Life of Thai Crew: 12 hrs in MADRID เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ

ภูมิใจเสนอโดยทีมงาน thaicabincrew : กำแหงหาญ ดูแลเนื้อหาใกล้ชิด

ภารโรง: myoldeditor, กำแหงหาญ

Life of Thai Crew: 12 hrs in MADRID เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ

โพสต์โดย myoldeditor » วันอังคาร เม.ย. 21, 2015 10:37 am

รูปภาพ

Life of Thai Crew: 12 hrs in MADRID
เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ

.......................


มีเวลา 12 ชั่วโมงที่มาดริดทำอะไรดีพี่....?

โห... ตอบยากนะ เพราะ 12 ชั่วโมงดูจะน้อยไปสักหน่อย... มาดริดแม้จะเป็นเมืองหลวงขนาดเล็ก ประชากรแค่ 3-4 ล้านคน แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่หลายแห่ง เมืองมรดกโลก เช่นโทเลโดหรือเซโกเบียก็สวยงามน่าสนใจ แถมการไปเมืองที่ว่าก็สะดวกสบาย ใช้เวลาเดินทางไม่นาน อาหารการกินอร่อย และราคาก็ไม่แพงมากด้วย...

สำหรับ museum’s lover แค่พิพิธภัณฑ์เทพๆ 2-3 แห่งในมาดริดอาจต้องใช้เวลาเที่ยวชมเป็นวันๆ ... อย่าห่วง... เราดูจบได้ภายใน 2 ชั่วโมง แห่งละชั่วโมง โอเคนะ!

.......................

06.00 น.

หากโรงแรมมีอาหารเช้าให้ก็แล้วไป แต่หากอยากทำตัวเป็นคน Local ก็ไม่ยาก ผมแนะนำร้านกาแฟหรือร้านทาสกา (Tasca) หรือทาปาสบาร์ซึ่งมีอยู่ทุกหัวมุมถนน ที่นั่นไม่ได้ขายแค่ทาปาส แต่ยังมีชากาแฟ และอาหารเช้าประเภทขนมปังไข่ดาว หรือปาท่องโก๋ดุ้นยาวๆ ที่เรียกว่าชูโรสจิ้มกับช๊อคโกแลตร้อนๆ ขายในราคาแสนถูกอีกด้วย

ขึ้นรถไฟใต้ดิน:

แนะนำให้ซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียว (single ticket) 1.50 ยูโร หรือหากใครจะเที่ยวนอกแผนที่ หรือขี้เกียจเดิน ลองพิจารณาดูตั๋วประเภทอื่นครับ https://www.metromadrid.es/en/viaja_en_ ... index.html

รูปภาพ

การซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินหรือเมโทรก็โคตรจะง่าย ทุกสถานีมีบูทเจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋ว แต่ซื้อกับตู้อัตโนมัติก็สะดวกดี แค่เลือกภาษาที่ต้องการ (แน่ล่ะ ไม่มีภาษาไทย) จิ้มประเภทตั๋ว (single trip) แล้วเลือกสถานี หยอดเงิน และรอรับตั๋ว แค่นี้เอง...

สำหรับเพื่อนลูกเรือสายการบินแห่งญาติ โรงแรมของเราอยู่ติดกับสถานี Cuzco และใช้เมโทรสาย 10 สีน้ำเงินเดินทางเข้าเมืองครับ ง่ายมากๆ

.......................

08.00 น. Plaza de Espana จัตุรัสสเปน
(Metro สาย 10 สีน้ำเงิน สถานี Plaza de Espana)

รูปภาพ

ตอนนี้คุณควรจะมาถึง Plaza de Espana หรือจัตุรัสสเปนแล้ว จัตุรัสสเปนน่าสนใจตรงที่กลางจัตุรัสมีรูปปั้นมีเกล เด เซร์บันเตส ซาเบดรา (Miguel De Cervantes Saavedra) ผู้ประพันธ์ ดอนกิโฆเต้ (Don Quixote) วรรณกรรมสเปนซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วโลก เบื้องล่างเซร์บันเตสคือรูปปั้นอัศวินกำมะลอผู้ยิ่งใหญ่ ดอน กิโฆเต้และซานโช่ ปันซ่าผู้ติดตามอันซื่อสัตย์กำลังขี่ลาตามติดมากระดุ๊บๆ โถ...

บางวันบริเวณรอบจัตุรัสมีตลาดขายของกระจุกกระจิก รวมไปถึงของที่ระลึกมาดริด เช่น พวงกุญแจ แม่เหล็ก เสื้อยืด ฯลฯ ในราคาถูกกว่าย่านการค้ากลางเมือง ถ้าเจอของถูกใจรีบจัดซะเลยเดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน

...ลานจอดรถใต้จัตุรัสสเปนมีของดี...เก็บไว้ก่อน... ขากลับเราค่อยมาสำรวจกัน...

.......................

09.00 น. Palacio Real พระราชวังหลวง, Cathedral Almudena วิหารอมูเดน่าและ Campo del Moro สวนโมโร
(Metro สาย 10 สีน้ำเงิน สถานี Plaza de Espana หรือสาย 2 สีแดง สาย 5 สีเขียวสถานี Opera)

รูปภาพ

จากฝั่งหัวม้าของอัศวินดอน กิโฆเต้เข้าสู่ถนน Bailen ขวามือคือพระราชวังหลวงหรือ Palacio Real แนะนำให้เดินเลยเข้าไปชมความงามของวิหาร Almudena วิหารประจำราชสำนักซึ่งอยู่ใกล้ๆ กันซะก่อน วิหารแห่งนี้สร้างมาตั้งแต่ปี 1879 และเพิ่งแล้วเสร็จในปี 1993 นี่เอง (โป๊ปมาทำพิธีเปิดเองเลยนะ ขอบอก)

เบื้องล่างคือ Campo del Moro แปลว่าสวนของแขกมัวร์ ผู้ปกครองสเปนในสมัยหนึ่ง จะว่าไปก็คือสวนของพระราชวังหลวงนั่นแหละ เป็นที่พักหลบร้อนของชาวมาดริดและเป็นจุดชมวิวพระราชวังหลวงที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง

.......................

10.00 น.

รูปภาพ

เข้าชมพระราชวังหลวง Palacio Real ซะหน่อย ไหนๆ ก็มาแล้ว พระราชวังสไตล์บารอคแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ตั้งแต่สวนโมโรเบื้องล่างไปจนจรดแม่น้ำแมนซานาเรส ใครไม่เคยเข้าชมไม่ควรพลาด

ค่าเข้าชม 10 ยูโร ไม่มีการจำหน่ายตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า และไม่มีส่วนลดพิเศษสำหรับ Crew ID และคนหัวดำๆ อย่างเรา ...เข้าคิวหน้างานอย่างเดียว เข้าใจตรงกันนะ...

.......................

11.00 น. Plaza Mayor, ร้าน El Botin และ ตลาด Mercado de San Miguel
(Metro สาย 2 สีแดง, สาย 3 สีเหลืองและสาย 1 สีฟ้า สถานี Sol)

รูปภาพ

จาก Palacio Real มาตามถนน Mayor เข้าสู่พลาซ่ามายอร์ จะเห็นรูปปั้นพระเจ้าฟิลิปที่ 3 ผู้ริเริ่มก่อสร้างพลาซ่ามายอร์กำลังทรงม้าเด่นเป็นสง่าอยู่กลางจัตุรัส พลาซ่ามายอร์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และเป็นมาแล้วหลายบทบาท ตั้งแต่ตลาดนัดกลางแจ้ง จุดเริ่มต้นการประท้วง ลานประหารนักโทษ ไปจนถึงสนามสู้วัวกระทิง ฯลฯ ปัจจุบันเป็นที่จัดงานแสดงกลางแจ้ง งานออกร้านขายสินค้า ฯลฯ ภายในจัตุรัสเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก บาร์ ร้านอาหารเก๋ๆ และนักล้วงกระเป๋ามืออาชีพนับโหล

พลาซ่ามายอร์เป็นอีกสถานที่ๆ ซ่อมสร้างไม่แล้วเสร็จซักที สร้างแล้วซ่อม ซ่อมแล้วทุบ ทุบแล้วสร้างมาชั่วนาตาปี ปัจจุบันอาคารบางส่วนก็ยังตีฉากปิดซ่อมกันอยู่โป๊กๆ

.......................

รูปภาพ

Cuchilleros ตรอกเล็กๆ ที่เข้าสู่พลาซ่ามายอร์ทางประตูด้านตะวันตกเฉียงใต้คือที่ตั้งของร้านเอล โบติน (El Botin) ซึ่งกินเนสส์บันทึกว่าเป็นร้านอาหารเก่าแก่ที่สุดในโลก เปิดมาตั้งแต่ปี 1725 ร้านนี้มีดีที่ลูกหมูหัน (suckling pig คนสเปนเรียก Cochinillo) และอาหารจานแกะ...

นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งมาเยือนเอล โบตินมิใช่เพราะอาหาร แต่เพื่อตามรอยเฮมิงเวย์ที่เคยมารับประทานอาหารร้านนี้บ่อยๆ ผมก็คนหนึ่งล่ะ...

ฉากสุดท้ายของ The Sun Also Rises (ภาคไทย-แล้วดวงตะวันก็ฉายแสง-แปลโดย เชน จรัสเวียง) นวนิยายเรื่องดังของเฮมิงเวย์ก็จบลงที่ร้านเอล โบตินนี่แหละ... เท่ปะล่ะ?

รูปภาพ

หากหิวแล้ว จะนั่งจิ้มทาปาส หรือข้าวผัดสเปน ดื่มแซงเกรีย (Sangria) เย็นๆ ซักเหยือก ชมผู้คนและนักท่องเที่ยวเดินผ่านไปมาในร้านอาหารกลางแจ้งภายในพลาซ่ามายอร์ก็ไม่เลว... แต่ต้องทำใจกับราคาอาหารที่อาจจะแพงกว่าที่อื่นซักหน่อย... ถือซะว่าเป็นเซอร์ชาร์จค่าบรรยากาศก็แล้วกัน...

.......................

รูปภาพ

ตลาด Mercado de San Miguel ใกล้ๆ พลาซ่ามายอร์ก็น่าสนใจ แต่ก่อนแต่ไรคือตลาดสดเก่าๆ โทรมๆ (ผมยังทันได้เห็นสภาพนั้น) ปัจจุบันได้รับการบูรณะเปลี่ยนโฉมจนกลายเป็นตลาดยุคใหม่ มีบาร์เล็กใหญ่ขายอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายรวมไปถึง ผลไม้ ไวน์ แฮม ชีส อาหารทะเลแปลกๆ ขนมพื้นเมือง ฯลฯ นับเป็นสถานที่ชิลๆ นั่งพักผ่อนเท่ๆ อีกแห่งของเมือง

รูปภาพ

.......................

13.00 น. Puerta del Sol ประตูโซล
(Metro สาย 2 สีแดง, สาย 3 สีเหลืองและสาย 1 สีฟ้า สถานี Sol)

ปัวร์ต้า เดล โซลหรือประตูพระอาทิตย์คือจัตุรัสสำคัญใจกลางเมือง ด้วยเป็นจุดนัดพบและถนนคนเดินที่คลาคล่ำด้วยผู้คนและคับคั่งด้วยร้านรวงแหล่งช้อปปิ้ง

รูปภาพ

รูปภาพ

ระหว่างทางเดินเล็กๆ จากพลาซ่ามายอร์มายังโซล มีร้านทาปาสใหญ่เจ้าประจำของผม เหมือนเป็นกิจวัตรว่าต้องแวะเข้าไปกระดกเบียร์หมาเห่า (Mahou) ซะแก้วสองแก้วทุกทีพอให้ชื่นใจหายเหนื่อย

รูปภาพ

หมุดกิโลเมตรที่ 0 ของสเปนและตราสัญลักษณ์ของเมือง-รูปปั้นหมีตะกายต้นมาโดรน ที่ใครๆ มาแล้วต้องไปถ่ายรูปด้วยก็ตั้งอยู่ในจัตุรัสนี้ ลองมองหาดูนะครับ

.......................

14.00 น. Museo del Prado พิพิธภัณฑ์ปราโด และ Centro de Arte Reina Sofia ศูนย์ศิลปกรรมเรน่าโซเฟีย
(Metro สาย 1 สีฟ้า สถานี Atocha, สาย 2 สีแดง สถานี Banco de Espana)

ผมไม่ค่อยมีหัวศิลปะ แต่มีพันธะทางจิตใจที่จะต้องแวะเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรี่ใหญ่ทุกที่ๆ มีโอกาส ที่มาดริดก็เช่นเดียวกัน ยังไงก็ต้องไม่พลาด Prado และ Reina Sofia จริง ๆ ยังมี Museo Thyssen-Bornemisza อีกแห่ง แต่ขออนุญาตเก็บไว้หากินคราวหน้ามั่งนะ...

พิพิธภัณฑ์ปราโดเปิดในปี ค.ศ 1819 เป็นที่เก็บงานศิลปะยุโรปจากคริสต์ศตวรรษที่ 12 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 กว่า 5,000 ชิ้น เริ่มจากการสะสมของราชวงศ์ในอดีตจนถึงยุคไล่ซื้อเก็บในปัจจุบัน ไฮไลท์ของปราโดคือผลงานของ 3 ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ชาวสเปนอย่างโกยา (Goya) เวลาซเกซ (Velazquez) และเอล เกรโก (El Greco) นักเสพงานศิลป์ทั้งหลายมิควรพลาดชมเป็นอย่างยิ่ง

รูปภาพ

หนึ่งในไฮไลท์ของปราโดคือภาพ “The 3rd of May” ของโกยาภาพนี้

.......................

รูปภาพ

ไฮไลท์ของเรนาโซเฟียซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันคือภาพ Guernica ภาพเขียนขนาดใหญ่สไตล์คิวบิคฝีมือปิกัสโซ่ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์โจมตีทางอากาศในสงครามกลางเมืองสเปน เป็นภาพความตายของคนและสัตว์ บอกเล่าความโกรธแค้นของมนุษย์ต่อสงครามที่ผู้บริสุทธิ์ต้องสังเวยชีวิตโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ (ส่วนผู้ปกครองก็แอบซูเอี๋ย ตกลงกันอย่างลับๆ เสวยสุขกันต่อไป)

คอลเลคชั่นของดาลี (Salvador Dalí) ศิลปินที่ชอบเขียนภาพสไตล์เหนือจริงก็น่าสนใจ ใครอยากเจอตัวเสมือนจริง (ในภาพยนตร์) ของศิลปินทั้ง 2 แนะนำให้หาแผ่นเรื่อง Midnight in Paris กำกับโดยวู้ดดี้ อัลเลนมาดู ศิลปินทั้งคู่โผล่ออกมาให้เห็นตัวเป็นๆ อยู่หลายฉาก...

ค่าเข้าชมปราโดและเรนาโซเฟีย 14 ยูโร และ 8 ยูโรตามลำดับ ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้าจากบ้านได้เลยไม่ต้องต่อคิวยาว

.......................

16.00 น.
Parque del Retiro สวนเรติโร, Plaza de Cibeles จัตุรัสซิเบเลส
(Metro สาย 2 สีแดง สถานี Retiro หรือ Banco de Espana)

รูปภาพ

ออกจากปราโดเลาะไปยังถนน Alfonso XII ซึ่งอยู่ด้านหลังทะลุเข้าสู่ Parque del Retiro สวนสาธารณะขนาดใหญ่กลางเมืองมาดริดซึ่งในอดีตสงวนไว้สำหรับสมาชิกราชวงศ์ ปัจจุบันเต็มไปด้วยวัยรุ่นหนุ่มสาวมานั่งคุยกันกระหนุงกระหนิง บ้างก็จูงมือเดินเล่นพักผ่อนภายในสวนสวย เล่นกีฬากลางแจ้ง หรือพายเรือในทะเลสาบกลางสวนที่ขุดกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ส่วนคนเฒ่าคนแก่ก็พากันมาเดินยืดเส้นยืดสายให้อาหารเลี้ยงนกเลี้ยงห่านอย่างหงอยเหงาไปตามเรื่อง เห็นแล้วก็สะท้อนใจ วันและเวลาว่างของพลเมืองประเทศกรุงเทพอย่างเรามักเข้าห้างตากแอร์ ด้วยสภาพอากาศบ้านเราไม่เหมาะสำหรับการนั่งเก๋ๆ ในสวนกลางเมือง

...ลองนึกภาพตัวเองนั่งจิบกาแฟเหงื่อแตกพลั่กในสวนรถไฟดูนะครับ...

.......................

รูปภาพ

ออกจากสวนเรติโรเลี้ยวซ้ายกลับเข้าสู่ถนน Alcala จะเจอประตูชัย Alcala และจัตุรัสซิเบเลส ที่มีรูปแกะสลักหินอ่อนเทพธิดาไซเบลีนนั่งบนรถลากเทียมสิงโตคู่ที่สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ตั้งเด่นอยู่กลางวงเวียนน้ำพุ รอบจัตุรัสทั้ง 4 ด้านมีอาคารสวย โดยเฉพาะอาคาร Palacio de Communicationes หรือที่ทำการไปรษณีย์กลางเป็นอีกที่ๆ ใครๆ ต้องมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

จากจัตุรัสซิเบเลสเข้าสู่ถนน แกรนด์เบีย (Grand Via) ถนนสายใหญ่ที่เริ่มสร้างในต้นศตวรรษที่ 19 เพื่อเปิดทางสัญจรข้ามฟากไปสู่อีกฝั่งของเมือง โครงการนี้กว่าจะแล้วเสร็จใช้เวลาหลายปี มีการระดมสถาปนิกและนักออกแบบมือดีจากหลายชาติมาประกวดประขันกันออกแบบและวางผังอาคารในสไตล์ Modernist, Art Deco และ Neo-Rococo งานที่ออกมาจึงสวยงามสวิงสวายและคงความคลาสสิคมาจนถึงทุกวันนี้ ตัวอย่างคืออาคาร Edificio Metropolis ตรงหัวถนนและอาคาร Edificio Grassy ใกล้ๆ กัน หากมีโอกาสแวะไปชมป้ายไฟนีออนของโรงหนัง Capitol นั่นน่ะ Art Deco เต็มๆ เลยทีเดียว

.......................

18.00 น.Plaza de Espana, ร้านอาหารจีน Zhou Yulong
(Metro สาย 10 สีน้ำเงิน สถานี Plaza de Espana)

แม้เราจะเดินเป็นวงเบี้ยวๆ มาทั้งวัน แต่ตอนนี้เราก็ย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นแล้วล่ะ

... สุดถนน Grand Via แล้วข้ามถนนไปที่จัตุรัสสเปนนะ เห็นทางลงไปยังที่จอดรถใต้จัตุรัสไม๊.... นั่นแหละมุดลงไปเลย...

ลงไปแล้วเห็นคิวยาวอย่าแปลกใจ... เพราะร้าน Zhou Yulong ร้านอาหารจีนเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้จัตุรัสแห่งนี้ เป็นร้านอาหารจีนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของมาดริด... ไม่หรูหราอะไร มาหลายคนอาจต้องรอโต๊ะนานหน่อย แต่หากมาเดี่ยวแทรกเข้าไปส่งซิกให้อาหมวยเลย หล่อนจะให้คุณนั่งสตูลบาร์หน้าเคาน์เตอร์แคชเชียร์นั่นแหละ

บริกรส่วนใหญ่น่ารักและอัธยาศัยดี อาจเพราะเห็นเป็นพวกผิวเหลืองหัวดำเหมือนกัน ทุกคนพูดภาษาสเปนแบบ mother’s tongue และสื่อสารกับเราได้ด้วยภาษามือและภาษาอังกฤษ snake snake fish fish พอเข้าใจกันได้

รูปภาพ

เมนูก็อาหารจีนพื้นๆ ไม่ว่าจะ starter หรือของกินเล่นแนวๆ ปอเปี๊ยะ ติ่มซำ เกี๊ยวซ่า ซาลาเปา ซี่โครงหมูอบ ผัดผักน้ำมันหอยหรือผัดกระเทียม... main course ก็ว่ากันไปตั้งแต่ข้าวผัดไปจนถึงเกี๊ยวน้ำ และบะหมี่หมูแดง... ราคาเฉลี่ยจานละ 3-4 ยูโร

กินหมูดิบมาหลายมื้อ ได้เกี๊ยวน้ำหมูแดงเข้าไปนี่ชื่นใจบอกไม่ถูกเลยนะ

ก่อนกลับ จะตบเบียร์ Mahou เย็นๆ ซักแก้วสองแก้วแก้เลี่ยนซะหน่อยก็ได้ไม่ว่ากัน...

.......................

มาดริด 12 ชั่วโมงของผมมาถึงย่อหน้าสุดท้าย... มาดริดยังมีอะไรอีกมากมายที่ผมไม่ได้กล่าวถึงและยังรอให้คุณมาค้นหา ไม่ว่าจะเป็นตลาดค้าของเก่า El Rastro, แหล่งรวมเกย์ที่ Plaza de Chueca ในยามค่ำคืน, cocktail bar ที่ El Chicote บนถนน Grand Via, จัตุรัส Santa Ana ที่อุดมไปด้วยบาร์และร้านอาหารอันเต็มไปด้วยเสน่ห์ของวันและคืนเก่าๆ อันน่าหลงใหล หรือกระทั่งสนามฟุตบอลซานเตียโก้เบอร์นาบิลของยอดทีมรีลมาดริด... และ... ฯลฯ

เดินทางท่องเที่ยวในมาดริดอย่างปลอดภัย งดใส่และใช้สินค้าแบรนด์เนมราคาแพงล่อตาล่อใจระหว่างอยู่ที่นี่ ระวังกระเป๋าสตางค์และทรัพย์สินมีค่าของคุณให้ดีตลอด 24 ชั่วโมงครับ.... Bon Voyage!!!!

.......................

Life of Thai Crew: 12 hrs in MADRID
เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2162
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ย้อนกลับไปยัง ท่องเที่ยวไปสไตล์ลูกเรือ, Survival's Kit, ฟ้องด้วยภาพ และชีวิตลูกเรือไทย around the world

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 1 คน