เที่ยวปราสาทบันเตียชมาร์ 25-27 ตุลาคม 2562 เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ

ภูมิใจเสนอโดยทีมงาน thaicabincrew : กำแหงหาญ ดูแลเนื้อหาใกล้ชิด

ภารโรง: myoldeditor, กำแหงหาญ

เที่ยวปราสาทบันเตียชมาร์ 25-27 ตุลาคม 2562 เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ

โพสต์โดย myoldeditor » วันอังคาร พ.ย. 12, 2019 6:21 pm

เที่ยวปราสาทบันเตียชมาร์
เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ
25-27 ตุลาคม 2562
.........................

ตอนที่ 1 อรัญประเทศ ข้าวต้มฟู โรงแรมอินโดจีน :
.........................

ฉันสนใจประวัติศาสตร์มาแต่ไหนแต่ไร อาจเริ่มจากการอ่านหนังสือ "ไทยรบพม่า" ของกรมพระยาดำรงฯ เล่มเก่าๆ ของพ่อตั้งแต่สมัยเด็กๆ ก็เป็นได้

5-6 ปีหลังหันมาสนใจปราสาทหิน ฉันจึงเดินทางไปชมปราสาทน้อยใหญ่ที่เสียมเรียบหลายครั้ง ไปครั้งหนึ่งก็ 2-3 คืน ไปกับเพื่อนเป็นกลุ่ม สองคน สามคนบ้าง หรือคนเดียวก็เคย ก่อนเดินทางทุกครั้งจะอ่านหนังสือว่าด้วยปราสาทหินมากมายหลายเล่มไปล่วงหน้า ช่วงหลังเป็นเอามากขนาดไปเรียนพูดเขมร ทุกวันนี้ก็ยังพูดไม่คล่อง ไม่รู้จะฝึกพูดกับใคร

รูปภาพ
อาจารย์อภิชาติ ทวีโภคา

ไปเสียมเรียบหลายครั้งก็เบื่อ พอดีได้มีโอกาสรู้จักอาจารย์อภิชาติ ทวีโภคา ท่านเคยเป็นปลัดอำเภอที่ไหนซักแห่งแถวชายแดนเขมร และได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับปราสาทหินไว้ เช่น "ปริศนาภาพสลักนูนต่ำ ปราสาทบันเตียชมาร์" และ "ประวัติศาสตร์และโบราณคดี สด๊กก๊อกธม บันเตียชมาร์" จึงติดต่อกับท่านเรื่อยมา (จริงๆ คือไถหนังสือแกแหละ ตอนนั้นหาซื้อไม่ได้) 555

รูปภาพ
เพื่อนร่วมทาง

วันหนึ่งท่านแจ้งว่ากำลังจัดทัวร์ปราสาทบันเตียชมาร์ร่วมกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดสระแก้ว ฉันเช็คตารางบินแล้วว่าง จึงชักชวนสมัครพรรคพวกร่วมเดินทางไปด้วย นั่นคืออีหนวด Lung Hnaud Narak และอีเอก Chayawat Nakharin ที่อุตส่าห์ขับรถมาจากกระบี่ คือคิดว่าอย่างน้อยฉันก็ยังมีเพื่อนดื่มเพื่อนคุย จะให้เสวนาเรื่องปราสาทหินกับอาจารย์อภิชาติทั้งวันทั้งคืนฉันก็คงไม่ไหว
.........................

25 ตุลาคม 2562

บ่าย 3 ฉันและเพื่อนๆ เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพไปบนถนนมอเตอร์เวย์ ออกแปดริ้วไปตามถนนหมายเลข 304 ต่อด้วย 359 (สระแก้ว-เขาหินซ้อน) ไปบรรจบกับสาย 33 (ถนนสุวรรณศร) การจราจรค่อนข้างคับคั่งและพื้นผิวถนนยับเยินทุกเส้น ถึงตัวอำเภออรัญประเทศตอนพลบค่ำ เช็คอินและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมเสร็จเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกไปรับประทานอาหารมื้อค่ำพอดี

รูปภาพ
โรงแรมอินโดจีน

มาว่ากันถึงโรงแรมสักเล็กน้อย ก่อนเดินทางฉันมองหาที่พักอยู่หลายแห่ง และตัดสินใจเลือกโรงแรมอินโดจีน โรงแรมเก่าแก่คู่เมืองอรัญประเทศที่เปลี่ยนชื่อมานับครั้งไม่ถ้วน หลายท่านบอกว่าเป็นโรงแรมเก่าๆ โทรมๆ แต่เมื่อมาเห็นฉันกลับชอบ เป็นโรงแรมสองชั้น หน้าตาคลาสสิคเหมือนสถานที่พักตากอากาศในอดีต สระว่ายน้ำใหญ่ ห้องนอนสะอาดดีไม่มีอะไรเสียหาย อาหารเช้าบัฟเฟต์แบบง่ายๆ จำพวกข้าวต้ม ขนมปัง ไข่ดาว ฯลฯ ที่สำคัญราคาถูก คืนละไม่ถึงพันมีทอนหลายร้อย

ส่วนมื้อค่ำ หลังจากขับรถวนไปวนมาอยู่ในเมืองหลายรอบ สุดท้ายก็จบที่ร้านข้าวต้มฟู และก็ไม่ผิดหวังครับ ฝีมือทำกับข้าวของเค้าใช้ได้เลยทีเดียว จบจากร้านข้าวต้มแล้วยังเดินเล่นกินโน่นกินนี่ในตลาดอีกหลายอย่าง อิ่มหนำสำราญและเมามายกันเรียบร้อยก็รีบกลับโรงแรมพักผ่อน (ส่วนอีหนวดยังตบอีก 2-3 ขวดริมสระน้ำ) ซ่ามากไม่ได้เพราะมีนัดหมายเดินทางเข้าสู่ประเทศกัมพูชาทางด่านปอยเปตกันตั้งแต่เช้า
.........................

ตอนที่ 2/1 ปอยเปต บาแกต ปราสาทแม่บุญ :

26 ตุลาคม 2562

จากอำเภออรัญประเทศ เราออกเดินทางสู่บ้านคลองลึก หลังรับประทานอาหารเช้ากันเสร็จเรียบร้อย เพื่อนร่วมทริปของฉันยังกระดี๊กระด๊าหน้าตาสดชื่นเหมือนไม่รู้ชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขาในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

พื้นที่จอดรถหน้าด่านอันกว้างขวางแลดูแคบไปถนัดด้วยจำนวนรถเก๋งหลากยี่ห้อที่จอดอยู่หลายร้อยคัน ฉันเห็นแล้วดีใจที่เห็นคนไทยสนใจเดินทางเข้าไปชมปราสาทในประเทศกัมพูชากันเยอะแยะมากมายขนาดนี้

หรา…
.........................

หน้าด่านคลองลึกประจันหน้ากับเมืองปอยเปตคึกคักและคราคร่ำไปด้วยพ่อค้าแม่ค้า นักท่องเที่ยว นักแสวงโชค รถบรรทุกสินค้า รถคอนเทนเนอร์ รถเข็น รถลาก ฯลฯ เรานัดหมายกัน 8 นาฬิกา แต่กว่าจะรวมสมาชิกได้ครบ และกว่าจะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองทั้งฝั่งไทยและฝั่งเขมรจนได้ขึ้นรถก็เกือบ 10 โมงเช้า ไม่ว่ากัน มันเป็นเช่นนี้แล…

รูปภาพ

เราเดินทางด้วยรถบัสปรับอากาศขนาดใหญ่ นั่งกันสบายๆ แบบวีไอพี มัคคุเทศก์ทั้งฝั่งไทยและเขมรผลัดกันลุกขึ้นอธิบายนู่นนี่นั่น ฟังพอเพลินๆ ไม่นานก็ถึงเมืองศรีโสภณ

รูปภาพ

ที่นี่มีปาเตเจ้าอร่อย (ปาเต หรือนมปัง หรือบาแกต คือขนมปังแบบฝรั่งเศส ผ่ากลาง ทาเนยหรือมาร์การีน ยัดไส้ด้วยหมูยอและหมูสับปรุงรสผสมเนื้อปลากระป๋อง เพิ่มรสชาติด้วยแตงกวาอ่อนดอง และซอสพริกตามตำรับ) หน้าตาและรสชาติไม่แตกต่างจากขนมปังญวนแถบเมืองอุดรฯ หรือหนองคาย เพียงแต่ของเค้าชิ้นใหญ่กว่าและไม่ใส่เครื่องปรุงรุงรัง ก็พอรองท้องไปได้
.........................

รูปภาพ

จากศรีโสภณ ถึงอำเภอทมอพวก เราแวะวัดละลมเจย สักการะพระพุทธชัยมหานาค หรือหลวงพ่อคำ พระพุทธรูปสำคัญที่กล่าวกันว่ามีพระพักตร์เหมือนพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 พระพุทธรูปองค์นี้รอดเงื้อมมือเหล่ามิจฉาชีพลักลอบตัดเศียรพระมาได้หลายครั้ง จนมีเรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ล่ำลือกล่าวขาน ทุกวันนี้บนพระศอยังมีรอยบั่นของโจรใจบาปที่ทำไม่สำเร็จปรากฎให้เห็น

รูปภาพ

เราแวะกินอาหารมื้อเที่ยงแบบปิคนิคที่ปราสาทแม่บุญตะวันออกเมื่อพระอาทิตย์โคจรมาอยู่กลางกระหม่อม เรือนปราสาทที่พังทลายลงมากองระเกะระกะตั้งอยู่บนเกาะกลางบารายใหญ่ที่ตื้นเขินไปหมดแล้ว จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้จึงไม่ใช่ตัวปราสาท หากแต่เป็นทางเดินไม้ความยาว 800 เมตรที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปและจุดเช็คอินยอดนิยม มีนักท่องเที่ยวชาวท้องถิ่นแวะเวียนเข้ามาชมไม่ขาดสาย

แต่อยากจะบอกว่าร้อนชิบหายเลยครับท่าน
.........................

รูปภาพ

ฉันได้ลองลิ้มชิมรสข้าวผัดกะเพราแบบ original ของเขมรก็ที่นี่ ข้าวผัดใบกะเพราเขมรเรียกว่า (บาย ชา มเรียะ เปริว ម្រះព្រៅ) เป็นเมนูไม่ปกติ คือไม่เป็นที่นิยม วิธีทำของเค้าก็โคตรง่าย เทน้ำมันลงกระทะ ร้อนดีแล้วก็เอาข้าวลงไปคลุกพร้อมๆ กับใส่ใบกะเพราเป็นอันจบเชิญยกไปรับประทานได้เลย ไม่มีการเติมแต่งรสชาติด้วยหมูหมากาไก่หรือเครื่องปรุงใดๆ ส่วนเรื่องโขลกพริกโขลกกระเทียมยิ่งไม่ต้องพูดถึง รสชาติจึงค่อนข้างจืดชืด อันนี้บ่นเฉยๆ เพราะเข้าใจว่าอาหารบ้านใคร ก็ย่อมรสชาติใครรสชาติมัน

ถ้าพี่ๆ ที่ทำทัวร์บังเอิญมาเห็นโพสต์นี้ คราวหน้าอยากแนะนำให้จัดข้าวผัดหมู (บาย ชา จรู๊ก) ไปเลยจะดีกว่า กลางๆ ดี เหยาะน้ำปลาพริกเข้าหน่อยก็อร่อยแล้ว โอเคนะ
.........................

ตอนที่ 2/2 โฮมสเตย์ ปราสาทบันเตียต๊อบ :

26 ตุลาคม 2562

รูปภาพ

รับประทานอาหารมื้อเที่ยงที่ปราสาทแม่บุญตะวันออกบนเกาะกลางบารายเสร็จ พวกเราพากันเดินตากแดดร้อนเปรี้ยงบนสะพานไม้อันทอดยาวกลับขึ้นรถ ตอนนี้หน้าตาเพื่อนร่วมทริปของฉันเริ่มออกอาการเซ็งๆ

ปราสาทหินที่พังทลายกลายเป็นกองหินระเกะระกะ
อาหารมื้อเที่ยงที่ไม่ถูกปาก
อากาศที่ร้อนอบอ้าว
ทำให้พวกเขาเริ่มบ่นอยากกลับบ้าน...

คุณพากูมาทำไม...
คุณพากูมาทำไม...
คุณพากูมาทำไม...
คุณโง่ตามกูมาทำไม อันนี้ฉันแอบตอบมันในใจ 555...
.........................

ตำบลบันเตียชมาร์ ที่ตั้งของปราสาทเป็นชุมชนเล็กๆ โรงแรมที่พักจึงไม่ต้องพูดถึง ผู้ที่มาเยือนปราสาทบันเตียชมาร์และต้องการพักค้างคืน จึงต้องพักตามโฮมสเตย์ที่ CBT-บันเตียชมาร์ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วเท่านั้น

(CBT-Banteay Chhmar หรือ Community Based Tourism-Banteay Chhmar >> https://www.facebook.com/Banteay-Chhmar ... 152222235/) คือหน่วยงานเอกชน ดำเนินกิจการท่องเที่ยวในชุมชนโดยบุคคลในท้องถิ่น มีการอบรมไกด์ ขึ้นทะเบียนบ้านพักโฮมสเตย์ให้เป็นไปมาตรฐาน ฯลฯ)
.........................

สมาชิกร่วมทริปกระจัดกระจายเข้าที่พัก กลุ่มของฉันพักที่โฮมสเตย์ลุงแซม ระยะทางเดินเท้าจากตลาดซัก 4-5 นาที เห็นที่พักคืนนี้แล้วชอบ บ้านของลุงแซมเป็นบ้านไม้เก่าแก่สองชั้นใต้ถุนสูง มีเปลญวนแขวนไว้ 2-3 ปาก ข้างล่างโล่งโปร่ง มีโต๊ะตั่งให้นั่งพักผ่อน (ฉันเล็งๆ ที่ทางไว้แล้วสำหรับนั่งดื่มชิลๆ คืนนี้) ห้องน้ำปูกระเบื้องสีขาวสะอาด มีอ่างน้ำสำหรับตักอาบหรือจะอาบแบบฝักบัวก็มี มีโถชักโครก (แต่ตักราด) ที่สำคัญมีที่ฉีดก้น แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว

รูปภาพ

บนชั้นสองฟากหนึ่งมีสองห้องนอน มีผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว ที่นอนหมอนมุ้งครบครัน โถงด้านนอกอีกฟากแบ่งออกอีกสองห้อง มีม่านกั้นระหว่างกันเป็นสัดส่วน พัดลมและปลั๊กไฟมีทั่วบ้าน แถมมีที่นั่งสำหรับชมวิวทิวทัศน์

รูปภาพ

รวมๆ ถือเป็นที่พักที่ดีงาม คนต่างจังหวัดอย่างฉันค่อนข้างคุ้นชินกับการนอนมุ้งนอนบ้านไม้แบบนี้ จะบอกว่าตื่นเต้นก็ไม่เชิง เพียงแต่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันสวยงาม เหมือนย้อนกลับไปนอนบ้านญาติต่างจังหวัดเมื่อ 30-40 ปีก่อนยังไงยังงั้น
.........................

รูปภาพ

เราออกเดินทางไปปราสาทบันเตียต๊อปหรือบันทายทัพโดยรถอีแต๋นพ่วงหลัง (ที่นี่เรียกว่าโคยนต์) และไม่ลืมจัดเบียร์ลีโอและเบียร์อังกอร์เย็นชื่นใจติดไป 30 กระป๋อง ตั้งใจไว้ดื่มชิลๆ ระหว่างรับประทานอาหารมื้อเย็นที่ปราสาท และเผื่อเหลือนำกลับมากินที่พัก

ระยะทางจากที่พักไปปราสาทบันเตียต๊อปประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางราว 15 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปตามถนนดินแดงเล็กๆ อีกประมาณ 5 กิโลเมตร ระยะทางขนาดนี้ หากเป็นรถยนต์คงใช้เวลาราว 30 นาที แต่นั่งขโยกเขยกไปบนโคยนต์กินเวลานับชั่วโมง ดมฝุ่นดมไอเสียในเวลานานๆ เป็นประสบการณ์ที่เกินสนุก กว่าจะถึงปราสาทบันเตียต๊อป พระอาทิตย์ก็เกือบจะลับขอบฟ้าอยู่รอมร่อ

คุณพากูมาทำไม...
คุณพากูมาทำไม...
คุณพากูมาทำไม...
คุณโง่ตามกูมาทำไม

รูปภาพ

ปราสาทบันเตียต๊อบ แปลว่าปราสาทกองทัพ สันนิษฐานว่าเคยเป็นที่ตั้งกองทัพในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ตามตำนานเล่ากันว่าพระองค์ใช้เวลาอยู่ที่นี่ถึง 16 ปี ปัจจุบันตัวเรือนปราสาทพังทลายลงมาเกือบหมด ปรางค์องค์ใหญ่ที่เหลืออยู่ถูกดามไว้ด้วยโครงไม้ดูแล้วไม่คงทน จะล้มลงมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ว่ากันว่าเป็นเพราะระบบการก่อสร้างไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบฐานราก การเรียงหิน ขนาดของหินที่มีขนาดเล็กกว่าปราสาทอื่น รวมไปถึงการขาดแคลนผู้ออกแบบมีฝีมือและแรงงาน
.........................

เรารับประทานอาหารมื้อค่ำกันที่นี่ วางสำรับปูเสื่อล้อมวงกินกันง่ายๆ เบียร์ที่ซื้อมาจากในเมืองถูกนำลงมาจากโคยนต์ โดนคนโน้นคนนี้ล้วงจนเกลี้ยงถัง พวกเราก็ได้แต่งง อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่ตกลงกันไว้นี่นา...

ขากลับดีหน่อย นั่งโคยนต์มาถึงแค่ถนนดำ ที่นั่นมีรถบัสคันใหญ่เปิดแอร์เย็นฉ่ำรอรับเราอยู่แล้ว แป๊บเดียวก็ถึงที่พัก อาบน้ำอาบท่าเสร็จสรรพก็ลงมานั่งดื่มนั่งกินนั่งเสวนากันใต้ถุนบ้าน กับข้าวกับปลาฝีมือลุงแซมอร่อยสมราคา นั่งดื่มจนเบียร์หมดอีกรอบนั่นแหละจึงแยกย้ายกันเข้านอน

รูปภาพ

โฮมสเตย์ลุงแซมอาจร้อนอยู่สักหน่อยในเวลากลางวันเพราะหลังคามุงด้วยสังกะสี แต่ตอนกลางคืนอากาศในชนบทช่างบริสุทธิ์ มีลมพัดแผ่วๆ นอนหลับสบายไม่ฝันกันเลยทีเดียว
........................

ตอนที่ 3 (ตอนจบ) ชมปราสาทบันเตียชมาร์ เดินทางกลับบ้าน :

27 ตุลาคม 2562

ออกจากลุงแซมโฮมสเตย์ เรารับประทานอาหารเช้าใต้ร่มไม้หน้าปราสาทบันเตียชมาร์ อาหารง่ายๆ เช่น มาม่าผัดซึ่งปริมาณน้อยไปเยอะสำหรับลูกทัวร์ 20 คน ข้าวต้มมัด กล้วยทอด (กล้วยแขก) มันทอด ขนมวาฟเฟิล กาแฟซอง 3 in 1 เสียดายที่น้ำต้มกาแฟดันไม่ร้อนซะอีก

อิ่มท้องแล้วย่อยอาหารด้วยการเดินชมปราสาท ไฮไลท์ของการเดินทางครั้งนี้
.........................

ปราสาทบันเตียชมาร์ “ชมาร์” ในภาษาเขมรแปลว่า “ป้อมเล็ก” พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงสร้างเพื่ออุทิศแด่เจ้าชายศรินทรกุมารที่สิ้นพระชนม์ในการทำสงคราม รวมทั้งเป็นที่ฝังศพราชองครักษ์ผู้ภักดีทั้งสี่อีกด้วย

รูปภาพ

สภาพโดยรวมของปราสาทบันทายฉมาร์ปรักหักพัง ยอดปราสาทพังเหลือเพียง 3 ยอด หน้าบัน ระเบียงคด โคปุระ หลังคาถล่มลงมาเป็นกองหินระเกะระกะ ตัวปราสาทชั้นในที่ตัวเรือนธาตุสลักเป็นภาพพระพักตร์ “พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร” ทั้ง 4 ทิศ เชื่อว่าเป็นพระพักตร์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เช่นเดียวกับที่ปราสาทบายน

รูปภาพ

ระเบียงคดชั้นนอกที่ผ่านการบูรณะโดยวิธี “อนัสติโลซิส” (ANASTYLOSIS)* เสร็จเรียบร้อยแล้วบางส่วนเป็นภาพสลักนูนต่ำ แสดงการเตรียมทัพ การทำยุทธนาวีกับพวกจาม ฯลฯ ภาพเด่นของระเบียงตะวันออกฝั่งทิศใต้คือภาพสลักพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 และเจ้าชายศรีนทรกุมารบนยอดเขา

รูปภาพ

ทีไม่ควรพลาดคือภาพสลักนูนต่ำระเบียงคดทิศตะวันตก สลักภาพเล่าเรื่องตำนานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี ตามคัมภีร์กรัณฑวยูหะ ลัทธิมหายาน ปางสุดท้าย แต่เดิมมี 8 ภาพ พังทลายไปบ้าง ถูกโจรกรรมตามใบสั่งไปบ้าง ตามกลับมาได้บ้างไม่ได้บ้าง ยังดีมีเหลือให้เราชมครับ
.........................

ออกจากปราสาท มารับประทานอาหารเที่ยงที่สำนักงาน CBT ตรงข้ามทางเข้าปราสาทฝั่งตะวันออก น่าสังเกตว่าอาหารแต่ละมื้อที่ทัวร์จัดเลี้ยงไม่ใช่อาหารเขมรที่เราคุ้นเคย เช่น อาม็อก (ห่อหมกแบบเขมร) หรือเนื้อล่กลั่ก (เนื้อผัดหอมแดงใส่ซอส) คิดว่าน่าจะทำยาก ใช้เวลานานและต้นทุนสูง

เราจึงได้รับประทานไก่บ้านเหนียวๆ และกับข้าวจานปลา เช่น ปลานึ่ง ปลาต้ม หรือน้ำพริกเป็นส่วนใหญ่ รสชาติอาหารเขมรค่อนข้างจืด สำหรับคนไทยแล้วต้องทำใจ อาหารง่ายๆ เช่น ไข่เจียวยังไม่ถูกปาก มื้อนี้อีหนวดอดรนทนไม่ไหว ถึงกับขอเข้าครัวเจียวไข่เองเลยทีเดียว

ป.ล แม่ครัวเขมรเจียวไข่แบบเราไม่เป็น อีหนวดเห็นเค้าเจียวแล้วขัดใจ คันไม้คันมืออยากลงมือเจียวเองตั้งแต่เมื่อครั้งไปเสียมเรียบด้วยกันเมื่อหลายปีก่อนแล้ว
.........................

ระหว่างเดินทางกลับต่างคนต่างสลบไสลเพราะตื่นเช้าและกรำแดดกรำฝุ่นกันมาตลอดสองวัน ถึงตลาดตำบลทมอพวก ไกด์ชักชวนให้ลูกทัวร์ลงไปซื้อของส่งท้าย แต่สุดท้ายไม่มีใครลง จึงเลี้ยวรถออกเดินทางต่อไป

ถึงหน้าด่านปอยเปตบ่ายสองเศษๆ กว่าจะผ่านพิธีการเข้าเมืองทั้งฝั่งเขมรและฝั่งไทยมาได้เกือบบ่ายสาม จ่ายค่ารับฝากรถวันละ 100 บาทเรียบร้อย ฉันล่ำลาอาจารย์อภิชาติ และคุณศักดา (ผู้จัดการทัวร์) ต่างคนต่างอวยพรโอกาสหน้าพบกันใหม่ ครบคณะแล้วฉันก็นำซีวิคคันเก่าเคลื่อนเข้ากรุงเทพมหานคร

คุณพากูมาทำไม
คุณพากูมาทำไม
คุณพากูมาทำไม
พวกมันบ่นกันระงมรถ...
.........................

หมายเหตุ:

- ทัวร์ค่อนข้างฉุกละหุก แรกแจ้งว่าเป็นทัวร์ขับรถส่วนตัวเข้าไปถึงปราสาทบันเตียชมาร์ โดยผ่านทางด่านพรมแดนบ้านตาพระยา-บึงตระกวน แต่มีเหตุขัดข้องจึงเปลี่ยนเป็นต่อรถใหญ่ที่ด่านปอยเปตแทน ความตั้งใจของฉันที่จะขนโน่นขนนี่เข้าไปจึงกลายเป็นหมันไปโดยปริยาย

- มีเรื่องคาใจเล็กน้อยระหว่างกลุ่มของฉันกับผู้จัดทัวร์ เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เคลียร์กัน โดยส่วนตัวฉันแล้วไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ เพียงเป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ตรงกันเท่านั้น

- การบรรยายในบริเวณปราสาทต้องใช้ไกด์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ไกด์ CBT ที่นำชมปราสาทบันเตียชมาร์ไม่แม่นและไม่แน่น (หรือจริงๆ อาจแม่นแต่ไม่ถนัดบรรยายภาษาไทย) ถ้าเป็นอาจารย์อภิชาติบรรยายตลอดรายการคงสนุกและได้ความรู้กว่านี้

- เนื่องจากไม่ใช่ทัวร์เที่ยวเล่นกะโหลกกะลา ฉันเห็นว่าควรมี session แนววิชาการนิดๆ สำหรับผู้สนใจประวัติศาสตร์ขอม ภาพสลัก ฯลฯ โดยเฉพาะ โดยมีอาจารย์อภิชาติเป็นผู้บรรยาย คุยกันไปดื่มกันไปใต้ถุนโฮมสเตย์ลุงแซมก็ยังได้ ใครใคร่ฟังฟัง ใครใคร่นอนนอน...
.........................

ท้ายสุดจริงๆ ขอขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกท่านอีกครั้ง ที่เต็มใจให้ล่อลวงไปถึงเขมร รวมไปถึงอาจารย์อภิชาติที่กรุณาแจ้งข่าวการจัดทัวร์ครั้งนี้ให้ทราบ อีกทั้งคุณศักดาที่ประสานงานกับฉันมาตั้งแต่ต้น โอกาสหน้าฟ้าใหม่ไว้ไปเที่ยวกันอีกครับ

*อนัสติโลซิสคือวิธีการบูรณะโบราณสถานโดยการศึกษาโครงสร้างของปราสาทอย่างละเอียด จากนั้นรื้อของเดิมลงมาทำรหัสหมายเลข และเรียงกลับขึ้นไปใหม่เหมือนจิ๊กซอร์ เติมส่วนที่ขาดด้วยวัสดุใกล้เคียงเช่นหิน หรือปูนซีเมนต์
.........................

เที่ยวปราสาทบันเตียชมาร์
เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ
25-27 ตุลาคม 2562
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2243
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ย้อนกลับไปยัง ท่องเที่ยวไปสไตล์ลูกเรือ, Survival's Kit, ฟ้องด้วยภาพ และชีวิตลูกเรือไทย around the world

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 1 คน