Star of Flying Mania : น้องต่อ,น้องบุ๋ม,น้องพี ลูกศิษย์คนเก่งของพี่ใหญ่ FLYING MANIA

ภารโรง: myoldeditor

Star of Flying Mania : น้องต่อ,น้องบุ๋ม,น้องพี ลูกศิษย์คนเก่งของพี่ใหญ่ FLYING MANIA

โพสต์โดย myoldeditor » วันอาทิตย์ ก.ย. 01, 2013 5:16 pm

Star of Flying Mania : น้องต่อ,น้องบุ๋ม,น้องพี ลูกศิษย์คนเก่งของพี่ใหญ่ FLYING MANIA

หลายต่อหลายคนมีความฝันตั้งแต่เด็กๆ ว่าโตขึ้นมาอยากเป็นแอร์ อยากเป็นสจ๊วร์ต หลายคนถึงฝั่งฝันไปเรียบร้อยแล้ว หลายคนกำลังพยายามทำฝันให้เป็นจริงอยู่ วันนี้เรามาทำความรู้จักกับ หนุ่มหล่อคนเก่งที่ฝันเป็นจริงตั้งแต่ครั้งแรกและครั้งเดียวของการสมัครลูกเรือ, สาวสวยที่มีความมุมานะและตั้งใจจริง จนได้ติดปีกกับ 2 สายการบิน และพิเศษสุด อีกหนึ่งหนุ่มซึ่งถึงแม้จะอายุ 30 กว่าปีแล้ว แต่ก็สามารถทำฝันให้เป็นจริงได้ น้องต่อ การบินไทย 2013, น้องบุ๋ม Thai Smile & Business Air 2013, และน้องพี Sabaidee Air 2013 ค่ะ ^^

รูปภาพ

แนะนำตัวเองหน่อยค่ะ

น้องต่อ : เรืองวิทย์ ศุกรเสพย์ ชื่อเล่นว่าต่อครับ อายุ 23 ปี เพิ่งจบการศึกษาจากคณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครับ
น้องบุ๋ม : บุ๋มค่ะ อายุ 24 ปี จบจาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะศิลปกรรมศาสตร์ค่ะ
น้องพี : ชื่อพีนะครับ จบปริญญาโทจากอเมริกาจากมหาวิทยาลัย Arizona State University ที่รัฐ Arizona เมือง Tempe ครับ สาขาที่จบมาคือ Applied Linguistics ครับ

เป็นยังงัยบ้าง ในที่สุดความฝันก็เป็นความจริงแล้ว

น้องต่อ : ดีใจมากครับที่ทำตามความฝันได้สำเร็จสมกับความทุ่มเทของตัวเองทันทีหลังเรียนจบ และได้อยู่กับบริษัทที่เรียกได้ว่าเป็นองค์กรแห่งชาติและเป็นหน้าตาของประเทศ อย่างการบินไทย ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากครับ เพราะมีข่าวมาว่าตอนแรกการบินไทยจะเปิดรับตำแหน่งลูกเรือในเดือนมกราคม ผมนี่แทบใจสลายเลย แต่ท้ายสุดก็เลื่อนมาเปิดตอนมีนาคม ทำให้ผมสมัครได้เพราะจัดการเอกสารเรื่องจบการศึกษาได้ทันพอดี

น้องบุ๋ม : บุ๋มก็ดีใจมากๆ ค่ะ ในที่สุดความพยายามในทุกๆอย่างของเรา วันนี้สำเร็จตามที่ตั้งใจแล้วค่ะ ต้องขอบคุณเบื้องหลังอย่างพี่ใหญ่ ที่คอยแนะนำเคล็ดลับดีๆ ให้บุ๋มตลอดเวลาเลยค่ะ

น้องพี : ดีใจมากครับ ที่ทำฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้หลังจากที่พยายามมา 2 ปีกว่าหลังจากที่เรียนจบมาจากอเมริกา ที่ผ่านมาใช้ความพยายามอย่างมาก แต่ก็เกิดอุปสรรคมากเช่นเดียวกัน เช่น ไม่สบาย ต้องทำงาน จึงไม่ได้เป็น cabin crew ซักที แต่ในที่สุดตอนนี้ก็จะได้ train แล้วครับ

รูปภาพ

เริ่มอยากเป็นลูกเรือตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำไมถึงอยากเป็นลูกเรืออะคะ ทั้งๆที่สาขาที่ต่อเรียนมาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแวดวงการบินเท่าไหร่

น้องต่อ : เป็นความฝันตั้งแต่วัยเด็กแล้วครับที่จะทำงานบนเครื่องบิน ตั้งแต่เด็กได้มีโอกาสเดินทางบนเครื่อง แล้วก็ชอบมองพี่ๆแอร์ สจ๊วตครับ ทุกคนดูดีมาก ได้รับบริการดีๆจากพี่ๆทุกครั้ง และที่สำคัญคือทุกคนดูมีความสุขมากเวลาทำงาน เลยอยากจะมาอยู่ในจุดนี้ครับ และงานลูกเรือก็ดูเป็นงานที่ท้าทายเพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาและต้องเตรียมพร้อมแก้ไขสถานการณ์ที่เราไม่คาดคิดอยู่ตลอดเวลา

น้องบุ๋ม : เริ่มอยากเป็นลูกเรือตั้งแต่เด็กๆ เหมือนกันค่ะ พูดได้ว่าเป็นฝันของเด็กผู้หญิงเกือบทุกคนเลยที่อยากมาทำตรงนี้ ตอนเด็กๆบุ๋มชอบไปส่ง คุณแม่และคนอื่นๆ ที่สนามบิน เพราะเป็นที่ๆเราจะเจอพี่ๆ แอร์สวยๆ เดินไปมา แอบดูการทำงานต่างๆ ที่สนามบิน ตรงนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่บุ๋มก็ได้แต่เก็บไว้ในใจมาตลอด และเลือกเรียนในสิ่งที่เป็นไปได้ในตอนนั้น เพราะคิดว่ามันยาก และการแข่งขันสูงมากๆ จนเรียนจบและได้มีโอกาสไป work&travel ที่ USA ซึ่งช่วงเวลาที่อยู่บนเครื่อง 10 กว่าชั่วโมงนั้น ทำให้เราได้สังเกตการทำงานของพี่แอร์คนสวย รู้สึกประทับใจมากๆ มันเป็นแรงผลักดันให้เราต้องเริ่มลงมือทำความฝันในตอนเด็กนี้ให้เป็นจริงสักทีค่ะ

น้องพี : ผมเริ่มอยากเป็นลูกเรือมาตั้งแต่เรียนมัธยมแล้วครับ ตอนนั้นรู้จักคนที่เป็น cabin crew แล้วเค้าเล่าเรื่องประสบการณ์ต่างๆ ที่เค้าได้เจอมา และอีกสาเหตุหนึ่งที่อยากเป็นลูกเรือคืออยากเดินทางท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ และได้เจอะเจอคนมากมาย รวมทั้งอยากที่จะได้เรียนรู้ภาษา และวัฒนธรรมใหม่ๆครับ ซึ่งคำตอบนี้อาจจะเหมือนคนอื่น แต่เป็นเหตุผลของผมจริงๆ ที่อยากจะเป็นลูกเรือครับ ส่วนสาขาที่เรียนมาโดยเฉพาะปริญญาโทนั้น ผมคิดว่านำมาปรับใช้ได้กับแวดวงการบินครับ โดยเฉพาะเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะสิ่งที่ผมเรียนมาทำให้ผมเข้าใจคนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ 2 และเป็นภาษาต่างประเทศในการสื่อสารครับ

จากที่ไม่ได้คลุกคลีกับวงการนี้ตั้งแต่ต้น แล้วอยู่ๆทำไมถึงตัดสินใจมาเรียนกับพี่ใหญ่ ที่ FLYING MANIA คะ

น้องต่อ : ส่วนตัวผมคิดว่าไหนๆ จะสมัครงาน และยิ่งเป็นงานที่มีการแข่งขันสูง โอกาสย่อมตกเป็นของคนที่พร้อมที่สุดครับ และนี่คือสาเหตุที่ทำไมผมถึงหาคอร์สเรียนเพื่อเตรียมพร้อมก่อนสมัคร รู้จักพี่ใหญ่จาก facebook เนี่ยล่ะครับ สะดุดกับเพจที่เต็มไปด้วยสาระความรู้เกี่ยวกับตัวเนื้องานลูกเรือซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากและทำให้เรารู้จักถึงหน้าที่ที่แท้จริงของอาชีพนี้ และพี่ใหญ่เองก็ยินดีตอบคำถามข้อสงสัยให้แม้ว่าผมจะยังไม่ได้ลงเรียนกับพี่ใหญ่เลย รู้สึกประทับใจมาก

รูปภาพ

น้องบุ๋ม : จากความพยายามศึกษาหาข้อมูลด้วยตัวเองจากที่เว็บ TCC และการสมัครด้วยเองกับหลากหลายสายการบิน ซึ่งโดยมากจะตกรอบแรก 55+ ทำให้เรารู้สึกเหนื่อย ไร้ทิศทาง และต้องการคนที่จะมาเติมเต็มความตั้งใจตรงนี้ของเราให้สำเร็จซักทีคะ โดยปกติบุ๋มจะชอบติดตามเรื่องราวต่างของอาชีพนี้ ทางเฟสบุคเป็นประจำ และได้เข้าไปเจอเพจของพี่ใหญ่ก็ได้ตามมาระยะหนึ่ง คิดว่าเพจนี้สนุกและมีความรู้ที่แตกต่าง อีกทั้งการเดินทางยังสะดวกสบาย ใจกลางเมือง เลยตัดสินใจเรียนกับพี่ใหญ่ค่ะ

น้องพี : สาเหตุที่มาเรียนติวเพื่อจะเป็น cabin crew นั้น เพราะว่าผมไม่ผ่านการสัมภาษณ์มาหลายสายการบิน ซึ่งผมคิดว่าผมเองนั้นมีจุดบกพร่องบางอย่าง ฉะนั้นผมจึงต้องการรู้จุดบกพร่องของตัวเองว่าจริงแล้วตัวผมเองมีสิ่งที่ต้องแก้ไขอะไร และอยากหาคนที่จะช่วยลดจุดบกพร่องนั้น และช่วยเสริมจุดเด่นที่มีอยู่เพื่อจะได้แข่งขันกับคนอื่นได้ครับ ผมรู้จักพี่ใหญ่ทาง Facebook ของ Thai cabin crew และพอได้เห็นเว็บและได้ติดต่อกับพี่ใหญ่แล้ว ผมมีความรู้สึกว่าพี่ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจจนเกินไป นอกจากนี้เนื้อหาที่พี่ใหญ่สอนนั้นน่าสนใจมากๆ ครับ

แล้วตอนเรียนเป็นยังงัยบ้างคะ สนุกมั๊ย

น้องต่อ : สนุกครับ เรียนกัน 4 คน เนื้อหานี่เรียกว่าเข้มข้นมาก (จนบางทีรู้สึกเหนื่อยและท้อบ้าง 555) ไล่ตั้งแต่พรีสกรีน สัมภาษณ์เดี่ยว group discussion ในหัวข้อต่างๆ ฝึกอ่านประกาศ Public Announcement บนเครื่อง และก่อนเข้าสัมภาษณ์จริงก็มีติวเข้ม Intensive Thai Airways ด้วยครับ เรียนกันเช้าถึงค่ำๆ 4 ทุ่มเลย ได้สาระความรู้เต็มเปี่ยมภายในวันเดียว พร้อมเผชิญกับสนามจริง

น้องบุ๋ม : อีกสิ่งหนึ่งที่สนใจมาเรียนกับพี่ใหญ่คือ คลาสเล็ก มีเพียง 5 คนเท่านั้นค่ะ บรรยากาศในการเรียนก็สนุกสนาน อบอุ่นมากๆ ค่ะ เนื้อหาที่บุ๋มชอบเรียนคือ เรื่อง safety ค่ะ เพราะทำให้บุ๋มได้เข้าใจในงานลูกเรือมากขึ้น และสามารถปรับใช้กับการตอบคำถามอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี แต่จริงๆ ก็ชอบเรียนทุกเรื่องนะคะ 55+

น้องพี : ตอนเรียนสนุกมากครับ แต่ผมก็ได้ความรู้จากพี่ใหญ่มากด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนเนื้อหาที่พี่ใหญ่สอนก็เข้มข้นอย่างมาก จนบางวันผมมึนหัวไปเลยครับ คือพี่ใหญ่พยายามอัดความรู้ให้ผมเต็มที่ครับ ส่วนที่พี่ใหญ่สอนและผมชอบมากที่สุดคือเรื่อง Individual Interview Questions and Answers เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมมีปัญหามากที่สุด พี่ใหญ่เป็นคนแรกที่เห็นว่าผมมีปัญหาในส่วนนี้ค่อนข้างมาก และก็เป็นสาเหตุที่ผมตกสัมภาษณ์ พี่ใหญ่ก็พยายามช่วยแก้ไขปัญหานี้ และจะเตือนทุกครั้งเมือผมตอบคำถามไม่ดี พอผมติวเสร็จก็ลงสนามสอบ แล้วก็ได้เป็น cabin crew เลย ซึ่งเวลาผมตอบคำถามของคณะกรรมการโดยใช้วิธิและเทคนิคของพี่ใหญ่ เค้าก็แสดงสีหน้าพึงพอใจกับคำตอบผมมากครับ

รูปภาพ

น้องต่อ : อย่างตอนเรียนพี่ใหญ่ช่วยเปลี่ยนแปลงตัวผมเยอะเลย โดยเฉพาะบุคคลิกภาพครับ ก่อนที่จะเรียน พี่ใหญ่เคยบอกเป็นเหมือนเด็กคนนึงที่ราบเรียบและดูไม่เตะตาเลยครับ 555 หรือที่เรียกว่าขาดเสน่ห์นั่นเอง การมาเรียนกับพี่ใหญ่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผมมากครับ ทั้งในการตอบคำถามและ present ตัวเองให้กรรมการเห็น ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างมากต่อการสมัครลูกเรือ

น้องบุ๋ม : พี่ใหญ่จะแนะนำความพร้อมด้านร่างกายของแต่ละคน ตั้งแต่คลาสแรก เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยเน้นเป็นการพูดคุย แนะนำมากกว่า ทำให้น้องๆมีกำลังที่จะสู้ต่อไป ส่วนบุ๋มก็ปรับปรุงเรื่องบุคลิกภาพ การเดิน การยิ้ม ให้เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น กับเทรนเนอร์ระดับประเทศอย่างพี่ใหญ่ด้วยคะ

น้องพี : ส่วนของผม ในเรื่อง Individual Interview Questions and Answers พี่ใหญ่จะเตือนตลอดว่าตอบคำถามให้ชัดเจนและเป็นเหตุเป็นผลจนกรรมการสามารถเห็นภาพได้ แต่ต้องไม่เยิ่นเย้อ ซึ่งที่ผ่านมาผมไม่ผ่านรอบสุดท้ายก็เป็นเพราะผมตอบคำถามสั้นเกินไป และบางครั้งก็ไม่ได้เรียงลำดับเหตุการณ์ นอกจากนี้พี่ใหญ่จะแนะนำเรื่องการแสดงสีหน้าเวลาพูด และจะเตือนผมเสมอว่าให้ผมยิ้มด้วย เพราะผมจะไม่ยิ้มเวลาตอบคำถาม ซึ่งหน้าผมจะดุ

รูปภาพ

ส่วนเรื่อง Personality Development พี่ใหญ่ช่วยผมได้มาก เพราะว่าผมจะมีปัญหาเรื่องการแสดงออกทางสายตา ซึ่งผมเป็นคนที่ตาดุ และยิ่งเวลาเฉยๆ จะยิ่งดูดุมาก พี่ใหญ่จะเตือนและจะแนะนำว่าตอนเวลาพูดหรือมอง ให้มองเหมือนกับว่ามองคนที่ผมชอบ อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องเสียง ผมจะเป็นค่อนข้างพูดเร็วๆ และเวลาพูดไปซักพักเสียงจะแผ่วลง พี่ใหญ่ก็จะเตือนให้ผมพูดช้าลง และพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้แผ่ว

เรื่องสุดท้ายคือเรื่อง Personal Grooming ซึ่งเรื่องนี้ ผมได้รับคำชมจากสายการบินหลังจากที่พี่ใหญ่แก้ไขให้ เพราะว่าที่ผ่านมาผมจะแต่งไม่แก่ก็อ่อนกว่าอายุมากเกินไป จึงดูไม่เหมาะสม พี่ใหญ่ก็จะแนะนำว่าผมควรใช้สูทและเนทไทสีอะไรถึงจะดูดี และก็มีบางเรื่องที่พี่ใหญ่ให้ผมแก้ไข แต่ผมก็พยายามอยู่ คือพี่ใหญ่บอกให้ผมทำให้ตัวล่ำมากยิ่งขึ้น เวลาใส่สูทจะได้ดูดี เรื่องนี้ผมต้องขอเวลา 55+ เพราะผมพึ่งลดความอ้วนมาก่อน ซึ่งผมต้องลดความอ้วนถึง 10 กิโลกรัมสำหรับการเป็น cabin crew

น้องต่อ : เวลาสอนพี่ใหญ่ก็ใจดีครับ (หน้าตาดีด้วย 55+) เต็มที่กับการสอนมาก ใส่ใจ และพยายามมอบสิ่งที่ดีๆ ให้กับนักเรียนเสมอ พี่ใหญ่ทำให้บรรยากาศการเรียนเป็นเรื่องสนุกและไม่เครียดครับ ผมว่าพี่ใหญ่เหมือนพี่ชายที่คอยแนะนำน้องๆ มากกว่าที่จะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนซึ่งมีระยะห่างพอสมควร

รูปภาพ

น้องบุ๋ม : ใช่ค่ะ พี่ใหญ่เหมือนพี่คนนึงเลยค่ะ คอยบอกข่าวสาร เช็คผล ร่วมลุ้นกับน้องๆทุกคน ตลอดการสมัคร และทุ่มเทในการสอน ให้กับน้องๆจนบางทีเลิกคลาสเที่ยงคืนมาแล้วก็มี ตรงนี้ก็ทำให้น้องต้องตั้งใจให้เท่าพี่ใหญ่ด้วยคะ อารมณ์ได้รับพลังในการสอน 55+

น้องพี : พี่ใหญ่ใจดีมากครับ เรียนแล้วไม่เครียด และพี่ใหญ่ให้ความรู้และเทคนิคทั้งหมดที่มีโดยไม่อมภูมิ นอกจากนี้พี่ใหญ่ก็เล่าถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้เจอมา พี่จะให้กำลังใจเสมอและจะคอยหาวิธีต่างๆ ที่ทำให้ผมพัฒนาไปในทางที่ดีถึงดีมากที่สุดครับโดยที่พี่ไม่บ่นหรือว่าซักครั้งเดียว รวมถึงเวลาที่ผมรบกวนพี่ใหญ่นอกห้องเรียนด้วยครับ

ตอนสัมภาษณ์รู้สึกยังงัยบ้างคะ มีตอนไหนที่รู้สึกว่ายากสุด

น้องต่อ : รู้สึกกดดันพอสมควรครับ ปี 2013 นี้ไม่มีสัมภาษณ์กลุ่มเลยโชคดีไป ยากที่สุดก็คงสัมภาษณ์เดี่ยว final คำถามส่วนมากก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง ประสบการณ์ที่ผ่านๆมา โดยกรรมการก็จะพยายามทดสอบทัศนคติและความคิดของเราไปด้วย ตัวเนื้อคำถามไม่ยาก แต่หลายครั้งผมจะโดนกรรมการกดดันหรือทดสอบจิตวิทยาอย่างต่อเนื่อง พอสัมภาษณ์เสร็จออกจากห้องก็รู้สึกกงวลเหมือนกันครับ เหมือนกับว่ากรรมการไม่ชอบหรือไม่มั่นใจในตัวเราว่าเหมาะกับงานนี้หรือเปล่าถึงได้ตำหนิเราตอนสัมภาษณ์ แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าทำเต็มที่แล้ว และที่สำคัญตัวผมเองก็ได้นำสิ่งที่พี่ใหญ่สอนไปใช้ ตั้งแต่รอบแรกจนถึงรอบสุดท้าย อาทิ การวางตัว บุคคลิกภาพ เวลาเรียนก็มี Session สัมภาษณ์บ่อย เลยลดอาการประหม่าได้ ที่สำคัญคือเป็นตัวของตัวเอง ตอบคำถามจากใจและที่สำคัญคือตอบความจริงครับ ซึ่งผมคิดว่าถ้าผมไม่มาเรียน ผมก็คงไม่มีวันนี้ครับ และขอบคุณพี่ใหญ่มากที่ช่วยแก้ไขข้อบกพร่องหลายๆ อย่างและทำให้ผมกลายเป็นคนที่ใช่สำหรับการบินไทยในตำแหน่งลูกเรือ สำหรับใครที่กำลังตามหาความฝัน การมาเรียนที่ flying mania เป็นการตัดสินใจที่ถูกแน่นอนครับ

รูปภาพ

น้องบุ๋ม : สำหรับบุ๋ม สิ่งที่ยากที่สุดคือ ควบคุมสติไม่ให้ประหม่า ในทุกๆ ครั้งที่สัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นพรีสกรีนที่เป็นรอบเหมือนไม่มีอะไร แต่สำคัญมากๆ และเชื่อว่าตอนเรียนก็ทำได้ดีและมีการปรับปรุงมาตลอด แต่พอมาเจอความกังวล ความตื่นเต้น ตรงนี้ทำให้เราพลาดได้ค่ะ ซึงบุ๋มก็เป็นอยู่ตลอด 55+ แต่มันก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นธรรมชาติในแบบของเราค่ะ และตอนเรียนพี่ใหญ่จะให้น้องๆ ทำการบ้าน หรือตอบคำถามตรงนี้เองทั้งหมดก่อน เพราะดูทัศนคติการแก้ไขสถานการณ์ด้วยตัวเอง และค่อยๆปรับมุมมองของน้องๆ อีกครั้ง ตามหลักเหตุผล เพื่อที่จะได้ดึงเอาความเป็นตัวออกมาตอบคำถามอย่างแท้จริงค่ะ ซึ่งบุ๋มคิดว่าตรงนี้คงทำให้กรรมการประทับใจเราอ่ะค่ะ ก็เลยคิดว่า ตัวเองคิดถูกมากๆ ค่ะ ที่มาเรียนที่ FLYING MANIA เพราะพี่ใหญ่ช่วยเติมเต็มความฝันของบุ๋มให้เป็นจริง และที่สำคัญคุ้มค่าสุดๆ เหมือนได้เรียนเดี่ยว เดินทางสะดวก และได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดและอบอุ่นมากๆ ค่ะ

น้องพี : ตอนสัมภาษณ์ ผมไม่ค่อยตื่นเต้นครับ เพราะว่าได้เตรียมตัวมาอย่างเข้มข้นกับพี่ใหญ่มาแล้ว เช่นเทคนิคในการตอบคำถาม นอกจากนี้พี่ใหญ่จะบอกและเตือนให้ผมเตรียมตัวตลอดเวลาเท่าที่จะทำได้ สายตามองแล้วเป็นมิตร และยิ้มตลอดเวลาครับ นอกจากนี้ผมใช้ body language ตามที่พี่ใหญ่แนะนำ จึงเป็นการสัมภาษณ์ที่ไม่ยากครับ ซึ่งคิดว่าการตัดสินใจที่มาเรียนกับ FLYING MANIA นั้น เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมากถึงมากที่สุดครับ เพราะผมได้สิ่งทีดีๆ จากพี่ใหญ่มากเกินความคาดหมาย ส่วนน้องๆที่กำลังตัดสินใจหาที่เรียนติวแอร์ สจ๊วร์ตอยู่นั้น FLYING MANIA นั้นไม่ทำให้น้องๆ ผิดหวังแน่นอนครับ ที่ Flying Mania นี้มีแต่คำว่าให้กับให้ครับ

รูปภาพ

คิดว่าจากนี้ไปชีวิตของตัวเองจะเป็นยังงัยบ้างคะ

น้องต่อ : ในฐานะลูกเรือ ผมก็มองว่าผมและเพื่อนๆ พี่ๆ ก็คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรครับ ช่วยเหลือและแสดง Touches of Thai ให้ผู้โดยสารเห็นเพื่อให้เขากลับมาใช้บริการของการบินไทยอีก ผมคงจะทำงานอย่างมีความสุข เติบโตไปกับองค์กรระดับชาติแห่งนี้ ได้พบปะผู้คนหลากหลาย ได้ไปยังสถานที่ต่างๆ เปิดโลกกว้างให้กับตัวเองด้วยครับ

น้องบุ๋ม : ส่วนตัวของบุ๋มเองก็คงเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมในทุกๆด้าน ที่จะทำงานนี้ให้ดีที่สุด เหมือนกับที่เราเคยได้รับความประทับใจจากรุ่นพี่ค่ะ

น้องพี : ผมจะทำหน้าที่ cabin crew ให้ดีมากที่สุดหลังจากที่รอมานาน และถ้าเป็นไปได้ก็จะเป็น purser ให้ได้ครับ

อยากแนะนำอะไรกับเพื่อนๆ หรือน้องๆ ที่มีฝันจะได้ติดปีกและกำลังล่าฝันอยู่บ้างคะ

น้องบุ๋ม : อยากให้เพื่อนๆ มีความตั้งใจจริงที่จะทำ พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลาในทุกๆ ด้าน ความผิดหวังและประการณ์การสมัครทุกๆที่นั้น ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น และมันจะมีวันที่เราทำสำเร็จสักวัน บางคนอาจจะช้าหน่อย อย่ากลัวหรือลังเลที่จะทำเด็ดขาด เพราะบุ๋มก็เกือบจะสายไปแต่เราก็ลุกขึ้นมาสู้อย่างตั้งใจ มันก็ผ่านมาได้และมีวันที่เราได้ติดปีกในวันนี้ค่ะ

น้องต่อ : ขอให้ทุกคนมีกำลังใจและอย่าท้อครับ ผมเชื่อว่าทุกความฝัน ความสำเร็จจะเป็นจริงได้ ก็ด้วยศรัทธาที่เรามีให้ต่อตัวเองและกำลังใจที่ดีจากคนรอบข้าง และถ้าเราเตรียมตัวมาดีแล้วและทำเต็มที่ กรรมการจะต้องมองเห็นความมุ่งมั่นของเราแน่นอนครับ โอกาสเป็นของคนที่พร้อมกว่าเสมอครับ : )

น้องพี : ต้องสู้ มานะ พยายาม ขยัน และอดทนครับ เพราะปัจจุบันนี้อาชีพนี้มีคู่แข่งเยอะมาก และคู่แข่งหลายคนก็มีคุณสมบัติที่ดีถึงดีมาก และถ้าอายุมาก โอกาสที่จะได้ก็ยิ่งลดลง อย่างผมนั้นอายุเกิน 30 แล้ว หลายสายการบินก็จะพูดเรื่องอายุกับผม แต่ผมก็ต้องใช้คุณสมบัติอื่นที่เด่นกว่ามาแสดงให้เห็นว่าอายุไม่เป็นอุปสรรคต่อการเป็น cabin crew ครับ ขอให้น้องๆ ที่มีฝันพยายามสู้ต่อไปนะครับ และอย่าลืมมาเรียนที่ Flying Mania เพื่อที่ว่าน้องจะได้แข่งขันกับคนอื่นได้ และได้เป็น cabin crew ได้ง่ายๆ ครับ

.................................

เอาล่ะค่ะ เป็นยังไงกันบ้างคะ ถ้าน้องๆ คนไหนอ่านแล้วอยากจะประสบความสำเร็จได้ติดปีกเหมือนกับน้องต่อ น้องบุ๋ม และน้องพีบ้าง ก็อย่าลืมมาสมัครเรียนคอร์ส Sky Mania กับพี่ใหญ่ FLYING MANIA กันนะคะ ไม่แน่ว่า คนที่จะได้มาให้สัมภาษณ์ Star of FLYING MANIA คนต่อไป อาจจะเป็นน้องก็ได้ค่ะ : )

น้องๆ สามารถเลือกลงได้ทั้งแบบปกติและการันตีว่าได้บินแน่นอน ราคา 15,000 Bt. (เรียน 42 ชั่วโมง) สำหรับลงแบบปกติ และ 49,000 บาทสำหรับการันตี ซึ่งแบบการันตีนี้ ถ้าไม่ได้บิน ทางสถาบันจะคืนเงินให้ 50% และเข้ามาเรียนซ้ำได้แบบ unlimited จนกว่าจะหมดสัญญา (สัญญาสิ้นสุดเมื่อไม่ผ่านการสัมภาษณ์ 10 ครั้ง ไม่จำกัดระยะเวลาค่ะ)

ส่วนน้องๆคนไหนที่ไม่สามารถเรียนเป็นเวลาที่ตามตารางได้ ก็สามารถลงคอร์ส Sky Mania แบบเรียนเดี่ยวได้เลยค่ะ ติวแบบเข้มข้น โดยใช้เวลาเรียนเพียงแค่ครึ่งเดียว (21ชม) เพราะ focus ที่น้องคนเดียวแบบเต็มที่เลย และสามารถเลือกเวลาเรียนได้ตามที่สะดวกตรงกันค่ะ ลงแบบปกติ 20,000 บาท และ 49,000 บาทสำหรับการันตี ซึ่งแบบการันตีนี้ ถ้าไม่ได้บิน คืนเงิน 50% และเข้ามาเรียนซ้ำได้แบบ unlimited จนกว่าจะหมดสัญญาเช่นกันค่ะ

และพิเศษสุด !! สำหรับน้องๆ คนไหนที่ไม่สะดวกเดินทางมาเรียนที่สถาบัน ตอนนี้พี่ใหญ่เปิดคอร์สใหม่ล่าสุด “Online Sky Mania” โดยพี่ใหญ่สอนกับน้องๆ แบบตัวต่อตัวผ่าน Skype ไม่ว่าน้องๆ จะอยู่ที่ไหนในโลก ขอเพียงแค่ลงโปรแกรม Skype ในคอมพิวเตอร์ของตนเอง ก็สามารถเรียนได้เลยค่ะ (21ชม.) สามารถเลือกเวลาเรียนได้ตามที่สะดวกตรงกันค่ะ ลงแบบปกติ 20,000 บาท และ 49,000 บาทสำหรับการันตี ซึ่งแบบการันตีนี้ ถ้าไม่ได้บิน คืนเงิน 50% และเข้ามาเรียนซ้ำได้แบบ unlimited จนกว่าจะหมดสัญญาเช่นกันค่ะ

สถานที่เรียนคือ อาคาร Q House อโศก ชั้น 14 อยู่ติดกับมศว.ประสานมิตร และใกล้ MRT เพชรบุรี การเดินทางสะดวก ขึ้นจาก MRT แล้วสามารถเดินมาที่ตึกได้ ไม่ไกลค่ะ สามารถสมัครเรียนได้ที่ 081-1343-888, 089-599-2179 และติดตามข่าวสารพร้อมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/FLYINGMANIA และ http://www.flyingmania.com แล้วเจอกันนะคะ ^^

*** ขอขอบคุณภาพถ่ายสวยๆของช่างภาพมืออาชีพจากคุณก้อ MissConsult และคุณเซ้นท์ http://www.facebook.com/CockCack
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2174
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ย้อนกลับไปยัง บทสัมภาษณ์ลูกเรือสายการบินต่างๆ และรายงานพิเศษกิจกรรมของลูกเรือ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 2 คน

cron