สัมภาษณ์พิเศษ 3 แอร์โฮสเตส สายการบิน Spring Airlines

ภารโรง: myoldeditor

สัมภาษณ์พิเศษ 3 แอร์โฮสเตส สายการบิน Spring Airlines

โพสต์โดย myoldeditor » วันเสาร์ มี.ค. 12, 2016 1:43 pm

รูปภาพ

สัมภาษณ์พิเศษ 3 แอร์โฮสเตส สายการบิน Spring Airlines
เรื่องและภาพโดย เก่ง ฝน เหมียว
เรียบเรียงโดย myoldeditor


………………………

สายการบิน Spring Airlines ปิดรับสมัครแล้ว น้องๆ ที่สมัครคงกำลังรอเรียกไปสัมภาษณ์อย่างใจจดใจจ่อ ระหว่างนี้เรามาทำความรู้จักพี่ๆ ลูกเรือคนไทยรุ่นแรกกันก่อนดีกว่า เธอทั้งสามคน เก่ง ฝนและเหมียวมีข้อมูลดีๆ มีประโยชน์มาฝากเยอะแยะมากมาย

มารู้จักกันก่อน

รูปภาพ

เก่ง ชนิตา ชฏิลาลัยค่ะ จบการศึกษาจากโรงเรียนเรยีนาเชลี และโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย เชียงใหม่ และจบปริญญาตรีจากวิทยาลัยศิลปะสื่อ เทคโนโลยีและสารสนเทศ สาขาการจัดการสมัยใหม่ค่ะ

รูปภาพ

ฝนค่ะ ทิพวิศาข์ ตั้งเกษมสุข จบจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สาขาเทคโนโลยีการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ค่ะ

รูปภาพ

………………………

ทั้งสามคนเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินสปริง แอร์ไลน์ หรือที่คนจีนรู้จักกันในชื่อ ชุนชิว หางคง กงสื่อ (Chun Qiu ย่อมาจาก ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ), (Hang Kong ย่อมาจาก Airlines) และ (Gong Si ย่อมาจาก Company ) ใครสมัครรอบนี้น่าจำเอาไว้ใช้ตอนสัมภาษณ์นะครับ

………………………

เคยทำงานที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า

รูปภาพ

เก่งยังไม่เคยเลยค่ะ ตอนแรกตั้งใจจะเรียนต่อแต่คิดไม่ออกว่าจะเรียนอะไร เลยตัดสินใจเรียนภาษาจีน เพราะคิดว่าภาษาจีนน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการงานและธุรกิจของที่บ้านค่ะ

รูปภาพ

เรียนจบมา ฝนก็พบว่าที่เรียนมาไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบเลย ก็เลยมานั่งทบทวนว่าอะไรคือสิ่งที่เราชอบและอยากจะทำ ซึ่งคำตอบก็คืออาชีพลูกเรือ เพราะส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบงานบริการค่ะ ชอบดูแลคนอื่น 555 ก็เลยสมัครสายการบินโน้นสายการนี้ไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็ทำงานเป็น Brand Advisor ของ BVLGARI ใน ร้าน duty free ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งทำให้เราได้ฝึกภาษาไปด้วยค่ะ

รูปภาพ

เหมียวเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ คนนึง ที่ทำหลายตำแหน่งมาก แล้วก็รู้สึกว่าเราไม่ได้ชอบงานประเภทนี้

………………………

มีอะไรคือแรงบันดาลใจให้มาเป็นลูกเรือ

เก่งว่าอาชีพแอร์โฮสเตส คืออาชีพในฝันของสาวๆ เกือบทุกคน เก่งเองก็เป็นคนหนึ่งค่ะ เพราะนิสัยส่วนตัวเก่งเป็นคนร่าเริง เข้ากับคนง่าย ชอบพูดคุยกับผู้คน เพื่อนๆ มักเรียกว่า แม่นางงามมิตรภาพ 55 งานนี้จึงน่าจะเหมาะกับเก่งที่สุด และเพื่อนสนิทของคุณแม่ก็เป็นลูกเรือ คืออาหนูและอามี่ ตั้งแต่เก่งเด็กๆ อาหนูกับอามี่สอนเก่งหลายๆ อย่าง เก่งเคยเจอคุณอาบนเครื่องด้วยค่ะ การพูดคุยกับผู้โดยสารและการบริการของคุณอาทำให้เก่งเห็นแล้วบอกกับตัวเองว่าถ้าฉันโตขึ้น งานนี้แหละจะเป็นงานแรกที่ฉันจะทำ

รูปภาพ

แต่พอเข้ามหาวิทยาลัย เก่งเลือกเรียนสายคอมพิวเตอร์ เก่งเลยเลิกล้มความตั้งใจไป กระทั่งได้มาเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาและพัฒนาความรู้เกียรติปรีชา หรือ ALC ตอนแรกตั้งใจจะเรียน TOEIC เพื่อใช้ในการสมัครงาน แต่ครูน้อยแนะนำให้เก่งเรียนคอร์สแอร์ด้วย นี่ล่ะค่ะจุดเริ่มต้นเลย

ตั้งแต่เล็กๆ ฝนมีโอกาสเดินทาง ก็เห็นพี่ๆ แอร์สวยๆ ใจดี เราก็อยากเป็นบ้าง แต่พอเริ่มโต ความฝันก็เริ่มเปลี่ยน อยากเป็นนู่นนี่นั่นเต็มไปหมด แต่สุดท้ายแล้วด้วยความที่เราชอบงานบริการ และรู้สึกว่าความฝันที่เราเคยฝันไว้มันไม่ใช่ตัวเราเลย คำว่าแอร์โฮสเตสก็กลับมาในหัวเราอีกครั้ง จากนั้นปฏิบัติการณ์ล่าความฝันก็เริ่มขึ้นค่ะ

รูปภาพ

เริ่มแรกก็ลองสมัครเองก่อน ก็พลาดมาหลายที่จนเริ่มท้อและเลิกสมัคร 555 หยุดไปหลายปีเลย รู้สึกว่ายากจัง ทำไมไม่ผ่านซักที จนมีเพื่อนคนนึงได้เป็นแอร์สายการบินเกาหลี เค้าก็ให้กำลังใจบอกว่าฝนสู้สิ ฝนเลยตัดสินใจไปปรึกษาครูพี่มน ครั้งแรกที่ไปครูพี่มนก็จับพรีสกรีนเลย จำลองสถานการณ์การสัมภาษณ์ขึ้นมา พอจบครูพี่มนก็คอมเมนต์แหลก ซึ่งเราก็แบบ เออจริงด้วย ไม่คิดมาก่อนเลยนะเนี่ยว่าเราเป็นแบบนี้ 555 เลยตัดสินใจเรียนกับครูพี่มน ซึ่งก็ไม่ผิดหวังค่ะ ครูพี่มนดูแลเอาใจใส่ดีมากกกกกกกก คอยคอมเมนต์ทุกจุด ทุกรายละเอียด เวลาเรียนก็จี้เป็นรายคนจนกว่าเราจะผ่าน จนกว่าจะคล่อง จนกว่าจะเป๊ะ แล้วก็คอยตามจี้เราตลอดเวลาที่มีสายการบินต่างๆ เปิด 555

รูปภาพ

เหมียวคิดว่าหลายคนคงต้องตอบว่า "เป็นความฝันตั้งแต่เด็ก" เหมียวก็เช่นกันค่ะ 55 อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันอยากจะเป็น เวลาเห็นคนอื่นใส่ชุดฟอร์มแล้วมันดูดี ก็อยากใส่บ้าง และคิดว่าวันหนึ่งฉันจะต้องได้ใส่ เดินลากกระเป๋า สวยๆ เริดๆ เชิดๆ บ้าง และอีกแรงบันดาลใจนึงที่สำคัญ คือคำพูดของคุณพ่อที่ว่า "เป็นแอร์ให้พ่อดูหน่อย" เพราะว่าเคยล้มเลิกความตั้งใจไปแล้วครั้งนึงค่ะ

………………………

ทำไมถึงเลือกเป็นลูกเรือของสายการบินนี้

รูปภาพ

หลักๆ เลยคืออยากได้ภาษาจีน เพราะเก่งเห็นว่าภาษาจีนกำลังบูมมากๆ และที่สำคัญ สปริงแอร์ไลน์พึ่งเปิดรับลูกเรือไทยเป็นรุ่นแรก ดังนั้น ถือเป็นสิ่งท้าทายมากๆ ในการทำงานกับคนจีน คิดว่าถ้าเก่งผ่านการทำงานตรงนี้ไปได้ เก่งจะแกร่งและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแน่นอน

ฝนคิดว่าตอนนี้จีนกำลังมาแรง เป็นโอกาสอันดีที่เราจะเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมของเค้า ซึ่งมันก็จะส่งผลดีต่อเราในอนาคต และ spring airline ก็เป็นสายการินที่มั่นคง เจริญเติบโตเร็วมาก และเป็นสายการบิน low cost สายแรกและสายเดียวของจีน รวมทั้งเราได้มาเป็นลูกเรือไทยรุ่นแรก ทำให้มีโอกาสจะเติบโตก้าวหน้าในสายการบินนี้ได้มากค่ะ

รูปภาพ

เหมียวมีพื้นฐานภาษาจีน เลยคิดว่าลองสมัครดูไม่น่าจะเสียหายอะไร สายการบินนี้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่ในประเทศไทย เลยลองศึกษาข้อมูลของสายการบินดู ก็พบว่าสายการบินดูมีความมั่นคง เติบโตเร็วมาก และมีชื่อเสียงมากๆ ในจีน

………………………

มีขั้นตอนในการคัดเลือกยังไงบ้าง

รูปภาพ

รอบแรก ส่งเอกสารและหลักฐานการสมัครออนไลน์ค่ะ บริษัทคัดเลือกจาก RESUME ที่ส่งไปทางอีเมล์จาก 1000 กว่าคน เหลือ 500 กว่าคนค่ะ

รอบที่สอง รอบสัมภาษณ์กับกรรมการ

กรรมการจะเรียกเข้าไปเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 7-8 คน จากนั้นให้แนะนำตัวเอง ใครที่พูดภาษาจีนได้ให้พูดภาษาจีน ใครพูดไม่ได้ให้พูดภาษาอังกฤษค่ะ จากนั้นกรรมการจะถามคำถามคนละ 1-2 คำถาม พอถามเสร็จ กรรมการจะให้เรานั่งยองๆ ยื่นมือไปด้านหน้า หันหลัง ขั้นตอนสุดท้ายคือ เดินวนในห้องสัมภาษณ์ 2 รอบ พอเสร็จจากการสัมภาษณ์ก็ออกมารอห้องข้างๆ เจ้าหน้าที่ก็จะมาแจ้งว่าใครจะได้ไปต่อบ้าง

รอบที่สาม รอบนี้สัมภาษณ์หลายอย่างค่ะ

สัมภาษณ์กลุ่ม : กรรมการเรียกเข้าไป 7-8 คนเหมือนเดิม จากนั้นถามเรื่องน้ำหนัก ส่วนสูง อายุ และคะแนนโทอิก พอถามเสร็จก็ให้แบ่งเป็นกลุ่มๆ ละ 5 คน

สัมภาษณ์ 5 คน : รอบนี้ตลกมากค่ะ อยู่ๆ กรรมการก็บอกให้แสดงความสามารถพิเศษอะไรก็ได้ที่ทำให้เราสนใจในตัวคุณ!! ทุกคนงงมากเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน 55 กรรมการก็ถามว่าใครจะเป็นคนแรกคะ? เก่งเลยถามกรรมการว่า ขอโทษนะคะ ร้องเพลงจีนได้มั๊ยคะ? กรรมการให้ร้องค่ะ เก่งเลยร้องเป็นคนแรก แต่ละคนก็แสดงแตกต่างกันไป รำไทย ฟ้อน เต้น ฯลฯ

รูปภาพ

ฝนรำไทยค่ะ ตอนนั้นคิดกับเพื่อนๆ ว่าเรามาแสดงความสามารถพิเศษพร้อมกันเลยมั๊ย น่าจะแปลกดี และจะได้แสดงให้กรรมการเห็นถึงความสามัคคีของเราด้วย ซึ่งเพื่อนๆ ก็ตกลง พวกเราก็รำวงลอยกระทงเลยค่ะ กรรมการก็ชอบนะ ถึงกับถ่ายวีดีโอไว้เลย ผลออกมาปรากฏว่าผ่านยกกลุ่ม 555

สัมภาษณ์เดี่ยว:

เก่ง : กรรมการถามคำถามทั่วไปค่ะ ครอบครัว การศึกษา คำถามเกี่ยวกับความรู้เรื่องสปริงแอร์ไลน์ ที่บ้านอนุญาตหรือเปล่าถ้าต้องไปอยู่เซี่ยงไฮ้

ฝน : คำถามทั่วไปเช่นกันค่ะ เช่น ตอนนี้อยู่กับที่บ้านมั๊ย? มีแฟนมั๊ย? พูดภาษาจีนได้หรือเปล่า ไหนลองพูดซิ? ไปอยู่เซียงไฮ้ได้หรือเปล่า?

รูปภาพ

จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้ไปเปลี่ยนเป็นชุดไปรเวท และล้างเครื่องสำอางออกให้หมด!!!! (ห๋ะ!!!! 55 ) แล้วให้กลับมาอีกครั้งตอนบ่าย 3 เก่งกับฝนโชคดีที่สัมภาษณ์ตอนเช้า เลยมีเวลากลับไปอาบน้ำล้างหน้า แต่ถ้าใครสัมภาษณ์รอบบ่าย ก็ต้องหาที่ลบเครื่องสำอางกันแถวนั้นล่ะค่ะ

รอบสุดท้าย

รอบนี้กรรมการเข้ามาดูหน้าตาใกล้ๆ ค่ะ แล้วก็เรียกให้มายืนเรียงกันเป็นกลุ่มๆ มีการถ่ายรูปกันรอบสุดท้าย จากนั้นเจ้าหน้าที่จะให้กลับไปรอฟังผลเพื่อไปตรวจร่างกายขั้นต่อไป

รอบตรวจร่างกาย มีผู้ร่วมชะตากรรมทั้งหมด 8 คน เราต้องเดินทางมาตรวจร่างกายกันเซี่ยงไฮ้เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน ซึ่งสายการบินเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ช่วงนี้เป็นช่วงที่พวกเราสนุกกันมากๆ หลังจากตรวจร่างกายเสร็จก็กลับมารอฟังผลที่เมืองไทยค่ะ

ทุกคนผ่านหมดค่ะ แต่เมื่อถึงเวลาจะไปเทรนจริงๆ มีพี่ 2 คนปฏิเสธเนื่องจากเหตุผลบางประการ สุดท้ายเลยเหลือลูกเรือไทยรุ่นแรกเพียงแค่ 6 คน

………………………

รูปภาพ

ตอนเทรนเป็นยังไงบ้าง

สายการบินสปริงแอร์เป็นสายการบินเปิดใหม่ ดังนั้น สถานที่เทรนจึงยังไม่ค่อยพร้อม พวกเราใช้เวลาเทรนรวมแล้วประมาณ 5 เดือน โดยเดือนแรกเป็นการเทรนที่บริษัท โดยเริ่มตั้งแต่ 9:00-17:00 อาทิตย์แรกพวกเราเรียนศิลปะป้องกันตัวค่ะ จากนั้นเป็นความรู้ทั่วๆ ไปเกี่ยวกับบริษัท พื้นฐานการเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ความปลอดภัยบนเครื่อง เรียนบัลเล่ต์เพื่อฝึกบุคลิกภาพ ที่สำคัญมีการสอนภาษาจีนที่ต้องใช้สื่อสารกับผู้โดยสารบนเครื่องด้วย การเทรนมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน อาจมีปัญหาเรื่องภาษาอยู่บ้าง แต่มีล่ามให้พวกเราค่ะ การเทรนเดือนแรกมีการสอบ 2 ครั้ง ต้องได้คะแนนมากกว่า 80/100 ขึ้นไปถึงจะผ่าน! พวกเรากังวลกันมาก แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี

รูปภาพ

ฝึกที่ซื่อชวน

รูปภาพ

จากนั้นพวกเราก็ย้ายไปฝึกที่เมืองซื่อชวน ของสายการบินซื่อชวน แอร์ไลน์ โดยใช้เวลาอยู่ที่นั่น 1 เดือน เป็นการเทรนเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล การอพยพผู้โดยสาร ทดสอบว่ายน้ำ ดับไฟ เปิดประตูฉุกเฉิน การใช้สไลด์และแพยาง ตอนอยู่ซื่อชวนพวกเราทั้ง 6 คนสนุกมากๆ เพราะไม่ใช่แค่พวกเรา 6 คนเท่านั้น แต่ยังมีเพื่อนคนจีนจากหลายสายการบินของจีนไปร่วมเทรนด้วย การเทรนที่นี่ใช้ภาษาจีนล้วนๆ ค่ะ 55 เพราะซื่อชวนแอร์ไลน์ไม่เคยมีลูกเรือต่างชาติ พวกเราจึงต้องไปเรียนรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ คนจีน ถามว่าเรียนรู้เรื่องมั๊ย เก่งกับฝนตอบเลยค่ะว่ายากมาก…. แต่ทางบริษัทก็มีล่ามให้พวกเราเช่นเคย เป็นสจ๊วตคนจีนคอยแปลเป็นภาษาอังกฤษให้พวกเรา ที่ซื่อชวนก็มีสอบปฏิบัติที่เรียนข้างต้นและสอบข้อเขียนด้วยเหมือนกันค่ะ

รูปภาพ

หลังจากกลับจากซื่อชวน พวกเราก็กลับมาเรียนที่บริษัทอีกครั้ง คราวนี้เรียนเกี่ยวกับการบริการบนเครื่อง มารยาทในการทำงาน การพูดคุยกับผู้โดยสาร เรียนเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์อพยพผู้โดยสาร เรื่อง EMERGENCY RECRUIPTMEMT เรียนการป้องกัน Hijack เรียนรู้หน้าที่และตำแหน่งของตนเองบนเครื่อง เรียนภาษาจีน สอบภาษาจีนในการพูดกับผู้โดยสารและพูดภาษาจีนในการอธิบายให้ผู้โดยสารที่นั่งประจำประตูฉุกเฉิน เรียนการ PA เป็นภาษาอังกฤษและภาษาจีน เรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม และสอบภาษาอังกฤษค่ะ

เทรนภาคปฏิบัติบนเครื่อง

รูปภาพ

เมื่อจบจากการเทรนภาคพื้น พวกเราก็เริ่มเทรนภาคปฏิบัติบนเครื่อง (OJT) แต่ละคนจะมีคุณครูเป็นของตัวเอง โดยคุณครูจะสอนทุกอย่างที่อยู่บนเครื่องตั้งแต่ในห้องกัปตันจนถึงอุปกรณ์ต่างๆ การทำงานบนเครื่อง พนักงานแต่ละคนจะมี NUMBER เป็นของตัวเอง NO.1 PURSER NO.2 ดูแลกัปตัน อาหารของกัปตันและลูกเรือบนเครื่อง No3. ดูแลผู้โดยสารที่ประตูฉุกเฉิน ทำความสะอาดห้องน้ำ ขายอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง No.4 นับสินค้าที่ขายและทำอาหารให้ผู้โดยสาร ส่วนพวกเราคนไทยและคนญี่ปุ่นจะเป็น No.5 คอยช่วยเหลือทุกๆ นัมเบอร์ค่ะ ทำให้ตอนเรียนฝึกปฏิบัติบนเครื่อง พวกเราต้องทำได้ทุกหน้าที่ ค่อนข้างยากค่ะในเรื่องของภาษาและชื่ออุปกรณ์ที่เป็นภาษาจีน ครูของแต่ละคนก็พูดภาษาอังกฤษบ้างภาษาจีนบ้าง ก็สนุกไปอีกแบบท้าทายดี เหมือนได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมหลายๆ อย่างค่ะ

………………………

ตอนขึ้นไปทำงานบนเครื่องล่ะ เพื่อนๆ ลูกเรือเป็นยังไง

เก่ง : อบอุ่นค่ะ เก่งโชคดีที่ได้ครูเก่งค่ะ ท่านเป็นคนที่ค่อนข้างละเอียดและโหดที่สุดของบริษัทในเรื่องของการสอน แต่กับเก่ง ท่านจะค่อยๆ สอนค่ะ ท่านจะดูแลเก่งทุกอย่าง ความรู้สึกเหมือนเป็นลูกท่านเลย ส่วนเพื่อนร่วมงานคนจีนน่ารักค่ะ ดูแลเก่งอย่างดี คอยช่วยเหลือทุกอย่าง พยายามที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษบ้างจีนบ้าง การทำงานบนเครื่องเขาไม่ค่อยให้พวกเราทำ เขาจะบอกว่าหนี่อ่ะไม่ได้ต้องทำอยู่ด้านหลังๆ เดี๋ยวพวกฉันทำเอง 55 การทำงานของเก่งคือเริ่มจากกล่าวต้อนรับผู้โดยสาร เก็บสัมภาระ สาธิตการใช้อุปกรณ์ฉุกเฉิน เซอร์วิสต่างๆ ในกรณีที่ผู้โดยสารพูดภาษาอังกฤษได้ก็ไม่มีปัญหาค่ะ แต่ถ้าไม่รู้เรื่อง เก่งก็จะไปเรียกลูกเรือจีนมาพูดแทน ผู้โดยสารก็จะขำค่ะ ไม่ได้ว่าอะไร แถมยังแปลกใจที่เห็นคนไทยทำงานบนเครื่อง แต่ตอนนี้เราก็เริ่มคุ้น ก็เริ่มที่จะเซอร์วิสเองได้แล้วค่ะ

ฝน : อบอุ่นเป็นกันเองค่ะ เพื่อนๆ ลูกเรือจีนทุกคนน่ารักมากกกกก คือต้องออกตัวก่อนว่าฝนยังไม่คล่องภาษาจีน จะได้แค่ประโยคสนทนาสั้นๆ แต่ถ้าจะให้มานั่งเมาท์มอยนี่ก็เริ่มฟังไม่ค่อยรู้เรื่องละ 55 แต่เพื่อนๆ คนจีนก็น่ารักค่ะ พยายามจะคุยกับเรา บางทีฟังไม่รู้เรื่องก็อาศัยภาษามือ หรือถึงกับวาดรูปกันเลยทีเดียว 55 แล้วเค้าก็จะสอนภาษาจีนให้ว่าอันนี้เรียกว่าอย่างงี้ๆ นะ ส่วนเราก็สอนภาษาอังกฤษให้เค้า บางทีก็มีภาษาไทยด้วย เหมือนแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันไปด้วยในตัว ส่วนเรื่องการทำงานก็จะช่วยๆ กันทำ แม้ว่าทุกคนจะมีหน้าที่ของตัวเองชัดเจนอยู่แล้ว ยิ่งเพื่อนสจ๊วตนี่แทบไม่อยากให้เราทำอะไร เค้าจะชอบบอกว่าเค้าเป็นผู้ชาย เดี๋ยวเค้าทำเอง เธอน่ะพักผ่อนเถอะ หิวข้าวรึยัง ทานข้าวมั๊ย ดูแลเราเป็นไข่ในหินเลย 5555

รูปภาพ

ช่วงฝึกปฏิบัติบนเครื่องก็ขลุกขลักบ้างเล็กน้อย เพราะอาจารย์ที่สอนฝนไม่เคยสอนลูกเรือต่างชาติมาก่อน และฝนเองก็ไม่เก่งภาษาจีน แต่อาจารย์ท่านก็มีความพยายาม และมีความอดทนในการสอน ท่านสอนฝนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด คือเรารู้เลยว่าก่อนที่จะมาสอน ท่านต้องเตรียมตัวหนักมาก อาจารย์ดูแลเราดีมากๆ ค่ะ ไม่เฉพาะแค่สอน แต่ท่านยังให้คำปรึกษาในทุกๆ เรื่อง คอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเหมือนท่านเป็นญาติผู้ใหญ่คนนึงของเรา ยิ่งไฟล์ทสุดท้ายที่ได้เรียนกับท่าน ท่านก็อวยพรให้เรามีความสุขกับการทำงาน เป็นลูกเรือที่ดี แล้วก็ยังย้ำด้วยว่าถ้ามีปัญหาอะไรก็ปรึกษาท่านได้เสมอ ไม่เฉพาะแค่เรื่องงาน เรานี่ซึ้งจนน้ำตาคลอเลยทีเดียว 555

รูปภาพ

เหมียว : บรรยากาศการทำงานดีนะคะ ไม่กดดันอะไร แต่เราก็ต้องยอมรับและค่อยๆ ปรับตัว ด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรมหรืออะไรหลายๆ อย่างๆ มาแรกๆ ก็จะมีหลายสิ่งอย่างมากค่ะ ที่เราไม่เข้าใจผู้โดยสารคนจีน แต่พอเราปรับตัวได้ทุกอย่างก็โอเค สำหรับเพื่อนลูกเรือ ด้วยประสบการณ์ส่วนตัว ถือว่าดีเลยทีเดียว ทำงานแบบสบายใจ happy flight ค่ะ ^^

………………………

การใช้ชีวิตอยู่ที่เซี่ยงไฮ้เป็นยังไงบ้าง

ที่พัก

บริษัทจัดหาที่พักให้ค่ะ พวกเราอยู่กันที่ SHUICHENG ROAD เป็นอพารท์เมนต์ 6 ชั้น โดยอยู่ 1 คนต่อ 1 ห้อง ภายในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ตู้เสื้อผ้า เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ห้องครัวเล็กๆ มีซิงค์ล้างจาน เตาแก๊ส เครื่องดูดควัน มีกล้องวงจรปิด คุณลุงยามดูแล 24 ชั่วโมง ปลอดภัย พวกเราอยู่กันได้สบายๆ ค่ะ

รูปภาพ

การกินการอยู่ ค่าครองชีพที่เซี่ยงไฮ้สูงมากค่ะ ดังนั้นจะให้พวกเรากินแบบหนักหน่วงแพงๆ ทุกมื้อก็คงไม่ไหว ถ้าวันหยุดอยู่คนเดียวอาจไปซื้ออาหารง่ายๆ มาทาน หรือทำกับข้าวกินเอง

สภาพแวดล้อมแถวที่พักของพวกเราค่อนข้างดีค่ะ มีตลาด มีร้านอาหาร มินิมาร์ท ตอนกลางคืนมีตลาดให้ช้อปปิ้งด้วย และถ้าอยากเข้าเมืองก็มีรถไฟใต้ดิน ไปไหนมาไหนสะดวกมากๆ เลยไปอีกหน่อย ก็มีห้างคาร์ฟูมีของกินเยอะแยะมากมาย

แหล่งท่องเที่ยวที่ชอบมี 3 ที่ค่ะ อันดับหนึ่งต้องยกให้ ซีผู่ลู่ อันดับ 2 คือ หนานจิงตงลู่ มันคือแหล่งละลายทรัพย์ได้ดีเลยทีเดียว ใครได้มาก็พากันไปล้มละลายกันที่นั่นได้เลยค่ะ 5555 ส่วนที่สุดท้ายคือสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ "ตงฟางหมิงจู" หรือแปลเป็นไทยก็คือหอไข่มุขค่ะ

ไปทำงานกันยังไง

พวกเราเดินทางด้วยแท็กซี่เพราะสะดวกและเร็วที่สุด จากที่พักไปบริษัทถ้าเป็นกลางวันจะเสียค่าแท็กซี่ประมาณ 125 บาท แต่ถ้ากลางคืนประมาณ 150 บาทค่ะ

กิจกรรมในที่พัก หลักๆ คือถ้าใครว่างก็จะชวนกันไปทานข้าวใกล้ๆ จากนั้นก็มานั่งเมาส์มอยค่ะว่าไฟล์ทแต่ละคนเป็นไงบ้าง ดูหนังด้วยกัน ส่วนใหญ่ก็จะมาอยู่ที่ห้องพี่ฝนค่ะ เพราะพี่ฝนจะเป็นคนทำกับข้าวให้น้องๆ ทานเป็นประจำ

รูปภาพ

การใช้ชีวิตที่นี่ในช่วงแรกเป็นเรื่องยากนะ โดยเฉพาะเรื่องภาษา บางครั้งใช้ภาษามือบ้าง ชี้รูปสั่งอาหารบ้าง พวกเราจึงต้องจำคำศัพท์ให้ได้มากที่สุดเพื่อการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ตอนนี้ก็เริ่มง่ายขึ้น สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างสบายๆ แล้วค่ะ ที่เที่ยวน่าสนใจทีนี่ก็มีหลายที่นะคะ เช่น WEST NANJING ROAD,EAST NANJING ROAD,THE BUND,WAITAN,YIYUAN GARDEN,XINTIAN DI มีห้างสรรพสินค้า ร้านแบรนด์เนม ร้านอาหารที่ขึ้นชื่อค่ะ และเร็วๆ นี้ถ้าพวกเรามีเวลาว่างตรงกัน ก็แพลนจะไป HUAN LE GU ซึ่งเป็นสวนสนุกที่ใหญ่มากๆ ของเซี่ยงไฮ้ค่ะ

………………………

ได้มีเวลาพักผ่อนกันบ้างหรือเปล่า

รูปภาพ

เนื่องจากตารางบินของสปริงแอร์ไลน์ เป็นแบบ QUICK TURN ค่ะ ดังนั้นหาก CHECK IN TIME คือ 10:50 เวลาตื่นพวกเราคือ 8:30 เวลาบิน FLIGHT หลักๆ คือกรุงเทพ take off time 13:35 landing bkk 18:10 และ กลับมาเซี่ยงไฮ้ทันทีถึงประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ กว่าจะกลับถึงที่พักก็ตี 2 กิจกรรมหลังจากการบินคือหลับก่อนค่ะ 55 ถ้าอีกวันเรามีบิน ก็จะอยู่ในห้องไม่ออกไปไหนเพราะต้องพักผ่อนให้เต็มที่ ยิ่งถ้าเป็น OVERNIGHT FLIGHT ก็ยิ่งต้องพักผ่อนให้มากๆ แต่ถ้าพวกเราหยุดยาวๆ วันถัดไป ก็มักออกไปเที่ยว แต่ถ้าอยู่กันครบพร้อมหน้าพร้อมตาทั้ง 6 คน เราจะทำอาหารไทยกินกัน หรือไม่ก็ชวนกันออกไปทานข้าวข้างนอกค่ะ

………………………

คิดว่าจะอยู่ที่นี่กันยาวเลยไม๊

รูปภาพ

เก่ง : ตอนนี้เก่งอายุ 23 ปี มีสัญญากับบริษัท 3 ปี ก็อยากจะเก็บประสบการณ์จากการทำงานกับสายการบินนี้ให้มากที่สุด ที่สำคัญคือภาษา เก่งตั้งใจว่าจะต้องพูดภาษาจีนให้ได้ หากครบสัญญาแล้ว เก่งก็อาจจะทำงานสายนี้ต่อ หรือกลับไปช่วยธุรกิจที่บ้าน อันนี้ก็ต้องดูอีกทีนึง แต่ตอนนี้อยู่มาจะครบ 1 ปีแล้ว ก็รู้สึกว่าภาษาเริ่มพัฒนาขึ้น เริ่มพูดได้สื่อสารได้ อยู่ที่นี่บอกเลยว่าอบอุ่นมาก เพื่อนลูกเรือไทยทั้ง 6 คนรักกันมากๆ เราอยู่กันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน สนิทกันทุกเรื่อง สามารถปรึกษาและพูดคุยกันได้ เก่งว่า…เพื่อนร่วมงานเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อยู่ที่นี่ไม่รู้สึกว่าเหงาเลยค่ะ

ฝน : ฝนคิดว่างานนี้เป็นงานที่เราชอบที่สุดแล้วค่ะ เพราะเป็นงานที่เราใฝ่ฝันมาตลอด ยิ่งพอได้ทำก็ยิ่งชอบ ฝนคิดว่าจะทำงานด้านนี้ไปเรื่อยๆ แต่จะเป็นสายการบินเดิมหรือสายการบินอื่นยังตอบไม่ได้ค่ะ สัญญากับ Spring airlines 3 ปี ต้องรอดูก่อนว่าครบสามปีแล้วจะเป็นยังไง แต่ ณ ตอนนี้รู้สึกแฮปปี้มากๆ ยิ่งกับเพื่อนๆ ลูกเรือไทย เรารักและผูกพันกันมาก จนเป็นที่เลื่องลือในบริษัทว่าลูกเรือไทยรักกันมากกกก 555 คือไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน แต่เราเหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่เป็นน้อง จริงใจต่อกัน ไม่ว่าใครจะมีปัญหาอะไร ทุกคนคุยกันให้คำปรึกษากันได้หมด ฝนว่าตรงนี้มันสำคัญมากนะ มันทำให้เรารู้สึกว่าไม่เหงา รู้สึกอบอุ่น ทั้งๆ ที่เราจากบ้านมาไกล แถมแทบจะไม่ค่อยได้กลับบ้านด้วยซ้ำ ฝนรู้สึกโชคดีมากๆ ที่ได้พบกับทุกคนค่ะ

………………………

มีอะไรจะฝากถึงเพื่อนๆ

รูปภาพ

เก่ง : อยากบอกว่าทำงานกับสายการบินจีนไม่ได้แย่อย่างที่คิด ลูกเรือจีนน่ารัก ดูแลพวกเราเป็นอย่างดี เก่งอยากให้หลายๆ คนลองเปิดใจรับ อาจต้องใช้ความอดทนในหลายๆ เรื่อง แต่เชื่อเถอะค่ะ ว่าถ้าเราผ่านจุดที่ยากที่สุดไปได้แล้ว ชีวิตของเราก็จะง่ายขึ้น คนที่มีความฝันกับอาชีพนี้อย่าเพิ่งท้อนะคะ เก่งเชื่อค่ะว่าทุกคนทำได้ถ้าตั้งใจจริง ดังนั้น ความมั่นใจ ความเป็นตัวของตัวเองสำหรับอาชีพนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดค่ะ อ่อ... การยิ้มที่จริงใจเป็นสิ่งที่กรรมการที่นี่ชอบนะคะ

อย่าลืมศึกษาข้อมูลในอาชีพนี้ให้ดี และถามตัวเองว่าชอบงานนี้จริงมั๊ย ถ้าคำตอบคือใช่ เดินหน้าสู้ต่อ สักวันหนึ่งงานนี้ต้องเป็นของเราแน่นอน

รูปภาพ

ฝน : บางคนอาจมีอคติกับคนจีน ซึ่งฝนอยากจะบอกว่าคนจีนอาจพูดจาโผงผาง แต่จริงๆ แล้วเค้าจริงใจ และ Spring Airlines ก็เป็นสายการบินที่มั่นคง แต่ถ้าเอาไปเทียบกับสายการบินบ้านเราก็คงไม่ได้เพราะคนละแนวกัน ของเราเป็นสายการบิน low cost เน้นความสดใส ความอ่อนหวานเรียบร้อย ลูกเรือของ Spring airline จึงยังมีความเป็นตัวของตัวเอง และมีความเป็นธรรมชาติมาก สดใส ยิ้มแย้ม ยิ้มออกมาจากใจจริงๆ และที่สำคัญมีความเป็นกันเอง ไม่มีใครทำตัวสวยเริ่ดเชิดหยิ่งเลย

ใครสนใจจะมาร่วมงานกับสายการบินของเราก็ลองศึกษาหาข้อมูลดูนะคะ อยากฝากไว้ว่าคุณสมบัติสำคัญของลูกเรือคือความสุภาพอ่อนน้อม ยิ้มแย้มแจ่มใส กระตือรือร้น และมีความรับผิดชอบ รวมถึงสู้งานหนักด้วย เพราะที่นี่เราทำเองทุกอย่าง รับรองว่าถ้ามาทำที่นี่ จะได้ประสบการณ์กลับไปเพียบทีเดียว

………………………

มีอะไรจะบอกบ้าง มาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว

รูปภาพ

เก่ง : เก่งจะมาถึงจุดนี้ไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้ครูน้อยจาก ALC เชียงใหม่ที่คอยสอนเก่งในทุกๆ เรื่อง จากเด็กที่ภาษาอังกฤษอ่อนแอก็ดีขึ้น ทั้งหมดก็เพราะความเอาใจใส่และกำลังใจจากครูน้อย ขอบคุณครูน้อยที่เล็งเห็นบางอย่างในตัวเก่ง เก่งรักครูน้อยมากๆ ค่ะ ขอบคุณพี่ๆ หลายคนจาก ALC ที่แชร์ประสบการณ์ดีๆ ให้ฟัง พี่โก้ พี่แอน พี่หน่อย และอีกหลายๆ ท่าน ขอบคุณมากนะคะที่สอนหลายๆ อย่างให้กับเก่ง การสมัครแอร์ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานตามที่สายการบินแต่ละแห่งต้องการ และต้องมีความมั่นใจว่าเราทำได้ แค่นี้อาชีพนางฟ้าก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ

และที่สำคัญมากๆ คือคุณแม่และครอบครัวที่คอยให้กำลังใจและสนับสนุนมาตลอด คุณแม่สอนเก่งเสมอว่าถ้าเราตั้งใจทำอะไรสักอย่างแล้ว ความสำเร็จก็จะมาหาเราอย่างแน่นอนค่ะ

ฝน : อยากจะขอบคุณทุกๆ คนที่คอยเป็นกำลังใจให้ฝนในการตามล่าความฝันมาตลอด จนประสบความสำเร็จในที่สุด ส่วนน้องๆ ที่กำลังตามล่าความฝันอยู่ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ อย่าท้อ พยายามให้เต็มที่ มันจะต้องมีวันนึงที่เป็นวันของเรา ฝึกฝนและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เตรียมตัวเองให้พร้อมเสมอ เพราะโอกาสจะเป็นของคนที่พร้อมกว่าเสมอค่ะ

………………………


สัมภาษณ์พิเศษ 3 แอร์โฮสเตส สายการบิน Spring Airlines

หมายเหตุ ปัจจุบันเก่งและฝน ลาออกจากสายการบิน Spring Airlines หลังจากหมดสัญญา 3 ปี ส่วนเหมียวทำงานเข้าสู่ปีที่ 4
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2170
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ย้อนกลับไปยัง บทสัมภาษณ์ลูกเรือสายการบินต่างๆ และรายงานพิเศษกิจกรรมของลูกเรือ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 3 คน