หน้า 1 จากทั้งหมด 1

Special Interview: สัมภาษณ์พิเศษ โค้ชแพร อดีตแอร์โฮสเตสสายการบิน Emirates และผู้บริหารสถาบันเตรียมความพร้อม Fly You Love Flying

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ พ.ย. 24, 2017 1:54 pm
โดย myoldeditor
Special Interview: สัมภาษณ์พิเศษ โค้ชแพร อดีตแอร์โฮสเตสสายการบิน Emirates และผู้บริหารสถาบันเตรียมความพร้อม Fly You Love Flying

.............................

ทั้งสวยทั้งเก่ง เป็นนิยามง่ายๆ ของคุณมาริษา จิตรพลี หรือโค้ชแพร นอกจากเธอจะเป็นแอร์โฮสเตสของสายการบินเอมิเรตส์แล้ว เธอยังเป็นผู้บริหารของสถาบันเตรียมความพร้อม Fly You love flying อีกด้วย เรามาทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า

รูปภาพ

โค้ชเเพร : สวัสดีค่ะ หลายๆ คนอาจจะเห็นหน้าเห็นตาและเคยเรียนกับโค้ชมาบ้าง ขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะคะ โค้ช ชื่อ มาริษา จิตรพลี ชื่อเล่นชื่อ แพร จบจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิชาเอกภาษาอังกฤษ วิชาโทศิลปะการละคร และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษเพื่ออาชีพค่ะ

เคยทำงานมาหลากหลายอย่าง ทั้งเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก เป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษทั้งระดับประถมและระดับมัธยมให้น้องๆ เพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึงการสอนภาษาอังกฤษให้น้องนักเรียนเตรียมสอบนักบินที่ PCAT TUTOR ทำงานบริษัทนำเข้าส่งออก ช่วยธุรกิจค้าขายเครื่องประดับของที่บ้าน เคยเป็น VIP Customer Service ให้กับโรงพยาบาลกรุงเทพ ดูเเลลูกค้าตะวันออกกลาง เคยทำงานแปล งานล่าม เป็นอาจารย์สอนโยคะ รวมไปถึงการทำงานเป็นลูกเรือ senior ให้กับสายการบิน Emirates ด้วย

ตอนนี้เป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษและบุคลิกภาพที่สถาบัน Fly You love flying สอนเเละเเนะนำน้องๆ ในทุกๆ ด้านเกี่ยวกับการสมัครสอบเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินค่ะ ล่าสุดโค้ชทำหน้าที่เป็น Image Consultant หรือผู้ให้คำปรึกษาด้านภาพลักษณ์โดยได้รับประกาศนียบัตรจากสถาบันระดับโลก Academy of Image Mastery ในปี 2017 นี้ค่ะ

เล่าประสบการณ์การสมัครและการทำงานเป็นลูกเรือ Emirates ให้ฟังหน่อยครับ

โค้ชเเพร : ได้เลยค่ะ โค้ชทำงานกับ Emirates ช่วงประมาณสิบปีที่แล้ว กำลังเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเตรียมตัวเป็นอาจารย์ค่ะ พอใกล้จะจบ สายการบิน Emirates ก็มาเปิดรับ เล่าความจริงว่าไม่รู้จักสายการบินนี้เลย แต่น้องๆ ที่เรียนด้วยกันคะยั้นคะยอให้ไปสมัครเป็นเพื่อน บอกว่าดีมาก สวัสดิการอะไรต่างๆ ก็ดี โค้ชก็กำลังจะเรียนจบแล้ว พอจะมีเวลา ไม่ได้คิดอยากได้อะไรมากมาย เพราะจริงๆ ตั้งใจจะสมัครงานเป็นอาจารย์ ^^ พอไปสมัครก็ไปแบบเด๋อๆ หน่อยค่ะ แต่พอเห็นวีดีโอเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ดูไบและการทำงานกับ Emirates ก็เริ่มรู้สึกว่าสายการบินนี้น่าสนใจและมั่นคง จึงพยายามอย่างเต็มที่ในทุกๆ รอบ จนคว้าปีกและได้ทำงานกับ Emirates ในที่สุดค่ะ

ชีวิตที่ดูไบเป็นยังไงบ้างครับ

โค้ชเเพร : สนุกและร้อนค่ะ (หัวเราะ) โค้ชจำได้ว่าตอนที่ทางสายการบิน Emirates เรียกไปเทรนเป็นช่วงหน้าร้อนพอดี เรียกว่าน้ำหนักลดไปเลย แถมอากาศก็ร้อนอีก อาหารการกินก็แปลกๆ สรุปพอได้งาน ตัวเหลือนิดเดียว ปกติก็ผอมอยู่แล้ว ก็เลยยิ่งตัวเล็กเข้าไปใหญ่ สายการบิน Emirates ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเที่ยวบินที่หลากหลายกระจายทั่วทุกทวีป โค้ชได้มีโอกาสบินไปทั้งแอฟริกา ยุโรป อเมริกา และเอเชียค่ะ เรียกว่าได้ไปเหยียบประเทศสวยๆ เยอะเลย ชอบที่สุดก็คือโคลอสเซียมที่โรม และชอบประเทศโซนเอเชียต่างๆ เพราะของกินเยอะดีค่ะ ห่วงกิน (หัวเราะ) เช่นญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ถ้าไปประเทศโซนแถบนี้ โค้ชแบกอาหารกลับมาดูไบ กระเป๋าแตกค่ะ ^^

รูปภาพ

แล้วที่ดูไบล่ะครับ ใช้ชีวิตยากไหม บางคนบอกว่าอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ไหว ร้อนมาก

โค้ชเเพร : โค้ชอยากบอกแบบนี้ค่ะ ว่าสำหรับน้องๆ ที่ต้องการจะย้ายบ้านไปอยู่ที่ดูไบหรือทำงานกับสายการบินตะวันออกกลาง เรื่องแรกเลยที่จำเป็นจะต้องทำใจเลย คือเรื่องของการปรับตัวค่ะ ต้องอยู่ง่าย กินง่าย ปรับตัวเก่ง และแน่นอนใจต้องเข้มแข็งด้วย ถ้านิดๆ หน่อยๆ ก็เหงา คิดถึงคุณพ่อ คุณแม่ คิดถึงแฟน ต้องมีคนประกบตลอดเวลา อันนี้จะลำบากมากเลยจริงๆ (หัวเราะ) โค้ชก็เป็น ^^ บอกแบบไม่อายเลยค่ะ ว่าตอนที่สมัครสายการบินเอมิเรตส์แล้วได้งาน คือไปแบบไม่ได้หวัง เพียงแต่เราทำอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด่าน พอถึงเวลาย้ายบ้าน การเตรียมตัวเตรียมใจเเละข้อมูลการใช้ชีวิตที่ดูไบจึงน้อยมาก เรียกว่าแพคกระเป๋าและลุยเลยค่ะ พอไปถึงเลยค่อนข้างจะงงๆ ปรับตัวกันอยู่พักใหญ่เลย เรื่องแรกเลยคือเรื่องอากาศอย่างที่บอกไป ส่วนเรื่องที่สองน่าจะเป็นเรื่องของผู้คนและวัฒนธรรม และเรื่องที่สามคงหนีไม่พ้นเรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การทำงาน ที่จะต้องกินนอนไม่เป็นเวลา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวมากๆ เลยค่ะ โชคดีว่าโค้ชเป็นคนที่รักษาสุขภาพค่อนข้างดี พยายามออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและกินอาหารที่มีประโยชน์ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องเวลานอนที่ไม่เป็นเวลามากระทบกับสุขภาพค่ะ กว่าจะปรับสมดุลได้เล่นเอาเหนื่อยเลย เพราะพอมีเวลาว่างวันหยุด 3-4 วัน โค้ชก็แพคกระเป๋ากลับเมืองไทย มาหาคุณพ่อคุณแม่ ทำให้เวลาพักผ่อนก็น้อยลงไปอีกนิดนึงค่ะ ^^

แล้วการทำงานร่วมกับสายการบิน Emirates เป็นยังไงบ้าง

โค้ชเเพร : ต้องบอกก่อนเลยว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากเพราะสามารถนำความรู้ที่ได้จากการทำงานกับองค์กรระดับโลกมาใช้ในการทำงานอื่น ไม่ว่าจะเป็นด้านภาพลักษณ์และด้านบริการด้วย เรียกว่าการได้ทำงานกับ Emirates ต่อยอดความคิดของโค้ชได้เลย ช่วงที่โค้ชทำงานกับ Emirates เป็นช่วงที่บริษัทกำลังขยาย องค์กรกำลังเติบโต มีการสั่งเครื่องบิน การขยายรูทบิน เพราะฉะนั้น การเติบโตในองค์กรมีสูงมากเลยค่ะ บริษัทก็ดูแลพนักงานอย่างดี จนรู้สึกขอบคุณชะตาชีวิตกันเลยทีเดียว (หัวเราะ)

เล่าถึงเรื่องเงินเดือนและสวัสดิการหน่อย

โค้ชเเพร : คร่าวๆ นะคะ โค้ชได้ฐานเงินเดือนประมาณ 40,000 บาทไทยค่ะ หมายความว่า ถ้าไม่ได้บินเลยทั้งเดือนก็จะได้รับเงินเดือนอยู่ที่ประมาณนี้ แล้วก็ได้ค่าชั่วโมงบินอีก ประมาณชั่วโมงละ 400 บาท ก็คูณเข้าไปกับชั่วโมงบินของเราค่ะ ที่เล่าให้ฟังหมายถึง การทำงานในชั้นประหยัดนะคะ (Economy Class) ถ้าเราทำงานในชั้น Business Class , First Class หรือเป็น SFS หรือ Purser ก็จะได้ชั่วโมงบินและฐานเงินเดือนเพิ่มขึ้นไปอีก เวลาไปบินในแต่ละประเทศ ถ้ามีการพักข้างคืนก็จะได้ค่าอาหารซึ่งคิดเป็นมื้อค่ะ ดูตามเรทค่าครองชีพของประเทศนั้น ๆ สมัยโค้ชก็ได้เยอะอยู่นะคะ ประมาณ 3,000-4,000 บาท ต่อการพักค้างคืน 24 ชั่วโมงค่ะ หลายคนอาจจะถามว่า อู้ย! ได้เงินเยอะแยะ เอาไปใช้ที่ไหนหมด โค้ชต้องบอกแบบนี้ก่อนนะคะ ค่าครองชีพที่ดูไบค่อนข้างสูงและการใช้ชีวิตที่ต่างประเทศก็แพงมาก น้ำหนึ่งขวดราคาเป็นร้อยค่ะ หลายๆ คนถึงกับกระเป๋าแห้งกันเลยเมื่อสิ้นเดือน (หัวเราะ) ไม่ใช่ว่ามีเงินเก็บกันมากมายนะคะ ของแบบนี้เรียกว่าต้องใจแข็งจริงๆ มีวินัยจริงๆ เพราะพออยู่ต่างประเทศ ก็มักจะอดใจไม่ไหว ซื้อของนู้นนี้นั้น ฝากคุณพ่อ คุณแม่ ฝากแฟน ฝากตัวเอง ถ้าไม่ตั้งใจเก็บเงินจริงๆ หลายคนกลับบ้านมือเปล่าก็มีค่ะ เรื่องนี้โค้ชเตือนไว้เลยนะคะ เพราะว่าต้องระวังการใช้จ่ายจริงๆ เพราะสิ่งล่อตาล่อใจเยอะมาก

รูปภาพ

เล่าขั้นตอนการสัมภาษณ์ลูกเรือ Emirates หน่อยครับ

โค้ชเเพร : ได้เลยค่ะ สิ่งหนึ่งที่โค้ชแปลกใจมากเลยคือ ขั้นตอนการสัมภาษณ์งานของ Emirates สมัยเมื่อสิบปีที่แล้วกับรุ่นนี้ ช่วงปี 2015 - 2016 ที่โค้ชติวน้อง ๆ ให้คว้าปีกกัน มีขั้นตอนการสัมภาษณ์แทบจะคล้ายของเดิมกันเลย ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยด่านพรีสกรีน ตามด้วย Group Discussion รอบแรก Group Discussion รอบที่สอง ข้อสอบ Paper Test ข้อสอบ Attitude Test และสุดท้ายก็คือ Final Interview ค่ะ เรียกว่ายังคงมาตรฐานความยากระดับ Emirates ไว้แบบคงที่ค่ะ

โค้ชมีเคล็ดลับอย่างไรที่จะแนะนำน้องๆ ที่ต้องการสมัครงานกับ Emirates บ้างครับ

โค้ชเเพร : สิ่งแรกเลย โค้ชอยากให้ทุกคนเริ่มต้นจากทัศนคติที่ดีค่ะ ให้เริ่มด้วยทัศนคติที่รักตัวเองก่อน คือเริ่มจากความคิดบวก ไม่คิดลบกับตัวเองเเละคนอื่น เพราะจะทำให้เรามีบุคลิกที่ดูดี ฉายออกมาจากข้างใน ส่งเป็นพลังงานที่ดีออกมาทางสีหน้าและแววตาค่ะ สิ่งนี้หลายๆ คนไม่รู้ว่าภายใต้เครื่องสำอาง ภายใต้ชุดสวยๆ ภายใต้การทำผมเป๊ะปัง ไม่สามารถกลบริ้วรอยของความเครียด ความกังวลข้างในได้ ตรงกันข้าม ทัศนคติที่คิดบวกจะทำให้เรามีเสน่ห์ มีพลัง เรียกได้ว่าสามารถฉายแววของรอยยิ้มสดใสออกมามัดใจกรรมการได้ค่ะ เรื่องถัดไปคงไม่พ้นเรื่องของการเตรียมตัวด้านบุคลิก หน้าตา โค้ชไม่เคยแนะนำให้น้องๆ ทำศัลยกรรม สิ่งที่โค้ชอยากให้ระวังมากที่สุดคือเรื่องของผิว ฟัน และเรื่องของน้ำหนักค่ะ ฟันควรจะขาวสะอาดเรียงตัวสวย ผิวหน้าควรจะเกลี้ยงเกลาไม่มีรอยดำ รอยแดงหรือหลุมสิวที่เห็นชัด ส่วนรูปร่าง ควรจะสมส่วน มองหาคนที่รูปร่างดีสมส่วนค่ะ หน้าตาไม่ต้องกังวล จะขาวหมวย หรือคล้ำคมเข้มได้หมดเลย เรื่องถัดมาคือการเตรียมตัวเรื่องภาษาและความมั่นใจ หลายคนภาษาดีมาก แต่ตื่นเต้นเกินไปหรือพูดรัวเกินไป แก้ได้โดยการฝึกพูด ฝึกยิ้มหน้ากระจก หรือหัดพูดในที่ชุมชนบ้าง ภาษาอังกฤษถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการได้งานกับ Emirates ค่ะ การพูดคล่อง สื่อสารได้ดี ชัดถ้อยชัดคำ จำเป็นมาก ใครที่ยังพูดภาษาอังกฤษแบบตะกุกตะกักคงควรจะเตรียมตัวเรื่องภาษากันไว้แต่เนิ่นๆ ค่ะ

มีอะไรเเนะนำคนอยากเป็นเเอร์-สจ๊วตบ้างครับ

โค้ชเเพร : อยากให้ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจก่อนเลยเป็นอันดับแรกค่ะ เพราะงานลูกเรือไม่ว่าจะงานที่ไหนก็ตาม เรียกว่าเป็นงานที่ใช้แรงกายมาก นอกจากนั้นจะต้องรับมือผู้โดยสารหลากหลายแบบ ถ้าเป็นคนที่สุขภาพใจไม่ดี ก็อาจจะรู้สึกเครียด เหนื่อย เบื่อ ซึ่งจริงๆ ไม่มีงานไหนในโลกไม่เหนื่อย ทุกงานมีความยากลำบากทั้งนั้นค่ะ ต้องมองแบบนี้ ถัดมาอยากให้ลองถามใจตัวเองว่าอยากทำงานนี้เพราะอะไร ถ้าเงินเป็นคำตอบเราอาจจะทำงานนี้ได้ไม่นานค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วเป็นงานที่ค่อนข้างเหนื่อย ต้องทั้งอึด ทั้งอดทน แต่อยากให้มองถึงข้อดี เช่นการได้เดินทางท่องเที่ยว การได้พบปะผู้คนใหม่ๆ การเดินเยอะๆ ก็เหมือนการออกกำลังกาย แถมเวลาได้ดูแลผู้โดยสารก็เหมือนการได้ทำบุญอย่างหนึ่งด้วย และเนื้องานก็ไม่มีความเครียดติดพัน จบแล้วจบเลย ไฟล์ทต่อไฟล์ท ก็มีข้อดีมากเหมือนกัน จากนั้นก็อยากให้เตรียมตัวในเรื่องของทัศนคติเกี่ยวกับงานบริการค่ะ เพื่อจะได้สามารถตอบคำถามกรรมการได้ เราควรจะมีความรู้หรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับงานบริการมาบ้าง เช่นการทำงานร้านอาหาร เพื่อที่เวลาตอบคำถามกรรมการจะได้ดูมีประสบการณ์การทำงานและประสบการณ์ในการใช้ชีวิตก็ถือเป็นส่วนสำคัญ สามารถนำมาใช้ยกตัวอย่างประกอบการตอบคำถามได้ค่ะ อีกเรื่องก็คือ โค้ชอยากให้ทุกคนฝึกการทำข้อสอบ TOEIC ไว้เยอะๆ ทั้งในส่วนของการฟังและในส่วนของข้อเขียน เพราะถึงแม้บางสายการบินจะไม่ขอคะแนน TOEIC แต่ส่วนใหญ่แล้วมีข้อสอบ Paper Test ของสายการบินเอง ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับข้อสอบ TOEIC ถ้าเราทำคะแนน TOEIC ได้ดีทั้งสองส่วนก็จะทำให้เรา ทำข้อสอบPaper Test ของสายการบินต่าง ๆ ได้ด้วยเช่นกัน

รูปภาพ

สวัสดิการของสายการบิน Emirates เป็นยังไงบ้างครับ

โค้ชเเพร : อย่างแรกเลยที่จะต้องพูดถึงก็คือเรื่องของที่พักค่ะ สมัยที่โค้ชทำงานกับ Emirates โค้ชพักอยู่ที่ ตึก Sahara Building ตั้งอยู่บนถนนสายธุรกิจที่สำคัญของเมืองดูไบ ที่ชื่อ Sheikh Zayed Road ค่ะ อยู่กับ Flatmate ซึ่งเป็นพี่ Purser นิสัยดี ใจดีมั่กๆ ชื่อพี่ปุ๊ ค่ะ แน่นอนว่าที่พักฟรี น้ำไฟใช้ฟรีค่ะ เสื้อผ้ายูนิฟอร์มมีให้สามชุด ส่งซักได้ฟรีเช่นกัน นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของการรักษาพยาบาลฟรี ส่วนค่าทำฟันก็มีให้เป็นรายปีค่ะ นอกนั้นก็จะมีตั๋วเครื่องบินจากดูไบกลับประเทศบ้านเกิดปีละ 1 ใบ ฟรีค่ะ และเราสามารถใช้สิทธิ์ลูกเรือซื้อตั๋วเครื่องบินในราคา 10% จากราคาเต็ม ได้ตลอดไม่จำกัด ตั๋วนี้เรียกว่า ID 90 และก็จะมีตั๋ว10% ให้กับพ่อแม่และสามีด้วยค่ะ แต่เข้าใจว่าตอนนี้ระเบียบเรื่องตั๋วน่าจะเปลี่ยนไป เห็นว่ามีสวัสดิการเรื่องตั๋วดีขึ้นด้วยนะคะตอนนี้

ฟังข้อดีมาเยอะแล้ว ขอฟังข้อเสียของงานบ้าง

โค้ชเเพร : ได้เลยค่ะ โค้ชจะขอพูดเรื่องจริงแบบหมดเปลือกเลยนะ (หัวเราะ) เรื่องแรกเลยก็คือเรื่องสุขภาพค่ะ แน่นอนว่าที่สายการบินจ่ายเราแพงขนาดนี้ เป็นเพราะงานนี้ต้องแลกมาด้วยเรื่องของสุขภาพค่ะ เพราะหนึ่งเลยคือการทำงานในที่แคบๆ อากาศน้อยๆ บนเครื่องบินเป็นเวลานานๆ ก็ไม่เหมือนกับการทำงานในที่โล่งแจ้งอากาศโปร่งอยู่แล้ว ออกซิเจนก็น้อยไปด้วย บางทีบินยาวๆ ลงมาจากเครื่องถึงกับเบลอกันเลย จำวันจำเดือนกันไม่ถูกเลยค่ะ (หัวเราะ) เรื่องที่สองก็คงไม่พ้นเรื่องของเวลานอนที่ผิดเพี้ยน เวลากินที่ผิดเพี้ยน บางครั้งเที่ยวบินออกตี 2 ลูกเรือก็จะต้องรายงานตัวสองชั่วโมงก่อนล่วงหน้า ก็คือเวลาเที่ยงคืน รถจะมารับที่หน้าตึกหนึ่งชั่วโมงก่อนรายงานตัว ก็คือเวลาห้าทุ่ม ช่วงสี่ทุ่มคือเวลาที่เราต้องตื่นขึ้นมาแต่งตัวแต่งหน้าค่ะ ถ้าเราทำไฟล์ทดูไบ ลอนดอน ก็จะใช้เวลาบินหกชั่วโมง เช่นถ้าไฟล์ทออกเที่ยงคืนครึ่ง เวลาดูไบก็จะไปถึงที่ลอนดอนประมาณหกโมงครึ่งเวลาดูไบ ตอนเช้าตรู่ ก็หมายความว่าทั้งคืนนั้น เราจะต้องตาสว่าง ทำงานยาวเลย บางคนปรับตัวเก่งก็ใช้วิธีเข้านอนตอนเย็น แล้วตื่นขึ้นมาแต่งตัว แต่บางคนนอนไม่ได้เพราะ 5-6 โมงเย็นไม่ใช่เวลานอนไง (หัวเราะ) ก็เลยไม่ได้พักทั้งกลางวันกลางคืน สิ่งที่โค้ชทำก็คือโค้ชจะใช้วิธีปิดม่านในห้องนอน ทำประหนึ่งว่าเป็นเวลากลางคืน หลับหรือไม่หลับก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้พักขาและพักสายตาบ้าง พักผ่อนร่างกายเบื้องต้น เพราะเวลาขึ้นไฟล์ทการทำงานจะเหนื่อยมากเพราะไฟล์ทของ Emirates ส่วนใหญ่ก็จะเต็ม ผู้โดยสารแน่นแถมตัว Service เองก็เต็มที่เสิร์ฟกันแบบ Non-stop ค่ะ ถ้าใครเผลอไปเที่ยวกับเพื่อนหรือออกไปลั้ลลา ไม่ได้นอน เจอไฟล์ทยาวๆ ต่อเนื่องเข้าไปเหมือนทำงาน 24 ชั่วโมงเลยค่ะ ก็จะทำให้ล้าได้ ยกตัวอย่างเช่น ดูไบ-นิวยอร์ก 13-14 ชั่วโมงถึงเราจะได้นอนบนเครื่อง 3-4 ชั่วโมง เพราะเป็นกฎว่าลูกเรือจะต้องมีการพักเบรกถ้าเป็นไฟล์ทยาวแบบนี้ แต่ก็มีสิทธิ์ตาค้างเป็นนกฮูกเหมือนกันนะคะ (หัวเราะ) แถมเวลาไปถึงที่หมายแล้ว บางทีก็ตื่นเต้นอยากเที่ยว เปลี่ยนชุดแล้วไปเที่ยวเลย ก็เลยยิ่งไปกันใหญ่ ออกไปเที่ยวทั้งๆ ที่ตาแข็ง หัวเบลอ แบบนั้นล่ะค่ะ มาแล้ว ขอให้ได้เหยียบสถานที่ท่องเที่ยวสักครั้ง เหนื่อยก็ไม่เป็นไร (หัวเราะ) เป็นสาเหตุที่ทำเราสุขภาพเสียได้ค่ะ ถัดมาก็คงไม่พ้นเรื่องของอาหาร แอบกระซิบว่าคนที่ย้ายมาอยู่ดูไบ แรก ๆ น้ำหนักแทบจะขึ้นกันทุกคนเลย ไม่ใช่ขึ้นกันน้อยๆ ด้วย 5 โล 10 โลทั้งนั้นเลย เพราะว่าเราทำงานที่ต้องใช้แรงค่ะ พอใช้แรงมาก ๆ ก็หิว กินเสร็จอิ่ม เหนื่อยก็หลับ รู้ตัวอีกที ตัวกลมเป็นบอลลูนแล้ว ถ้าน้ำหนักขึ้นแต่แข็งแรงก็ไม่เป็นไร แต่ส่วนใหญ่พอเหนื่อยมากๆ ล้ามากๆ ก็จะใช้วิธีกินฟาสฟู้ดส์ กิน Junk Food แทนหรือเจออะไรอร่อยก็เอาเข้าปาก ทีนี้นอกจากอ้วนแล้วของแถมก็ตามมา คางสองชั้นงี้ สิวขึ้นงี้ หลายคนเลยวุ่นวายกับการกินและการลดน้ำหนัก วุ่นวายกับการหาหมอสิวไม่เลิก ถัดมาก็น่าจะเป็นเรื่องของการอยู่ไกลบ้านค่ะ ถ้าทำใจไม่ได้ ขี้เหงา ก็จะลำบากหน่อย เรียกว่าว่างปุ๊บโทรหาคุณพ่อคุณแม่ โทรหาแฟนทันที ใจที่อยู่ที่ดูไบก็จะพลอยไม่สบายไปด้วย แถมต้องเสียค่าเครื่องบินกลับบ้านบ่อยๆ อีกต่างหาก

รูปภาพ

มีเรื่องตื่นเต้นหรืออุบัติเหตุบนเครื่องบ้างไหมครับ

โค้ชเเพร : ของโค้ชไม่มีอะไรตื่นเต้น หวือหวาค่ะ ส่วนใหญ่แล้วการทำงานราบรื่นปกติดี มีก็จะเป็นอาการเจ็บไข้ได้ป่วยของผู้โดยสาร ซึ่งลูกเรือแต่ละคนที่ถูกฝึกมาแล้ว ก็จะช่วยเหลือไปตามอาการค่ะ

มีผู้โดยสารลวนลาม แต๊ะอั๋งบ้างไหมครับ

โค้ชเเพร : (หัวเราะ) สงสัยจะไม่สวยพอค่ะ ไม่มีเลยยย ฮ้า!! คือโค้ชว่าบนไฟล์ทของสายการบิน Emirates จะมีลูกเรือผู้ชายอยู่ด้วย แถมแต่ละคนก็หน้าคมเข้ม กล้ามใหญ่กันทั้งนั้น ก็อาจจะเป็นสาเหตุว่า ผู้โดยสารอาจจะไม่กล้าทำอะไรซี้ซั้วค่ะ (หัวเราะ) และผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็น่ารัก ถ้าเราดูแลเค้าดี เค้าก็ไม่ค่อยสร้างความยุ่งยากวุ่นวายค่ะ เลยไม่มีปัญหาอะไรเลย


โค้ชทำงานกับ Emirates นานไหมครับ แล้วทำไมถึงลาออก
โค้ชเเพร : ไม่นานค่ะ ประมาณเกือบ 4 ปี ตัดสินใจลาออกเนื่องจากช่วงนั้นคุณพ่อเสียชีวิตเพราะอาการเส้นเลือดในสมองค่ะ โค้ชก็ยังสนุกกับงาน แต่ก็คิดว่าคุณแม่อยากจะให้เรากลับมา ให้เราอยู่ที่เมืองไทยมากกว่า เพราะลึก ๆ แล้วท่านก็เป็นห่วงค่ะ พอคุณพ่อเสียชีวิตก็เลยตัดสินใจไม่นานแล้วก็กลับมาเมืองไทยค่ะ

ในฐานะโค้ชพี่แพรซึ่งทำงานเป็นทั้งลูกเรือ Emirates และในฐานะครูผู้สอนติวน้อง ๆ ด้านบุคลิกภาพและการสัมภาษณ์งาน มองอาชีพนี้อย่างไรบ้าง

โค้ชเเพร : ต้องสารภาพว่า ก่อนที่จะทำงานเป็นลูกเรือ โค้ชไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานลูกเรือมากนัก รู้สึกว่าเป็นงานที่น่าสนุก ตื่นเต้น ท้าทาย เป็นความฝันของเราลึกๆ ค่ะ แต่ตัวเนื้องานจริงๆ ก็ไม่ได้เข้าใจอะไรมาก พอได้ไปทำงานจริงๆ ถึงรู้ว่าเป็นงานที่ต้องใช้ทักษะและความอดทนสูง โค้ชมองว่าธุรกิจสายการบินกำลังเติบโต และต้องการบุคลากรเพิ่มเติมอีกเป็นจำนวนมาก ใครที่สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีฝัน มีไฟ ก็มีโอกาสได้เติบโตบนเส้นทางสายนี้อย่างแน่นอน และถ้าใครทำงานไปนานๆ ก็สามารถที่จะผันตัวเองไปเป็นผู้สอนหรือไปเป็นเทรนเนอร์ให้กับองค์กรหรือสายการบินที่เราทำงานก็ได้ด้วย ก็คิดว่าเป็นอีกหนึ่งงานที่เหมาะกับผู้หญิงมากๆเลย รวมถึงน้องๆ ผู้ชาย ที่สนใจในด้านธุรกิจงานบริการด้วยนะคะ

รูปภาพ

เคล็ดลับการดูแลตัวเองทั้งเรื่องของผิวและเรื่องของรูปร่าง เพื่อเตรียมตัวในการสมัครลูกเรือ

โค้ชเเพร : สำหรับตัวโค้ชก็เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปค่ะ คือเน้นการกินอาหารมีประโยชน์และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โค้ชใช้วิธีเต้นแอโรบิค เล่นโยคะ รวมถึงการทำงานบ้าน ทำสวน เพื่อออกกำลังกายค่ะ ช่วงที่โค้ชกำลังสมัครงานลูกเรือ ก็มีรูปร่างดี สมส่วนค่ะ ส่วนในเรื่องของผิวพรรณ โค้ชดูแลตัวเองด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ แต่ไม่อดอาหารนะคะ เพียงแต่งดของทอด อาหารผัดน้ำมันเยิ้มๆ และของหวานที่เป็นครีมมากๆ นอกนั้นก็รับประทานอาหารทั่วๆ ไปให้ครบหมู่ค่ะ โค้ชจะเน้นที่การกินอาหารที่ปรุงแต่งน้อยและมาจากธรรมชาติมากๆ อย่างเช่นผัก ผลไม้ หรือธัญพืชค่ะ โค้ชไม่กินนม และผลิตภัณฑ์ทีเกี่ยวกับนมทุกชนิด เพราะว่าทำให้เกิดภูมิแพ้ รวมถึงโรคผิวหนังอื่นๆ ด้วย เพราะโค้ชแพ้นมค่ะ ก็อยากจะฝากไว้ ว่าถ้าใครมีปัญหาผิวหนังรุนแรงต่อเนื่อง ลองงดอาหารประเภทนมสักพักนะคะ อาจจะช่วยได้ นอกจากนั้นโค้ชก็จะพยายามดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละลิตรครึ่ง เพราะว่าเคยอ่านเจอว่า น้ำมีความสำคัญมากๆ กับระบบเลือดและการชำระสารพิษ สังเกตว่าวันไหนกินน้ำน้อยก็จะรู้สึกเพลียไม่สดชื่นค่ะ ก็เลยฝึกดื่มน้ำให้มากจนเป็นนิสัยแล้ว

อยากให้โค้ชช่วยบอกคุณสมบัติของคนที่มีโอกาสสมัครลูกเรือ Emirates ให้ด้วย

โค้ชเเพร : ได้เลยค่ะ ก่อนอื่นเลย Emirates ไม่ได้จำกัดอายุนะคะ เพราะฉะนั้นคนที่อายุเข้าเลข 3 จึงยังมีโอกาสค่ะ แต่ว่ากรรมการก็อาจจะไม่ถูกใจนัก ถ้าเราอายุมากเกินไป ยังไงก็สมัครไปก่อนนะคะ Emirates ให้เอื้อมแตะอยู่ที่ 212 เซนติเมตรค่ะ ถอดรองเท้าเขย่งได้ ต้องเอื้อมมือให้นิ้วผ่านเส้นนะคะ ไม่ใช่แตะเส้น รับวุฒิมัธยมปลายค่ะ ส่วนสูง เกิน 160 เซนติเมตรขึ้นไป รับทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่ต้องใช้คะแนน TOEIC นะคะ

รูปภาพ

สุดท้ายนี้อยากให้โค้ชพี่แพรช่วยฝากอะไรถึงน้องๆ ที่อยากเป็นแอร์ด้วยครับ

โค้ชเเพร : ก็คงจะต้องบอกว่าปี 2017 เป็นช่วงที่สายการบินต่าง ๆ มาเปิดรับอย่างสม่ำเสมอเลย และมีแนวโน้มว่าในปีถัดไปก็จะคึกคักมากขึ้นด้วย อยากให้น้องๆ ที่ต้องการเตรียมความพร้อมสมัครงานลูกเรือทั้งผู้ชายและผู้หญิง ลองหาข้อมูลเบื้องต้นก่อนจาก website Thaicabincrew.com (หัวเราะ) เพราะมีข้อมูลที่มีประโยชน์มากมาย จากนั้นถ้ามีเวลาให้เริ่มเตรียมตัวเรื่องภาษาเป็นอันดับแรกเลย คะแนน TOEIC ไม่ต่ำกว่า 700 ถือเป็นคะแนนที่ปลอดภัยนะคะ เพราะตอนนี้ ผู้สมัครคะแนนดีๆ กันทั้งนั้น นอกจากนั้นก็จะต้องฝึกพูดภาษาอังกฤษไว้ด้วย ถ้ามีเวลาลงเรียน การได้เรียนก็จะช่วยเราได้มาก ถ้าไม่มีเวลาก็อาจจะฝึกเองโดยฟังจากยูทูปและฝึกพูดให้มากๆ เข้าไว้ค่ะ ถ้าใครมีปัญหาผิวและฟันก็จัดการให้เป๊ะปังเข้าไว้ รวมถึงเพิ่มหรือลดน้ำหนักให้ได้ตามเกณฑ์ที่เหมาะสม อย่าลืมฝึกเรื่องของการยืน การนั่งให้หลังตรงเพื่อสร้างบุคลิกที่ดีให้เป็นนิสัยค่ะ และถ้ามีคำถามเพิ่มเติมก็สามารถโทรมาปรึกษาได้ ที่เบอร์ 063-645-6359 ไลน์ @flyyouloveflying หรือ Inbox มาที่ Facebook FLY You love flying โค้ชและน้องๆ คอยให้คำแนะนำเบื้องต้นอยู่ค่ะ

ฝากสำหรับคนที่กำลังพยายามจะคว้าปีกให้ได้งาน ต้องบอกว่าความเข้มแข็ง อดทนสำคัญมากค่ะ เพราะตอนนี้การแข่งขันสูงมาก ผู้สมัครก็เก่ง และมีความพร้อมกันทั้งนั้น การตกรอบไม่ได้หมายความว่าเราไม่ดีค่ะ กลับมาแก้ไขจุดที่บกพร่องของเรา วันนึงงานที่เรารัก ที่เราฝันไว้ จะต้องเป็นของเราแน่นอนค่ะ เอาใจช่วยค่า ^^

.............................

Special Interview: สัมภาษณ์พิเศษ โค้ชแพร อดีตแอร์โฮสเตสสายการบิน Emirates และผู้บริหารสถาบันเตรียมความพร้อม Fly You Love Flying