแรมเดินผ่านไปมาเยอะมากค่ะ และมองพวกเราว่ามาทำอะไรกัน555)

พอกรรมการออกมา ใจเต้นแรงสุดด จะมีเลขเรามั้ยยย สรุปกรรมการไม่แปะกระดาษค่ะ เค้าเดินออกมาถามหาผู้สมัคร 4 คน จาก 30 คนที่ได้ทำข้อสอบ พวกเราก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น พอสัก 5 นาที ผู้สมัคร 4 คนนั้นก็เดินออกมาพร้อมบอกว่าไม่ผ่าน ทุกคนก็งงๆถามไถ่ปลอบใจ อีกพักกรรมการก็ออกมาเรียกพวกเราที่เหลือทั้งหมดเข้าไปในห้องค่ะ ซึ่งได้จัดโต๊ะเรียงหน้ากระดาน พร้อมให้รับกระดาษ Pre-Joining และอื่นๆคนละ 4 ใบ หันไปพูดกับเพื่อนคนญี่ปุ่นว่า พวกเราทำได้แล้ววว ^^ ซึ่งพอทุกคนนั่งกันเสร็จกรรมการก็บอกแสดงความยินดีด้วย ทุกๆคนคงเหนื่อยกันมากสินะกว่าจะถึงรอบนี้ได้ ทุกคนพร้อมใจกันปรบมือกันทั้งห้อง 555 เป็นความรู้สึกที่ดีมากก ชั้นเข้ามาถึงรอบนี้ได้ไงเนี่ย จากเมื่อวันก่อน 300 กว่าคน จนมาวันนี้ไม่ถึง 30 คน น้ำตาจิไหลล

หลังจากนั้นกรรมการก็ให้กระดาษมา 4 ใบ เป้นวันลงเวลาสอบสัมภาษณ์เดี่ยว แย่งกันไวมากก 555 มีให้เลือกตั้งแต่วันที่ 29 มิย – 2 กค เราเลือก 29 มิย 13.00 เพราะมีไฟล์ทกลับไทย 17.25 ที่จริงอยากได้เช้าๆเลยแต่จองไม่ทัน >< พอเลือกเวลากันเสร็จกรรมการก็อธิบายการกรอกแบบฟอร์ม และวิธีเข้าเวปเพื่อทำเทสจิตวิทยาออนไลน์ เพื่อดูว่าเราเป็นคนแบบไหน และคำตอบที่เราตอบจะมีส่วนเกี่ยวกับคำถามที่กรรมการจะถามด้วยค่ะ (เช่น ถ้าเราทำข้อสอบออกมา เป็นคนที่เลี่ยงความขัดแย้ง คำถามที่กรรมการจะถามเราก็จะประมาณว่า เราเคยมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานมั้ย ประมาณนี้ค่ะ) ข้อสอบนี้กรรมการย้ำว่าให้ทำให้เสร็จก่อนเที่ยงคืนวันนี้ค่ะ

พอเสร็จทุกขั้นตอน รีบลงมาหาราเมนกินในห้างข้างๆโรงแรม หิวมากกก เป็นมื้อแรกที่กินหมดชามเลย จากนั้นก็นั่งเสิร์ชหาโรงแรมที่ใกล้กับที่สัมภาษณ์วันพรุ่งนี้ค่ะ(เปลี่ยนสถานที่เป็นออฟฟิศของเอมิเรตส์ค่ะ) เลยจอง M Hotel ไป นั่ง mrt แล้วเดินต่อไปเช็คอินโรงแรม ไกลพอสมควร ยังไม่จบ ต้องเดินออกมา ขึ้น mrt ย้อนกลับไปโรงแรมที่พักคืนแรกเพื่อไปเอาของทั้งหมดกลับมาค่ะ ( เสียดายมากไม่น่าจองเลย ไม่งั้นเงินค่าจอง 3 คืนจะได้นอนโรงแรมดีๆทุกวันเลย T-T) เดินไกลและเหนื่อยมากกกกก

ลากกระเป๋าฝ่าดงกลับมาโรงแรม M ประมาณสี่ทุ่มกว่าและ เตรียมจะอาบน้ำนอน นึกขึ้นได้ ลืมทำเทสออนไลน์!!!! ซวยแล้ววว รีบกดมือถือ เข้าเวป ล็อคอิน พอจะถึงหน้าทำข้อสอบ มือถือไม่รับรอง flash player!!! กรี้ดหนักกว่าเดิม ลองเข้าในมือถือเพื่อนก็เข้าไม่ได้ เลยรีบลงมาที่ reception โรงแรม จะขอใช้คอมที่มีเน็ต ไม่มีอีก ปิดแล้ว เปิดอีกที 8 โมงเช้า นางเลยแนะนำให้ไปที่ร้านเน็ต ใช้เวบาเดิน 5 นาที เราก็โอเค ทางเลือกสุดท้าย รีบจ้ำไปกับเพื่อน 2 คน มืดก็มืด เปลี่ยวด้วย เดินไปดูแผนที่ไป สรุป หลงอีก! หาไม่เจอ เลยเดินถามพนักงานร้านเนื้อย่างแถวนั้น พนักงานคนนั้นใจดีมาก รีบเปิดมือถือตัวเองหาให้ บอกเดินไปตรงหัวมุมถนนนี่เดี๋ยวก็เจอ เราเลยถามจะยังเปิดหรอ เค้าบอกเปิดแน่ 24 ชม.เลย เลยรีบเดินจ้ำต่อไป ซึ่งเดินไปดูแมปไป หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ วนรอบถนนเส้นนั้นก็แล้ว ถามคนแถวนั้นก็แล้ว เหนื่อยมาก เพลียมาก เพื่อนเลยบอกขอลองโหลด app อันนึงที่คิดว่าจะใช้ flash player ในมือถือได้อีกทีนึง ซึ่งมันโหลดช้ามากต้องกลับโรงแรมไปใช้ wifi รีบบึ่งกลับโรงแรม โดยที่ออกไปเดินให้เหนื่อยเล่นๆไม่ได้อะไรเลย TT หงุดหงิดมากๆ ตอนนั้นเวลา 11.35 แล้ว ทำใจไว้แล้วว่าคงต้องทำเทสพรุ่งนี้ แล้วบอกเหตุผลกับกรรมการว่าทำไมทำเสร็จไม่ทันเวลาที่เค้ากำหนด จนเพื่อนโหลด app เสร็จ ให้เราลองเข้าดู สรุป ใช้ได้จ้าาา!! ดีใจมากกกก รีบทำเทสอย่างไว พอทำเสร็จเพื่อนบอก โหเกือบไม่ทัน หันไปดูนาฬิกา 11.59 pm เกือบงานเข้าแล้วเรารู้สึกโชคดีมากๆ เพื่อนช่วยชีวิต 555 แต่งานเครียดยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะพรุ่งนี้ต้องสัมภาษณ์ตอนบ่ายอีก กังวลไปเรื่อยว่าจะโดนถามว่าอะไรนู่นนั่นนึ่ กว่าจะได้นอนก็เกือบๆตี 3 เข้าไปแล้ว

** เดี๋ยวไว้มาต่อวันสัมภาษณ์ไฟนอล และตอนลุ้นผลนะคะ อยากจะบอกว่าทรมานมากกก จะได้ไม่ได้ เครียดไปหมด 5555

--------------------------------------------
เราทำเพจไว้สำหรับแชร์การมัครแอร์/ ข่าวสาร / เทคนิคต่างๆด้วยค่ะ ^^
มีข้อสงสัยอยากถาม Inbox รึโพสมาที่เพจได้เลยนะคะ

https://www.facebook.com/dreamcatcherair


ขอให้ทุกคนโชคดี ได้ติดปีกกับสายในฝันนะคะ : )
เราทำเพจไว้สำหรับแชร์การมัครแอร์/ ข่าวสาร / เทคนิคต่างๆด้วยค่ะ ^^
มีข้อสงสัยอยากถาม Inbox รึโพสมาที่เพจได้เลยนะคะ

https://www.facebook.com/dreamcatcherair
Ploykamonl
 
จำนวนการตอบ: 2
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอังคาร ก.ค. 28, 2015 10:19 am
Reputation point: 0
Ploykamonl โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: *แชร์ประสบการณ์สมัครแอร์ EK* ณ สิงคโปร์ Jun 2015 - Walk in / Assessment Day

โพสต์โดย jannyjung » วันศุกร์ ก.ค. 31, 2015 9:50 am

รออยู่นะค่ะกลับมาเล่า Final ให้ฟังด้วยน้า ขอให้ติดปีกเร็วๆค่ะ
"You can get it if you really want but you must try-try & try you successful"
jannyjung
เตาะแตะๆๆๆ เอ้าพยายามเข้าๆๆ
 
จำนวนการตอบ: 22
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ มี.ค. 15, 2006 10:03 pm
ที่อยู่: Donmeang
Reputation point: 0
jannyjung โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: *แชร์ประสบการณ์สมัครแอร์ EK* ณ สิงคโปร์ Jun 2015 - Walk in / Assessment Day

โพสต์โดย Loukkaew12 » วันอาทิตย์ พ.ค. 22, 2016 8:24 pm

อยากฟังต่อจังคะ
Loukkaew12
 
จำนวนการตอบ: 4
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอังคาร ส.ค. 04, 2015 3:32 pm
Reputation point: 0
Loukkaew12 โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย


ย้อนกลับไปยัง Emirates, Etihad

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 2 คน