หน้า 1 จากทั้งหมด 1

เที่ยวเสียมเรียบ-นครวัด-นครธม ตอน 1: ออกเดินทาง เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันเสาร์ ก.ย. 03, 2016 9:17 pm
โดย myoldeditor
รูปภาพ

เที่ยวเสียมเรียบ-นครวัด-นครธม ตอน 1: ออกเดินทาง
เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ

........................

“เมื่อไหร่เครื่องจะลงวะไอ้จุด” ไอ้หนวด... เพื่อนร่วมทริปของผมมีสิทธิจะโวยวาย เพราะเครื่องเราดีเลย์มาก่อนแล้ว 1 ชั่วโมงจากกรุงเทพ และบัดนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะร่อนลงง่ายๆ

ไม่รู้จะตอบเพื่อนยังไง ผมไม่ใช่นักบิน... และมันแย่ตรงที่ไอ้สีน้ำ... เพื่อนร่วมทริปอีกคนของผม ก็ยังเสือกหลับตาพนมมือสวดมนต์พึมพำอยู่ข้างๆ...

เฮ้ยยย แค่บินวน พวกคุณจะรีบตายไปไหน...

........................

รูปภาพ
ปู่เฉิดกำลังเครียดเมื่อไหร่เครื่องจะลง

มองออกไปนอกเครื่อง สายฝนยังพร่างพรำไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด มองฝ่าหมู่เมฆไกลออกไปคือโตนเลสาบ ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย ด้านล่างคือท้องนาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ ในหน้าฝนอย่างนี้ น้ำในโตนเลสาบจะเอ่อสูงขึ้นมาท่วมพื้นที่ราบจนกลายเป็นผืนน้ำกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา จนขนาดของทะเลสาบกว้างขวางกว่าหน้าแล้งถึงสองเท่า ผมมองลงไปเบื้องล่างก็ได้แต่ภาวนาว่าอย่าเพิ่งลงเลยกัปตัน... ถ้าลงตอนนี้... ในนาทีที่ยังไม่เห็นสนามบิน เห็นท่าว่าเราจะตายห่ากันหมด...

กัปตันประกาศครั้งแล้วครั้งเล่า และเราก็บินวนอยู่เหนือน่านฟ้าประเทศกัมพูชารอบแล้วรอบเล่า เกือบครึ่งชั่วโมง และในขณะที่ฝนยังไม่ซาเม็ด เครื่องบินของเราก็ฝ่าเมฆร่อนลงสู่สนามบินเสียมเรียบ ท่ามกลางเสียงถอนหายใจโล่งอกของผู้โดยสารทั้งลำ...

เสียงเฮ่อ...จากอีหนวดดูเหมือนจะดังที่สุด...

........................

มีเครื่องบินหลายลำลงจอดพร้อมๆ กับเรา เราเดินฝ่าฝนพรำเดินลงจากเครื่องเข้าสู่อาคารผู้โดยสาร เพื่อที่จะรับใบอะไรซักใบมากรอก... ผมรีบกรอกหยุกหยิกๆ เป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆ และรวบรวมยื่นกลับให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่รับกลับไปโดยไม่ดูอะไรด้วยซ้ำ...

มารู้ทีหลังว่าเป็นใบแจ้งสุขภาพเฉพาะกิจ ไข้หวัดนกหรืออะไรซักอย่างนี่แหละ...

คนไทยเดินหล่อๆ สวยๆ ตรงสู่เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองได้เลย กล่าวคำไทยสวัสดีทักทายเจ้าหน้าที่ ยืดอกส่งพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่สแตมป์พาสปอร์ตปังเดียวก็เดินผ่านเข้าสู่บริเวณสายพานรับกระเป๋าอย่างสง่าผ่าเผย ส่วนนักท่องเที่ยวชาติอื่นๆ ต้องไปต่อคิวยาวเหยียดเพื่อขอ Visa on Arrival ผมรู้สึกภูมิใจนิดๆ ที่เกิดมาเป็นคนไทยก็วันนี้...

........................

รอแล้วรอเล่า สรุปว่ารถโรงแรมที่นัดกันออนไลน์แม่งเบี้ยว ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ผมหันไปใช้บริการรถลีมูซีนของสนามบิน คิดว่าจะแพง แต่น่าประหลาดที่มันถูกกว่ารถรับจ้างเอกชนทั่วไปซะอีก

รูปภาพ
ลีมูซีนสุดหรูของเรา

“ไหนวะลีมูซีนคุณ” ไอ้หนวดว่า มีรถโตโยต้าแคมรี่รุ่นเก่าวิ่งผ่านหน้าเราไปหลายคัน รถรุ่นนี้ฮิตสุดๆ ที่นี่ แต่ก็ไม่ใช่รถที่มารับเราซักคัน

จนมีรถสามล้อเครื่องมาเบรคพรืดข้างหน้า และมีไอ้หนุ่มหน้ามนลงมากล่าวสวัสดีเรานั่นแหละ...

“นี่คงเป็นลีมูซีนของคุณสินะไอ้จุด” จริงของไอ้สีน้ำมัน ลีมูซีนของเสียมเรียบคือมอเตอร์ไซต์พ่วงเก๋งหลัง หน้าตาละม้ายคล้ายรถสกายแล๊บทางจังหวัดภาคอีสานของเรา แต่กว้างขวางและนั่งสบายกว่า แถมมีที่ทางให้วางกระเป๋าเดินทางใบโตๆ ได้หลายใบอีกด้วย

........................

ผมมาเสียมเรียบหลายครั้ง แต่ละครั้งเลือกพักไม่ซ้ำที่ ครั้งแรกนอนเกสต์เฮาส์ราคาถูก แต่คุณภาพหลายดาวการันตีโดย Trip Advisor เป็นตึกสองชั้นที่ถูกดัดแปลงเป็นโรงแรม หน้าตารวมๆ ของโรงแรมเลยดูขาดๆ เกินๆ ไปหน่อย แต่สภาพห้องพักแทบไม่ต่างจากโรงแรมดีๆ ทั่วไป มีแอร์ ทีวี ตู้เย็น น้ำร้อน ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ส่วนภายในโรงแรมมีห้องอาหารเล็กๆ สระว่ายน้ำเล็กๆ มีบริการรถรับส่งสนามบิน ฯลฯ แต่ข้อเสียประการเดียวคือที่ตั้งของโรงแรมซึ่งอยู่ในซอยริมทางหลวงสาย 6 ห่างจาก Pub Street จุดศูนย์กลางของเมืองมากไปหน่อย ขาไปเดินได้ไม่ว่า แต่ขากลับเมาๆ มาก็เหนื่อยล้าเอาการ

จริงๆ ค่ามอไซต์รับจ้างจาก Pub Street มาโรงแรมก็แค่ 1-2 เหรียญเท่านั้น แต่ผมงกไง เข้าใจเปล่า?

รูปภาพ
ราคาหลักพันแต่บริการไม่ธรรมดา

โรงแรมที่เสียมเรียบไม่ว่าจะโหดเลวดีขนาดไหน พนักงานจะยิ้มแย้มแจ่มใสให้การต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ยิ่งรู้ว่าเป็นคนไทยจะยิ่งพูดคุยกันถูกคอ เพราะคนส่วนใหญ่ที่นี่พูดภาษาไทยในระดับที่พอสื่อสารกันรู้เรื่อง และไม่ว่าราคาค่าห้องจะถูกหรือแพง ก็มักมีผ้าเย็นและ welcome drink รสแปร่งๆ บริการเมื่อมาถึง ครั้งที่สามผมพักโรงแรมราคากลางๆ ไม่ห่างจาก Pub Street... นอกจากผ้าเย็นและ welcome drink แล้ว ยังมีข้าวต้มมัดสไตล์เสียมเรียบมาให้ลองชิมอีกด้วย เอากับเค้าสิ...

........................

ออกจากสนามบินเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 6 ที่ทอดยาวมาจากชายแดนอรัญประเทศ รถลีมูซีนของเราขับตีคู่มากับลีมูซีนอีกคันที่มีสาวญี่ปุ่นหน้าตาจิ้มลิ้มสองคนนั่งมาเป็นผู้โดยสาร... อีหนวดกับอีสีน้ำขยับตัวหันไปมองทำหน้ากรุ้มกริ่ม... ไม่ใช่มองเฉยๆ แต่เสือก “อาริกาโตะ” กับเค้าด้วย... เธอทั้งคู่ยิ้มรับและหัวเราะคิกคัก.. (อาริกาโตะมันแปลว่าขอบคุณไม่ใช่เหรอวะ)

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปโรงแรมเดียวกัน... มันสองตัวเริ่มวางแผนชั่วแล้ว...

........................

ทริปนี้นอกจากพ่อ ผมยังลากเพื่อนมาด้วยอีกสองคน คืออีหนวดและอีสีน้ำ ไว้จะค่อยๆ แนะนำเพื่อนร่วมทางของผมให้รู้จักในบทต่อไปข้างหน้า แรกเริ่มนั้นแต่ละคนมากับผมอย่างจำยอม... แต่ท้ายสุด... ก็ได้รับความประทับใจจากการท่องเที่ยวในเมืองเสียมเรียบกลับไปด้วยกันทั้งนั้น

พบกันใหม่ตอนหน้า : ตอนที่ 2 การเตรียมตัวสู่เมืองเสียมเรียบ

........................

ข้อมูลเพิ่มเติม ตอนที่ 1

- สนามบินเสียมเรียบกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและปรับปรุง บางส่วนเปิดใช้งานแล้ว ทันสมัย ใหญ่และโอ่โถง
- มีสายการบินหลายสายจากกรุงเทพ-เสียมเรียบ ราคาแตกต่างกันไป แอร์เอเชียออกจากดอนเมือง และบางกอกแอร์เวย์ออกจากสุวรรณภูมิ ทั้ง 2 สายมีหลายเที่ยวบินให้เลือก ไทยสไมล์มีเที่ยวบินจำกัด
- เวลาเดินทางที่เหมาะสม ควรถึงเสียมเรียบบ่ายเศษๆ (เดี๋ยวบอกว่าทำไม) ขากลับก็เช่นเดียวกัน
- จองโรงแรมผ่านเว็บออนไลน์ราคาใกล้เคียงกันมาก ถ้าชอบช้อปปิ้งและชีวิตกลางคืน แนะนำให้เลือกโรงแรมที่ไม่ห่างจากย่าน Pub Street
- เกือบทุกโรงแรมมีบริการรถรับส่งสนามบิน ทั้งฟรีและเสียเงิน
- จากสนามบินเข้าเมืองเสียมเรียบใช้เวลาประมาณ 20 นาที

รูปภาพ
เจ้านี้แหละ work

- ที่สนามบินมีเคาน์เตอร์เปลี่ยนซิมอินเตอร์เนต และบริการรถเข้าเมือง ราคาไม่แพงกว่ารถผีหรือเอกชนทั่วไป
- นักเดินทางไทยต้องมีพาสปอร์ต ใบเข้าเมืองจะได้รับแจกบนเครื่องบิน รีบกรอกให้เสร็จเมื่อได้รับ
- เมื่อถึงสนามบิน นักเดินทางไทยเดินไปที่เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองได้เลย พร้อมยื่นพาสปอร์ตและใบเข้าเมือง
- มอเตอร์ไซต์รับจ้าง และรถมอเตอร์ไซต์พ่วงหลังมีทั่วเมือง ต่อรองได้ เดินทางภายในเมืองโดยทั่วไปราคาเริ่มต้นที่ 2-5 เหรียญต่อเที่ยว แล้วแต่ระยะทาง
- ชาวเสียมเรียบเกือบทุกคน ไม่ว่าลูกเล็กเด็กแดงพูดไทยกระท่อนกระแท่นในระดับสื่อสารได้ และภาษาอังกฤษดี ..ดีจนน่าตกใจ