Special Interview: ทอฟฟี่ ลูกเรือสายการบิน Jetstar/ Toffy: Jetstar's crew (Thai and English version)

ภารโรง: myoldeditor

Special Interview: ทอฟฟี่ ลูกเรือสายการบิน Jetstar/ Toffy: Jetstar's crew (Thai and English version)

โพสต์โดย myoldeditor » วันจันทร์ ม.ค. 07, 2019 8:22 am

Special Interview: ทอฟฟี่ ลูกเรือสายการบิน Jetstar/ Toffy Jetstar's crew (Thai and English version)
......................


รูปภาพ

สายการบิน Jetstar กำลังรับสมัครลูกเรืออยู่ในขณะนี้ (คลิกพลัน >> Jetstar รับสมัครลูกเรือชายหญิง เบสภูเก็ต ผู้สมัครกรุงเทพ ส่งใบสมัครภายในวันที่ 12 มกราคม 2562 ผู้สมัครภูเก็ต walk in ที่ภูเก็ตได้เลยในวันที่ 14 มกราคม 2562 viewtopic.php?f=51&t=89723) เรามาคุยกับลูกเรือคนเก่งของ Jetstar กันดีกว่า เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ บ้างไม่มากก็น้อย...

แนะนำตัวก่อนเลยครับ

ทอฟฟี่ครับ อัครพล มุ่งสมัคร อายุ 28 ปี สูง 171 ซม. น้ำหนัก 63 กก. จบการศึกษาจากสำนักวิชาศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมงานกับเจ็ทสตาร์มา 3 ปี 10 เดือนแล้ว ตอนนี้กำลังเทรน In-Flight Manager อยู่ครับ

ทำอะไรมาก่อนครับ

ทำงานบริการภาคพื้นที่สุวรรณภูมิครับ จากนั้นย้ายไปทำฝ่ายขายที่ออฟฟิศในเมือง ตอนฝึกงานก็ฝึกกับสายการบินครับ เรียกว่าอยู่ในแวดวงสายการบินมาตลอด

ทำไมถึงมาเป็นลูกเรือล่ะครับ

อยากทำงานบนเครื่องบินครับ ตอนเด็กๆ จะตื่นเต้นเสมอเวลาเห็นเครื่องบินหรือได้ขึ้นเครื่องบิน เมื่อมีโอกาสเลยไม่รีรอที่จะพยายามทำทุกอย่างให้ตัวเองได้ทำงานนี้

ทำไมถึงเลือกสายการบินนี้ล่ะครับ

ทราบมาว่าบรรยากาศการทำงานที่เจทสตาร์สนุกมาก แถมยังมีเพื่อนร่วมงานจากชาติอื่นๆ ด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกว่าจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ อีกเยอะทั้งในเรื่องงานและการใช้ชีวิต นอกจากนี้ เมืองที่เจทสตาร์บินไปก็เป็นที่เที่ยวดังๆ ทั้งนั้น ยิ่งทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น และอยากให้ถึงวันที่เจทสตาร์มาเปิดรับเร็วๆ

ขั้นตอนการสมัครและสัมภาษณ์เป็นยังไงบ้างครับ

ย้อนไปเมื่อเกือบ 4 ปีที่แล้ว (มกราคม 2015) ต้องส่งเอกสารไปก่อนครับ แล้วจะมีประกาศชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าสัมภาษณ์รอบแรก ซึ่งก็เหมือนรอบแนะนำตัว คำถามง่ายๆ เช่นให้แนะนำตัวเอง ทำไมถึงอยากทำอาชีพนี้ ฯลฯ ตอนเย็นก็ประกาศผลผู้ผ่านเข้าสู่รอบ group

รอบ group สนุกครับ กรรมการจะดูว่าตอนเราอยู่กับคนอื่นๆ ในทีมเป็นยังไง ฟังหรือพูดคนอื่นมากน้อยแค่ไหน ฯลฯ ที่สำคัญจะมีการสอบข้อเขียนเกี่ยวกับข้อมูลทั่วๆ ไปของสายการบินก่อน ตอนเย็นก็ประกาศผลเข้าสู่รอบสุดท้ายครับ

รอบสุดท้ายจะเจอกรรมการสองท่าน คำถามจะยากขึ้นและใช้เวลานานกว่าเดิม เป็นคำถามที่ต้องแสดงความคิดเห็นทั้งในการใช้ชีวิตและการทำงานของแต่ละคน ตอนเย็นก็ประกาศผลผู้ผ่านเข้าสู่สอบว่ายน้ำ

สิ่งที่ยากตอนสอบว่ายน้ำคือการลอยตัวครับ เพื่อนๆ อย่าลืมซ้อมเอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ผ่านว่ายน้ำก็ตรวจร่างกาย อีกอาทิตย์นึงก็ไปเทรนเลย รวดเร็วทันใจมากๆ

ทำไมถึงได้รับการคัดเลือก และคิดว่าอะไรคือจุดเด่นของตัวเอง

คิดว่าความนอบน้อมถ่อมตน ความเป็นธรรมชาติ ความเป็นตัวของตัวเอง และความชัดเจนว่าอยากร่วมงานกับเจ็ทสตาร์ครับ ก่อนสัมภาษณ์ผมเตรียมตัวแทบทั้งคืน แต่ตอนสัมภาษณ์ คิดอย่างเดียวว่าห้ามเครียด ให้ลืมความกดดันทั้งหมด ผมใช้ความรู้สึกเหมือนเรามาสนุกกับช่วงเวลาที่ทางเจ็ทสตาร์เตรียมกิจกรรมไว้ให้มากกว่าครับ แต่จะไม่ลืมว่าเรามาสัมภาษณ์เพราะอะไร ทำไมถึงอยากร่วมงานกับเจ็ทสตาร์ เราควรทำตัวแบบไหนจึงจะทำให้คนอื่นรู้สึกได้ว่าเราสนุก แต่เราแสดงออกอย่างเหมาะสม ที่สำคัญคือผมไม่ลืมใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปในทุกคำตอบครับ

บรรยากาศการเทรนล่ะครับ

ช่วงเทรนค่อนข้างเครียดถึงเครียดมากครับ เพราะที่นี่เอาจริงเอาจังเรื่อง Safety และ Security มาก อ่านหนังสือทุกวัน สอบทุกวัน ไปดูเครื่องที่สิงคโปร์ ออสเตรเลียแล้วสอบเลยก็มี วันหยุดพักผ่อนที่มีก็ใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือ ตอนนั้นผมเทรนสองเครื่องคือ Airbus 330 และ Boeing 787 จำได้ว่าเครียดมาก เทรนเสร็จน้ำหนักลดไปสองสามกิโล

แต่โชคดีตอน In Flight Training ได้เทรนเนอร์ใจดีและเก่งมากๆ ถึงเราจะเครียด แต่การได้ข้อคิดดีๆ จากการทำงาน ทำให้เราได้ไอเดียและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เพื่อนๆ พี่ๆ ร่วมงานก็ใจดี ให้คำแนะนำตลอด ทำให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นครับ

บรรยากาศการทำงาน การทำงานร่วมกับเพื่อนลูกเรือและพนักงานอื่นๆ ล่ะครับ

บรรยากาศการทำงานที่นี่มีความเป็นกันเองและสบายๆ ที่เจ็ทสตาร์ ทุกฟีดแบคมีความสำคัญครับ เพราะบริษัทจะนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมาแก้ไขและปรับปรุงเสมอ และเนื่องจากมีเพื่อนร่วมงานหลากหลายเชื้อชาติ การสื่อสารจึงเป็นเรื่องสำคัญ จะอยู่เงียบๆ คนเดียวไม่ได้เลย ต้องถามต้องพูดต้องคุยกันตลอด และที่สำคัญ วิธีพูดคุยกับเพื่อนต่างชาติก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะวัฒนธรรมที่แตกต่าง

ว่างๆ ไม่ได้บินล่ะครับ

ดูหนัง ฟังเพลง ดูซีรีย์ อ่านหนังสือครับ ถ้าไปเมืองที่ไปเป็นครั้งแรกๆ หรือมีเวลาว่างมากกว่าหนึ่งคืนก็จะออกไปเที่ยว เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิตครับ

เป้าหมายในอนาคต

อยากเป็น In Flight Manager ที่เก่งทุกด้านครับ ทั้งด้านความปลอดภัย การสร้างประทับใจให้ผู้โดยสารและการดูแลเอาใจใส่ลูกทีมให้ที่ดีที่สุด ตอนนี้มีโอกาสแล้ว ก็ตั้งใจจะทำให้ดีที่สุดครับ

มีอะไรฝากถึงเพื่อนๆ ที่จะสมัครเจ็ทสตาร์ไม๊ครับ

ทำให้เต็มที่ครับ อย่าเพิ่งกังวลว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่อยากให้เต็มที่กับทุกๆ วันก่อนเสมอ ทุกคนตื่นเต้นเหมือนกันหมด แต่การควบคุมตัวเองไม่ให้ตื่นเต้นจนเกินไปสำคัญกว่ามากๆ จงคิดบวกและเป็นตัวของตัวเองไว้ แล้วทุกอย่างจะออกมาดีอย่างที่ตั้งใจไว้ สู้ๆ แล้วเจอกันบนไฟล์ทครับ

......................

รูปภาพ

Please introduce yourself briefly.

Sawasdee kub. My name is Akkarapon Mungsamak or you can call me ‘Toffee’. I am 28 Years Old, 171 cm and 63 kg. I graduated Bachelor Degree from Mae Fah Luang University, Liberal Arts, and English Major. I am currently working with Jetstar for 3 years and 10 months. And now I am in a process of In-Flight Manager Upgrade Training.

Working Experiences:

Before I joined Jetstar, I had been always working in Airline Industry since I graduated. My first job was a ground staff at Savarnabhumi Airport. I was there for a year then moved to work on office line as a sales representative instead but still for an airline. I also worked there for another one year before getting Cabin Crew Job. My internship while I was studying in the university was also for an airline’s office. My whole experiences since pre and post graduated were all about this industry.

Inspiration for becoming a cabin crew:

Working on the aircraft was my dream since I was young; I always got very excited whenever I saw the plane flying or even when I was in it. I had thought since my first time sitting on the aircraft that I really had to be here. I wanted to work here. It must be seriously good and happy if I had a chance to be able to walk through the cabin like this. Plus, my family always tried to put English through me whether cartoons or songs back when I was young. I also like English, and English can go well together with this job. That even made me be more eager to do everything I can to win this job.

Why did you join Jetstar?

I felt interested in Jetstar after I had heard from many people saying Jetstar was a fun place to work. I researched more information about Jetstar and found out not just only a fun place to work but there were also many people from other countries working in the same company. This would be my good opportunity for life to learn how to live and work with different culture people. Moreover, all Jetstar’s destinations were exciting. They were all famous tourist places. That made me cannot even wait for a hiring day to come.

Recruitment and interview process:

Back to almost 4 years ago (January 2015), the first process was submitting the needed documents to the recruiter. Then the name will be announced for whomever through to the first interview. This first interview can be called as a self-introduction. The question will be mostly basic questions; introduce my own self and the reason why I wanted to be a cabin crew. And the result was out that evening too.

The second day was a group discussion. It was super fun. I still can remember how big laugh and smile I had that day. This assessment the judges wanted to see how you worked with other people, how did you listen or talk to your team member. Another important thing was before the group session started, there was an examination too. It was about Basic Jetstar knowledge. Be prepared for this too.

The last day was the final interview. There were 2 judges per 1 table. The questions were practically harder and the time at the table was longer. The question required more personal and deeper answer. In the evening, the candidates who were through were announced for the next round, the swimming test.

The hardest part of the swimming test was floating. Please be prepared and practice until being confident with it right before the test day come. After passed the swimming test, it was a body check day then after that not more than a week. I got a call for training right after. The total process did not take long at all.

What make you success in the recruitment and what is your strength?

Being humble, being myself and my passion of working with Jetstar made me successfully passed through in this recruitment session. On the interview period, I did not stress myself up that much. It was true I had prepared everything the whole night but when the days came, what I thought was just enjoying the moment. I always tried to get rid of the pressure I put on myself before the interview started. I always reminded myself to have fun with whatever activities Jetstar asked me to do. Every second on the interview, I never forgot why I came for this, why did I want to join Jetstar, how should I behave myself to be fun but at the same time in an appropriate manner. Additionally, I always added my personality to every single answer I gave.

Training:

It was a hard time for me during ground school because safety was the first priority here at Jetstar. I still remembered how I had to study every night because there were quizzes every day and so many exams. We had to familiarize aircrafts overseas; Singapore and Australia and quiz was coming right after the next morning. Every days off were used to review all contents we had been through just to be prepared for the next test. I had to study 2 aircrafts; A330 first then followed by B787. It was tough and stressful for me. I lost almost 2-3 kg. after the ground training was done.

The in-flight training was slightly different feeling from ground school for me. Even though I still felt not very confident and full of stress but every tips that my trainer gave and guided me made me more relax and had more idea. All senior crew members I met were super nice to me, always showed me what was right or wrong which made the whole idea was clearer.

Working atmosphere:

The working atmosphere here is very comfy, relax, and fun. Your voice of suggestion is always counted here because it is needed for improvement. Because there are so many nationalities working with each other on the same aircraft, communication skill is really no.1 a must of working here. Understanding each other’s culture always needs to come along with to achieve each day too.

Hobbies:

My hobbies during layover are general; listening to music, watching movies/series, reading books. If it is the layover place that I have not been before, exploring will definitely take place for new life experience.

What is your future target?

One of my goals recently was being an inflight manager and I am now in a process of it. I want to be full package of being a good manager. Not just only passenger’s safety and service, but also a good leader for a team member. Now I have a chance to start doing it. I will do my best.

Any suggestion for those who would like to join Jetstar:

I would like to tell everybody to give your all for it. Please never doubt about how the result is going to be like. It is more necessary to do your best at that moment than worrying about what has not been happened. Everybody is nervous but what makes you different is how you will handle it. Be positive and be yourself are the key and everything will just flow the way you want it to be. Do your best and see you on board soon.

......................

Special Interview: ทอฟฟี่ ลูกเรือสายการบิน Jetstar/ Toffy Jetstar's crew (Thai and English version)
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2214
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ย้อนกลับไปยัง บทสัมภาษณ์ลูกเรือสายการบินต่างๆ และรายงานพิเศษกิจกรรมของลูกเรือ

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 1 คน