แชร์ประสบการณ์การสมัครแอร์ 14 ครั้ง จากคนที่ชอบโดนเพื่อนแซวว่า “อัน เมิงอย่าเป็นแอร์นะ กุกลัววว” เออะ! O_o!?! 55555555555

ภารโรง: myoldeditor

แชร์ประสบการณ์การสมัครแอร์ 14 ครั้ง จากคนที่ชอบโดนเพื่อนแซวว่า “อัน เมิงอย่าเป็นแอร์นะ กุกลัววว” เออะ! O_o!?! 55555555555

โพสต์โดย Chittha Anchittha K. » วันเสาร์ ต.ค. 29, 2016 9:59 am

สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆและน้องๆชาว Thaicabincrew ทุกคน เราชื่อ อัน นะคะ ^^ วันนี้อันอยากจะมาเขียนเล่าเรื่องและแชร์ประสบการณ์การสมัครแอร์ทั้งหมด 14 ครั้งที่ผ่านมาของอันให้ทุกคนได้อ่านกันเพลินๆนะคะ เพราะก่อนหน้านี้อันได้เขียนเล่าประสบการณ์ลงในเฟสบุ๊ค แล้วปรากฏว่ามีรุ่นน้องที่โรงเรียนบอกมาว่าอยากให้เอามาแชร์ลงในเว็บนี้ด้วย อันเลยตั้งใจจะมาเล่าแบบจัดหนักจัดเต็มให้เพื่อนๆได้อ่านกันเลยค่ะ 5555555 เผื่อว่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเตรียมตัวไปสมัครสายการบินต่างๆที่กำลังจะมาเปิดรับในเร็วๆนี้ ซึ่งในที่นี้อันจะขออนุญาตเจาะลึกสองสายการบิน นั่นก็คือ Japan Airlines และ Emirates Airline ให้เพื่อนๆได้อ่านกันนะค้า

ก่อนอื่นอันต้องขอเกริ่นก่อนเลยว่า ตั้งแต่เด็กจนโต อันไม่มีแววว่าจะได้มีโอกาสมาสมัครและทำงานในสายอาชีพแอร์โฮสเตสเลยค่ะ เพราะว่าตอนเด็กๆอันหน้าตาน่ากลัวมากกกกก 55555 (ซึ่งไม่ได้ต่างจากตอนนี้ ที่พอลบเครื่องสำอางบนหน้าออกเมื่อไหร่ ยังคงต้องตกกะใจเวลาเห็นหน้าตัวเองในกระจก! O_o!) จำได้เลยว่า สมัยมอปลายเพื่อนผู้ชายในห้องยังเคยแซวอยู่เลยว่า “อัน เมิงจะเป็นอะไรก็ได้นะ แต่อย่าเป็นแอร์ล่ะ กุกลัววว” เอิบบบบบบบบส์ ถ้าจะแซวแรงขนาดนี้ ด่าตรูมาเลยดีกว่ามั้ยพี่!?!! ทำตาพรือแพร้พพพ -_- 55555555 และด้วยความที่อันว่ายน้ำมาตั้งแต่เด็ก พอโตมาเลยทำให้กลายเป็นคนไหล่กว้าง หนักกว่าเดิมไปอีกค่ะทีนี้ 😅 ทุกวันนี้ยังโดนน้องชายแซวอยู่เลยว่า “มองโดยรวมๆแล้วเหมือนกระทิง” อุตะ! O_o!?!! นางก็กล้าเอามาเปรียบบบ เออแต่เหมือนจริง เพราะอันตัวใหญ่ไหล่กว้างกว่าผู้ชายทั่วไปซะอี๊ก 55555555555555555

ประกอบกับการที่ตอนนั้นอันคิดและตั้งใจมาตลอดว่าชีวิตนี้อยากทำอยู่อย่างเดียว นั่นก็คือ อาชีพหมอฟันค่ะ เพราะตอนเด็กๆอันเป็นคนฟันยื่นมาก (ถึงมากที่สุด 55555) อันเลยต้องเริ่มดัดฟันตั้งแต่อยู่ ป.4 เวลาไปทำฟัน เห็นหมอเค้าใช้เครื่องมือทำฟัน แล้วอันคิดว่ามันดูน่าสนุกดี เหมือนได้เล่นขายขนมอะไรแบบนี้ตามความคิดประสาเด็กในตอนนั้น และด้วยเหตุผลที่ว่า "มันเหมือนได้ทำขนม" เท่านี้เลยจริงๆค่ะ ที่จุดประกายให้อันอยากเป็นหมอฟันตั้งแต่นั้นมา อันเลยตั้งใจมุ่งสอบเข้าสายวิทย์แล้วก็ไปเรียนกวดวิชาอย่างหนักตลอดสามปีที่อยู่มอปลายเลยค่ะ

จนกระทั่งตอนต้นเทอม ม.6 อันมีโอกาสได้รับทุนของโครงการยุวทูตไทยไปแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นเป็นเวลา 2 อาทิตย์ ซึ่งตอนนั้นอันไม่รู้มาก่อนเลยค่ะว่าการไปญี่ปุ่นในครั้งนั้น มันจะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของอันเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจากกลับมาไทยแล้ว อันคิดอย่างเดียวเลยว่า ยังไงอันต้องกลับไปประเทศนั้นอีกให้ได้! ... และแล้ว ก็ดั่งคาดค่ะ พอกลับมาถึงไทยปุ๊บ อันก็เปลี่ยนความคิดแบบกะทันหันขั้นสุด ซึ่งตอนนั้นใกล้จะสอบโควตาเข้ามหาลัยเชียงใหม่แล้ว แต่จู่ๆอันก็เปลี่ยนใจไม่ไปสอบทันตะ แล้วหาทุนไปเรียนต่อปริญญาตรีที่ญี่ปุ่นแทน O_o! ขุ่นบร๊ะะะ! สรุปว่าตอนนั้นอันตัดสินใจไปเรียนต่อ ป.ตรี ที่ญี่ปุ่นจริงๆค่ะ ละคือที่เรียนพิเศษทุกสิ่งอย่างตลอดสามปีที่ผ่านมานั้นนน มันสูญเปล่าไปเลยค่ะ เพราะตอนเรียนมหาลัยแทบจะไม่ได้เอามาใช้เลย T_T พอเรียนจบมหาลัย อันก็ตั้งใจไว้ว่าจะไปเรียนต่อ ป.โท ที่อังกฤษ หลังจากนั้นอันเลยกลับไทยเพื่อมาทำเรื่องเรียนต่อโทค่ะ ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีเพื่อนที่มหาลัยอันชวนไปสมัครแอร์ช่วงที่อันรอไปเรียนต่อค่ะ

รูปภาพ
อันนี้เป็นรูปที่อันเอามาเรียงเล่นๆตอนใกล้จบมหาลัยค่ะ 5555555 สังเกตได้ว่ารูปขวาบนนั้นนน … จากที่ปกติหน้าตาน่ากลัวอยู่แล้ว O_o!!! ตอน ม.5 ดันไปสมัครเป็นนักกีฬาวิ่งตอนกีฬาสีของโรงเรียนอี๊กกก #ซ้อมวนไปค่ะ กลางแดดกลางนาาา เมี่ยมได้ที่เลยทีนี้! 555555

และในตอนนั้นสายการบินที่อันอยากสมัครมากที่สุด ก็คือสายการบินแถบตะวันออกกลางค่ะ ตอนนั้นอันคิดไว้ว่าอยากลองสมัครของ Emirates, Qatar, Etihad หรือ Oman ก็ได้ แต่ก็ยังไม่มีสายไหนมาเปิดรับสมัครในช่วงนั้น อันเลยลองไปสมัครสายการบินอื่นที่กำลังเปิดรับสมัครลูกเรืออยู่ ณ ตอนนั้นค่ะ

และสายการบินแรกที่อันไปสมัคร ก็คือ สายการบิน "Singapore Airlines" ค่ะ ปรากฏว่า ตอนนั้น … อันตกรอบแรกเลยค่ะ! T_T ตอนนั้นไม่รู้เลยว่าส่วนมากแล้วเวลาสมัครแอร์ เค้าชอบชุดที่มีสีสันแบบเป็นสูทสามส่วนหรือสูทแขนสั้น อันใส่สูทแขนยาวสีดำไปเลย 😅 พอไปถึงโรงแรม อันซีดเลยค่ะ แทบทรุดดดด ทุกคนจัดหนักจัดเต็มกันมาก มีทั้งเพื่อนที่แต่งหน้ามาเอง ไปแต่งหน้าทำผมที่ร้านหรือไม่ก็ให้ช่างแต่งหน้ามาแต่งหน้าทำผมให้ชั้นล่างใต้โรงแรมที่สมัครเลยค่ะ ขุ่นบร๊ะ!! O_o!?? ส่วนอันนั้นนนน แต่งตัวผิดยังไม่พอ ยังแต่งหน้าไปเองด้วยสกิลการแต่งหน้าที่เพิ่งจะมาเริ่มหัดตอนอยู่ปีสี่เทอมสองอี๊กกก การแต่งหน้าไปสมัครแอร์ตอนนั้นเลยแบบว่า โอ่โห๊!! O_O ไปถึงที่โรงแรมเท่านั้นแหละค่ะ รู้เรื่อง! ตรูเป็นจุดด้อยชัดๆ! 55555 เป็นจุดด้อยไม่พอ! ตอนตอบคำถามก็ตื่นเต้นตอบได้แย่มาก ไม่น่าสนใจเหมือนคนอื่นเค้าเลย ผลออกมาก็ตามคาด! ตกรอบแรกเลยจ้าาาา!!! 5555555 ปะ!!! Move!!! กลับเชียงใหม่!! 😰

สายการบินที่สองที่อันสมัคร คือ สายการบิน "Japan Airlines" ค่ะ ตอนนั้นแจลมาเปิดรับสมัครพอดี อันก็รีบสมัครเลยค่ะ ตอนนั้นอันคิดว่าภาษาญี่ปุ่นที่เรียนมาน่าจะช่วยอะไรได้บ้าง ผลออกมาปรากฏว่า … อันตกรอบแรก อีกแล้วจ้าาาา T_T อะเก๋นนนนนน?!! O_o!?? ภาษาญี่ปุ่นที่ได้ไปร่ำเรียนมาตลอด 4 ปีนั้นนนน มันไม่ได้ช่วยอันเลยยยยยย แถมยังทำพิษใส่อีกต่างหาก! บรรยากาศในห้องสัมภาษณ์ตอนนั้น มีกรรมการคนญี่ปุ่นสองคน กับคนไทยอีกหนึ่งคน ตอนนั้นอันโดนกรรมการถามเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า "ถ้าหนูได้งานนี้ หนูจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดมั้ยคะ?" อัน!!! ตอนนั้นตื่นเต้นหรืออะไรไม่รู้ค่ะ!! แปลประโยคนั้นของกรรมการออกมาว่า "ประเทศไทย แผ่นดินไหวบ่อยมั้ยคะ?! O_o!?? แล้วอันก็ตอบไปด้วยความมั่นใจว่า "ไม่เลยค่ะะะะ" นั่นไง! O_O ลำบากละะะ!! 55555 กรรมการอึ้งไปตามๆกัน กรรมการคนไทยถึงกับต้องแปลเปนภาษาไทยให้ใหม่ว่า "หนู! ประโยคนี้มันแปลว่าอย่างงี้ๆนะคะ" o_O?!! คุณพระะะะ!! ไม่ทันละะะะ! ตอนนั้นกรรมการคงสงสัยว่า ตรูได้ไปอยู่ญี่ปุ่นมาจิงป๊าววะเนี่ยยย!! 5555555 ตกรอบบบบ!!! Move! กลับบ้าน!

สายการบินที่สาม "Bangkok Airways" ขุ่นพระะะะ สายการบินนี้อันสมัครสองรอบค่ะ! ครั้งแรก!! ตกรอบตั้งแต่ด่านที่เค้าวัดส่วนสูงชั่งน้ำหนัก! 😫 น้ำหนักตรูเกินจ้าาา!!! โดนไล่กลับบ้านกันเลยทีเดียว! ละคือทุกครั้งเวลาไปสมัครแอร์ อันต้องบินไป-กลับจากเชียงใหม่-กรุงเทพเพื่อไปสัมภาษณ์ตอนเช้า แล้วกลับเชียงใหม่ตอนเย็น เสียค่าตั๋วไปฟรีๆเลยค่ะ เพลงปาล์มมี่ต้องมา! #อยากจาร้องไห้ยยยย T_T ตอนนั้นแบบ เหยยยย มันไม่ได้การละ!! อันเลยกลับมาลดน้ำหนักที่เชียงใหม่ให้ตรงมาตรฐานของการสมัครแอร์ แต่ตอนนั้นเพิ่งกลับไทย อะไรๆก็อยากกินไปหมดค่ะ ลดน้ำหนักยากมากกก กว่าจะลงโลนึงนี่พี่แทบทรุด! 555555 พอรอบสองที่ไปบางกอก ปรากฏว่า ครั้งนี้น้ำหนักผ่านแล้วจ้าาา!! แต่อันก็พลาดอะเกนนน!! พลาดเพราะดูสุภาพบุรุษจุฑาเทพเยอะไป! คุณชายพุฒิภัทรทำพิษเลยค่ะ

กรรมการ: ใครเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Bangkok Airways คะ?

อัน: "คุณปราเสริฐ ปราสาททองโอสถค่ะ" (หัวเราะในใจ Come on! Wahahaha!! )

กรรมการ: แล้วผู้บริหารคนปัจจุบันคือใครคะ?

อัน: (ด้วยความมั่นใจ!!) คุณพุฒิภัทร ปราสาททองโอสถค่ะ!!!!"

กรรมการ: o_O?

อัน: ......... O_O!!!!!! "ขอโทษค่ะ!! คุณพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถค่ะ" ( T^T นั่นไง! ลำบากละะะะ!!!) 55555555 ยัง ยังไม่หม๊ดดดด!!!

กรรมการ: เครื่องบินของบริษัทเรามีทั้งหมดกี่ลำคะ?

อัน: 25 ลำค่ะ!!! (กู้หน้าแป๊บบบ!! 555) ... แต่แล้ว ปรากฎว่า …

กรรมการ: "ไหน ลองบอกหน่อยสิคะ ว่า25ลำนี่มีอะไรบ้าง?"

อัน: (ยิ้มในใจ เข้าเม่า! เสร็จโก๋!!!) "มี โบอิ้ง-320 7 ลำ, โบอิ้ง-319 10 ลำ ละก็มี ATR 72-500 8 ลำค่ะ! ^^

กรรมการ: !?(・_・;? "เอ่อออ...บริษัทเรามีแต่ แอร์บัส-320 กับ แอร์บัส-319 นะคะ เครื่องโบอิ้งบริษัทเราเลิกใช้ไปนานแล้วนะคะ"

เออะ! O_o!!! o_O!!! O_O!!!??!! "ตกรอบ!!" อะเก๋นน?!!! จะพี่!!! 555555555 โอ้ยยยย ชีวิต!!

สายการบินที่สี่ "Thai Airways" หรือการบินไทยของเรานี่เอง สำหรับสายการบินนี้ อันขอพูดตรงนี้เลยว่า เพลงพี่ติ๊กอย่าลืมฉันต้องมาค่ะ!!! #ชั้นเจ็บ! #ทุกการกระทำ! ฮื้อออออ T_T ตอนนั้นอันไม่รู้ว่าวันที่เค้าสัมภาษณ์กันมันคือวันไหน!!! เพราะพอสมัครแล้วอันไม่เข้าไปเช็คเองค่ะ! งานเข้าเลย จำได้ว่าตอนนั้นคนสมัครการบินไทยเยอะมากกกกกก เพราะนานๆทีจะเปิดรับสมัคร เค้าเลยต้องแบ่งวันสัมภาษณ์ออกเป็นสามวัน ที่เจ็บใจคือ วันนั้นพอรู้จากเพื่อนว่าเค้าเริ่มสัมภาษณ์วันแรกกันแล้วปุ๊บบบ อันแทบช็อคคค!! O_o!!?? ทำไมตรูไม่รู้เรื่องเลยฟระะะ!! แต่ตอนนั้นอันก็คิดว่าอาจจะยังมีลุ้นค่ะ ว่าเห้ย!! อันอาจจะไม่โดนวันแรก ถ้าโดนวันถัดไปพรุ่งนี้จะได้นั่งเครื่องไปสัมภาษณ์ยังทัน! เป็นไงล่ะ! พอเปิดดูในเว็บเท่านั้น ชื่ออันอยู่วันแรกเลยจ้าาาา!!! โอ้ยยยยย!! จะบ้าตายยยยย เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจากความไม่เอาใจใส่และความสะเพร่าของตัวเองเลยค่ะ ตกรอบตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม! ปัดโธ๊!!! 😫😫😫😂😂😂😅😅😅

สายการบินที่ห้า "Eva Air" อันนี้หนักสุดเลยค่ะ! เพราะอันไม่ผ่านตั้งแต่เค้าสกรีนประวัติเลยค่าา!! คือ "หน้าไม่ผ่านนน!!!" 5555555555 มันเจ็บตรงนี้!! ทั้งๆที่สายการบินอื่น ขั้นตอนสกรีนประวัติซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนเบสิคที่ทุกคนผ่าน อันก็ฟลุ๊ครอดมาได้หมด! มาโดนปฏิเสธที่สายการบินนี้สายแรก เพราะรุ่นพี่บอกว่าส่วนใหญ่ EVA เค้าอยากได้คนหน้าตาหมวยๆน่ารักๆ! O_o!?? นั่นไง! มองโดยรวมๆแล้วตรูหน้าเหมือนกระทิงใช่มั้ย!? เลยไม่ให้ตรูผ่าน!!! ปั๊ดโธ๊!!! เสียใจนะพี่! 555555555

สายการบินที่หก "Qatar Airways" สายการบินนี้ อันสมัครไปทั้งหมด 3 ครั้งด้วยกันค่ะ แล้วก็ตกตั้งแต่รอบพรีสกรีนติดกันทั้งสามครั้งรัวๆเลย T_T พีคสุดคือมีครั้งนึงที่การ์ต้าไปเปิดรับสมัครที่ภูเก็ต!! O_o! ขะ ขะ ขุ่นบร๊ะ!! ไกลกว่าเดิมไปอี๊ก แต่พ่อกับแม่อันก็สนับสนุนเต็มที่มากค่ะ ขับรถจากเชียงใหม่ไปภูเก็ตให้เลย ปรากฏว่าพอไปถึง วันถัดไปต้องไปสัมภาษณ์ ผลที่ได้ออกมาคือ "ตกรอบแรก!!! อีกแล้วจะพี่!!!!" แฮชแท็ก-นี่ตัวชั้นผิดหรือไรยยยยย #ชั้นต้องใช้หนีกรรมให้ใคร?? หัวเราะไม่ออกเลยค่ะตอนนั้น แล้วปกติเวลาสมัครแอร์ที่กรุงเทพจะมีคนสมัครประมาณ 2000-3000 คน แต่ครั้งนี้! ทั้งๆที่มีคนสมัครแค่ 500 คน!! อันยังเข้าไปไม่ถึงรอบสองเลยค่ะ! ตอนนั้นแบบ!! มันขื่อรั๊ยยย?!! คือไรฟระเนี่ยยย!?? วันรุ่งขึ้นพ่อกับแม่เลยต้องขับรถกลับเชียงใหม่กันเลยทีเดียว! พระะะะะ!! 😫😫😫😰😰😰 ณ จุดๆนั้น! เป็นอารมณ์แบบ โอ้ยยยยไม่ไหวละนะโว้ยยยย!! สงสารพ่อกับแม่! เอาวะะะะ!! กลับไปตั้งหลักที่เชียงใหม่ ตอนนั้นคิดหนักเลยว่าเห้ย! รึมันไม่ใช่ทางของตรู!! ตอนนั้นอันคิดเลยว่า โอเคคคค งานนี้คงต้องไปเรียนต่อจริงๆละ สมัครที่ไหนๆก็ไม่เคยจะได้ผ่านเข้าไปถึงรอบสอง ตกรอบแรกตลอดดด ตอนนั้นแม่อันเลยตัดสินใจจ่ายเงินค่ามัดจำที่นั่งป.โทที่อังกฤษไปเลยค่ะ!!

แต่อันก็ยังไม่ละความพยายาม! ยั๊งงง ยังจะ!!! 555555 อันเลยไปสมัครเรียนแอร์ที่ ALC เชียงใหม่ก่อน พอเรียนไปจนใกล้จะจบครอสละ ปรากฏว่า!! ตอนนั้น Japan Airlines มาเปิดรับสมัครรอบสองพอดีค่ะ ผลปรากฏว่า รอบนี้พอไปสมัครปุ๊บ "ติดเลยจ้าาาา!!!" คุณพระะะะะะ!!!!! O_o!?!! ช็อกกุชิเต๊ะอิมัสสึง่ะ!!! ช็อกหนักมากค่ะตอนั้น! พ่อกับแม่ก็ช็อกไปด้วย ไม่ได้ช็อกเพราะสอบได้นะคะ! ช็อกเพราะว่าแม่จ่ายค่าที่นั่ง ป.โท ไปแล้ว!!! อันเครียดดดดดด 555555555555 สรุปคือตอนนั้นเงินแสนของแม่สูญไปเหมือนกับเงินที่สูญไปกับค่าเรียนพิเศษตอนมอปลายเลยค่ะ T_T ฮื้อออออ หนูขอบคุณป๊ากับแม่มากจริงๆนะคะ

รูปภาพ
อันนี้เป็นรูปที่อันใช้ในการสมัครสายการบินต่างๆนะคะ พี่ๆที่ Impress Studio เค้างานดี งานละเอียดจริงๆค่ะ วันแรกที่อันไป Brief ก่อนไปฝึกบิน พี่ Director ที่บริษัทเปิดดูรูปที่อันใช้สมัครแล้วมองหน้าอันพร้อมพูดออกมาว่า "อัน วันหลังอย่าหลอกพี่ อย่าหลอกบริษัทแบบนี้" O_o!?!!! ขุ่นบร๊ะะะ!!! 55555555555 #พี่คะ TT ตัวจริงกับในรูปมันต่างกันขนาดนั้นเลยเหรอคะ อันเครียดดดดดด 5555555555555

สำหรับ Process การรับสมัครลูกเรือของ Japan Airlines ในตอนนั้น จะแบ่งการสัมภาษณ์ออกเป็น 3 ครั้งหลักๆด้วยกันค่ะ ขั้นตอนแรกเราจะต้องเข้าไปกรอกใบสมัครออนไลน์ตามแบบฟอร์มในเว็บรับสมัครลูกเรือของแจลที่เค้าให้มาก่อนค่ะ หลังจากนั้นเค้าก็จะประกาศวันที่และเวลาในการไปสัมภาษณ์ของเราในเว็บ ซึ่งเราสามารถเข้าไปเช็คได้จากไอดีและพาสเวิร์ดที่เราใช้ในการสมัครค่ะ

ซึ่ง Process ในวันแรกเค้าจะให้เราไปชั่งน้ำหนักแล้วก็เอื้อมแตะที่ความสูง 208 cm. รอบที่อันไปสมัครตอนนั้นเค้าจะไม่มีการวัดส่วนสูงนะคะ ถ้าเราเอื้อมแตะที่ 208 cm. ผ่าน ก็ถือว่าเราผ่านด่านนี้ไปได้เลยค่ะ หลังจากนั้นเค้าก็จะให้เราไปยื่นเอกสารให้พี่ๆที่โต๊ะรับสมัคร ซึ่งก็คือรุ่นพี่แอร์ที่มาช่วยกันรับสมัครน้องๆนั่นเองค่ะ อันมาทราบมาจากรุ่นพี่ทีหลังว่า พี่ๆเค้าจะช่วยกันสังเกตน้องตั้งแต่ตอนอยู่หน้าห้องสัมภาษณ์เลยค่ะ ว่าตอนที่เรารอหน้าห้องสัมภาษณ์ เรามีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนๆคนอื่นมั้ย เวลาเรานั่งรอเรานั่งหลังตรงรึเปล่า เพราะบางคนอาจจะมีลืมตัวเผลอนั่งหลังงอบ้างเวลาที่นั่งรออยู่นอกห้องสัมภาษณ์ ซึ่งอันก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะฉะนั้นเราต้องคอยเตือนสติตัวเองอยู่ตลอดว่าให้ยืดหลังทุกอิริยาบถนะคะ ถ้าลืมตัวเมื่อไหร่ให้รีบยืดเลยค่ะ ^^

กลับมาต่อกันหลังจากที่เรายื่นเอกสารให้พี่ๆเสร็จแล้วนะคะ หลังจากนั้นเค้าก็จะให้เรากรอกข้อมูลและเขียนป้ายชื่อกับหมายเลขในการสมัครติดไว้บนหน้าอกเพื่อรอเข้าห้องสัมภาษณ์ค่ะ การสัมภาษณ์ในรอบแรกนี้ คือการสัมภาษณ์กลุ่มค่ะ โดยจะแบ่งออกเป็นกลุ่มละ 5 คน ซึ่งในห้องสัมภาษณ์จะมีกรรมการอยู่ห้องละสองคน คนนึงเป็นคนไทย ส่วนอีกคนนึงเป็นคนญี่ปุ่น พอเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ กรรมการก็จะให้เราแนะนำตัวทีละคนเลยค่ะ หลังจากนั้นเค้าก็จะให้เรานั่งหันหน้าเข้าหากันเพื่อทำ Group Discussion โดยที่กรรมการจะให้หัวข้อเรามา ซึ่งตอนนั้นกลุ่มอันได้ discuss ในหัวข้อ เอกลักษณ์ของความเป็นไทยค่ะ

รอบนี้กรรมการเค้าต้องการจะดูว่า เวลาที่เพื่อนพูดเราตั้งใจฟังที่เพื่อนพูดมั้ย แล้วเวลาที่เรามีโอกาสได้เสนอความคิดเห็นของเราเสร็จแล้ว เรามีการส่งต่อให้เพื่อนคนอื่นในกลุ่มได้พูดต่อรึเปล่า หัวใจสำคัญของรอบนี้เลยก็คือ การยิ้มและสบตาผู้พูดค่ะ คนญี่ปุ่นเค้าถือว่า การสบตาผู้พูดเป็นการแสดงออกที่จริงใจค่ะ ไม่ใช่แค่สบตาแป๊บๆนะคะ ต้องมองลึกเข้าไปในตาเพื่อนเลย อันจำได้ว่าครั้งแรกที่อันมาสมัครแจล อันยิ้มนะคะ แต่ว่าไม่ได้สบตาเพื่อนตลอดเวลา มีมองเฉไปทางอื่นบ้าง มองไปข้างบนบ้าง (ไม่ใช่มองบนนะคะ 5555) มองไปบนเพดานเพื่อคิดคำตอบบ้าง แบบนี้กรรมการเค้าอาจจะคิดว่าเราไม่สนใจฟังที่เพื่อนพูดได้นะคะ แต่อันเข้าใจว่าบางครั้งมันจะมี shot ที่จะสมาธิหลุดตอนที่เพื่อนอาจจะพูดตรงกับคำตอบที่เราคิดไว้ แล้วเราไม่ได้คิดคำตอบสำรองไว้ค่ะ อันนั้นไม่เป็นไรเลยนะคะ ถ้าเราคิดคำตอบใหม่ไม่ทัน เราสามารถพูดเห็นด้วยกับเพื่อน แล้วก็เสริมคำตอบของเราเข้าไป หลังจากนั้นเราก็ส่งต่อให้เพื่อนคนอื่นในกลุ่มที่ยังไม่ได้พูดสามารถแสดงความคิดเห็นต่อจากเราได้เลยค่ะ หลังจากที่เราสัมภาษณ์กลุ่มเสร็จ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการการสัมภาษณ์ของวันนี้ค่า หลังจากนั้นเราก็จะต้องกลับมารอฟังผลที่บ้านเพื่อที่จะไปสัมภาษณ์ในรอบต่อไปค่ะ โดยเราสามารถเช็คผลได้จากไอดีและพาสเวิร์ดของเราในเว็บรับสมัครลูกเรือที่เราเคยสมัครไว้ก่อนหน้านี้เลยค่ะ ถ้าผลสัมภาษณ์ออกมาว่าเราผ่าน เค้าก็จะนัดวันและเวลาในการไปสัมภาษณ์รอบต่อไปให้เราในเว็บเลยค่า

รูปภาพ
ชุดนี้เป็นชุดที่อันใส่ไปสัมภาษณ์ JAL รอบแรกนะคะ แต่ว่าตอนนั้นกระโปรงสั้นไป เลยต้องเอาไปแก้ความยาวให้คลุมถึงประมาณเข่าก่อนวันไปสัมภาษณ์ค่า

Process ถัดมาคือการสัมภาษณ์เดี่ยวค่ะ ซึ่งครั้งนี้ในห้องสัมภาษณ์จะมีกรรมการห้องละ 3 คน ห้องที่อันได้เข้าไปสัมภาษณ์ตอนนั้นมีกรรมการคนไทย 1 คน อีกสองคนเป็นกรรมการคนญี่ปุ่นค่ะ หัวใจสำคัญของรอบนี้เลยคือ การยิ้ม, สมาธิ และสติในการตอบคำถามค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์รอบไหนๆ อันคิดว่าการยิ้มไว้ก่อนคือสิ่งสำคัญของการสมัครแอร์ของแต่ละสายการบินเลยค่ะ บางครั้งเราอาจจะเจอคำถามไหนที่ไม่ได้เตรียมคำตอบมาหรือว่าตอบไม่ได้ ขอให้ทุกคนยิ้มสู้ไว้ก่อนเลยนะคะ หลังจากนั้นก็ค่อยๆรวบรวมสมาธิคิดคำตอบในใจ แล้วตั้งสติตอบคำถามไปพร้อมกับส่งยิ้มพิมพ์ใจไปให้กรรมการเลยค่ะ ถึงแม้ว่าคำตอบที่เราตอบไปอาจจะไม่ได้ดีเท่ากับคำถามข้ออื่นที่เราเตรียมมา แต่กรรมการเค้าเข้าใจแน่นอนค่ะ เพราะเค้าแค่ต้องการจะดูว่าเราสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้มากน้อยแค่ไหน สีหน้าเราเปลี่ยนไปมั้ยในกรณีที่เจอคำถามที่ตอบไม่ได้

จำได้เลยว่าตอนที่อันมาสมัครรอบที่แล้ว พออันเจอคำถามไหนที่ไม่ได้เตรียมคำตอบมาหรือว่าคิดไม่ออก อันจะมองบนเพดานเพื่อคิดคำตอบบ่อยมาก ซึ่งแน่นอนเลยว่าตกรอบค่ะ เวลาคิดคำตอบถ้าไม่รู้จะมองอะไร มองเข้าไปในตากรรมการอีกเช่นเคยค่ะ มองสลับกันสามคนเลยก็ได้ แต่อย่ามองเฉหรือมองเพดานเด็ดขาดนะคะ นอกจากนี้แล้ว รุ่นพี่บอกอันมาว่าคนสมัครส่วนใหญ่จะมาหลุดรอบนี้กันเยอะ เพราะเวลาเจอคำถามที่ตอบไม่ได้สีหน้าจะเปลี่ยนไปเป็นความกังวลค่ะ ดังนั้นก่อนที่จะมาสัมภาษณ์รอบนี้ เราจะต้องฝึกตอบคำถามหน้ากระจกบ่อยๆ หรือจะเป็นการอัดวิดีโอในมือถือไว้ในขณะที่ฝึกตอบคำถาม แล้วกลับมาดูหน้าตัวเองก็ช่วยได้เยอะมากๆค่ะ เพราะเราจะรู้เลยว่าสีหน้าตอนเราตอบคำถามเป็นยังไง เราได้ยิ้มไปด้วยมั้ย หรือต้องแก้ไขตรงไหนให้ดูดีที่สุดก่อนไปสัมภาษณ์ค่ะ นอกจากนี้แล้วกรรมการเค้าจะดูตั้งแต่เราเปิดประตูเข้าไปในห้องเลยนะคะ พี่ๆบอกว่าการเปิด-ปิดประตูจะต้องทำให้เบามากที่สุดค่ะ โมเม้นแรกที่เราเจอกรรมการ ให้เรายิ้มและสบตากรรมการทั้งสามคนตั้งแต่เดินเข้าไปเลยนะคะ และอย่าเพิ่งนั่งเก้าอี้จนกว่ากรรมการจะบอกให้เรานั่งด้วยค่า อิอิอิ

หลังจากสัมภาษณ์เดี่ยวจากห้องแรกเสร็จ เราก็จะต้องไปรอสัมภาษณ์กับ CEO ของบริษัทเป็นด่านต่อไป ซึ่งในห้องสัมภาษณ์จะมี CEO คนญี่ปุ่นสองคนรอสัมภาษณ์เราอยู่ค่ะ สำหรับรอบนี้อันคิดว่ามันเหมือนเป็นการทดสอบเล็กๆว่าเราพร้อมที่จะทำงานกับคนญี่ปุ่นในบริษัทญี่ปุ่นหรือไม่ จำได้แม่นเลยว่าตอนที่อันเข้าไปในห้อง กรรมการทั้งสองคนเค้าไม่ยิ้มเลยค่ะะะ แถมยังทำหน้าเครียด ที่ไม่ใช่หน้าตึงเครียดแบบธรรมดานะคะ เค้าเครียดแบบย่นหน้าผากกันทั้งสองคนเลยค่ะ ช็อกกกกก O_O แต่ตอนนั้นคิดในใจแล้วว่า ยังไงๆอันก็จะต้องยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้ยยยย 55555 ^_^!!! แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ เพราะตอนที่อันตอบคำถามไป เค้าไม่มองหน้าอันเลยยยยย T_T แถมยังจดอะไรซักอย่างใส่ในกระดาษ ซึ่งอันคิดว่าน่าจะเป็นคอมเม้นหรือความคิดเห็นของเค้าจากการตอบคำถามของเราค่ะ

พอผ่านไปได้ประมาณ 3 คำถาม ปรากฏว่าจู่ๆกรรมการทั้งสองคนก็เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับ ยิ้ม!!! o_O!! ให้ค่ะ!!! ขุ่นบร๊ะ! ตอนนั้นอันนึกว่าตัวเองตาฝาด! O_o!?!! แต่เค้าเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้จริงๆค่ะ! อันก็ไม่รอช้า จากที่ยิ้มอยู่แล้วก็ฉีกยิ้มกลับไปให้เล่นใหญ่ๆรัชดาลัยเธียเตอร์เลยค่าาา 55555 สรุปว่าจริงๆแล้วกรรมการทั้งสองคนเค้าใจดีมากกกกกกก!!! ตอนแรกเค้าแค่แกล้งทำหน้าเครียดแล้วก็ทำเป็นไม่ฟังที่เราพูดเพราะเค้าต้องการจะทดสอบเรา (อีกแล้วค่ะ T-T) ว่าเราจะรับมือได้มั้ยถ้าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้อง deal กับผู้โดยสารและเพื่อนร่วมงานที่ไม่เป็นมิตรบนเครื่อง หลังจากนั้นเค้าก็ชวนคุยแล้วก็ถามเกี่ยวกับตอนที่อันไปเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่นยาวเลยค่ะ จนกระทั่งเสียงนาฬิกาปลุกที่เค้าตั้งไว้ในห้องสัมภาษณ์ดัง ตอนก่อนออกจากห้องเค้าก็พูดกับอันว่า “เสียดายที่เวลาหมดแล้ว ยังคุยกันสนุกอยู่เลย” ตอนนั้นอันใจชื้นขึ้นมาเลยค่ะ เพราะก่อนที่อันจะเข้าไปสัมภาษณ์ เพื่อนคนที่สัมภาษณ์ก่อนหน้าอันบอกมาว่าห้องนี้ใช้เวลาสัมภาษณ์แค่แป๊บเดียวเท่านั้น หลังจากสัมภาษณ์วันนั้นเสร็จแล้ว อันคิดเลยว่าไม่ว่าผลการสัมภาษณ์จะออกมาเป็นยังไงก็ตาม ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะยังสอบไม่ได้ แต่อันรู้ว่าตอนนั้นอันได้พยายามอย่างเต็มที่แล้วจริงๆค่ะ ^^

หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ อันก็เข้าไปเช็คผลสอบในเว็บด้วยความตื่นเต้น มือไม้สั่นหนักมาก 55555 ผลปรากฏว่า O_O คุณบร๊ะะะะะ!! ครั้งนี้ไม่ต้องผิดหวังเหมือนอย่างทุกครั้งที่ผ่านมาแล้วววว อันสอบผ่านการสัมภาษณ์ทุกขั้นตอนแล้วค่าาา!!! ตอนนั้นดีใจหนักมาก รีบวิ่งไปกอดพ่อกับแม่เลยค่ะ ><

และขั้นตอนสุดท้ายของการสมัครแจลก็คือ การตรวจสุขภาพค่ะ อันอ่านเจอในรีวิวของหลายคนมาก ว่าการตรวจสุขภาพของแจลเคร่งสุดๆ ก่อนวันไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลกรุงเทพของบริษัท อันเลยไปตรวจเองก่อนที่เชียงใหม่เลยค่ะ เพื่อนอันที่สมัครรอบก่อนหน้านี้บอกมาว่า มีคนไม่ผ่านรอบนี้กันอีกครึ่งนึง! O_O!! เพราะเค้าบอกว่าเจแปนแอร์ไลน์ Strict เรื่องกระดูกสันหลังมาก! อันไปอ่านมาเค้าบอกว่าบริษัทกำหนดให้กระดูกสันหลังคดได้ไม่เกิน 4 องศา! พระะะ!! O_o!!? พออันไปตรวจเองก่อนเท่านั้นแหละค่ะ หลู่เรื่องงงงงง

พี่พยบาล: "หนูคะ กระดูกสันหลังหนูคดเป็นรูปตัว S ค่ะ เดี๋ยวหนูลองเข้าพบคุณหมอดูนะคะ"

อัน: O_o!???! (คิดในใจ ตะ ตะ ตัว S????!) เอาแล่ววววว ลางเริ่มมา! พอไปพบหมอปุ๊บ!

หมอ: "กระดูกสันหลังหนูเป็นเคสที่แปลกมาก แปลกแต่ก็สามารถดำรงชีวิตได้แบบคนปกติ มันไม่ได้ไปทับเส้นประสาทส่วนไหน"

อันกับแม่มองหน้ากัน: (O_o!?? สามารถดำรงชีวิตได้เหมือนคนปกติ?! ขื่อรั๊ยยย?! นั่นไง! ลำบากละ!!! T_T)

เพื่อนอันเคยบอกว่ากระดูกคดเป็นรูปตัว S เหมือนกัน ของเพื่อนคดไป 16 องศา ขุ่นพระะะะ!!! ละตรูล่ะะะ จะรอดมั้ยยย!! ตอนนั้นแบบว่า ความหวังริบหรี่มาก! เกือบจะสละสิทธิ์ไม่ไปตรวจสุขภาพแล้วตัดใจไปเรียนต่อแล้วค่ะ แต่สุดท้ายก็เอาวะะะะ!!! เป็นไงเป็นกัน! มาถึงขั้นนี้แล้ว! ตัดสินใจไปตรวจสุขภาพทั้งที่ริบหรี่อย่างนั้นเลย! จำได้เลยว่าช่วงเวลารอประกาศผลมันผ่านไปอย่างช้า เพราะต้องรอสามอาทิตย์ อันฟุ่งซ่านมาก!! 5555555 ก็เลยไปปฏิบัติธรรมที่สำนักปฏิบัติธรรมแม่ชีอาจารย์อมรีศรีดารักษ์ดอยสะเก็ด หนึ่งอาทิตย์ก่อนประกาศผล ตอนนั้นคิดไว้แล้วว่า ถ้ารอบนี้ไม่ได้ตรูจะไปต่อโทแล้วจริงๆนะ!! เอาวะะะะ!! คืนสุดท้ายก่อนออกจากวัดวันรุ่งขึ้นเป็นวันประกาศผล แม่ถึงกับมานอนเป็นเพื่อนที่วัดเพราะกลัวอยู่คนเดียวแล้วอันจะเสียใจ! 5555555 ขอบคุณนะคะะะ ทั้งป๊าทั้งแม่เลยยยยยย!! สุดท้ายพอประกาศผลมาปุ๊บบบบ ขออุทานดังๆเลยค่ะว่า "ช็อกกุชิเต๊ะอิมัสสึง่ะะะะ" อันแทบช็อกกกกกกก O_O ฟลุ๊คมากกกก!! ตอนนั้นสงสัยอย่างเดียวเลยว่า กระดูกตรูผ่านมาได้ไงฟระเนี่ยย!?? 😂😂😂😅😅😅

รูปภาพ
ส่วนชุดนี้เป็นชุดที่อันใส่ไปสัมภาษณ์แจลรอบที่ 2 นะค้า ตอนนั้นอันไปอ่านข้อมูลจากในรีวิวมา เค้าบอกกันว่าแจลชอบสีชมพู ปรากฏว่าสีชมพูที่ได้มานั้นนน … อันใส่ชุดนี้ไปอีกครั้งวันที่ไปเซ็นสัญญา เพื่อนในรุ่นบอกว่า "สงสัยตอนนั้นกรรมการเค้าคงแสบตา ทนไม่ไหว เลยให้ผ่านเลยค่ะ! 55555555555555

และตั้งแต่วันนั้นจนกระทั่งถึงตอนนี้ อันก็มีโอกาสได้เข้ามาเทรนและทำงานที่ Japan Airlines มาได้เป็นเวลา 2 ปีแล้วค่ะ ^^ ที่นี่สอนอะไรหลายๆอย่างให้อันเยอะเลยค่ะ ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่อง service กับ safety บนเครื่องทั่วไป แต่ที่นี่ยังสอนหลักการที่สามารถนำไปใช้ได้จริงทั้งในชีวิตการทำงานและการอยู่ในสังคมคนญี่ปุ่นด้วยค่ะ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่อันได้มาและไม่สามารถไปหาได้จากที่ไหนเลย ก็คือ มิตรภาพของเพื่อนๆ รุ่นพี่และรุ่นน้องที่นี่ค่ะ โดยเฉพาะเพื่อนในรุ่นที่เทรนมาด้วยกัน ซึ่งตอนแรกอันก็คิดว่าทำงานที่แจลน่าจะอยู่ตัวแล้ว เพราะว่าอันได้กลับไทยทุกเดือน เรียกได้ว่า ในแต่ละเดือนเราได้อยู่ไทยปาเข้าไปเกือบจะครึ่งเดือน ส่วนอีกครึ่งนึงบินไปญี่ปุ่นกับประเทศอื่นๆค่ะ ซึ่งเวลาไปบิน เราก็จะได้ทำไฟล์ทที่มีเพื่อนๆพี่ๆคนไทยด้วยกัน เวลาผู้โดยสารหลับแล้ว เราก็ได้คุยเม้าท์มอยกันสนุกสนานเลยค่ะ

แต่ว่าจุดเปลี่ยนที่ทำให้อันตัดสินใจไปสมัคร Emirates Airline มันอยู่ตรงที่ว่า พออันทำงานมาได้ 2 ปีแล้ว ปรากฏว่าตอนนั้นอันบินไปครบทุก Route พอดีค่ะ ซึ่งในเจแปนแอร์ไลน์นอกจากจะมีแอร์คนญี่ปุ่นเป็นหลักแล้ว เค้ายังมีแอร์ Base ต่างชาติอีกเยอะมากค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เบสไทย, เบสจีน, เบสไต้หวัน, เบสฮ่องกง และเบสลอนดอน และในแต่ละเบสก็จะต้องแบ่งรูทบินกันโดยที่บริษัทจะเป็นคนกำหนดให้ค่ะ อย่างเช่นคนไทย ก็จะได้บินแถบเอเชียและโซนอเมริกา ส่วนเบสจีน, ฮ่องกง และไต้หวัน ก็จะได้บินแถบเมืองจีนและโซนยุโรป ซึ่งการแบ่งรูทแบบนี้จะไม่สามารถทำการแลกรูทหรือสลับกันได้ เบสไหนเบสนั้นเลยค่ะ อย่างเบสจีนเค้าก็จะไม่ได้บินไปโซนเมกา และคนไทยเราก็จะไม่ได้บินไปยุโรปเหมือนกันค่ะ

ดังนั้นอันเลยตัดสินใจลองไปสมัคร Emirates รอบไทยเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมาค่ะ โชคดีที่ตอนนั้นอันได้อินไวท์แล้วตรงกับวันหยุดของอันที่ไทยพอดี อันเลยไปสมัครแบบไม่มีลังเลเลยค่ะ ปรากฏว่าการไปสมัครครั้งนั้นนนนน … อันตกรอบแรกอีกแล้วค่ะทุกคน!!! T_T แงงงงง ทั้งๆที่ตอนนั้นอันคิดว่า เราทำงานที่เจแปนแอร์ไลน์มาได้สองปี พอจะมีประสบการณ์มาบ้างแล้ว น่าจะมีโอกาสผ่านรอบพรีสกรีนขึ้นมามากกว่าครั้งก่อนๆบ้าง ปรากฏว่าตอนที่อันไปยื่นเอกสาร กรรมการเค้าแค่ดู Resume แล้วพูดกับอันว่า “Thank you for coming” เท่านั้นเลยค่ะ o_O!?!! ห้ะะะะ!!! ตะ ตะ แต๊งกิ้วฟอร์คัมมิ่งงงง แค่นี้เลยจริงๆ พร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้ ตอนนั้นอันก็แบบ ช็อกกุเดสสึง่ะะะะะ!!!! O_O ช็อกไปเลยค่ะ

ปล. ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่อ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ เดี๋ยวอันจะรีบมาเขียนเล่าเหตุการณ์หลังจากวันนั้นและรีวิวประสบการณ์ในการเดินทางไปสมัคร Emirates Airline ที่เมืองกัวลาลัมเปอร์, อิโปห์ และยะโฮร์บาห์รูที่ประเทศมาเลเซียต่อนะค้า และถ้าเพื่อนๆคนไหนมีข้อสงสัยอยากถามอะไรเพิ่มเติม สามารถเข้าไปถามอันในเฟสบุ๊ค Chittha Anchittha K หรือที่ลิงค์ https://www.facebook.com/anchittha.kraitat ได้ตลอดเวลาเลยนะค้า ยินดีให้คำปรึกษาและตอบทุกคำถามเลยค่า อิอิอิ
Chittha Anchittha K.
 
จำนวนการตอบ: 3
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ ต.ค. 26, 2016 11:11 pm
Reputation point: 0
Chittha Anchittha K. โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ย้อนกลับไปยัง ANA, JAL, Asiana, Korean

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: Google [Bot] และขาจร 8 คน