Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

ภารโรง: myoldeditor

Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย Cinnamon~* » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 3:24 pm

รูปภาพ
Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad
เรื่องโดย อบเชย


................................

“หนึ่งไม่เคยคิดอยากเป็นแอร์ ไม่เคยมีอาชีพนี้อยู่ในหัวเลย...”

เป็นคำพูดจากปากผู้หญิงคนหนึ่งที่บอกว่าไม่เคยฝันจะเป็นแอร์ แต่ท้ายที่สุดเธอก็ก้าวเข้ามา...มาสัมผัสกับอาชีพบนฟ้า...มาแม้ว่าไม่เคยคิด…

................................

1.
ดวงอาทิตย์ยามบ่ายอ่อนแสงลง แต่ยังรู้สึกได้ถึงไอร้อนจางๆ ท่ามกลางฝุ่นควันจากยวดยานที่วิ่งไปมาบนท้องถนน อบเชยหลีกหนีความวุ่นวายที่อยู่ตรงหน้ามาพึ่งพาไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศในร้านกาแฟสีเขียวเพื่อพูดคุยกับ “หนึ่ง” ในช่วงเวลาที่หนึ่งลาพักร้อน กลับมาพักผ่อนชาร์จแบตให้ตัวเองที่เมืองไทยก่อนจะบินกลับอาบูดาบีในอีกไม่กี่วัน หนึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมวกเหล็กวิทยา จ.สระบุรี จบแล้วมาต่อที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แล้วซิ่วต่อ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปัจจุบันเป็นลูกเรือสายการบิน Etihad Airways หนึ่งบอกว่าหลงรักงานนี้ งานที่หนึ่งไม่เคยคิดจะทำ งานที่ครั้งหนึ่งเกือบจะถอดใจ แล้วหันหลังให้อาชีพนี้อย่างถาวร

หนึ่งเรียนเภสัชมา พอเรียนจบก็สมัครงาน ได้งานเป็นเภสัชกรที่วัตสัน ทำไปก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ พอดีกัลฟ์แอร์มาเปิดพอดี หนึ่งเลยลองไปสมัคร มีเวลาเตรียมตัวอาทิตย์เดียว ก็เข้าเว็บ thaicabincrew นี่แหละ หาข้อมูลไปเรื่อยๆ วันสมัครก็ไปแบบงงๆ ไม่รู้อะไรเลย

หนึ่งกำลังพูดถึงการสมัครแอร์ครั้งแรกในชีวิตกับสายการบินกัลฟ์แอร์ในปี 2006 ปีนั้นกัลฟ์แอร์ใช้เวลา 2 วันในการคัดเลือกผู้สมัครหลายร้อยคน เป็นสองวันที่หนึ่งบอกว่าเหมือนเล่นเกมส์วัดดวงซึ่งผู้สมัครทุกคนจะมีหมายเลขประจำตัว และในการประกาศผลแต่ละรอบ กรรมการจะเรียกเป็นหมายเลข โดยไม่แจ้งให้ทราบว่าหมายเลขที่เรียกไปนั้นเป็นผู้ที่เข้ารอบ หรือตกรอบ เมื่อเรียกครบทุกคนแล้วจึงจะเฉลย กว่าหนึ่งจะผ่านเข้ามาถึงรอบ final interview และได้เป็นหนึ่งใน 18 คนสุดท้ายที่ได้ร่วมงานกับกัลฟ์แอร์ เวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงตีหนึ่งของวันใหม่

คืนนั้นต้องเซ็นสัญญา แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไป หรือไม่ไปดี โทรคุยกับแม่ แม่บอกให้เซ็นไปเลย แม่เห็นหนึ่งเรียนหนักมาตลอด อยากให้หนึ่งพักด้วยการไปเปิดหูเปิดตาที่อื่น ลองไปอยู่ที่อื่นซักระยะบ้าง ถ้ามันไม่เวิร์คก็ค่อยว่ากัน หนึ่งเลยตัดสินใจไป

รูปภาพ

ในฐานะว่าที่ลูกเรือใหม่ของกัลฟ์แอร์ หนึ่งเก็บกระเป๋าแล้วบอกลาเมืองไทยเพื่อไปเทรนที่บาห์เรนกับเพื่อนคนไทยอีกสิบเอ็ดคน โดยเริ่มต้นจากการเทรนเครื่องโบอิ้ง 767 เป็นเวลาสองเดือนครึ่ง

หนึ่งชอบเทรนที่กัลฟ์แอร์นะ ที่นี่เทรนดี ละเอียดมากโดยเฉพาะเรื่อง safety บางคนอาจจะบอกว่าโหดไป ชี้ถามเรียงตัว แต่มันทำให้เราจำได้ดี ถ้าไม่ได้เทรนที่กัลฟ์แอร์มาก่อน แล้วไปบินกับสายการบินอื่นหนึ่งคงไม่รู้เรื่อง ที่นี่สอนให้เป็นงานเลยแหละ กัลฟ์แอร์เป็นสายการบินที่อยู่มานาน 60 ปีแล้ว หนึ่งว่าหลักสูตรเค้าแน่น เป๊ะมากๆ

สามเดือนแรกเป็นช่วงที่หลายคนต้องใช้เวลาปรับตัวกับการมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง หนึ่งเองก็เหมือนกับเพื่อนคนอื่นที่ต้องเจอกับ culture shock ที่ไม่น่าประทับใจ ต้องอดทนกับการไม่ได้กลับบ้านที่ทำให้หนึ่งซึมเศร้า จิตตกวันละหลายๆ ครั้ง เนื่องจากยังไม่ได้สิทธิ์ซื้อตั๋ว และยังไม่ได้เทรนเครื่องแอร์บัสที่ทำไฟลท์มากรุงเทพ หนึ่งเลยต้องใช้ชีวิตหกเดือนแรกในบาห์เรนโดยที่ไม่มีโอกาสได้กลับบ้าน

รูปภาพ

ตอนหนึ่งมาใหม่ๆ หนึ่งมาด้วยความไม่รู้อะไรเลย รู้แต่ว่าของแพง เป็นเมืองแขก คนนั้นคนนี้ก็บอกต่อๆ กันมา ให้ซื้อนู่นนี่มาจากเมืองไทย แต่หนึ่งไม่เคยรู้เลยว่า culture เค้าเป็นยังไง นิสัยคน สันดานคนที่นั่นเป็นไง พอเจอจริงๆ ช๊อกไปเลย คนไม่มีน้ำใจ ผู้ชายไม่ให้เกียรติผู้หญิง แล้วยิ่งเราเป็นเอเชียเค้ายิ่งดูถูก มองว่าเราเป็นชนชั้นแรงงาน เป็นคนใช้ เป็นแม่บ้าน คนเค้าก็ไม่ได้ให้เกียรติอะไรเท่าไหร่ พวกรุ่นพี่ที่อยู่มาก่อน เค้าก็ช่วยเราได้เยอะ เป็นที่ปรึกษาเราได้ดี แต่หนึ่งก็ suffer มาก พอเริ่มบิน เจอผู้โดยสารแย่ๆ เราเสิร์ฟให้ด้วยมือ ผู้โดยสารเขี่ยด้วยตีน เพื่อนหนึ่งก้มเก็บถาด เจอผู้โดยสารไอใส่หน้า มันก็รับไม่ได้นะ

รูปภาพ

หกเดือนผ่านไป หนึ่งได้เทรนเครื่องแอร์บัส ได้มีโอกาสกลับกรุงเทพบ้าง เริ่มชินกับการอยู่ไกลบ้าน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สภาพจิตใจของหนึ่งดีขึ้นเลย

ที่นี่บินโหดเหมือนกัน บินรอบอ่าว ไปกลับไปกลับ minimum rest ตลอด บินๆ ไป ไอ้นั่นเสีย ไอ้นี่เสีย เหมือนเราก็ให้ผู้โดยสารได้ไม่เต็มที่ อะไรที่ควรได้ก็ไม่ได้ อะไรที่ควรมีก็ไม่มี แต่มันก็ทำให้เราปลงชีวิตนะ ความตายมันอยู่แค่เอื้อม พริบตาเดียวจริงๆ มันทำให้หนึ่งห่วงครอบครัวมากขึ้น รักพ่อรักแม่มากขึ้น แต่หนึ่งก็ยังเจอปัญหาเดิมๆ ตลอด มันก็น่าเบื่อนะ อย่างกระเป๋าหนึ่งหายบ่อยมาก บินมาที่นี่ กระเป๋าไปโผล่ที่อื่นเหมือนชีวิตที่นี่มันผันผวนตลอดเวลา วันนี้ดี พรุ่งนี้แย่ พอบินครบปีนึง รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เลยลาออกดีกว่า หนึ่งก็รู้นะว่าเด็กที่จบออกมาใหม่ๆ รวมถึงคนที่ทำงานประจำอย่างอื่นหลายคนเค้าก็อยากเป็นลูกเรือ อยากยืนอยู่ตรงที่ที่เรายืนอยู่ แต่เค้าก็ไม่มีโอกาส ตอนหนึ่งอยู่กัลฟ์แอร์ก็พยายามคิดแบบนี้ว่าไหนๆ เรามีโอกาสเข้ามาแล้ว เลยอดทนบินจนครบปี อีกอย่างคือสภาวะการเงินของกัลฟ์แอร์ตอนนั้นกำลังลงสู่จุดหักเหด้วย บริษัทประกาศว่าจะเลิกจ้างพนักงานและลูกเรือหลายร้อยอัตรา ลูกเรือจูเนียร์อย่างพวกหนึ่งคิดกันแล้วว่า ควรเตรียมตัวหางานใหม่ดีกว่า เพราะเริ่มรู้สึกไม่มั่นคงแล้ว เลยทำให้หนึ่งตัดสินใจลาออกแล้วกลับมาทำงานเภสัชกรที่เมืองไทยดีกว่า

รูปภาพ

เมื่อตัดสินใจลาออก วันสุดท้ายที่หนึ่งเดินเข้าออฟฟิสกัลฟ์แอร์เพื่อจะไปเอาตั๋วให้แม่ ซึ่งกำลังจะมาเที่ยวที่บาห์เรนและช่วยหนึ่งขนของกลับบ้าน หนึ่งได้เจอรุ่นพี่ลูกเรือไทยคนหนึ่ง หนึ่งถึงได้รู้ว่า Etihad มาเปิดรับสมัครลูกเรือที่โรงแรมฝั่งตรงข้าม และนั่นทำให้หนึ่งเริ่มลังเล

พี่เค้าถามหนึ่งว่าแน่ใจเหรอที่จะลาออก ลองไปสมัครเอทิฮัดดูก่อนมั้ย หนึ่งเลยชวนเพื่อนอีกคนไปสมัครด้วยกัน ผลออกมาคือหนึ่งได้ พี่เค้าก็แนะนำให้หนึ่งเก็บไปคิดก่อนว่าจะเอายังไง จะลองกลับไปทำดีเทลยาตามที่เรียนมาก็ได้ ถ้าเปลี่ยนใจก็ค่อยกลับมาเป็นแอร์ที่เอทิฮัดก็ยังทัน หนึ่งก็เลยตกลงตามนั้น ก็ต้องขอบคุณพี่เค้าด้วย ไม่งั้นหนึ่งคงไม่ได้มาทำที่เอทิฮัด

รูปภาพ

เมื่อกลับมาเมืองไทย หนึ่งเริ่มงานใหม่ด้วยการเป็นดีเทลยา ซึ่งตรงกับที่หนึ่งเรียนจบมา และเคยใฝ่ฝันอยากจะทำ สามเดือนผ่านไป หนึ่งก็ค้นพบว่านี่ยังไม่ใช่ “งานที่ใช่” ในเมื่อเสียงในใจบอกว่าหนึ่งเป็นคนไม่ชอบงานรูทีน หรืองานที่ต้องทำต่อเนื่องแบบนี้

หนึ่งว่ามันเหนื่อยกว่าเป็นแอร์อีกนะ ทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับ งานก็ต้องเคลียร์ให้เสร็จทุกเย็น กว่าจะถึงบ้านสามสี่ทุ่ม ไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย ชีวิตมันวนเวียนแบบนี้ทุกวัน ต้องประจ๋อประแจ๋ ต้องง้อคนเป็นหมอ ต้องรู้จักเข้าหาคน ต้องพูดเก่งๆ ทั้งๆ ที่สมัยเรียน หนึ่งอยากทำดีเทลยามาก พอได้มาทำจริงๆ กลับไม่ชอบเลย รู้สึกขัดกับตัวเองมากๆ แต่โชคดีที่หนึ่งสมัครเอทิฮัดไว้ เพื่อนที่ได้ก็โทรมาบอกให้ไปเทรนด้วยกัน ก็เลยตัดสินใจติดต่อกลับไปเอทิฮัดว่าตกลงจะไปเทรนแล้ว หนึ่งเลยลาออกจากดีเทลยา แล้วไปเอทิฮัด

รูปภาพ

หนึ่งอาจจะโชคดีที่มีโอกาสได้ลองในสิ่งที่อยากทำอย่างงานดีเทลยา จะได้รู้ว่าจริงๆ เราชอบมันหรือเปล่า ผลที่ออกมาคือหนึ่งไม่ชอบ แต่หนึ่งก็ยังมีโอกาสกลับมาเป็นแอร์เหมือนเดิมได้ หนึ่งว่าเพื่อนหลายๆ คนที่จบออกมาปุ๊บ แล้วมาเป็นแอร์เลย เค้าก็ยังมีความฝันอย่างอื่นที่อยากทำ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ทำเพราะมาเป็นแอร์ซะก่อน พอเริ่มด้วยอาชีพลูกเรือแล้วส่วนใหญ่ก็ทำยาวไปเลย อยู่ๆ จะให้ลาออกไปทำอย่างอื่น เกิดไม่ชอบขึ้นมา จะกลับเข้ามาเป็นลูกเรืออีกก็ยากนะ


................................

รูปภาพ

2.
การกลับมาเป็นลูกเรืออีกครั้งกับเอทิฮัด ทำให้ความคิดของหนึ่งเปลี่ยนไปหลายอย่าง จากเดิมที่ไม่เคยรู้จักตัวเองว่าอยากทำอะไร ชอบหรือไม่ชอบงานแบบไหน ต่อเมื่อได้ลอง ได้มีโอกาสเข้าไปทำจริงๆ หนึ่งถึงได้รู้จักตัวเองมากขึ้น อะไรที่เคยว่าแย่ มันกลับมีที่แย่ยิ่งกว่า แล้วนั่นก็ทำให้รู้สึกได้เองว่า ที่มี ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว

พอมาทำที่เอทิฮัด กลายเป็นว่าหนึ่งรักงานลูกเรือไปเลย เพราะตอนไปทำดีเทลยา ทำให้รู้สึกว่าอะไรที่เราว่าแย่ จริงๆ มันมีที่แย่กว่าอีก หนึ่งเริ่มงานแรกด้วยการเป็นเภสัชกรที่วัตสัน ขนาดทำแค่ part time หนึ่งยืนแปดชั่วโมงทั้งวันไม่ได้นั่งเลย เงินก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่ มันทำให้หนึ่งคิดว่า เราเรียนหนักแทบตายเพื่ออะไรก็ไม่รู้ ตอนนั้นก็เลยรู้ตัวแล้วว่าไม่ชอบงานแนวนี้ ค่าตอบแทนน้อย ไม่คุ้มค่าเหนื่อย พอมาเป็นแอร์ที่กัลฟ์แอร์ ก็เหนื่อยมากเหมือนกัน เจออะไรก็แย่ไปหมด หนึ่งคิดว่าไม่ไหวแล้ว ไม่ชอบเลย พอเปลี่ยนไปทำดีเทลยา ก็เลยรู้ว่ามันยิ่งแย่กว่าตอนอยู่กัลฟ์แอร์อีก

รูปภาพ

ถึงแม้หนึ่งจะเคยมีประสบการณ์จากการเป็นลูกเรือกัลฟ์แอร์มาก่อน แต่การมาเริ่มงานกับเอทิฮัดก็ไม่ใช่เรื่องง่ายซะทีเดียว แม้จะเป็นอาชีพลูกเรือเหมือนกัน อยู่ในตะวันออกกลางเหมือนกัน แต่การย้ายจากบาห์เรนมาอยู่อาบูดาบี สภาพแวดล้อมรอบตัวที่เปลี่ยนไป ผู้คนรอบข้างที่เปลี่ยนไป ระบบระเบียบในการทำงาน และวัฒนธรรมองค์กรที่แตกต่างกัน ทำให้หนึ่งต้องปรับตัวอีกครั้ง

หนึ่งต้องปรับตัวเยอะมากในเรื่องการทำงาน วิธีการทำงานของที่นี่กับกัลฟ์แอร์จะคนละแบบกันเลย ที่กัลฟ์แอร์ไม่มีการกำหนดตายตัวว่าตำแหน่งนี้ต้องทำอะไร แค่มี area กำหนดไว้ให้เรารับผิดชอบเท่านั้น อย่างห้องน้ำตรงนั้นตรงนี้เราต้องคอยเช็คนะ แต่พอถึงเวลาทำงานจริงๆ ลูกเรือหลายคนก็จะเข้ามาช่วยกัน ซึ่งแตกต่างจากเอทิฮัด ที่นี่จะกำหนดมาชัดเจนว่าใครทำอะไร ตรงไหน นั่นข้างเธอ นี่ข้างชั้น ต่างคนต่างรับผิดชอบผู้โดยสารโซนของตัวเองไป ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน ใครเป็นแกลลี่ คนนั้นก็เป็น boss ไปเลย มีอำนาจ สั่งได้ คนเป็นแกลลี่แต่ละไฟลท์ก็จะเลือกจากคนที่ senior ที่สุดด้วย แต่หนึ่งว่าทางบริษัทเองก็รู้ปัญหานี้ เค้าก็พยายามแก้ไขให้มันดีขึ้น ตอนนี้เพิ่งจะมีตำแหน่ง cabin senior เข้ามาแทนแล้ว มีการปลูกฝังเรื่องทีมเวิร์คมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่ง cabin senior จะเป็นหูเป็นตาให้ cabin manager ใน economy class ทำให้ลูกเรือทำงานกันเป็นทีมและมีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม

รูปภาพ

ปัจจุบัน Etihad Airways เป็นสายการบินประจำชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีลูกเรือไทยร่วมงานด้วยหลายร้อยคน ชาติที่เข้ามาเป็นลูกเรือที่นี่เยอะที่สุดคงเป็นฟิลิปปินส์ รองลงมาคืออินเดีย ตามมาด้วยลูกเรือไทย ในแต่ละไฟลท์จะมีลูกเรือเอเชียเพียง 1-2 คน มีไม่น้อยที่หนึ่งเป็นลูกเรือไทยคนเดียวในไฟลท์ จากการทำงานร่วมกับลูกเรือที่มาจากหลายเชื้อชาตินี่เอง ทำให้หนึ่งต้องรับมือกับความแตกต่างของลูกเรือแต่ละคน แต่ละชาติที่หนึ่งบอกว่าบางคนมีวิธีการทำงานของตัวเอง ที่เราต้องประเมินเอาเองว่าควรจะเข้าหายังไง บางคนก็เจ้ากี้เจ้าการ บงการคนอื่นตลอดเวลา หนึ่งเองก็ต้องเรียนรู้ด้วยว่า ใครแตะได้ ใครแตะไม่ได้ หนึ่งบอกว่าถ้ารู้ว่าแตะไม่ได้ ก็พยายามอย่าเข้าไปยุ่ง หากเผลอพูดอะไรไป หรือล้ำเส้นใครไป อาจกลายเป็นการก่อศัตรูขึ้นมาได้โดยที่เราเองอาจจะไม่รู้ตัว

หนึ่งเชื่อว่าสันดานมันมากับเชื้อชาติจริงๆ พวกแขกอารบิก อียิปต์ เลบานอน พวกนี้ไม่ค่อยช่วยงาน พูดจาจิกเราก็มี ชักสีหน้าใส่เราก็มี เราก็อย่าไปอะไรกับมันมาก ถ้าเป็นลูกเรือเอเชียด้วยกัน ส่วนใหญ่จะช่วยกัน คนเอเชียมีวิธีวางแผนการทำงานที่ดีกว่า จัดระบบระเบียบอะไรดีกว่า แต่ถ้าไฟลท์ไหนที่เจอลูกเรือหลายๆ ชาติปนกันก็แย่หน่อย

รูปภาพ

หนึ่งเปรียบเทียบให้ฟังว่าที่เอทิฮัดค่อนข้าง เข้มงวด เรื่องกฎระเบียบต่างๆ กับลูกเรือมากพอสมควร เมื่อผู้โดยสารตำหนิ ลูกเรือจะถูกบริษัทตรวจสอบตลอด อาจเป็นเพราะว่าเอทิฮัดเองก็พยายามที่จะยกระดับมาตรฐานสายการบินด้วย ซึ่งสองปีที่ผ่านมา เอทิฮัดก็พยายามพัฒนาให้ทุกอย่างดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสถานที่เทรน ออฟฟิสก็ทำใหม่ สร้างใหม่ทั้งหมด

หนึ่งว่าที่เอทิฮัดมีทุกอย่างที่เราต้องการ ไอ้นู่นไม่พัง ไอ้นี่ไม่เสีย มีทุกอย่างที่เอื้อให้เราทำงานได้เต็มที่ ให้เราบริการผู้โดยสารได้เต็มที่ มันแฮปปี้กว่า ทำได้ทุกอย่าง ผู้โดยสารขออะไร มีหมด ให้ได้หมด เราไม่ต้องไปเครียด ไป suffer กับการปฏิเสธผู้โดยสารว่าไอ้นู่นไม่มี ไอ้นี่ไม่มี ต้องขอโทษแล้วขอโทษอีก แล้วก็เป็นเราที่ต้องรองรับอารมณ์ โดนผู้โดยสารด่าบ่อยๆ แต่การย้ายมาเอทิฮัด ก็ทำให้หนึ่งรู้สึกว่าจริงๆ แล้วที่กัลฟ์แอร์ก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน อย่างเรื่องที่อยู่อาศัย หนึ่งว่าที่กัลฟ์แอร์ดีกว่า เพราะที่เอทิฮัดบางคนก็ได้ตึกดีมาก บางคนก็ได้แบบเก่ามาก พวกลูกเรือเอเชียที่เอทิฮัด อาจดูไม่เท่าเทียมกับพวกลูกเรือฝรั่งโดยเฉพาะเรื่องตารางบิน ส่วนเรื่องที่อยู่ ลูกเรือเอเชียโวยเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจะได้ แต่ที่กัลฟ์แอร์จะดูเท่าเทียมกว่า ลูกเรือหลากหลายเชื้อชาติมากกว่า เปิดกว้างให้กับคนหลายๆ ชาติ

รูปภาพ

เมื่อถามถึงผู้โดยสาร หนึ่งบอกว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นแขกหลากหลายเชื้อชาติที่มีวิธีแผลงฤทธิ์ให้ลูกเรือได้ปวดหัวอยู่บ่อยๆโดยเฉพาะแขกอารบิกที่หนึ่งลงความเห็นว่าแย่ที่สุดแล้ว เนื่องจากเป็นเจ้าของประเทศ ชอบโวยวาย ด่าทอ เมื่อลูกเรือพูดภาษาอารบิกไม่ได้ สื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องก็ยิ่งโวยวายหนักกว่าเดิม

มันชอบคิดว่าเครื่องบินเหมือนเซเว่น จะต้องมีทุกอย่างที่มันต้องการ บางคนบ้านมันรวย มีคนใช้ ชี้นิ้วสั่งได้ พอมาอยู่บนเครื่องมันก็พยายามจะทำแบบนั้น พวกนี้ไม่มีมารยาท treat เราไม่ดีด้วย เวลา check in ชอบมาช้า แต่จะเอาที่นั่งติดกัน แล้วก็เรื่องมาก ไอ้นั่นไม่กิน ไอ้นี่กินไม่ได้ ถัดมาคือพวกแขกอินเดีย ยิ่งพวกมี british passport พวกนี้จะเรื่องมาก แสวงหาความมีอภิสิทธิ์ตลอด อะไรฟรีก็จะเอาหมด แล้วพวกนี้จะรู้มาก จุกจิก เอะอะขึ้นมาก็จะรีพอร์ท จะคอมเพลนท่าเดียว ชอบดื่มมากๆ ด้วย สุดท้ายคือแขกปากี ที่เป็นชนชั้นแรงงาน พวกนี้จะดีนะ ไม่เรื่องมาก มีอะไรก็กิน ไม่ถาม ไม่ขอ แต่จะชอบดื่มมากกว่า พวกนี้ไม่มีปัญหา เสียอย่างเดียวที่ถือของขึ้นเครื่องเยอะมาก เหมือนย้ายบ้าน

รูปภาพ

เราถามหนึ่งเรื่อง “กลิ่นแขก” ว่าแรงอย่างที่ใครๆ ว่าไว้จริงหรือ?

กลิ่นแรงจริงๆนะ ที่เหม็นสุดก็คงเป็นแขกปากี ถ้าได้ไฟลท์ไปการาจี อิสลามาบัด นี่เตรียมยาดมเลยนะ พวกนี้กลิ่นตัวแรงเหมือนคนไม่อาบน้ำ เดินผ่าน cabin นี่กลั้นใจไปเลย เหมือนเล่นตี่ ถ้าต้องเสิร์ฟก็ต้องทนหน่อย ปากก็เหม็น ห้องน้ำก็เละ บางคนยังเข้าห้องน้ำไม่เป็นเลย สาดเอาไว้เต็มผนัง ต้องปิดห้องน้ำไปเลยก็มี แต่ถ้าพวกแขกอารบิค พวกนี้รวย ชอบใส่น้ำหอมกลิ่นเหมือนฉี่อูฐ ซึ่งเหม็นมาก เดี๋ยวนี้แค่เดินผ่าน ได้กลิ่นปุ๊บหนึ่งรู้เลยว่าแขกชาติไหน ลูกเรือฝรั่งบางคนก็ทนทำไม่ได้ บางคนรับไม่ได้จริงๆ อย่างไฟลท์ไปลอนดอน หรือนิวยอร์ก ไม่มีผู้โดยสารฝรั่งเลยนะ มีแต่แขกเต็มลำ ฝรั่งบางคนขึ้นมาก็งงว่าใช่ไฟลท์ไปลอนดอนจริงๆเหรอ สงสารผู้โดยสารฝรั่งบางคน นั่งติดกับพวกแขกแล้วต้องทนดมกลิ่นไปตลอดไฟลท์เหมือนกัน

รูปภาพ

ถึงกลิ่นจะแรง แถมยังต้องสู้รบปรบมือกับผู้โดยสาร แต่ได้กลับบ้านบ่อยกว่าสมัยที่อยู่กัลฟ์แอร์ เพราะที่เอทิฮัดบินน้อยกว่า วันหยุดเยอะกว่า และรายได้ที่ว่ากันว่าเฉียดหลักแสน ก็อาจทำให้ใครหลายคนตัดสินใจมาใช้ชีวิตที่นี่ได้อย่างไม่ยากเย็น เราถามถึงจำนวนเงินที่หนึ่งได้แล้วถึงกับตาลุกวาว แม้ว่าจะเป็นเดือนที่หนึ่งลาพักร้อนถึงสิบห้าวันแล้วก็ตาม

ถ้าเอาเงินที่ได้เทียบกลับเป็นเงินไทยมันก็ดูเยอะ แต่ในประเทศนี้เค้าถือว่าเงินเดือนขนาดนี้ไม่ได้เยอะ อยู่ในระดับปานกลางมากกว่า เพราะค่าครองชีพมันสูงมาก กินข้าว food court จานละร้อยห้าสิบ สองร้อย บางคนใช้แบบเดือนชนเดือนก็มี เพราะไม่ทำกับข้าวกินเอง ซื้อกินตลอด บางคนเที่ยวบ่อยก็เปลืองอีก แต่ที่อาบูดาบียังค่าครองชีพถูกกว่าดูไบ ดูไบจะแพงกว่านี้มาก ค่าแท็กซี่ก็แพงกว่ามาก ระยะทางเท่ากัน แต่ต่างกันเป็นเท่าตัวเลยก็มี รถที่นู่นถูก น้ำมันถูกก็จริง แต่ก็ไม่มีที่จอด ไปไหนมาไหนก็ต้องแท็กซี่

รูปภาพ

ตอนนี้หนึ่งยังแฮปปี้กับที่นี่ ยังโอเคที่จะอยู่ตะวันออกกลาง อยากบินต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็คงไม่นาน ตอนนี้เหมือนหนึ่งมาขุดบ่อน้ำมัน ถ้าเก็บเงินได้แล้วหนึ่งก็อยากกลับมาหาอะไรทำที่เมืองไทย หนึ่งว่าลูกเรือที่นี่ไม่มีใครอยากอยู่นานๆ หรอก ทุกคนก็อยากกลับบ้านทั้งนั้น แต่บางคนมีภาระทางบ้าน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ส่งน้องเรียน ก็ต้องทำไปก่อน คนส่วนใหญ่ที่มาทำได้ห้าหกปี ก็ลาออกกันแล้ว นอกจากคนที่ไปได้แฟนที่นู่น มีครอบครัวที่นู่น อีกอย่างอาชีพนี้ทำไปนานๆ สุขภาพก็ไม่ค่อยดี ยิ่งระยะยาวก็ยิ่งแย่

ที่สำคัญหนึ่งว่าต้องวางแผนนะ บางคนไม่มีเป้าหมายเลย บางคนบินมานานแต่ไม่มีเงินเก็บ ถ้าวันนึงต้องลาออกมา แล้วจะไปทำอะไร งานเดี๋ยวนี้มันก็หายาก บางคนไม่ได้คิด มีแสนใช้แสน ใช้ไปเรื่อยเปื่อยมันก็หมด บางคนทำอะไรเกินตัว กู้ทั้งเมืองไทย กู้ทั้งเมืองแขก โดยไม่ได้มองว่าถ้าเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมาแล้วจะทำยังไง แต่ถ้าวางแผนชีวิตไว้บ้าง เราจะโฟกัสได้ว่าเราจะบินไปถึงเมื่อไหร่ จะเอายังไงต่อไปดี เพราะงานนี้มันเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ วงจรมันสั้นมาก เดี๋ยวนี้บริษัทก็ไม่เลี้ยงคนแล้ว ไม่ง้อ ถ้าไม่วางแผนก่อนก็ลำบาก


รูปภาพ

รายได้ดีๆ นั้นคงไม่ได้มากันง่ายๆ แน่นอนว่าต้องแลกมากับอะไรหลายอย่าง แลกกับการต้องมาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ไกลบ้าน ไกลจากความเคยชิน ไกลจากสิ่งที่คุ้นเคย ความเหงาที่ต้องเผชิญ ความกดดันจากการทำงาน ผู้คนรอบข้าง วัฒนธรรม การใช้ชีวิต อาหารการกินก็แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง

หนึ่งว่าเงื่อนไขในการใช้ชีวิตที่นี่มันเยอะ สมัยอยู่บาห์เรนมันก็มีแต่ตึกกับทะเลทราย แท็กซี่ก็ต้องโทรเรียก ไม่ใช่ออกไปยืนโบกเมื่อไหร่ก็ได้ ร้านขายของชำไม่มีอยู่ใกล้ๆ ตึกเลย จะไปไหนทีต้องรอเพื่อนกลับจากบินว่างพร้อมกันแล้วค่อยเรียกแทกซี่เพื่อหารค่ารถกัน ที่บาห์เรนมันเงียบมาก หนึ่งเลยเหงามาก ขนาดทำใจไว้ก่อนแล้วกับการห่างบ้าน แต่ก็จิตตกบ่อยมาก ยิ่งเวลาเพื่อนไปบินกันหมด เหลือเราอยู่บ้านคนเดียว หนึ่งจะเซ็งมาก เวลาคิดถึงบ้านนี่ทรมานสุดๆ ยังดีที่มีเนตให้เล่น ขาดเนตไม่ได้เลยนะสำหรับลูกเรือที่อยู่ที่นั่น

รูปภาพ

พอย้ายไปเอทิฮัด ช่วงสี่เดือนแรกที่ไปถึงอาบูดาบี หนึ่งต้องอยู่โรงแรมไปก่อน ห้องซักผ้าเป็นห้องรวม ต้องต่อคิวกัน บางทีต้องตั้งนาฬิกาปลุกตอนตีสองเพื่อลงไปซักผ้า จะได้ไม่ต้องต่อคิวแย่งกับใคร นานๆ ไปก็ซักมือเลยดีกว่า เนตในห้องก็ไม่มีให้เล่น มีแต่ใน crew lounge ที่ต้องนั่งเล่นรวมๆ กัน นั่งติดกันกับคนอื่น คุยอะไรคนข้างๆได้ยินหมด ค่าโทรศัพท์ก็แพงมาก อยากจะเข้าเวบที่เป็นของเมืองไทย บางเวบก็โดนบล๊อกอีก เข้าไม่ได้ แต่พอได้ย้ายเข้าตึกที่พักที่เพิ่งสร้างเสร็จ อะไรๆ ก็ดีขึ้น มีเนทใช้ มีแฟลทเมทที่ดี ชีวิตดีขึ้น อาบูดาบีค่อนข้างเป็นเมืองคล้ายๆ สังคมเมืองทั่วๆ ไป เลยไม่ค่อยเหงามากเท่ากับตอนอยู่บาห์เรน

หนึ่งก็พยายามหาอะไรทำตลอด หนึ่งชอบถ่ายรูปมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว พอหนึ่งมาเป็นแอร์มันก็มีโอกาส มีเวลาทำสิ่งที่เรารัก เราชอบ หนึ่งอยากเล่นกล้องมาก ถ้าไม่ได้เป็นแอร์ ก็คงไม่มีโอกาสได้ซื้อ ได้เที่ยว ได้ไปถ่ายรูป บางคนหยุดสามสี่วันก็ไปแบ๊คแพ๊ค ไปเที่ยวใกล้ๆ ไปอินเดียก็มี บางคนก็กลับเมืองไทย โดยเฉพาะพวกที่มีแฟนก็กลับบ่อยหน่อย พอย้ายมาที่อาบูดาบี ก็ไม่ค่อยเหงาแล้ว เมืองมันคล้ายๆ กรุงเทพ แท็กซีหาง่าย ชีวิตสะดวกสบายขึ้นเยอะ เพื่อนไม่อยู่ เราก็ไปห้าง ไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ที่บาห์เรน จะเรียกแท็กซี่ ต้องไปกันหลายๆ คนหารค่ารถกัน อย่างที่หลายคนบอกว่า ไม่มีที่ไหนสบายเท่าเมืองไทยอีกแล้ว หนึ่งยังไม่เคยรู้สึกรักเมืองไทยเท่านี้มาก่อนเลย


รูปภาพ

เวลาว่างส่วนใหญ่ของหนึ่งเมื่อไม่มีบินมักหมดไปกับการเล่นเนต ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม เล่นไพ่ อ่านหนังสือ ต่อจิ๊กซอว์ ไปฟิตเนส ไปเดินห้าง ออกไปกินข้าวกับเพื่อนนอกบ้านบ้าง แต่ไม่บ่อย เพราะอาหารไม่ถูกปาก จึงเป็นที่มาของการทำกับข้าว และปาร์ตี้หมูกระทะที่หนึ่งทำกินกับเพื่อนบ่อยๆ

ร้านอาหารจีนที่นั่นยังโอเคนะ แต่อาหารแขกนี่ไม่ชอบเลย ที่นู่นกินแกะ กินไก่ ไม่กินหมู ไม่ค่อยกินผักกัน เพราะผักสดหายาก มองไปทางไหน ก็มีแต่ตึกกับทะเลทราย ผักที่นู่นส่วนใหญ่นำเข้ามาจากที่อื่น แพงด้วย ที่นู่นไม่มีอะไรสดเลย ส่วนใหญ่มีแต่อาหารแช่แข็ง หนึ่งกับเพื่อนจะประหยัดกันมาก ใครได้กลับมาเมืองไทย ก็เหมือนเป็นความหวังของเพื่อน ความหวังของหมู่บ้านเลยนะ เพราะต้องซื้อของซื้อกับข้าวมาจากเมืองไทย แล้วเอาไปทำกินกัน หนึ่งจะทำปาร์ตี้หมูกระทะกับเพื่อนบ่อยๆ ถ้าเป็นคนไม่ทำกับข้าว อาจจะลำบากหน่อย แต่ถ้าชอบทำกับข้าวก็อยู่ที่นี่ได้สบายเลย

รูปภาพ

บางคนไม่เคยโหนรถเมล์ ไม่เคยทำกับข้าว ไม่เคยซักผ้า มาอยู่ที่นี่ก็ต้องปรับตัว บางคนปรับได้ก็อยู่ได้ บางคนพยายามเรียนรู้ทำนู่นทำนี่เอง ก็อยู่กันได้ มันต้องปรับตัวกันไป ใครจะไป suffer ตลอดทุกวัน อย่างนั้นมันอยู่ไม่ได้หรอก คนที่รับไม่ได้จริงๆ ก็ต้องลาออกกันไป ถ้าทนความลำบากได้ ก็เป็นแอร์ที่นี่ได้ แต่ถ้าติดหรูติดสบาย หนึ่งว่าไปทำอย่างอื่นดีกว่า


หนึ่งพูดถึงอาบูดาบีให้ฟังตั้งแต่เรื่องทั่วๆ ไปอย่างอากาศว่าที่นี่ร้อนก็ร้อนสุดๆ แดดแรงกว่าบ้านเราถึงขนาดผิวไหม้แดดกันมาแล้ว หน้าหนาวก็หนาวมาก อุณหภูมิเหลือประมาณสิบกว่าองศา ฝนไม่ค่อยตก จะมีก็แต่พายุทราย ภาษาหลักที่ใช้คือภาษาอารบิก แต่คนส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ อาบูดาบีไม่ใช่เมืองอันตราย อาชญากรรมมีน้อยอาจจะเพราะเป็นประเทศมุสลิม เป็นเมืองอิสลามที่ไม่ได้เคร่งครัดอะไรมาก ค่อนข้างเสรี เวลาออกไปข้างนอกก็แต่งตัวธรรมดาได้ แต่ก็ให้ดูเรียบร้อยไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ตกเป็นอาหารตาของใครต่อใครและเป็นการให้ความเคารพกับศาสนาของประเทศนี้

รูปภาพ

คือถ้าแต่งอะไรมากๆ วับๆ แวมๆ ใส่ไปก็โดนแขกมองนะ พวกแขกปากีมาเป็นแรงงานอยู่ที่นี่กันเยอะ มาขับแท๊กซี่ มาเป็นกรรมกร ใส่อะไรไปมันก็มอง เราก็ไม่อยากแต่งตัวอะไรมาก เสื้อยืด กางเกงยีนธรรมดาจะปลอดภัยที่สุด อีกอย่างที่นี่มีผู้หญิงจีนมาขายตัวกันเยอะ เราก็ดูหมวยๆ นะ แขกมันก็ดูไม่ออกหรอกว่าเรามาจากไหน มันก็คิดว่าเราเป็นกะหรี่ไว้ก่อนแหละ จะออกไปไหนมาไหนตอนกลางคืนก็ค่อนข้างปลอดภัย เพราะคนที่นั่นเข้านอนดึก เนื่องจากคนเค้านอนกลางวันกันทำละหมาดกัน แต่ทางที่ดีก็ไม่ควรเอาตัวเข้าไปเสี่ยง เกิดอะไรขึ้นมาเราก็เป็นต่างชาติ ยังไงเค้าก็ช่วยคนของเค้าก่อน อีกอย่างเราเป็นผู้หญิงด้วย วัฒนธรรมเค้าไม่ได้ยกย่องหรือให้เกียรติผู้หญิงมากนัก ก็อย่าเอาตัวไปอยู่ที่เปลี่ยวๆ เลย แต่ที่อื่นอย่างซาอุฯ ยังเคร่งกว่านี้ ถนนต้องแยกกันเดินระหว่างผู้หญิงผู้ชาย มีศาลเตี้ยกันตรงนั้น ไปไหนมาไหนต้องโพกผ้าปิดหน้าไปเลย แต่อย่างบาห์เรน หรือยูเออีมันเสรีแล้ว ไม่ต้องเคร่งอะไรมากขนาดนั้น


................................

รูปภาพ

3.
อบเชยนั่งละเลียดกาแฟปั่นจนหมดแก้วไปนานแล้ว เหลือไว้แต่รอยน้ำเป็นวงกลมๆ บนโต๊ะที่มาจากก้นแก้ว คุยกับหนึ่งมานานร่วมชั่วโมง ได้ฟังทั้งข้อดีและข้อเสียของการเป็นลูกเรือในต่างแดนที่อบเชยคงยังไม่มีโอกาสได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง แต่หากวันใดวันหนึ่งที่โอกาสนั้นมาถึง อบเชยก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะกล้าและแกร่งพอที่จะไปใช้ชีวิตที่นั่นได้เหมือนที่หนึ่งและลูกเรือไทยอีกหลายๆ คนตัดสินใจไปหรือเปล่า

รูปภาพ

คนที่อยากทำอาชีพนี้จริงๆ ก็อยากให้มุ่งมั่น ถ้ามีโอกาสก็สมัครเลย ถ้าไม่ได้เป็นแอร์ หนึ่งคงไม่ได้ไปหลายที่หลายประเทศขนาดนี้ ถ้าเป็นคนเดินดินธรรมดา เราจะได้ไปไกลถึงปารีส ลอนดอนเหรอ ก็ทำได้นะถ้าคุณมีเงิน แต่ถ้าคนธรรมดา ใครจะทำได้ แต่เมื่อต้องมาเบสที่นี่ ก็ต้องยอมรับว่าความแตกต่างเรื่อง culture มันมีเยอะ เราไม่ได้อยากดูถูกเค้า แต่ต้องเข้าใจและอยู่กับมันให้ได้ ถ้าอยู่ตะวันออกกลางได้ คราวนี้ไปเป็นแอร์ที่ไหนก็ได้เลยนะ คนที่ได้มาอยู่ที่นี่แล้วหนึ่งอยากจะบอกว่าคุณโชคดีมาก ที่มีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตในอีกรูปแบบหนึ่ง คุณไม่ได้เสียอะไรไป มีแต่ได้อย่างเดียวเลยนะ ไปแล้วไม่ชอบ ถ้าลาออกกลับมา หนึ่งว่าก็ยังเสมอตัวอยู่ ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ต้องมาอยู่เองแล้วจะรู้ อยู่ไม่ได้ก็กลับ มีแค่นั้นจริงๆ

รูปภาพ

สำหรับคนที่เป็นลูกเรือสายการบินอื่นอยู่แล้ว แต่อยากมาที่นี่ ถ้าคิดว่าทนได้ก็ลองมาอยู่ดู ต่างกันก็แค่เจอแขกเยอะเท่านั้นเอง ถ้าคนที่อยู่เมืองไทย เบสเมืองไทย มีความสุขดีอยู่แล้ว ถึงเงินจะน้อยหน่อย แต่ได้อยู่เมืองไทย หนึ่งว่าก็อยู่เมืองไทยเหมือนเดิมดีกว่า มาที่นี่บางคนอาจจะทำใจไม่ได้ อยู่เมืองไทยมีน้อยก็ใช้น้อย จะดีกว่า แต่ถ้าไม่มีอะไรจะเสีย ไม่มีอะไรต้องกังวล ไม่มีแฟน สามารถลุยเดี่ยวได้ ก็ลองมาที่นี่แล้วเต็มที่ไปเลย

เรื่องเพื่อนที่นี่ก็สำคัญมาก หนึ่งเคยเจอปัญหาทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวรุมเข้ามาพร้อมๆ กันตอนอยู่ที่นี่ แต่ก็รอดมาได้เพราะมีเพื่อนดีๆ คอยให้กำลังใจ จะมาที่นี่ก็ต้องถามสุขภาพจิตตัวเองให้ดี ว่าถ้าไม่ได้กลับบ้านขึ้นมาจะทนได้มั้ย บางคนซึมเศร้าอยู่ไม่ได้ก็เยอะ บางคนเจอปัญหาที่อยู่ไม่ดี รอสเตอร์ไม่ดี แฟลตเมทไม่ดี บางคนบริษัทจับให้อยู่ด้วยกันเลย เลือกไม่ได้ ก็แย่หน่อย ทะเลาะกันไปเลยก็มี ปัญหามันเยอะ


รูปภาพ

ได้ยินใครๆ ชอบบอกว่าให้คิดบวกเข้าไว้แล้วจะดีเอง จริงหรือ?

อยู่ที่นี่ต้องทำงานกับคนหลายเชื้อชาติ บางทีคิดบวกอย่างเดียวก็ไม่ได้ บวกมากไปก็โดนโขกสับอีก ถ้าภาษาเราไม่ดี ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ เพราะมันจะคิดว่าเราป็นเอเชียแล้วเถียงไม่ได้ ภาษาต้องดีพอสมควร ต้องพอต่อล้อต่อเถียงได้ สามารถแสดงจุดยืนของเราได้ ว่าเราก็ไม่ยอม ไม่งั้นก็ทำงานด้วยกันไม่ได้ โดนดูถูก โขกสับตามมา เมื่อก่อนหนึ่งเป็นแม่พระมาก คนอื่นอยากอู้ก็อู้ไป หนึ่งก็ทำงานอยู่คนเดียว หลังๆ เริ่มเรียนรู้ไปได้เอง เป็นการลองผิดลองถูกจนรู้ว่า เพื่อนร่วมงานบางคนเข้ามาหาเราแบบดีๆ เลยนะ เราก็จริงใจให้เค้า สุดท้ายโยนความผิดให้เรา ก็ต้องพยายามทำตัวให้เข้ากับทุกคนได้ แต่ก็ต้องป้องกันตัวเองอย่าให้ใครมาทำอะไรเรา อย่าให้ใครมาเอาเปรียบเราเหมือนกัน เรื่องอย่างนี้มันมีทุกที่ อยู่ที่เราจะรับมือกับมันยังไงมากกว่า

จริงๆ ทำอาชีพอะไรก็ควรจะมีความเคารพในคนอื่นด้วยนะ บางคนมองว่ามันเป็นอาชีพสวยหรู ได้เป็นแอร์แล้วนิสัยเปลี่ยนก็มี บางคนลูกเรือไทยเหมือนกัน เจอกันไม่ทักกันเลย ไม่ยอมพูดภาษาไทยด้วย พูดอังกฤษใส่ก็มี เจอรุ่นพี่ เจอคนไทยด้วยกันก็ไม่ทัก ที่นี่ไม่มีระบบ seniority แต่เจอกันก็ทักกัน มันก็เป็นอะไรแบบไทยๆ บางคนมันไม่สนโลกเลยก็มี แต่ส่วนใหญ่คนไทยที่นี่น่ารัก ช่วยเหลือกันตลอด


ก่อนจากกันในเย็นวันนั้น หนึ่งสรุปถึงคุณสมบัติของคนที่อยากไปเป็นลูกเรือที่นั่นให้ฟังง่ายๆ ว่า

สุดท้ายหนึ่งว่าคนที่คิดจะมาที่นี่ควรจะเป็นคนที่อยู่กับตัวเองได้ ต้องเป็นคน independent พอสมควร จะไปห้อยติดอยู่กับคนอื่นตลอดเวลาคงไม่ได้ คอยแต่จะพึ่งคนอื่นก็ไม่ได้ พ่อแม่จะตามมาช่วยที่นี่ก็ไม่ได้แล้ว ต้องเป็นคนที่หาความสุขให้ตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งคนอื่น ถ้าทำได้ก็อยู่ได้ เป็นแอร์มันไม่ยากหรอก แต่จะอยู่ยังไงให้มีความสุขต่างหากที่ยากกว่า...

จริงสินะ “เป็นแอร์มันไม่ยากหรอก แต่จะอยู่ยังไงให้มีความสุขต่างหากที่ยากกว่า...”

อบเชยทวนประโยคนี้เงียบๆ อยู่ในใจ มีใครจะเถียงมั้ยว่ามันไม่จริง


................................


รูปภาพ
Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad
เรื่องโดย อบเชย
Cinnamon~*
TCC freelance reporter
TCC freelance reporter
 
จำนวนการตอบ: 6
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ พ.ย. 12, 2008 2:20 pm
ที่อยู่: Somewhere Only We Know
Reputation point: 5
Cinnamon~* โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย CharCha » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 3:58 pm

พูดได้คำเดียวว่าสุดยอด!!!!มากเลยคะ เป็นคนแรกที่ให้สัมภาษณ์อย่างหมดเปลือก กระจ่างจริงๆ ไม่เหมือนคนอื่นที่คอยแต่บอกแต่ด้านดีอย่างเดียว
ประทับใจสุดๆไปเลย [smilie=bn21.gif]
CharCha
 
จำนวนการตอบ: 14
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพฤหัสฯ. พ.ค. 13, 2010 9:41 am
Reputation point: 0
CharCha โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย nuizahhh » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 4:24 pm

ขอปรบมือให้กับความสวย และความเก่งจริงๆ คะ ขอบคุณที่มาแชร์ประสบการณ์ดีดีคะ
ฉันจะบิน บิน ไป ฮะ ฮ่ะ ฮ่ะ..
ภาพประจำตัวสมาชิก
nuizahhh
เตาะแตะๆๆๆ เอ้าพยายามเข้าๆๆ
 
จำนวนการตอบ: 24
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันศุกร์ ธ.ค. 08, 2006 1:51 pm
ที่อยู่: ก็ไปเรื่อยๆ
Reputation point: 0
nuizahhh โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย MAX_CMU » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 4:27 pm

บอกได้ว่าชอบ Interview นี้มากครับนับตั้งแต่มาเป็นสมาชิก ให้ประสบการณ์แง่คิดหลายอย่างเกี่ยวกับการเป็นลูกเรือ ไม่มองด้านดีไปทั้งหมดกับอาชีพลูกเรือ อยากให้มีเรื่องแชร์อีกครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ ^-^
MAX_CMU
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 284
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันเสาร์ พ.ค. 07, 2005 9:23 pm
Reputation point: 0
MAX_CMU โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย Pocari » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 4:50 pm

กลิ่นแขกมันแรงขนาดนั้นเลยจริงๆสินะ เข้าใจเลยล่ะค่ะ

แต่ขอคอนเฟิร์มนะว่าแขกอินเดียมันดูถูกคนไทยมากอ่ะ

ตอนเราไปฝึกงานติดป้าย Trainee อยู่ทนโท่ใส่ชุดนักศึกษามันยังกล้ามาขอนอนด้วยเลย

มันมองคนไทยต่ำมาก พูดกับเราไม่ดีเลย ภาษาอังกฤษมันก็ฟังยาก

สำคัญที่ "กลิ่น" เนี่ยแหละ ไม่ไหวจะเคลียร์

ขนาดฟร้อนท์แบบ Open air ยังสุดๆเลย

เลยเลิกคิดเรื่องสายการบินเมืองแขกไปเลย 555
ภาพประจำตัวสมาชิก
Pocari
Economy Class
Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 59
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันศุกร์ มิ.ย. 25, 2010 11:27 pm
Reputation point: 0
Pocari โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย koiii » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 5:53 pm

เป็นคนนึงที่คอยสมัครแอร์ตามสายการบินต่างๆ
ถึงตอนนี้ก็ยังทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศอยู่ดี

ได้อ่านสัมภาษณ์พี่หนึ่ง ก็ต้องกลับมาคิดดูใหม่ละว่า
เราเหมาะกับอาชีพนี้จิงมั้ย.......
อยากเป็นแอร์ เพราะอยากทำงานแบบนี้จิงๆ หรือค่านิยมตามสิ่งต่างๆรอบตัว
จิงๆแล้ว อยากรู้ว่าตัวเองอยากเป็นแอร์เพราะอะไร ก็ต้องลองทำ
สู้กันดูอีกสักตั้งสองตั้ง ! [smilie=bn21.gif]

ขอบคุณบทสัมภาษณ์ดีๆแบบนี้คร่า....
koiii
 
จำนวนการตอบ: 14
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันเสาร์ ก.ค. 11, 2009 12:19 am
Reputation point: 0
koiii โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย mamojung » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 7:02 pm

ตั้งแต่อ่านมา ชอบบทความนี้สุดๆค่ะ ไม่สร้างภาพเลย

เพราะคนที่เป็นแอร์แล้วหน้าชื่นอกตรมมีเยอะค่ะ

จริงอยู่ที่ต้องคิดบวกๆ

เหรียญมีสองด้าน ก่อนเข้ามาทำอาชีพนี้ควรรับข้อมูลให้ครบทุกด้านประกอบการตัดสินใจค่ะ
mamojung
เตาะแตะๆๆๆ เอ้าพยายามเข้าๆๆ
 
จำนวนการตอบ: 22
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอังคาร พ.ค. 19, 2009 10:27 pm
Reputation point: 0
mamojung โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย somchun » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 7:54 pm

แบบว่าพี่เขาจัดเต็มจริงจังเลย หนูชอบบทสัมภาษณ์อันนี้มากเลยค่ะ [smilie=bn21.gif] [smilie=bn21.gif] [smilie=bn21.gif]
somchun
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 215
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ ม.ค. 28, 2009 10:36 pm
Reputation point: 3
somchun โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย ari » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 9:19 pm

อ่านบทความนี้แล้วทำให้คิดได้ว่า... สิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ ณ ตอนนี้.. มันดีที่สุดแล้วจริงๆ
ถึงแม้ว่าบริษัทจะล้มละลาย และถูกลดเงินเดือน.. แต่ทุกๆวัน ก็ได้เจอแต่ผู้โดยสารดีๆ
ติดอันดับผู้โดยสารมารยาทงามที่สุดในโลก ได้อยู่หอ อยู่โรงแรมดีๆ มี Internet ให้เล่นตลอดเวลา
ไปไหนมาไหนก็สะดวกสบายด้วยระะบบรางรถไฟที่ดีที่สุดในโลก อาหารอร่อยๆ หากินได้ทุกที่
ระบบงาน และการมอบหมายหน้าที่ ที่เป็นระบบระเบียบเรียบร้อย ผู้ร่วมงานสัญชาติเจ้าถิ่นที่ขี้เกรงใจ
และคอยให้ความช่วยเหลือเราในทุกสถานการณ์ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ มีเพื่อน มีพี่ มีน้อง คนไทย
ที่รักกันเหมือนคลานตามกันออกมาจากท้องพ่อท้องแม่เดียวกัน...
ari
 
จำนวนการตอบ: 2
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ ก.ย. 03, 2008 12:16 am
Reputation point: 0
ari โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย phatty » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 9:48 pm

เป็นการแชร์ประสบการณ์ที่ให้ข้อคิดดีๆ เยอะเลยค่ะ [smilie=bn49.gif]

บางคนที่ได้อ่านบทความนี้ คงสามารถประเมินตัวเองได้แล้วล่ะ ว่าเหมาะกับอาชีพนี้จริงๆ ไหม
Take me to the clouds above..^^
ภาพประจำตัวสมาชิก
phatty
Royal Silk Class
Royal Silk Class
 
จำนวนการตอบ: 457
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ เม.ย. 23, 2006 9:50 pm
ที่อยู่: เจียงใหม่เจ้า
Reputation point: 2
phatty โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย delicate » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 11:15 pm

สุดยอดไปเลยค่ะ
คิดเหมือนกันว่า ตั้งแต่เป็นสมาชิก TCC มา
อ่านบทสัมภาษณ์มาก้อเยอะ
แต่ชอบอันนี้มากที่สุด
ตอบตรงมาก บรรยายเห็นภาพ
อ่านไปก้ออึ้งไป ฮ่าๆๆ

[smilie=bn22.gif]
delicate
 
จำนวนการตอบ: 2
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ มิ.ย. 25, 2006 1:16 am
ที่อยู่: กทม.
Reputation point: 0
delicate โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Special interview: "หนึ่ง" แอร์โฮสเตสคนสวย รวยความสามารถ จากสายการบิน Etihad โดย อบเชย

โพสต์โดย bebingmomo » วันศุกร์ ม.ค. 21, 2011 11:59 pm

ชอบๆๆ ค่ะ
รู้อะไรๆขึ้นเยอะเลย
bebingmomo
 
จำนวนการตอบ: 1
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอังคาร มี.ค. 02, 2010 8:21 pm
Reputation point: 0
bebingmomo โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง บทสัมภาษณ์ลูกเรือสายการบินต่างๆ และรายงานพิเศษกิจกรรมของลูกเรือ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 0 คน

cron