Special Interview: ระยิบ แอร์สาวเซเลบ สายการบิน Emirates

ภารโรง: myoldeditor

Special Interview: ระยิบ แอร์สาวเซเลบ สายการบิน Emirates

โพสต์โดย myoldeditor » วันจันทร์ มิ.ย. 30, 2014 5:43 pm

รูปภาพ

Special Interview: ระยิบ แอร์สาวเซเลบ สายการบิน Emirates
เรื่องโดย myoldeditor
ภาพโดย ระยิบ


…………………………………

มันนาน... นานจนจำแทบไม่ได้... ว่าสายการบินเอมิเรตส์มารับสมัครแอร์โฮสเตสสาวไทยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่... แต่แล้วจู่ๆ ก็มีข่าวดี ว่าครั้งนี้รับจริง... และรับเยอะซะด้วย เว็บไซต์ thaicabincrew.com ไม่รอช้า... เราส่งนักเขียนของเราขึ้นเครื่องบินตรงไปดูไบ และได้พูดคุยกับแอร์โฮสเตสสาวสวยคนหนึ่งที่คงจะคุ้นหน้าคุ้นตา และคุ้นเคยแฟนๆ เว็บไซต์ thaicabincrew และแฟนเพจ Thaicabincrew Community กันอยู่บ้าง เพราะผมมักแอบดูดรูปสวยๆ จากหน้าเฟสของเธอมาอวดอยู่บ่อยๆ

นอกจากจะเป็นเรื่องราวของแอร์สาวเซเลบแล้ว เชื่อว่าผู้สมัครแอร์โฮสเตสสายการบินเอมิเรตส์รอบนี้ก็จะได้ข้อมูลดีๆ มีประโยชน์จากบทสัมภาษณ์นี้ด้วย เรามาทำความรู้จักกับคุณธนัณญา ศิยานนท์หรือระยิบกันเลย

…………………………………

รูปภาพ

ระยิบจบการศึกษาจากโรงเรียนบดินทร์เดชา 2 จากนั้นก็ไปคว้าประกาศนียบัตรชั้นยอดเยี่ยมด้านการจัดการโรงแรมจากโรงเรียนการโรงแรมชาลีน่า จากนั้นก็ใช้เวลาไม่ถึง 3 ปีจนได้ปริญญาตรีด้านสื่อสารมวลชน... เฮ้ยยยย... ไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวกับอาชีพแอร์เลยนะระยิบ

... มันก็เกี่ยวอยู่นะพี่ ตอนเรียนอาจดูไม่เกี่ยว แต่จบมาหนูไปทำงานโรงแรมหลายแห่ง ทั้ง JW Mariiott ทั้งฮิลตัน ตรงนี้แหละที่หนูได้ประสบการณ์มาเพียบ โดยเฉพาะเรื่องภาษา... น้องยิบเธอว่ามาอย่างนั้น...

อืมม... อย่างที่เคยบอก... งานโรงแรมนี่ถือเป็นงานเตรียมแอร์เลย... มีลูกเรือจำนวนมากที่ทำงานโรงแรมมาก่อนจะผันตัวเองมาทำอาชีพลูกเรือในวันนี้ แล้วก็มาจากหลายๆ แผนกซะด้วย ทั้ง waiter, waitress, butler เบลล์บอย และ concierge ใช่ว่ามาจากเฉพาะสาย reception หรือ Guest Relations อย่างเดียวซะเมื่อไหร่

…………………………………

รูปภาพ

อะโอเค... แล้วทำไมถึงมาเป็นแอร์ล่ะ

ตอนแรกไม่กล้าคิดจะมาเป็นแอร์เลยนะ เพราะเห็นคุณสมบัติแล้วคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ แล้วจริงๆ ยิบเป็นคนไม่เชื่อมั่นในตัวเองเลย ครอบครัวและเพื่อนสนิทจะทราบดี แต่คนมักคิดว่ายิบมั่นเกิน 100 ไม่ทราบเหมือนกันเพราะอะไร

รูปภาพ

แต่จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากคุณแม่และคนในครอบครัวค่ะ ทึ่เป็นแรงผลักดันให้ยิบไปสมัครสายการบินญี่ปุ่น (JAL) เป็นที่แรก ที่คุณแม่อยากให้ไปคงเห็นว่ายิบมีความสุขกับการทำงานโรงแรม เลิกงานกลับมาก็จะมาเล่าให้ที่บ้านฟังว่าวันนี้เกิดไรขึ้นบ้าง ได้ทำอะไรให้ลูกค้าที่โรงแรมบ้าง ...แบบไม่รู้ตัวเลยนะว่าชอบงานบริการตั้งแต่เมื่อไหร่...

แล้วคุณแม่เคยอยู่ญี่ปุ่นมาก่อน คุณแม่เล่าว่าสมัยก่อนคนที่จะเป็นแอร์ที่ญี่ปุ่นต้องเป็นลูกคุณหนูแบบโอโจ้ซัง (Ojousan) คือเวลาไปบินจะมีคนขับรถมาส่งที่สนามบิน ดูสูงศักดิ์ มากด้วยความสามารถ คุณแม่เลยยิ่งกระตุ้นเราใหญ่ เราก็แอบวาดฝันนะ

รูปภาพ

ยิบเลยเริ่มอยากสมัครแอร์ เพราะอยากให้คุณแม่และครอบครัวภูมิใจ แล้วก็อยากพิสูจน์ตัวเองด้วยว่าเราสอบได้ เพราะได้ยินมาว่าการสอบแอร์เป็นอะไรที่ยากมากๆ ตอนเริ่มสมัครก็อายุเกือบ 25 แล้ว เรียกว่าเฉียดฉิวมากๆ สำหรับเกณฑ์การสมัครของสายการบินในเอเชีย

…………………………………

รูปภาพ

อยู่ JAL ก็ดีแล้วนี่ ออกมาอยู่เอมิเรตส์ทำไมล่ะ...

(JAL ก็ถือเป็นโรงเรียนเตรียมแอร์นะ ผลิตแอร์ดีๆ ไปอยู่สายการบินอื่นๆ กันเพียบ) ในยุคหนึ่ง แอร์การบินไทยมาจากสายการบิน JAL เกือบทั้งห้อง

เอาจริงๆ เลยนะ ยิบหาข้อมูลแล้วพบว่า สายการบินทางตะวันออกกลางรายได้สูง มีรูทบินทั่วโลก ที่สำคัญคือสอบเข้ายากที่สุด (ยูนิฟอร์มพร้อมหมวกแดงที่เป็นเอกลักษณ์ดูสวยงามด้วย) เลยอยากท้าทายความสามารถของตัวเอง ถ้าเปรียบเทียบก็คงเหมือนการสอบเอนทรานซ์ การสอบเข้าคณะยากๆ มหาวิทยาลัยท้อปๆ ประมาณนั้น

…………………………………

ในที่สุดก็ได้เป็นแอร์ที่เอมิเรสต์ ความรู้สึกเป็นไงบ้าง

สนุกค่ะ แฮปปี้มากๆ อยากตื่นไปทำงานทุกวันเลย แม้บางไฟลท์จะต้องตื่นตั้งแต่ตีหนึ่ง แต่ก็บ่นๆ ไปงั้น ยังไงก็ต้องตื่นไปบินเพราะมันคืออาชีพ จบไฟลท์แล้วก็จบกันค่ะ

…………………………………

รูปภาพ

สภาพการทำงานล่ะ ชอบอะไรที่นี่? มันต้องมีอะไรดีๆ แน่ๆ

ว้าว... อยากจะบอกว่าที่นี่มันอินเตอร์มากๆ เลย เพราะต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ทุกคนมีสิทธิ์มีเสียง มีส่วนร่วมในการทำงานและแสดงความคิดเห็น ให้ feedback กับรูปแบบการบริการใหม่ๆ หรือข้อเสนอแนะอะไรที่เราเห็นว่ามันน่าจะดีกับผู้โดยสาร เค้าจะมีแผนกคอยรับ feedback จากเราค่ะ ที่ชอบอาจเป็นเพราะเคยทำงานกับสายการบินเอเชียมาก่อนเลยไม่เคยได้รับประสบการณ์แบบนี้ เพราะสายการบินทางเอเชียค่อนข้างจะเป็นระบบ seniority หัวหน้าสั่งไงก็ต้องทำตามนั้น ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียค่ะ

และการโปรโมทเลื่อนตำแหน่งที่เอมิเรตส์ก็ดูที่ความสามารถของเราล้วนๆ ถ้าทำดีสอบได้ก็ได้เลื่อนขั้นตามความสามารถตัวเอง ถ้าถึงเวลาที่เราสมัครในตำแหน่งที่สูงต่อไปได้ เราก็ต้องไปสอบคัดเลือก ผ่านการเทรนและ probation ประมาน 4-5 เดือนค่ะ

รูปภาพ

พูดถึงการ training หรือ workshops ที่นี่ก็ให้โอกาสดีมากๆ เช่นกัน นอกเหนือจากการบินแล้ว เอมิเรตส์ยังเปิดให้เราได้เป็น Part time เทรนเนอร์ในส่วนของ Service, safety, security and first aid สำหรับลูกเรือที่เพิ่งรับเข้ามา หรือกำลังจะเลื่อนขั้น promote to Business class, first class. Senior flight and flight Purser อีกด้วย

…………………………………

รูปภาพ

ทำงานกับเพื่อนร่วมงานต่างชาติเป็นยังไงบ้าง

ที่นี่ไม่ได้มีแค่ชาติเดียวหรือสองชาตินะคะ แต่มีถึง 80 เชื้อชาติ 120 ภาษา!! คงนึกออกใช่มั้ยคะ ว่ามันน่าสนุกขนาดไหน

ช่วงแรกๆ ก็ต้องปรับตัวเยอะ บางทีก็มี culture shock แบบอึ้งๆ กันไปเลย เช่น ลักษณะการพูดช้าเร็วหรือ accents , ทัศนคติ positive/negative ในเรื่องต่างๆ แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีนะ ได้เรียนรู้อะไรเยอะอย่างที่เราไม่มีวันได้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยไหนๆ

รูปภาพ

และนับเป็นโชคดีนะคะที่ส่วนมากคนต่างชาติรักคนไทย รักประเทศไทย เค้าเลยค่อนข้างมีทัศนคติที่ดีกับเรา พยายามเข้าใจเรา อีกอย่างที่ต้องบอกเลยว่าคนไทยทำงานเก่งมาก ทำงานเป๊ะมาก ขยันขันแข็งแถมใจดีและมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงานและผู้โดยสาร ลูกเรือไทยที่นี่เลยขึ้นชื่อว่าทำงานดีเยี่ยม ได้รับการไว้วางใจในไฟลท์ และเป็นที่ยอมรับของคนต่างชาติค่ะ

…………………………………

รูปภาพ

มีอะไรประทับใจบ้าง?

โห... เล่าเจ็ดวันก็ไม่จบค่ะ เพราะทุกๆ วันคือความประทับใจ การเป็นแอร์คือเรื่องมหัศจรรย์ เราไม่รู้หรอกว่าเราจะเจออะไรบ้าง ทั้งๆ ที่บางครั้งมันก็เป็นไฟลท์ที่เราเคยบินบ่อยๆ แต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนเดิม ผู้โดยสายไม่เหมือนเดิม เพื่อนลูกเรือที่ทำงานด้วยก็ไม่ใช่กลุ่มเดิม

เพราะฉะนั้น ยิบจึงเจอสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทายความสามารถเราตลอดเวลา ไม่ใช่แค่การบริการ แต่ยังมีเรื่องความปลอดภัยบนเครื่อง การปฐมพยาบาลในกรณีผู้โดยสารป่วย หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่น การทำคลอด การดับไฟ ฯลฯ

รูปภาพ

หลังจากจบไฟลท์ การไปเที่ยวในประเทศต่างๆ ถือเป็นความประทับใจอีกอย่างหนึ่งค่ะ เพราะเป็นผลพลอยได้ของอาชีพนี้ จะว่าไปเที่ยวฟรีๆ ก็ไม่ใช่เพราะต้องทำงานไป ได้ใช้ทักษะการเอาตัวรอดอย่างสูงเวลาไปเยือนประเทศต่างๆ แต่คนเป็นแอร์ส่วนมากสบายหายห่วงค่ะเรื่องนี้

…………………………………

เรื่องผลตอบแทน สวัสดิการเป็นยังไงบ้าง?

รายได้เป็นแสนอันนี้คงทราบกันดีอยู่แล้ว อาจเป็นเพราะเบสดูไบ ชั่วโมงบินเยอะรูทบินเยอะ ตารางบินแน่นมาก สวัสดิการก็ดีมากค่ะ เช่น ซื้อตั๋วในราคาพิเศษให้ตัวเอง ครอบครัวและเพื่อน มีตั๋วฟรีปีละครั้ง ทำงานครบสามปีได้ตั๋วฟรีหนึ่งครั้งไปไหนก็ได้ในโลกนี้ โบนัสมีให้บางปี ที่พักบริษัทจัดหาให้และจ่ายให้ทุกอย่าง อยู่แยกชายหญิง ถ้าเพิ่งมา ก็อยู่กับแฟลตเมท 2 ห้องนอนบ้าง 3 ห้องนอนบ้าง เมื่อทำงานนานขึ้นเป็นซีเนียร์แล้วก็ให้อยู่คนเดียว ยูนิฟอร์มก็ซักฟรี มีรถบัสรับส่งไปบิน ฯลฯ

…………………………………

รูปภาพ

มีปัญหากับการใช้ชีวิตต่างแดนบ้างรึเปล่า

อยู่ต่างประเทศก็ดีตรงได้ช่วยเหลือตัวเอง ต้องดูแลตัวเอง มันจะทำให้เรามีความรับผิดชอบและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ก็แล้วแต่ว่าเราจะเลือกมองแบบไหน เอาจริงๆ ยิบก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยู่ประจำที่ดูไบหรอกนะ เพราะก็ต้องบินไปค้างที่อื่นอยู่บ่อยๆ ถ้าจะว่าเรื่องอาหารการกิน ทุกประเทศก็มีร้านอาหารไทย ผู้คนที่ดูไบส่วนมากรู้จักคนไทยและมองประเทศไทยในแง่ดี เค้าก็จะดีกับเรา หมดห่วง ส่วนข้อเสียก็อาจมีบ้างที่เหงาๆ เพ้อๆ คิดถึงบ้าน แต่สมัยนี้การสื่อสารเป็นเรื่องง่าย อินเตอร์เน็ตก็มี หรือถ้าจะกลับบ้านก็มีตั๋วถูกกลับได้ตลอด

…………………………………

รูปภาพ

มาพูดถึงขั้นตอนการสมัครกันบ้าง

หลายขั้นตอนค่ะ ตั้งแต่กรอกใบสมัครออนไลน์ ขายตัวเองผ่านประวัติการทำงานและรูปถ่ายที่ต้องสวยที่สุดเพื่อให้เตะตากรรมการ, รอเรียกไปพรีสกรีน ก็ต้องแต่งตัวแต่งหน้าทำผมให้เริ่ดที่สุด, รอเรียกไปทดสอบต่างๆ การทำ Group discussion, essay writing, grammar test, รอบไฟนอล interview one on one, รอบตรวจร่างกาย!!!

คิดว่าตัวเองมีจุดเด่นอะไรที่ทำให้กรรมการเลือก?

น่าจะเป็นความจริงใจในการตอบคำถามจากประสบการณ์การทำงานในอดีต การให้เกียรติเพื่อนๆ ที่มาสมัครด้วยกันในวันนั้น เช่นตั้งใจฟังเวลาเพื่อนๆ พูด ช่วยเพื่อนๆ ในกลุ่มเวลาทำ group discussion เพราะส่วนมากคนที่มาสมัครมักหวังจะได้งานจนลืมนึกถึงคนอื่น ทั้งที่จริงๆ แล้วงานที่เราสมัครเป็นงานที่เราต้องทำเพื่อคนอื่นเป็นอันดับแรก และแน่นอนว่า grooming และรอยยิ้มก็เป็นส่วนสำคัญที่จะสร้าง first impression ให้เกิดขึ้นในวันนั้นด้วย

…………………………………

รูปภาพ

ประสบการณ์การบินที่ประทับใจ?

มีอยู่ไฟลท์นึง เป็นไฟล์ทยุโรปกลางคืน หลังจากปิดไฟเพื่อให้ผู้โดยสารพักผ่อน ก็มีลูกเรือรุ่นน้องเรียกยิบให้ไปดูผู้โดยสารหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเป็นลมล้มนอนบนพื้นหน้าห้องน้ำ ลูกเรือบอกยิบว่า ผู้โดยสารไม่หายใจแล้ว ยิบก็เตรียมทำ CPR (การปั้มหัวใจ) แต่หลังจากเช็คอีกครั้งก็พบว่ายังหายใจอยู่ ยิบก็เริ่มปฐมพยาบาลตามที่เทรนมา ปรากฏว่าผู้โดยสารอาเจียนเยอะมาก ทุกคนทนกลิ่นไม่ได้ แต่เราก็ยังช่วยเหลือเค้าต่อไป เราก็พอทราบว่านี่ไม่ใช่เคสธรรมดา สมองคงได้รับการกระทบกระเทือน และผู้โดยสารคนนี้เดินทางกับลูกสาววัย 12 ขวบ นอกจากจะต้องดูแลคนป่วยแล้ว เรายังต้องดิวและ calm down ลูกสาวอีกด้วย

รูปภาพ

อีกครึ่งชั่วโมงก่อนเครื่องลงที่ดูไบ หมอที่เราติดต่อทางโทรศัพท์จากบนเครื่องให้เราใช้ยาตัวหนึ่งซึ่งทำให้หลับ เราก็