"แอร์มากเรื่อง" คุยหลากมุมกับแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ยุ้ย วนัฐดา สรรคชา

ภารโรง: myoldeditor

"แอร์มากเรื่อง" คุยหลากมุมกับแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ยุ้ย วนัฐดา สรรคชา

โพสต์โดย myoldeditor » วันพฤหัสฯ. ก.ค. 07, 2016 10:11 am

รูปภาพ

"แอร์มากเรื่อง" คุยหลากมุมกับแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ยุ้ย วนัฐดา สรรคชา
บทสัมภาษณ์โดย ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย
ภาพโดย View Flyer Studio https://www.facebook.com/viewflyerstudio/


...............................


“คุณเป็นคนมีพลังงานเหลือเฟือมากๆ” ประโยคนี้เกิดขึ้น หลังการพูดคุยที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ และประสบการณ์น่าตื่นเต้นตลอดเวลาชั่วโมงกว่า...

ยุ้ย หรือ วนัฐดา สรรคชา แอร์โฮสเตสสายการบินไทย ที่มีกิจกรรมในชีวิตเยอะเสียจนอยากพูดคุยไถ่ถาม เรานัดสัมภาษณ์กันที่ร้านกาแฟเงียบๆ บนห้างสรรพสินค้า เธอนั่งรออยู่ก่อนแล้ว มีขนมตั้งอยู่ข้างหน้าเรียบร้อย “กินไป คุยไป ได้ใช่มั้ย” คำทักทายประโยคแรก และเมื่อเริ่มสนทนากัน เธอก็มีเรื่องเล่ามากมายไม่หมด

ยุ้ยเป็นแอร์ฯ มา 15 ปีแล้ว ชีวิตเดินทางมาถึงจุดลงตัว จนเริ่มหยิบจับสิ่งที่ตัวเองชอบ เราถามว่า... ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง เธอตอบด้วยรอยยิ้มกระตือรือร้นว่า

“ถ้าว่างจากการบิน ก็ไปเป็นครูสอนฟิตเนส เล่นพิลาทิส ตอนนี้เรียนคอร์ส image consultant อยู่ แล้วก็ทำขนมด้วยนะ”

แน่ละ เรานึกไม่ถึงว่าคนคนนึงจะมีเวลาไปทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้น สาวกรุงเทพฯ ที่มีความฝันเป็นแอร์ฯ ตั้งแต่เด็ก จบมนุษยศาสตร์ มช. เริ่มเป็นแอร์ตั้งแต่เรียนจบ มองเผินๆ ชีวิตเธอสวยงาม แต่เธอบอกเราว่า เจออะไรมาเยอะในหลายพาร์ทของชีวิต เราจะพาไปรู้จักหลากมุมของเธอ ค่อยๆ เลาะไปทีละนิด ในบรรยากาศจิบชามีขนมอร่อยแกล้ม

...............................

ตอนเด็กๆ เรามีฝันเดียว

รูปภาพ

“จำความได้ ขึ้นเครื่องบินตอนเด็ก ก็อยากเป็นแอร์ฯ เลย เห็นภาพที่ลากกระเป๋าแล้วสวย ได้ไปต่างประเทศ ได้กินของอร่อย ได้ช้อปปิ้ง คือภาพเด็กๆ มีแค่นี้ ซึ่งแค่นี้ก็ปลื้มแล้ว” เธอเล่าถึงรักแรกพบระหว่างตัวเอง กับ อาชีพนางฟ้าบนเครื่องบิน หลังจากนั้นชีวิตก็ไหลตามเส้นทางที่ควรจะเป็น

“เหมือนทุกอย่างถูกจัดสรรให้เรา ชอบเรียนภาษา แต่เลขไม่เอา เกลียด ตอน ม.ปลาย เรียนศิลป์-ฝรั่งเศส แล้วตอนอยู่ มช. เรียนมนุษย์ฯ เอกภาษาอังกฤษ โทฝรั่งเศส สมัครแอร์ตั้งแต่ปี 3 แต่ตอนนั้นลืมผล toeic ต้องติดรูป ต้องกลับไปเอาที่กรุงเทพฯ แต่ขี้เกียจไง เพราะก็ยังเรียนไม่จบ เลยปล่อยผ่านไป พอปีสี่การบินไทยเปิดรับสมัคร เราก็ขึ้นมากรุงเทพฯ มาสมัครเลย”

ไม่ใช่แค่การบินไทยเท่านั้น แต่ยุ้ยเคยลงสนามสอบสายการบินอื่นๆ ของต่างประเทศ แต่ตกรอบสุดท้าย เพราะถูกมองว่ายังตอบคำถามไม่ดีพอและเด็กไป มาคราวนี้กับการบินไทย เธอบอกว่าว่าหลังสัมภาษณ์เสร็จมั่นใจมากว่าได้แน่

“ตอนนั้นกรรมการถามอะไรมาเราตอบได้ เรามีความสุขกับการตอบพวกเขา มีเซนส์ที่รู้ว่าเขาชอบ บอกพ่อแม่เลยว่าได้แน่นอน แล้วก็ได้จริงๆ” ด้วยสไตล์เป็นคนจริงใจ เธอสนุกที่จะเล่าให้ฟังอย่างตรงไปตรงมา

“มีบางคำถามที่เกี่ยวกับเรื่องสถานี เรื่องที่เราไม่มีความรู้ พูดเลยว่าตอนนั้นเราตอบไม่ได้นะ แต่เราตอบว่า เดี๋ยวขออนุญาตไปหาข้อมูลเพิ่ม ไม่ตอบว่าไม่รู้ เพราะการเป็นแอร์ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม แต่ถ้าคุณมีวิธีการใช้คำพูด ฟังแล้วสมเหตุสมผล มีความรับผิดชอบกับสิ่งที่เขาถามมา มันก็โอเค ต้องเตรียมตัวมาดี”

หลังจากฝ่าฟันคู่แข่งกว่าพันคน ในยุคที่สายการบินมีน้อยนิด ไม่มีโรงเรียนเตรียมแอร์ฯ ไม่มีใครติวข้อสอบ ยุ้ยก็กลายเป็นแอร์โฮสเตสการบินไทย สมใจความฝันวัยเด็ก แต่หลังทำงานมาได้ 10 ปี เธอกลับตัดสินใจลาออก

...............................

แสวงหา

“ตอนนั้นไม่ไหวแล้ว อยากบวช” เธอบอกเหตุผล ซึ่งเราค่อนข้างแปลกใจกับการตัดสินใจของเธอ

“เราพักผ่อนไม่พอ เหมือนจะแฮปปี้นะ แต่จริงๆ แล้ว เราควรจะมีการ take vacation แต่สมัยนั้น งกเงิน อยากบินๆๆ อยากเที่ยว แล้วทำให้เรากดดันโดยไม่รู้ตัว จนโพละ ลาออก จริงๆ เป็นตั้งแต่ปีที่ 7 แล้ว มา end ปีที่ 10 แต่โชคดี ที่ทำงานเขาไม่ให้ออก เราก็ขอลาพัก พอได้บวช ก็กลับมาทำงานใหม่อย่างมีความสุข การลาพักร้อนคือคำตอบของเรา ตั้งแต่บวชเสร็จ ก็ใช้พักร้อน
ตลอด ทำอะไรที่อยากทำ ทำให้กลับมาทำงานได้อย่างมีความสุขมาก”

แม้จะเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น แต่เราขออนุญาตถามต่อว่า ไม่มีเหตุผลอื่นอีกแล้วใช่ไหม เช่น อกหัก? เธอหัวเราะแล้วตอบทันควัน “ไม่เกี่ยว ตอนบวชครั้งแรกมีแฟนด้วยนะ แฟนก็อนุโมทนา บวชเสร็จมา เลิกกัน ไม่มีไรนะ แต่ที่ไปบวชคืออยากเรียนรู้ด้วยไง ชอบลอง ไม่ได้บวชเพราะว่าเป็นทุกข์”

“เราเป็นคนชอบแสวงหา ชอบเรียนรู้ สุดโต่ง ต้องชิมให้สุด มีโคลนที่เลอะๆ อยู่ข้างหน้า ถ้าไม่เอาตัวไปเกลือกกลั้ว ก็ไม่รู้ว่าโคลนเป็นยังไง เหมือนมีขนมสักชิ้นแล้วเพื่อนบอกว่า อร่อยนะเว้ย แล้วทำไมเราจะไม่ชิม เป็นพวกเล่นจริง เจ็บจริง”

“ก่อนหน้าที่จะบวช เรานั่งสมาธิเองก่อน อ่านหนังสือวิปัสสนา อ่านพุทธทาส หลวงพ่อจรัญ เริ่มเป็นสเต็ปๆ ปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน ทำสมาธิหมุน มโนมยิทธิ ลองทุกอย่าง จนปฏิบัติไม่ไหวแล้ว ข้างในตัวต้านว่า เฮ้ย พอเหอะ รู้สึกเหมือนจิตกับกายแยกกัน เป็นภาวะที่ต้องไปอยู่วัดแล้ว อยู่โลกนี้ไม่ได้แล้ว ก็เลยอธิษฐานจิต ขอให้เจอครูบาอาจารย์ที่แท้จริง จนมาเจอที่วัดร่มโพธิธรรม จังหวัดเลย ทำให้อยากบวช ก็บวช”

พอได้เข้ามาปฏิบัติธรรม เธอก็เริ่มเรียนรู้ชีวิตการช่วยเหลือคนอื่น นอกจากทำเพื่อตัวเอง ได้รู้จักผู้คนที่มาช่วยทำงานที่วัด ได้ลองหุงข้าว 50 กิโลฯ กวาดลานวัด ปลูกข้าว ดำนาช่วยชาวบ้าน ฯลฯ แล้วยังได้ฟังสัจธรรมจากหลวงพ่ออีกด้วย

รูปภาพ

เธอเล่าย้อนไปว่ารอบแรกที่ขอลาบวชยังเป็นแค่ฆราวาสปฏิบัติธรรมเท่านั้น แต่เพียงปีถัดมา เธอลางานหนึ่งเดือนเต็ม โกนผม

“เราไม่เสียดายผมเลยนะ มันเป็นการวัดใจด้วย ผู้หญิงจะยึดติดที่ความสวยงาม แต่เราคิดว่า เดี๋ยวผมก็ขึ้นใหม่ได้ เหมือนการสละ อย่างน้อยก็ได้ออกจากตัวเอง”

“พอบวชเสร็จ เรามองโลกเปลี่ยนไปเลย วางความยึดมั่นถือมั่นทุกอย่าง จริงๆ เราเป็นคนมีสัญชาตญาณไว เล่าแล้วไม่มีใครเข้าใจ เคยมีเหตุการณ์ที่ควบคุมร่างกายไม่ได้ เหมือนร่างกายมันช็อค ไม่สามารถคอนโทรล เย็นซ่านทั้งตัว อยู่บนเครื่องบินด้วยนะ รู้ตัวแต่ขยับไม่ได้ ตอนนั้นบอกตัวเองว่า อย่าเพิ่งไป ยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ยังไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เป็นอยู่ประมาณ 2-3 นาที เป็นช่วงที่สื่อสารกับตัวเองไม่ได้ มีหลายเหตุการณ์ที่บอกเราตั้งแต่เด็กว่ามีอะไรแปลกๆ” เธอเงียบไปพักนึงแล้วพูดต่อ

“เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง ว่าทำไมเราถึงต้องทำทุกอย่าง บางคนถามเราว่า บ้าป่ะเนี่ย ทำอะไรเยอะแยะ สอนพิลาทิส สอนฟิตเนส แล้วทำขนมด้วยนะ ล่าสุดเป็น Image Consultant เรียน Public Speaking ด้วย คือเราผ่านช่วงเวลาเฉียดตายมา พอบวชเสร็จอาจจะไม่ได้คำตอบชัดแจ้ง แต่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย ตอนนี้เราแฮปปี้กับชีวิตมาก เหมือนรู้วิธีการแบกมาแล้ว เราก็เลยปล่อย ทำตัวโปร่งใสให้ทุกอย่างผ่านไป พูดเลยว่า กิจกรรมเยอะแยะในสองปีที่ผ่านมา ไม่เคยอยู่ในหัวเรามาก่อนเลยนะ”

...............................

ฝันที่ไม่ได้ฝัน

ครูสอนฟิตเนส

รูปภาพ

“เราเกลียดการออกกำลังกายมาก แต่เพราะอาชีพแอร์ต้องดูแลหุ่น แล้วเราอวบเกิน เลยต้องไปเล่นฟิตเนส พอเล่นไปเล่นมา เออ ชอบเว้ย เราก็โพสต์รูป ก็มีคนถามว่า เอาจริงเปล่า เราก็ถาม เอาจริงอะไร เขาก็บอกเขาเรียนเป็น Fitness Instructor เราสนใจเลยลงเรียนของ American Council Exercise ไป 90 ชั่วโมง ได้ Certificate 2 ปี แล้วต่อได้เรื่อยๆ”

หลังจากนั้นเธอก็กลายเป็นครูสอนฟิตเนส เอาจริงเอาจังกับการออกกำลังกาย นอกจากนี้เธอยังเรียนเป็นครูสอน ‘พิลาทิส’ เทคนิคการออกกำลังกายที่รวมการทำสมาธิและออกกำลังกายไว้ด้วยกัน

รูปภาพ

“ทุกคนจะคิดว่ามันเป็นโยคะ แต่จริงๆ ไม่ใช่ พิลาทิส เป็นการใช้กล้ามเนื้อหน้าท้องในการเกร็ง ทุกคนสามารถเล่นได้ นักกีฬาหลากหลายแขนง จะเล่นพิลาทิส พวกนักกอล์ฟ นักเทนนิส ไทเกอร์ วูด ก็ต้องเล่นพิลาทิส เพื่อความชำนาญ ฝึกทักษะในการใช้อวัยวะ ช่วยให้เราสามารถคอนโทรลทุกอย่างของร่างกายได้ถูกต้อง อย่างการใช้ชีวิตประจำวัน เราอาจต้องยกของ หรือเปิดปิดหน้าต่าง ทำงานบ้าน เราไม่รู้หรอกว่าเราใช้กล้ามเนื้อผิดวิธี แต่พิลาทิสทำให้เรารู้วิธีการใช้ แล้วทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุข”

รูปภาพ

นอกจากเล่นเพื่อสุขภาพ ช่วยเพิ่มทักษะในการทำงาน และเปลี่ยนทัศนคติให้มีความสุขขึ้นแล้ว ยุ้ยยังเอาจริงเอาจังถึงขั้นเช่าสตูดิโอเปิดสอนพิลาทิสอยู่ช่วงหนึ่ง สอนตัวต่อตัวบ้าง เป็นกลุ่มบ้าง เธอเล่าด้วยรอยยิ้ม แถมอวดว่า “ตอนนั้นเฟื่องฟูมากนะ”

รูปภาพ

ด้วยจังหวะชีวิตหลายอย่างไม่ลงตัว เธอเลยหยุดไป แต่ยังออกกำลังกายสม่ำเสมอ สร้างแรงบันดาลใจจากการพบผู้คนใหม่ๆ ในที่ออกกำลังกาย อย่างที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน

...............................

Image Consultant ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์

รูปภาพ

เป็นอีกสิ่งใหม่ที่ยุ้ยเพิ่งค้นพบและเรียนรู้ หลังมีโอกาสไปสัมมนากับ Image Consultant อันดับหนึ่งของเอเชีย ก็ถูกชวนไปเรียน “จริงๆ ตอนนั้น เราอยากไปเรียนทำขนม กอร์ดง เบลอ แต่ทุกอย่างไม่เป็นตามแพลน”

ศาสตร์การพัฒนาภาพลักษณ์ เป็นเรื่องน่าสนใจอย่างมาก ยุ้ยเริ่มต้นเรียนเรื่อง Color Analysis ศึกษาสีผิวคน และรู้จักการเลือกสีเสื้อผ้าตามฤดูกาล เมื่อเรียนรู้จนเข้าใจ ก็จะสามารถวิเคราะห์ได้ว่า ต้องแต่งตัวอย่างไรให้เหมาะ เลือกสีอย่างไร สะท้อนฤดูกาลแบบไหน ให้ความรู้สึกสว่างหรือมืดดำ นอกจากนี้ยังเรียนรู้เรื่อง body หุ่นแบบไหน ควรแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าทรงไหน เพิ่มอะไร หรือลดอะไร ดึงจุดแข็งของแต่ละคนออกมา เพื่อให้ภาพลักษณ์ดูดีที่สุด บทเรียนล่าสุด เธอกำลังเรียนเรื่องเนื้อผ้า ว่าผ้าแบบไหน ควรใช้โอกาสไหน รวมไปถึงเรียนเรื่องมารยาททางสังคม เมื่อเข้าใจแล้ว จะสามารถเป็น Personal Shopper ช่วยเลือกเสื้อผ้าให้คนอื่น เพื่อสร้างบุคลิกภาพที่เหมาะสม

รูปภาพ

“สนุกนะ เราชอบ แล้วมันมีประโยชน์ไง อย่างน้อย inspire คนได้ ช่วยให้มีกำลังใจว่า เฮ้ย แต่งตัวยังไงให้เหมาะกับตัวเอง อนาคตเราอยากทำสัมมนาร่วมกับเพื่อนๆ ที่เรียนด้วยกัน อยากให้ความรู้ ไปตามมหา’ลัย สอนเด็กที่เพิ่งจบการศึกษามา ให้เขารู้ก่อนไปเจอชีวิตทำงาน ไปเจอชีวิตจริง”

“เราอยากเป็น Coaching Trainer อยากเป็น Life Coach เรารู้สึกว่า มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพ แต่เขายังไม่รู้วิธีการนำมาใช้ ต้องคุยกันว่าเขาต้องการอะไรในชีวิต เราชื่อว่าเราสามารถ inspire คนได้ แล้วเราเป็นคนที่ชอบอ่าน ชอบค้นหา ชอบลอง เลยรู้สึกว่า ถ้าจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ หรือเป็นแบบอย่างให้เขาเห็นได้ ทำให้ชีวิตคนเปลี่ยน มันก็ดี”

...............................

YU&i

รูปภาพ

“ขนมเราอร่อยที่สุดในโลก นี่พูดจริงๆ นะ” เธอพูดจบแล้วหัวเราะ พร้อมอวดรูปขนมที่เธอทำ ทุกรูปหน้าตาน่ากินจนแทบสั่งซื้อเดี๋ยวนั้น แต่เสียดายที่ขนมนี้ไม่ได้หาทานกันง่ายๆ

“เราคิดว่ามันเป็นงานอาร์ต ถ้าเครียดเราจะไม่ทำ ขนมต้องทำจากความสุข เพื่อนรอกินเป็นเดือน ไม่ได้หยิ่ง แต่เขารู้ว่าเราทำหลายกิจกรรม ถ้าจะกินต้องรอ ต้องมาเอาที่บ้าน ไม่ส่งให้ ต้องทำความตกลงกันอ่ะ แต่ลูกค้ารอ น่ารักมาก”

รูปภาพ

ที่พูดมาไม่ใช่เรื่องเกินเลย เพราะเมนูอย่างคาราเมลคอนเฟล็ก บราวนี่สอดไส้คาราเมล เค้กส้ม เค้กชาไทย ทาร์ต ชีสเค้ก ฯลฯ และอีกหลายเมนู ทั้งหมดนี้เธอทำคนเดียวอย่างใส่ใจ ละมุนละเมียด

เริ่มต้นจากศูนย์ ไร้เบสิค แต่อาศัยไปเรียนกับเพื่อนสจ๊วตที่จบกอร์ดง เบลอมา เรียนสองครั้ง ลงทุนซื้อเตาอบ จากหนึ่งไปสอง จนตอนนี้เธอมีครัวเต็มยศ ทำขนมทุกอย่างได้ตามใจชอบ ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน เธอถอนทุนคืนได้ทั้งหมด แม้ทั้งหมดนั้นเธอบอกว่าทำเป็นงานอดิเรกก็ตาม จนตอนนี้เธอมีเพจตามชื่อแบรนด์ แต่ยังยอมรับว่า เป็นขนมที่ต้องมีวาระในการกิน ในอนาคตเธออยากเปิดร้านเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อขายขนมที่อร่อยที่สุดในโลก

...............................

Sharing

จากชีวิตที่ดำเนินมาตามครรลอง เจอเหตุการณ์กระทบใจจนอยากลาออกมาบวช แต่ ณ ตอนนี้ เธอเป็นแอร์ที่มีความสุขกับชีวิต หยิบจับทุกอย่างที่สนใจ แต่ไม่ทิ้งอาชีพในฝันวัยเยาว์ เธอบอกเราว่าในวันที่ชีวิตพอแล้ว อิ่มตัวแล้ว เธอก็เลือกอยากแบ่งปันให้คนอื่นบ้าง

“พูดตรงๆ เลยนะ ไม่ได้สร้างภาพหรืออะไร เราผ่านอะไรกับตัวเองมาเยอะ จนวันนี้เราต้องให้คนอื่น เราเห็นแก่ตัวมาเยอะ คราวนี้เป็นการให้ต่อไป ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่ การที่เราพูดคุย หรือ sharing อะไรก็ตาม ถ้ามีประโยชน์กับใคร ช่วยใครได้ ก็จะทำ”

ในส่วนชีวิตการเป็นแอร์โฮสเตส เธอผ่านเรื่องเฉียดตายมาก็หลายครั้ง หลายช่วงที่เธอเล่าเหตุการณ์ตื่นเต้นหวาดเสียว ทั้งกลิ่นไหม้จากปีกเครื่องจนต้องเอาเครื่องลงฉุกเฉิน และอีกหลายเหตุการณ์ แต่เธอผ่านมาได้ด้วยความสุขในการทำงาน เมื่อถูกถามว่า คิดจะเป็นแอร์ฯ ไปอีกนานแค่ไหน เธอนิ่งคิด แล้วค่อยตอบ

“ก็ยังสนุกกับการเป็นแอร์ฯ อยู่ มีความสุขกับการบิน การได้เจอเพื่อนร่วมงาน เจอผู้โดยสาร ไปต่างประเทศ ยังแฮปปี้อยู่ไง ซึ่งเมื่อไหร่เมื่อนั้น ไม่อยากไปแพลนอะไรกับชีวิตมาก ถ้าเรามีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ก็โอเค การเป็นแอร์ฯ ก็เป็นอาชีพที่ดี ต้องขอบคุณบริษัทด้วยนะ ที่ให้อะไรเราเยอะมาก การที่เรามาทำกิจกรรมตรงนี้ได้ เพราะการเป็นแอร์ฯ ทำให้ต่อยอด ทำอะไรได้หลากหลายเยอะแยะ ทำให้เจอคนหลายประเภท ทุกอย่างคือประสบการณ์และบทเรียนที่ดีมากนะ”

...............................

จากเด็กที่มีความฝันคนหนึ่ง ผ่านงานแอร์โฮสเตสมา 15 ปี ถือว่านานพอที่จะเข้าใจอาชีพนี้อย่างถ่องแท้ และเธอพูดถึงได้อย่างน่าสนใจ

“การเข้ามาทำงานการบินไทย เป็นอะไรที่ภูมิใจมาก เพราะเป็นสายการบินแห่งชาติ เข้าไปแล้วได้เรียนรู้งาน ไม่ใช่แค่งานเสิร์ฟ งานบริการ แต่มันเป็นงานรักษาความสงบ อำนวยความสะดวก รักษาชีวิตผู้โดยสาร เป็นหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ เราต้องรับผิดชอบ แล้วการเป็นแอร์ฯ ต้องอัพเดทตัวเองทุกปี ต้องไปเรียนหนังสือ เรียน emergency เรียนการกระโดด สไลด์ยังไง ช่วยผู้โดยสาร อยู่ในน้ำยังไง ถ้าเครื่องตกทำยังไง ต้องอัพเดททุกปีนะ แล้วต้องตรวจร่างกาย physical check up ว่าเราพร้อมไปบินมั้ย เช็คสายตา เช็คหู เช็คฟันทุกอย่าง ทำให้เราพัฒนาตัวเองทุกปีๆ อยู่นิ่งไม่ได้ อีกอย่างเรามีเวลาเยอะ ถ้าจัดสรรเวลาเป็น ได้ทำอะไรหลายอย่าง”

“ทุกอย่างมีช่วงเวลาเหมาะเจาะกับการเจริญเติบโตของเรา ในการที่จะรู้ว่าอะไรใช่ ไม่ใช่ ถ้าเราชัดเจนกับตัวเอง ทุกอย่างก็จะชัดเจนกับเรา เราแสวงหามาตลอดชีวิต ล้มลุกคลุกคลานมาหลายอย่าง แต่พอชัดเจน ชีวิตก็ง่ายขึ้น”

บทสนทนาจบลงพร้อมกับขนมและน้ำชา เมื่อเราบอกเธอว่า “คุณเป็นคนมีพลังงานเหลือเฟือมากๆ”
เธอยิ้มแล้วบอกว่า “เฮ้ย ยังมีเรื่องอีกเยอะ เราเขียนขายเป็นเล่มกันเลยดีมั้ย”

...............................

รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ
รูปภาพ

แอร์มากเรื่อง คุยหลากมุมกับสาวการบินไทย ยุ้ย วนัฐดา สรรคชา
บทสัมภาษณ์โดย ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย
ภาพโดย View Flyer Studio https://www.facebook.com/viewflyerstudio/


...............................

เว็บไซต์ thaicabincrew.com ขอขอบคุณ Fitness Innovations (Thailand) เอื้อเฟื้อสถานที่ในการถ่ายทำ
www.fitthai.com 884-886 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. 10330
โทร: 02-650-9242 email: info@fitthai.com
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2162
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ย้อนกลับไปยัง บทสัมภาษณ์ลูกเรือสายการบินต่างๆ และรายงานพิเศษกิจกรรมของลูกเรือ

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 1 คน