(กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

ภารโรง: myoldeditor

(กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย Kristofer » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 4:51 pm

รูปภาพ

(กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย
เรื่องและภาพโดย Kristofer

...........................

ใครเคยมองว่าเทพบุตรนางฟ้าสาวสวยหนุ่มหล่อทั้งหลายบนเครื่องบินจะต้องมาจากครอบครัวดี ตระกูลสูง ฐานะร่ำรวยกว่าชาวบ้านนั้นอาจไม่จริงเสมอไป ยิ่งถ้าได้รู้จักกับแอร์สาวเจ้าจำปีคนนี้ด้วยแล้ว เธอเป็นตัวอย่างสาวถึก เอ๊ย สาวเก่งคนขยัน ที่ผ่านประสบการณ์มาทั้งดีและร้าย และต้องต่อสู้ฟันฝ่ามาหนักหนาสาหัสกว่าจะถึงวันนี้...

...........................


รูปภาพ

รู้จักปัทม์

ชื่อโสภา พึ่งความชอบ ปัทม์ ตอนนี้อายุ 30 แล้วค่ะ เป็นคนเมืองนนท์แต่กำเนิด แล้วก็เป็นลูกเจ้าพระยาด้วย บ้านอยู่ริมน้ำตรงข้ามเรือนจำบางขวางเลย ก็เรียนอนุบาลนนท์ สตรีนนท์จนจบ ม.6 แต่เอ็นท์ไม่ติดเลยมาเข้ามหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม คณะศิลปศาสตร์ ภาษาอังกฤษธุรกิจ (Business English) จบก็ได้เกียรตินิยมอันดับสอง เพราะคิดว่าถ้าเราอยากจะก้าวหน้า ก็ควรมีเกรดที่ดีกว่าคนอื่นนิดนึง จะได้ไปแข่งกับคนอื่นเค้าได้

จบแล้วก็ทำงานเลย

จริงๆ ถ้าพูดถึงชีวิตการทำงานนี่ ปัทม์ทำงานมาเยอะตั้งแต่เด็ก งานแรกก็ตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ ที่บ้านปัทม์เปิดบ่อนไพ่ตอง ก็จะมีไพ่สองสำรับเขียวกะส้ม วิธีหาเงินของเราก็... พอเขาเล่นสำรับนี้จบ เราก็มาจัดเรียงให้เรียบร้อย ใครกินไพ่ตาที่เราทำ เขาก็จะให้เงิน ตอนเด็กๆ ได้เป็นร้อยก็ดีใจ พอโตขึ้นก็รับจ้างกับที่บ้าน นวดป้า ถอนผมหงอกแม่ เป็นเงินเป็นทองได้ค่ะ

ตอนเรียนปีหนึ่งก็ไปทำงานที่ 7/11 ปีสองก็ไปทำงาน Call-Center ที่เมเจอร์ เมื่อก่อนยังไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ ยังเป็นแบบคุยกะคน หารอบหนัง พอปีสี่ก็มาทำงานร้านกาแฟสด Coffee Tree อยู่ในปั้มบางจากแถวเสนา (ตอนนี้เปลี่ยนเป็นร้านอินทนินแล้ว) ปัทม์ทำงานตลอด ไม่ชอบอยู่ว่างๆ แต่พูดตรงๆ ก็อยากมีเวลาไปเที่ยวกับเพื่อน อยากมีเงินไปเที่ยวกับเขาบ้างเหมือนกัน แต่เพราะรายได้ของคุณพ่อคุณแม่ไม่มาก เราก็ต้องหาเอง จะได้เอาเงินไปทำโน่นทำนี่ตามใจ พอเรียนจบได้ Transcript ปัทม์ก็ออกหางานเลย ก็ได้ทำงานที่ Call-Center บริษัทบุญรอดฯ สักพักก็ย้ายมาที่ Hutch เป็น Call-Center อีกแล้วค่ะ เพราะคนมักบอกว่าปัทม์เสียงดี ทำได้ 4-5 เดือนก็ไปสมัครที่ JAL เป็นแอร์รุ่น 64 เมื่อปี 2004 แล้วก็ย้ายมาการบินไทยเมื่อปี 2008 ค่ะ

...........................

รูปภาพ

เริ่มชีวิตการเป็นแอร์ที่ JAL

ปัทม์ทำที่ JAL อยู่สี่ปีค่ะตามสัญญา ตอนทำงานที่ JAL ปัทม์พยายายามทำตัวให้เป็นแอร์ที่ดี ไม่ลาไม่ขาดไม่สายไม่ตาย จนได้รับการโปรโมทเป็น in-charge หรือหัวหน้างานอยู่ปีนึง ช่วงปี 2008 การบินไทยเปิดรับสมัคร เพื่อนก็ยุว่าลองไปสมัครดูสิ บางคนก็ถามว่าทำไมไม่สมัครก่อนหน้านี้ ปัทม์ก็บอกว่าชอบ JAL ชอบการทำงานที่ดูแลผู้โดยสาร อ่อนน้อมถ่อมตน ค่อยๆ ช้าๆ ไม่รีบร้อน ซึ่งคนการบินไทยจะเปรี้ยวเก๋ ซ่าแก่นเซี้ยว คล้ายๆ วัยรุ่นทันสมัย แต่ที่ JAL นี่เวลาขอโทษก็ต้องโค้งกันอยู่นั่นให้เขาหายโกรธ ปัทม์ก็ลองดู ก็ผ่านสัมภาษณ์รอบโน้นรอบนี้มาเรื่อยจนได้ ซึ่งก็ไม่รู้ทำไมถึงได้ แต่คิดว่าการที่เป็นคนที่ยิ้มไปพูดไปตลอดเวลามีส่วนช่วย และการที่เราตั้งใจฟังคนอื่นเวลาพูดเวลาสัมภาษณ์ก็สำคัญ กรรมการก็เห็นว่าเรา Nice และเข้ากับคนอื่นได้ ก็ได้เข้าไปเทรนรุ่น 2008 ห้อง 3-4 ปัทม์อยู่ห้องสามค่ะ ก็สนุกดี ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเด็กๆ ปัทม์อายุ 27 พอเซ็นสัญญาวันรุ่นขึ้นอายุ 28 พอดี โชคดีมากอายุยังไม่เกิน และก็ได้ห้องต้นๆ ด้วย เจอเพื่อนเก่าที่มาจาก JAL ด้วยกัน มีเพื่อนใหม่ เพื่อนผู้ชาย และก็สจ๊วตสาว มันเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ปัทม์ชอบทำงานบริการ ตอนนี้ทำงานที่การบินไทยมา 3 ปีแล้วค่ะ

ตอนทำที่ JAL การงานก็ไปได้ดี

จริงๆ ก็แอบเสียดายค่ะ เพราะถ้าปัทม์ต่อสัญญาก็คงได้ต่อสิบปีไปแล้ว มาที่การบินไทยเหมือนต้องมาเริ่มใหม่ แต่ในเมื่อเราเลือกแล้ว เราก็ทำทุกวันให้ดีที่สุด วางแผนวันข้างหน้าให้ดี อาจจะเสียดายที่ค่าเงินเยนมันขึ้นค่ะ แค่นั้น 555

รูปภาพ

วัฒนธรรมการทำงานแตกต่างกันยังไงครับ

JALWAY เป็นอะไรที่ญี่ปุ่นมากๆ ทุกอย่างพร้อม เครื่องบินค่อนข้างพร้อม คนพร้อม maintenance สุดยอด ห้องน้ำเสียก็ต้องแก้ไขกันก่อนถึงจะบินได้ ส่วนการบินไทยจะใช้วิธีปิดไว้ค่ะ 555 เรื่อง Service ที่ JAL ไม่มีคาร์ทอาหาร แต่การบินไทยมี ก็เหนื่อยต่างกัน ที่ JAL เราต้องเป็นสจ๊วตเอง set อาหารเอง บางคนมองว่ามันเหนื่อย แต่บริษัทญี่ปุ่นก็มีข้อดีตรงที่สอนให้เราเป็นคนระบบระเบียบ ทุกอย่างอยู่ใน Pattern เดียวกัน แต่บางครั้งก็อาจจะไม่ค่อยยืดหยุ่นเท่าไหร่ ซึ่งทำให้เรากดดัน เพื่อนบางคนก็ไม่ชอบที่จะทำงานที่นี่ แถมมี seniority ด้วย รุ่นน้องก็ต้องเกร็งกันบ้าง เครียดและกลัวกันบ้าง แถมพนักงานเป็นผู้หญิงล้วน มารวมกันมากๆ ก็มีเขม่นกันบ้าง แถม JAL จะค่อนข้าง strict เรื่อง safety แต่ก็อยู่ที่ว่าเราเตรียมตัวมาดีรึเปล่า เปลี่ยนตัวเองเข้ากับสถานการณ์ได้แค่ไหน ถ้าทำได้คุณก็อยู่รอดได้ในสังคมนั้น ตอนปัทม์ย้ายมาอยู่การบินไทยแรกๆ ก็รู้สึกแปลกๆ เพราะเพื่อนผู้ชายเต็มเลย เราอยู่สังคมผู้หญิงมาตลอด เรียนสตรีนนท์ก็ผู้หญิงล้วน Business English มีผู้ชาย 7 คน Call-Center ที่ Hutch ก็ผู้ชายคนเดียว ไม่เคยมีผู้ชายมากกว่าสิบคนอยู่ในชีวิตค่ะ ฮะๆ มาอยู่ที่นี่ต้องทำงานกับผู้ชาย เราก็เป็นตัวของตัวเองไป ไม่คิดมาก ทำงานให้มันสนุก เล่นๆ แซวกันไปมา เราก็เข้ากับเพื่อนทุกคนได้ ไม่รู้สึกเกร็งค่ะ ยิ้มให้กัน พูดคุยกัน แต่ทุกคนในการบินไทยน่ารักและช่วยเหลือกันอยู่แล้ว คำพูดติดตัวที่ปัทม์พูดเสมอไม่ว่าอยู่ที่ไหนคือ สวัสดีค่ะ ขอโทษค่ะ ขอบคุณค่ะ แล้วเจอกันนะคะ พูดไปเถอะค่ะ อยู่ที่ไหนไม่แย่แน่

รูปภาพ

ทำที่การบินไทยก็สนุกกว่า

สนุกกว่ามากค่ะ 555 เพราะที่ JAL จะเป็นผู้หญิงหมดเลย ก็จะมีกั๊กๆ กันบ้าง มาการบินไทยมีพี่สจ๊วตสาวน่ารัก เล่นมุขขำๆ ที่เราไม่เคยได้ยิน ทำงานไปก็สนุก หยอกผู้โดยสารให้เขาหัวเราะก็โอเคแล้ว อย่างนึงที่การบินไทยมักสอนก็คือ อยากให้คุณพยายาม deal กับผู้โดยสารด้วยตัวคุณเองก่อน ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยเรียก purser ซึ่งปัทม์คิดว่าดีเพราะเปิดโอกาสให้เราแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองก่อน

ไฟล์ทแย่ๆ บ้างไหมครับ

ผู้โดยสารที่เรื่องมากมี ผู้โดยสารขอเก่งมี ทุกคนเจอ แต่ไฟล์ทที่แย่มากกกกกมีไหม ไม่มี ไฟล์ทเหนื่อยมีไหม มี อย่างไฟล์ทเดลีเนี่ย เหมือนเราเดินไปกลับเดลีกรุงเทพ 555 กดๆ กันตลอดเวลา แต่เราก็ช่วยกันค่ะ จะที่ JAL หรือการบินไทยไม่ว่าจะสายการบินไหนก็ต้องช่วยกัน เพื่อให้ไฟล์ทนั้นมัน smooth ปัทม์เคยฟังเพื่อนบางสายการบินเล่าว่าลูกเรือชาติอื่นนะ ทำฝั่งตัวเองเสร็จก็จบ ไม่มีการช่วยคนอื่นเลย

...........................

รูปภาพ

ทำไมถึงเป็นคนที่ขยันทำงานมาตั้งแต่เด็กแบบนี้

คือเราก็ทำงานไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่าตอนเรียนมันก็มีเวลาว่าง และปัทม์ไม่ได้มาจากครอบครัวร่ำรวย คุณแม่เป็นแม่บ้าน คุณพ่อเป็นลูกเรือ เป็นลูกเรือบนเรือจริงๆ ค่ะ เดินทางไปต่างประเทศ นานๆ กลับบ้านที แม่ก็มีน้องอีกสองคน เท่ากับว่ามีพี่น้องสามคนแต่มีคนหาเงินแค่คนเดียว ทำให้เราเริ่มมองเห็นตอนที่แม่มีน้องชายคนเล็กว่าเราต้องเริ่มช่วยอะไรที่บ้านบ้างแล้ว

ชีวิตที่บ้านเป็นยังไง

ปัทม์ไม่เคยคิดว่าฐานะที่บ้านแย่ค่ะ ถึงจะไม่รวย ปัทม์อาจจะเป็นแอร์คนเดียวก็ได้ที่กู้เงินกองทุนยืมเพื่อการศึกษาเรียนหนังสือ พ่อแม่ปัทม์ไม่มีสมบัติอะไร ไม่มีรถ อาศัยอยู่บ้านปู่ย่าตายายเป็นครอบครัวใหญ่ หนึ่งห้องหนึ่งครอบครัว ย้ายมาอยู่บ้านที่บางบัวทองซึ่งเป็นบ้านที่พ่อเก็บเงินสร้างไว้ ก็เจอน้ำท่วมปี 37 ทุกอย่างพังไปหมดเลย และช่วงนั้นแม่ก็มีน้องเล็กซึ่งห่างจากปัทม์ 14 ปี ก็ลำบาก ปัทม์ก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านป้า เพราะเขาเห็นเราลำบาก ช่วงนั้นชีวิตแย่มากๆ คุณพ่อทำงานต่างประเทศก็ใช่ว่ารายได้จะดีอะไร เพราะเขาก็ต้องจับจ่ายใช้สอย แต่ปัทม์คิดว่า แม้เราจะไม่มีอะไร แต่ปัทม์ก็ไม่เคยคิดว่าครอบครัวเราแย่ เพราะเรายังมีความสุขในชีวิตที่เรามี เรายังมีข้าวกินทุกวัน ไม่ได้กินข้าวคลุกน้ำปลา โชคดีที่พ่อกับแม่ไม่ใช่คนที่มานั่งเครียดกับชีวิต ตอนเล็กๆ ปัทม์ก็มีพ่อที่กินเหล้า แม่ที่เล่นไพ่ แต่ปัทม์ไม่ได้จะว่าท่านนะ ปัทม์อยากจะบอกว่าไม่จำเป็นว่าคนที่มีพ่อแม่แบบนี้จะต้องเป็นเด็กมีปัญหา พ่อปัทม์กลับมาถึงบ้านก็กินเหล้า แม่ก็เล่นไพ่ตองอยู่ที่บ้าน ปัทม์กลับรู้สึกว่าเรามีความสุข เวลากลับบ้านเจอคนนั่งตั้งวงเต็มเลย มันฝึกให้เรากลายเป็นคนมีมารยาทเพราะเราต้องไหว้ทุกคน ทุกคนก็เอ็นดูเรา ในยามว่างไม่มีใครเล่นไพ่ คุณยายก็อ่านหนังสือ เราก็อ่านหนังสือกับยาย กลายเป็นคนรักการอ่านด้วย ในช่วงที่น้ำท่วม ปัทม์ย้ายไปอยู่กับป้าซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูง มีบุคลิกเป็นผู้นำ ปัทม์ก็ดูตัวอย่างจากเขา คือการที่เราได้เจอได้มองคนอื่นๆ หลายๆ ด้าน เราก็เลือกเก็บส่วนที่ดีเข้ามา อย่างไพ่เนี่ย ปัทม์เล่นเป็นทุกอย่างค่ะ แต่ถามว่าเอาไปเล่นเป็นการพนันไหม ก็ไม่ เพราะโตขึ้นมา เราก็รู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญในชีวิต

รูปภาพ

ช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิต

ตอนนั้นปัทม์อยู่ปีสองค่ะ ปัทม์มีน้องชายสองคน น้องชายคนแรกเป็นคนไม่ชอบเรียนหนังสือ เกเร ออกจากบ้านทุกวัน กลางดึกวันนึงเกิดไปมอเตอร์ไซด์คว่ำกับเพื่อน เพื่อนน้องชายตายคาที่ ส่วนน้องชายปัทม์เป็นอัมพาตครึ่งล่างจนถึงทุกวันนี้ ตอนนั้นน้องอยู่โรงพยาบาล 9 เดือน เงินที่พ่อเก็บมาหมดไปเป็นแสน เงินในครอบครัวเราหมด พ่อต้องเป็นหนี้ น้องชายปัทม์แรกๆ ขยับไม่ได้ ถ่ายเองก็ไม่ได้ และจะเจ็บ ปวด และเมื่อยตลอดเวลา อุจจาระของน้อง ปัทม์ก็ต้องยืมถุงมือพยาบาลใช้นิ้วของเราแหวกเข้าไปในเพื่อเอาอุจจาระออกมา ปัทม์กับแม่ก็ทำกันสองคนจนน้องเริ่มถ่ายเองได้ ยิ่งตอนท้องเสียนี่ งานเข้าเลยค่ะ 555 ปัทม์รู้สึกว่าไม่มีอะไรในช่วงชีวิตที่จะแย่ไปกว่านี้ จากที่ปัทม์เคยคิดว่าชีวิตเราคงเป็นได้แค่ Call-Center เราต้องทำอะไรซักอย่างให้มากกว่านั้นเพื่อที่จะช่วยครอบครัว หลังจากปีสอง ปัทม์ก็ตั้งใจเรียนเพื่อเอาเกียรตินิยมมาให้ได้ มันคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงในชีวิตปัทม์ ปัทม์ไม่เคยเห็นอะไรชีวิตที่แย่กว่านี้อีกแล้ว เวลาไปบินเพื่อนหลายคนบ่นว่าไฟล์ทนี้เยิน ไฟล์ทนี้แย่ อ้วกผู้โดยสารมันน่าเกลียด แต่ปัทม์น่ะ อุจจาระยังจับมาแล้ว เราจะไปรังเกียจอะไร ก็แค่ดูแลความสะอาดให้มันเรียบร้อยเท่านั้นเอง

รูปภาพ

น้องชายเล่าให้ฟังว่าช่วงที่เข้าโรงพยาบาล 4-5 ชั่วโมงแรก เลือดคั่งในสมอง แม่ก็ไม่ได้นอน 23 ชั่วโมงนั่งเฝ้าน้องอยู่อย่างนั้น เพราะเขาบ่นเจ็บตลอดเวลา อยากจะกินน้ำแต่ใส่สายในคอกินน้ำไม่ได้ เราก็สงสารน้อง ร้องไห้ตลอดเวลา ภาพทุกภาพที่ไม่เคยทำไม่ดีกับคนอื่น ไปตีกับเขา ไปซ้อมเขา ขี่มอเตอร์ไซด์แข่งกับเขา ไถเงินเขา ทุกอย่างที่ทำมามันเข้ามาในหัวหมด แต่มันเป็นความโชคดีในโชคร้ายที่เขายังมีชีวิตอยู่ มันทำให้ปัทม์มองคนอื่นในมุมที่กว้างมากขึ้น มองคนอื่นในมุมที่ดีมากขึ้น ไม่เครียดกับชีวิตเพราะผ่านชั่วโมงที่เครียดมาแล้ว ปีใหม่ไม่ได้ไปฉลองที่ไหนเพราะต้องเฝ้าน้อง ปูเตียงผ้าใบนอนข้างๆ เพราะต้องนอนห้องรวมค่ะ ตอนแรกๆ น้องชายเข้าโรงพยาบาลขยับตัวไม่ได้ เวลาเมื่อย ก็จะเคาะเหล็กกั้นเตียงให้เราตื่น ซึ่งปัทม์จะไม่ชอบเสียงนี้เลย เพราะมันคือเสียงความทุกข์ของน้อง ตอนนั้นเที่ยงคืนวันปีใหม่ อยู่กับน้องสองคน น้องชายก็ปลุก เราก็นึกว่าเป็นไรปวดอะไรรึเปล่า น้องชายก็บอกว่า “สวัสดีปีใหม่นะ” แล้วเราก็ร้องไห้กันสองคน พูดไปก็จะร้องไห้นะ (น้ำตาลคลอ) คือขนาดที่เขาเจ็บอยู่น่ะ เขายังนึกถึงเรา แล้วทำไมเราจะไม่มีแรงสู้ต่อไปที่จะพยายามรักษาเขาทุกวิถีทาง

รูปภาพ

แล้ววันนี้น้องชายเป็นยังไงครับ

หลายปีผ่านไป ตอนนี้น้องชายปัทม์ยังเดินไม่ได้ แต่มีสุขภาพจิตดี แถมมีแฟนด้วย แฟนสวย ดูแลกันอย่างดี ตอนนี้เขาเริ่มจับงานใน Internet รับซื้อปืนมาทำให้สวยแล้วขายต่อ ทำแบบถูกกฎหมายค่ะ ปัทม์ก็ช่วยเขาเท่าที่เราช่วยได้

เคยคิดว่าตัวเองโชคร้ายกว่าคนอื่นไหม

เคยแอบคิดเหมือนกันว่าตัวเองโชคร้ายกว่าคนอื่น แต่วันนี้คิดพรุ่งนี้ก็ลืม เพราะเรามองว่า ไม่เป็นไร เราไม่มีเราก็ตั้งใจหาสิ ตอนสมัยเด็กๆ เพื่อนๆ เขาก็ไปโรงเรียนสอนพิเศษกัน แต่พ่อแม่ไม่มีเงินให้เราไปเรียน ปัทม์ก็อ่านหนังสือเองก็ยังจบมาได้ แม้เกรดจะไม่ดีนัก โดยเฉพาะตอน ม.ปลายเพราะเลือกผิดค่ะ ไปเลือกสายวิทย์เพราะอยากเป็นพยาบาล แต่เพิ่งค้นพบทีหลังว่าชอบภาษามากกว่า ส่วนเรื่องน้อง ปัทม์คิดว่าคนที่พิการมากกว่าน้องเรายังมีเลย พิการซ้ำซ้อน แต่น้องเราแค่เดินไม่ได้ เราแค่ไม่คิดว่าเราแย่กว่าใคร เราผ่านจุดแย่มาแล้ว ตอนนี้มันมีแต่ความสุขแล้ว ปัทม์พยายามจะไม่มองใครในแง่ร้าย

รูปภาพ

เป็นข้อดีไหมที่เราผ่านประสบการณ์มากมากกว่าคนอื่น

ค่ะ เวลาเรียน ถ้าเราอ่านหนังสือมาก เราก็ได้รับความรู้มากขึ้น ถ้าเราทำงานมาก เราก็จะมีประสบการณ์มากขึ้น งานแย่ๆ ปัทม์ก็ผ่านมาแล้ว เช่น รับโทรศัพท์ลูกค้าแย่ๆ หรือ เจอผู้โดยสารร้ายๆ บนเครื่อง เราก็คิดซะว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคน แต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน เรามีหน้าที่ตรงนี้ก็ทำไปตามหน้าที่ ไม่ต้องไปหวังว่าเขาจะขอบคุณ เขาซื้อตั๋วขึ้นมาก็ขอบคุณแล้ว ถ้าคุณรักที่จะทำอะไร คุณก็ยิ้มไปกับมัน แม้แต่โทรศัพท์ ยิ้มไปด้วยคุยไปด้วย เราก็มีความสุข เราจะเสิร์ฟน้ำผู้โดยสาร เราก็ยิ้มไปด้วยเสิร์ฟไปด้วย คนอื่นอาจจะมองว่าบ้า 555 แต่ถ้าเราไม่คิดมาก ยิ้มไว้ อธิบายกับผู้โดยสาร ให้เข้าใจ ไม่ต้องกลัวว่าแขกจะมามะรุมมะตุ้ม กับเพื่อนปัทม์ก็จะบอกให้ไม่คิดมาก เดี๋ยวก็จบไฟล์ท เดินพ้นประตูเครื่องปุ๊บ ไม่ต้องหิ้วอะไรกลับไปบ้าน ถ้าเราเอาอะไรกลับไปบ่น กลับไปเครียด สภาพจิตมันก็ไม่ดี ถ้าเราวางทุกอย่างให้มันจบ มันก็จบอยู่ตรงนั้น เจอผู้โดยสารไม่ชอบ หรือเพื่อนร่วมงานที่หน้าบึ้ง เราก็ต้องคุยกับเขา เข้าหาเขาก่อน มีคนไปคุยด้วย เขาอาจจะดีขึ้นก็ได้

...........................

รูปภาพ

อยากบอกอะไรกับคนที่คนกำลังท้อ

ปัทม์ก็อยากแนะนำค่ะ คนที่ไม่มั่นใจ คนที่ไม่ได้คิดว่าตัวเองมาจากตระกูลสูงๆ คุณไม่มีเส้นมีสาย คุณจะเป็นแอร์ไม่ได้ อยากให้มองข้ามตรงนั้นไปซะ ทุกอย่างอยู่ที่ตัวคุณ ตอนแรกปัทม์ไม่มั่นใจเลยค่ะ ที่ตอนแรกไปสมัคร Emirate เพราะคิดว่าเราดำ ดูจนๆ แขกคมนิดนึง การบินไทยหรือ JAL มีแต่คนสวยๆ ขาวๆ หมวยๆ เราไปคงไม่ได้ แต่ปรากฏว่า Emirate เราก็แป้กค่ะ ปัทม์เข้าเว็บ thaicabincrew.com เจอคนมาโพสต์ในบอร์ดว่า “ไม่จริงค่ะที่บอกว่าJAL ไม่รับคนผิวคล้ำ ดิฉันเป็นคนนึงที่ผิวคล้ำ ตอนนี้กำลังรอเทรน” โอ้โห ผู้หญิงคนนี้แหละ ปัทม์ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เราแบบ ใช่เลยยยย!!! เราก็มีโอกาสสิ เกียรตินิยมเราก็มี บุคลิกภาพเราก็ไม่แย่ แต่งหน้าหน่อยก็สวยแล้ว ต้องลองดูสิ ปัทม์ก็เริ่มปรับทัศนคติให้ตัวเอง สร้างความมั่นใจให้ตัวเอง ถ้าคุณไม่สวย คุณดำ ลองยิ้มสิ คุณสวยเลย ถ้าคุณตัวเตี้ยไป ตัวเล็ก ใส่เสื้อผ้าที่เปิดคอ รวบผมให้มีตีโป่งหน่อย ถ้าเจอกรรมการถามคำถามยากๆ คุณก็ต้องศึกษาข้อมูลก่อน ซ้อมแนะนำตัวเองหน้ากระจก พูดไปยิ้มไปหน้ากระจก นี่คือสิ่งที่ปัทม์ทำ คนที่สมัครสองสามครั้งแล้วไม่ได้ ไม่ต้องท้อใจ อ่านหนังสือแล้วก็สู้ สนใจสิ่งแวดล้อม สนใจคนอื่น เวลาสัมภาษณ์เพื่อนพูดอะไรต้องสนใจฟัง ทำบ่อยๆ มันจะเป็นนิสัยและจะออกมาเป็นธรรมชาติ ฝึกพูดหัดพูดให้เข้าหูคน ฝึกบุคลิกคุณให้ดี เอาจุดเด่นของตัวเองมา present เตรียมตัวให้พร้อม ไม่ใช่ไปสมัครแอร์แต่ไม่ได้เอกสารไม่ครบก็จบตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าคุณพยายามที่จะเป็นแอร์ สักวันจะได้เป็น อยากให้กำลังใจทุกคนค่ะ

รูปภาพ

ชีวิตของปัทม์ในวันนี้

ตอนนี้ปัทม์ซื้อบ้านให้ครอบครัวค่ะ เงินจากการทำงานเป็นแอร์ แม้จะเป็นทาวน์เฮ้าส์หลังเล็กๆ มือสอง แต่เราก็มีความสุขกับหกชีวิตในบ้านเรา เพราะตอนนี้มีน้องสาวเพิ่มขึ้นมาอีกคน แม้จะเป็นบ้านเล็กๆ แต่เราก็ยิ้มให้กันทุกวัน หัวเราะให้กันทุกวัน อย่างพ่อปัทม์ตอนนี้เขากลับมา เราก็ welcome พ่อ และพ่อก็ไม่กินเหล้าแล้ว ตอนนี้ปัทม์ผ่อนบ้านเอง พ่อจะช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน ส่วนค่าเล่าเรียนของน้อง พ่อกับปัทม์ก็ช่วยกัน ส่วนน้องชายที่เดินไม่ได้ เราก็ไม่ซีเรียสว่าเขาจะเป็นยังไง พูดง่ายๆ ว่าเขาเป็นคนพิการไปแล้ว แค่เขามีความสุขเราก็พอใจแล้ว น้องชายอีกคนก็เปรียบเทียบได้ระหว่างพี่สองคน ก็เป็นตัวอย่างให้น้องไปในตัวด้วย เรามีหน้าที่ support เขาไปในทางที่ดี หลายคนมักจะถามว่าแล้วพ่อแม่ปัทม์ไปไหน ทำไมไม่หาอะไรไว้ให้ ต้องปล่อยให้หาเอง แต่ปัทม์ไม่เคยคิดอย่างนั้น ปัทม์เคยฟังคุณปัญญา นิรันดิ์กุล ซึ่งเขามาจากครอบครัวที่ยากจนเหมือนกัน และเขาไม่เคยโทษพ่อแม่ว่าไม่สร้างอะไรไว้ให้ ก็เหมือนกับปัทม์ เพราะปัทม์ภูมิใจแล้วที่ได้เกิดมาเป็นลูกเขา เขาให้ชีวิตปัทม์ สิ่งที่ดีหรือไม่ดีมันเกิดจากตัวเรา เกิดจากกรรมที่เราทำ ปัทม์ทำกับพ่อกับแม่ดี ตั้งใจทำงาน ซื้อสัตย์กับบริษัท กับเพื่อน มีความสุขกับชีวิต คิดดีทำดีพูดดีก็พอแล้ว สิ่งที่ได้กลับมาก็คือชีวิตที่ดี

คิดว่าประสบความสำเร็จรึยัง

รู้สึกว่าประสบความสำเร็จใน standard ของเราแล้ว ลองมองย้อนกลับไปในชีวิตตอนเด็กๆ ซึ่งเราไม่มีอะไร มายืนจุดนี้ได้ ปัทม์มีความสุขแล้ว ปัทม์แต่งงานแล้วค่ะ (ปัจจุบันเธอท้อง 7 เดือนแล้วจ้า) ในที่สุดก็ได้เจอคนที่ใช่ หลังจากที่อกหักมาหลายครั้ง เจอปัญหาเรื่องความรักมาหลายคน พอเราไปบิน แฟนเราไปอยู่กับคนอื่น มันเจ็บนะ แต่ถ้าผ่านจุดนั้นมาได้ ก็ให้มันผ่านแล้วผ่านไป ให้อภัยเขาซะ วันนึงคุณจะเจอคนที่รักคุณ แต่ถ้าคุณไม่เจอ อย่าลืมว่าคนที่รักคุณที่สุดก็คือพ่อกับแม่ ซึ่งท่านจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ อย่าลืมคำว่ากตัญญูก็พอค่ะ ครอบครัวคือสิ่งสำคัญค่ะ คุณต้องรักษาความสุขในครอบครัวของคุณไว้ ตอนนี้พ่อแม่ปัทม์มีความสุข น้องมีความสุข คุณตาคุณยายมีความสุข ทุกคนในครอบครัวเรามีความสุข มีบ้าน มีสวัสดิการการบินไทยซึ่งดูแลเราดี๊ดี มีงานที่มั่นคง แม้ไม่มีรถ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ค่ะ ขึ้นรถ Crew Center นี่แหละ สบาย (มีคนขับให้ด้วย) ตอนนี้อยากใช้หนี้กองทุนกู้ยืม และผ่อนบ้านให้หมดไวๆ ค่ะ ส่วนความฝันของปัทม์ในชีวิตคือการมีความสุขในบั้นปลายชีวิตกับคนที่เรารัก กับพ่อแม่ ขอให้น้องคนที่เดินไม่ได้มีความสุข ขอให้แฟนรักเราไปตลอด ขอให้น้องคนเล็กได้เรียนหนังสือสูงๆ เดินไปในแนวทางที่ถูกต้อง แค่นี้ก็พอแล้วค่ะกับชีวิต ตอนนี้มีความสุขมากกับงานที่ทำ กับเพื่อนที่มี

รูปภาพ

อยากบอกกับคนที่เจอปัญหายังไง

อยากบอกว่า ทุกอย่างคือความไม่แน่นอนค่ะ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงกันได้ วันนี้น้องคุณยังเดินอยู่กับคุณ วันพรุ่งนี้น้องคุณเดินไม่ได้แล้ว เห็นไหมคะ แค่วันเดียวมันเปลี่ยนได้ เหมือนชีวิตปัทม์ ดังนั้น ไม่มีอะไรแน่นอนค่ะ แต่อยากให้ทุกคนพยายามเพื่อตัวเอง อย่าหยุดนิ่งอยู่กับที่ ศึกษาให้มากขึ้น มองคนอื่นในมุมที่กว้างขึ้น ยิ้ม และสู้ไปกับโลกที่เปลี่ยนไป ขอให้ยิ้มกับโลกใบนี้ ขอให้มีความสุขกับโลกที่อยู่ เป็นตัวของตัวเอง ไม่อคติกับตัวเองมากเกินไป พูดดี ทำดี คิดดี แล้วอะไรดีๆ ก็จะเกิดขึ้น ถ้าตอนนี้ชีวิตเราแย่ ลองสวดมนต์แผ่ส่วนกุศลบ้างก็ดีค่ะ

ฝากอะไรถึงผู้อ่านเว็บไซต์ thaicabincrew.com บ้าง

Thaicabincrew.com ก็มีมานานแล้ว อยากให้เข้ามาดูกันค่ะ ไม่ว่าเราอยากจะเป็นแอร์หรือไม่ก็เข้ามาดูได้ คุณสามารถเอา guideline อย่างบทสัมภาษณ์ต่างๆ ไปใช้กับการสมัครงานอื่นๆ ได้ เพราะมันจะช่วยคุณได้จริงๆ บทสัมภาษณ์ บางคำพูดของบางคน สามารถนำไปเป็นคำตอบของกรรมการสัมภาษณ์ได้เลย เพราะปัทม์ก็ทำมาแล้ว อยากให้ทุกคนเข้ามาใช้เว็บ TCC ค่ะ มันมีอะไรที่มากกว่าการสมัครแอร์และสจ๊วตจริงๆ

...........................


หลังจากคุยกับปัทม์แล้ว ผมได้รับแรงบันดาลใจและกำลังใจเกินร้อยเลยครับที่จะต่อสู้ต่อไปใน บางทีชีวิตของคนเราก็ไม่ได้ต่างจากนิยาย หลายคนอาจโชคดีกว่าเธอ หากวันนี้เราท้อ อย่าลืมว่ายังมีคนอีกเยอะที่ลำบากกว่าเรา อยากให้เก็บเอาข้อคิดดีๆ จากเธอคนนี้ไปใช้ บนเส้นทางที่คุณกำลังเดินไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ปัญหาและอุปสรรคทั้งหลายเป็นเหมือนบททดสอบความแข็งแกร่งของเรา หนทางนี้เราไม่ได้แข่งกับใครนอกจากตัวเอง ขยันฝึกฝน อดทน ไม่ยอมแพ้ แล้วคุณจะได้ในสิ่งที่คุณฝันไว้ ผมเชื่ออย่างนั้นครับ...

...........................


วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย
เรื่องและภาพโดย Kristofer
Kristofer
TCC freelance reporter
TCC freelance reporter
 
จำนวนการตอบ: 10
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพฤหัสฯ. พ.ย. 13, 2008 12:06 pm
Reputation point: 0
Kristofer โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย llollilloll » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 5:09 pm

นับถือพี่มากๆเลยคับ :)
llollilloll
Premium Economy Class
Premium Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 180
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ ส.ค. 08, 2007 1:39 am
Reputation point: 0
llollilloll โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย Chuthaphak » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 5:16 pm

อ่านแล้วน้ำตาจะไหลค่ะ เป็นแบบอย่างที่ดีมากๆสำหรับใครหลายๆคน :)
Chuthaphak
 
จำนวนการตอบ: 4
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 23, 2010 2:20 pm
Reputation point: 0
Chuthaphak โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย phatty » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 6:48 pm

อ่านแล้วมีแรงใจอีกเพียบเลย

ขอให้น้องที่กำลังจะลืมตามาดูโลกน่ารัก สดใส เป็นเด็กดีของพี่ค่ะ [smilie=bn49.gif]
Take me to the clouds above..^^
ภาพประจำตัวสมาชิก
phatty
Royal Silk Class
Royal Silk Class
 
จำนวนการตอบ: 457
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ เม.ย. 23, 2006 9:50 pm
ที่อยู่: เจียงใหม่เจ้า
Reputation point: 2
phatty โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย luk » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 8:08 pm

ขอบคุณมากค่ะ
luk
Economy Class
Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 78
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ เม.ย. 19, 2009 9:13 pm
Reputation point: 0
luk โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย Chananan » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 8:39 pm

ขอบคุณค่ะ พี่ปัทม์ อ่านแล้วรู้สึกนับถือ และชื่นชม ในการดำรงชีวิต และ แนวคิดของพี่จังค่ะ

คนเราคิดดี พูดดี ทำดี และ สิ่งดีๆๆ ก้อจะตามมาเอง [smilie=bn21.gif]

ขอเอาพี่เป็นแรงบันดาลใจของหนูอีกคนนะค่ะ
Believe your fate,Believe yourself. One day,we can have the wings
ภาพประจำตัวสมาชิก
Chananan
Premium Economy Class
Premium Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 167
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพฤหัสฯ. ส.ค. 21, 2008 9:33 pm
ที่อยู่: BKK
Reputation point: 0
Chananan โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย krit » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 9:25 pm

[smilie=bn43.gif] [smilie=bn49.gif] ขอบคุณแชร์เรื่องราว ชีวิตมีที่มีค่า ให้ฟังครับ
ภาพประจำตัวสมาชิก
krit
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 210
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันเสาร์ ส.ค. 21, 2004 12:06 pm
Reputation point: 0
krit โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย A_B_together » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 9:42 pm

สุดยอดเลยค่ะพี่ คิดดี มองโลกในแง่ดี ฉลาดต่อสู้ชีวิต น่านับถือมากค่ะ
พี่เป็นแรงบันดาลใจให้คนหลายๆคนเลยนะ (รวมทั้งหนูด้วย)

ขอคารวะให้อย่างงามๆ เลยค่ะ [smilie=bn21.gif]
A_B_together
Premium Economy Class
Premium Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 131
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ ม.ค. 28, 2009 12:13 pm
Reputation point: 0
A_B_together โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย charming_ploy » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 9:52 pm

พี่เป็นไอดอลของหนูมากๆเลยค่ะ
charming_ploy
เตาะแตะๆๆๆ เอ้าพยายามเข้าๆๆ
 
จำนวนการตอบ: 23
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ พ.ค. 02, 2010 5:53 pm
Reputation point: 0
charming_ploy โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย sora » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 10:48 pm

[smilie=bn18.gif] พี่ปัทม์คะ หนูจะเจริญรอยตามพี่ให้ได้นะคะ แต่ได้ปีนี้ปีแรกและสุดท้ายแล้ว มารับไปทีเถอะค่า
V(^o^)V
sora
Economy Class
Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 53
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ ม.ค. 10, 2007 4:13 pm
Reputation point: 0
sora โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย KanomPhing » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 11:19 pm

ขอบคุณพี่ปัทม์กับเรื่องราวดีดีที่ทำให้รพวกเราสู้กันต่อไป มีกำลังใจเพื่อสักวัน..ฝันจะเป็นจริง ^/\^
ภาพประจำตัวสมาชิก
KanomPhing
Economy Class
Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 74
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ มี.ค. 18, 2009 8:29 pm
Reputation point: 6
KanomPhing โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: (กว่าจะถึง) วันนี้ที่สดใส ของปัทม์ แอร์โฮสเตสสายการบินไทย เรื่องและภาพโดย Kristofer

โพสต์โดย thitiwat » วันอังคาร มี.ค. 01, 2011 11:27 pm

สวยดีคับชอบๆๆๆๆ [smilie=bn21.gif]
ภาพประจำตัวสมาชิก
thitiwat
Royal Silk Class
Royal Silk Class
 
จำนวนการตอบ: 336
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอังคาร ก.ย. 26, 2006 10:43 pm
ที่อยู่: 2547 พหลโยธิน แขวงลาดยาว จัตุจักร กทม 10900
Reputation point: 4
thitiwat โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง บทสัมภาษณ์ลูกเรือสายการบินต่างๆ และรายงานพิเศษกิจกรรมของลูกเรือ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 5 คน

cron