เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France พลัดหลง และ ถูกทิ้ง ความโดดเดี่ยวกับชายหนุ่มแปลกหน้า

ภูมิใจเสนอโดยทีมงาน thaicabincrew : กำแหงหาญ ดูแลเนื้อหาใกล้ชิด

ภารโรง: myoldeditor, กำแหงหาญ

เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France พลัดหลง และ ถูกทิ้ง ความโดดเดี่ยวกับชายหนุ่มแปลกหน้า

โพสต์โดย djsoloabs » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 8:31 pm

Paris, France#1
พลัดหลง และ ถูกทิ้ง ความโดดเดี่ยวกับชายหนุ่มแปลกหน้าผู้ใจดี

ปารีส เมืองแฟชั่นและดินแดนน้ำหอมแห่งยุโรป เมื่อพูดถึงปารีส คนอื่นอาจจะนึกถึงหอไอเฟิล ภาพวาดโมนาลิซา Louise Vuitton หรือน้ำหอม แต่ไม่รู้สิ ฉันเห็นเจานายนึกถึงแต่ VichyและLongchamp

เจ้านายเป็นแฟนตัวจริงของเวชสำอางค์วิชชี่ และการได้ไปปารีสครั้งนี้ เธอวางแผนว่าจะสอยผลิตภัณฑ์ที่เธอรักราวกับว่ามันเป็นกิจการของคุณพ่อเธอมาใช้เพิ่มเสียหน่อย แถมด้วยการซื้อกระเป๋าLongchampเพิ่มอีกสักใบ

**ติ๊งติ่อง ท่านผู้มีอุปการคุณโปรดทราบ ไฟล์ทนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นหากไม่มีสปอนเซอร์หลักอย่างเป็นทางการอย่างพี่เดียร์ ผู้ซึ่งลาออกและยอมแลกไฟล์ทปารีสนี้กับลากอสของเจ้านายแทน เพราะรู้ว่าเธอคงไม่กลับมาทำไฟล์ทได้ทัน ต้องขอขอบพระคุณพี่เดียร์เป็นอย่างสูง ตึ่งตึงตึ๊ง**

ก่อนไปฉันเห็นเจ้านายนั่งคุยกับใครไม่รู้อยู่หน้าคอมหลายชั่วโมงเรื่องถามสถานที่เที่ยว เหมือนเธอเองก็ละอายใจอยู่เหมือนกันที่ปกติเธอไม่เคยคุยกับน้องคนนี้เลย แต่พอจะไปปารีส กลับไปถามข้อมูลจากเขาจนไม่รู้เขารำคาญหรือเปล่า

น้องคนนี้ชื่อ Steph แต่เจ้านายของเราเหมือนจะออกเสียง /เฟอะ/ ตอนลงท้ายลำบากด้วยว่าแรงลมในปอดมีน้อย จึงขอเรียกด้วยเสียงพยัญชนะปิดว่า Sa-tep-sil เล่นเอาฝรั่งม่ายเข้าจาย

“Why do you call me Satepsil? What does that mean?” สเต็ฟถามเจ้านายอย่างงงๆ
“ก้อว์ชื่อเธอว์มานแยกนีนา ออกเสียเนือยแมก รูจั๊กยาโอมสะเต๊บซิ่วม้าย” เจ้านายตอบดื้อ
(ก็ชื่อเธอมันยากนี่นา ออกเสียงเหนื่อยมาก รู้จักยาอมสเตร็บซิวไหม)
.....................................(ไม่มีเสียงตอบรับจากฝรั่ง ฝรั่งคงงง)
........................ HA HA HA HA...............................(ฝรั่งเข้าใจแล้ว)

แหมมุกนี้คิดได้ ดีนะที่สเต็ฟเคยอยู่เมืองไทย(เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มหาลัยเดียวกัน) เลยเข้าใจมุก

สุดท้ายหลังจากถามที่ท่องเที่ยวกันนาน สเต็ฟจึงอาสาจะพารุ่นพี่คนนี้เที่ยวฝรั่งเศสเสียหน่อย ทั้งสองก็เลยแลกเบอร์ติดต่อกันไว้ แต่เจ้านายก็คิดว่าจะไม่รบกวนสเต็บดีกว่าเพราะเห็นบอกว่าจะไปแคมป์กับครอบครัวช่วงกลางวัน แต่น้องเต็บก็บอกให้เจ้านายtextหาเมื่อถึงปารีส

ได้ข่าวว่าที่โรงแรมลูกเรือที่ปารีสอยู่ไกลจากตัวเมืองมาก ต้องนั่งรถแท๊กซี่ไปเท่านั้น ดังนั้นเมื่อไปถึงลูกเรือเลยเหมารถที่โรงแรมไปในเมืองกัน หารเงินกันคนละ18ยูโรเชียว เจ้านายก็ลงขันกับเขาด้วย
แต่ดูเหมือนเจ้านายจะเหนื่อยอ่อนเพราะตื่นเต้นที่จะได้ไปฝรั่งเศสจนนอนไม่หลับเพราะฝันไม่ดี(ฝันว่าไม่ได้ใส่เสื้อผ้าแล้วมาดอนน่าไล่ปล้ำ เป็นฝันที่แปลกและไม่มีวิธีแก้เคล็ดในตำราเสียด้วย) แต่เธอก็ยังสู้ เพราะโอกาสจะได้มาปารีสที่เธอใฝ่ฝันตั้งแต่เรียนม.ปลายนั้นไม่ใช่ง่าย ขอไฟลท์ก็ไม่เคยได้ ถ้าไม่ใช่เพราะบารมีพี่เดียร์ เธอก็คงไม่มีวันได้มา

รถโรงแรมพาเธอและลูกเรือมาลงที่ถนนฌ็องเอลิเซ่ตรงหน้าร้านหลุยส์ เธอและลูกเรือเดินดูสักพักใหญ่ ก็ออกมาเพราะไม่มีเงินซื้อไหว(ยอมรับหน้าซื่อๆ) เดินถัดไปจากหลุยส์ ก็เจอร้านLacoste นึกมาได้ว่าปะป๋าฝากซื้อถุงเท้าเจ้าประจำตราไอ้เข้ฟาดหาง เลยขอตัวเพื่อนๆลูกเรือแวะเข้าไปดูของให้พ่อสักครู่ เพื่อนๆบอกว่าจะรออยู่ที่หน้าร้าน
แนบไฟล์
LV.jpg
LV.jpg (57.49 KiB) เปิดดู 11369 ครั้ง
LVfront.jpg
LVfront.jpg (51.79 KiB) เปิดดู 11356 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย djsoloabs เมื่อ วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 10:11 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France หลง(แต่ก็)รัก ปารีส

โพสต์โดย djsoloabs » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 8:39 pm

เจ้านายวิ่งหาถุงเท้าอยู่ได้ไม่นาน เมื่อพบว่าไม่มีอย่างที่ต้องการก็ออกมาเพื่อไม่ให้เพื่อนๆรอนาน แต่แล้วสิ่งที่พบนั้นน่าสะพรึงกลัวที่สุด มันคือความว่างเปล่า

เธอเดินกลับไปดูที่ร้านหลุยส์ แล้วกลับมาที่หน้าร้านไอ้เข้ เดินกลับไปกลับมาอยู่อย่างนั้นได้ประมาณครึ่งชั่วโมงจนมั่นใจแล้วว่า เธอพลัดหลงแล้วละ เพื่อนๆไม่รอเธอเลย มันเป็นสิ่งที่โหดร้ายที่สุด

เธอเดินโซเซราวกับในมิวสิควีดีโอที่นางเอกผิดหวังในรักสามเศร้า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่น่าเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นกับแอร์สาวตัวเล็กๆอย่างเธอ มันเกินกว่าที่เธอจะรับไหว เจ้านายน้ำตาคลอ(อันนี้ของจริง) เธอคงรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก เพราะเธอไม่เคยไปไหนคนเดียวที่ไกลจากโรงแรมระยะไม่สามารถเดินกลับได้ขนาดนี้ แล้วนี่เบอร์มือถือเพื่อนๆแอร์ก็ไม่มี จะทำอย่างไรดีละ

เมื่อเดินตามหาฝูงสักพักโดยไร้วี่แวว เธอเดินคอตกน้ำตาคลออยู่ริมขอบบาทวิถีของกรุงปารีส เวลาเริ่มเย็น แสงแดดเริ่มอ่อน เธอเดินอย่างไร้จุดหมาย ตอนนี้เธอเองก็ไม่ต่างอะไรจากคนหลงทาง

ถึงเวลาแล้วสิ! ที่เธอต้องโทรหาน้องเต็บ ฮีโร่คนเดียวที่เธอนึกในตอนนี้

แต่ไม่รู้ซวยซ้ำซวยซ้อนหรืออะไร เบอร์ของน้องเต็บ textไปเท่าไรก็ไม่มีการตอบกลับ เธอจึงตัดสินใจเดินเที่ยวเองคนเดียวก็ได้(วะ)
.....หมามันหลงยังดมทางกลับบ้านได้ เราเป็นคน จะกลับไม่ได้ ก็ให้มันรู้ไป......
เจ้านายเดินไปอย่างไร้จุดหมาย หันไปทางไหนก็เดินตรงไปทางนั้น และหวังว่ามันน่าจะเป็นทางไปหอไอเฟิลที่เธออยากเห็นสักครั้งก่อนสิ้นลม(ในการเดินทรหดครั้งนี้) เธอเดินถามทางไปเรื่อยๆ แต่ก่อนอื่น ขอคั่นด้วยการแวะซื้อผลิตภัณฑ์Vichyก่อน ไม่งั้นนอนตายตาไม่หลับแน่ๆ

หลังจากนั้น เธอก็เดินไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนจะสิ้นลม ถามคนแถวนั้นก็ตอบเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้(ก็ไม่เข้าใจทำไมเลือกไปถามเด็ก) จนเธอแทบถอดใจ สุดท้ายเจอชายหนุ่มคนหนึ่งท่าทางใจดี เลยลองถามทางไปหอไอเฟิลดู

อาเฮียแกบอกว่า มาผิดทางแล้ว หอไอเฟิลไปทางนู้นนนน(ทิศทางตรงข้ามกับที่เดินมา จากตรงนี้จึงสรุปได้ว่าถ้าปล่อยหมาและเจ้านายที่เดียวกัน มีแนวโน้มเป็นไปได้ว่าหมาจะหาทางกลับบ้านได้ก่อนเจ้านาย)

คุยไปคุยมา เฮียแกก็ถามว่ามาจากไหน พอบอกว่าเป็นคนไทย เท่านั้นละ เฮียแกกรี๊ดสุดเสียง
“โอ้ว มงดิเออร์(แปลว่าโอ้พระเจ้าช่วย) ฉานช๊อบเมืองทายมั๊ก ปายเที่ยวมาด้วย สวยแมกเฉงๆ”
จากนั้น เฮียแกก็แนะนำตัวว่า ชื่อ ฌอน เคยอยู่เมืองไทยและชอบเมืองไทยมาก เสียเวลาฟังเรื่องเฮียกล่าวสุนทรพจน์อยู่ห้านาทีได้ เฮียแกถามว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้านายเลยบอกไปตามตรงว่า หนูหลงคะเฮีย

ความจริงแล้วเจ้านายเป็นคนระวังตัวมากคนหนึ่ง แต่เวลาที่คนเราหมดหนทาง หลงอยู่ตัวคนเดียว นั่นละเป็นจุดอ่อนให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสเราได้(อันนี้เตือนไว้เพื่อน้องๆคนไหนหลงทางจะได้ตั้งสติ อย่าบอกข้อมูลไปหมดแบบเจ้านาย) แต่โชคดีที่ฌอนเป็นคนฝรั่งเศสที่มีหัวใจไทย มันเหมือนพระเจ้าส่งเขามาช่วยเจ้านายเรามากกว่า เพราะสุดท้ายแล้ว ฌอนพาเจ้านายไปที่ตู้โทรศัพท์เพื่อลองโทรหาน้องเต็บ แถมที่นั่นเขาไม่มีมาหยอดเหรียญก๋องแก๋งอย่างบ้านเรา เขาใช้บัตรเท่านั้น ฌอนก็เป็นผู้อุปการะคุณให้ใช้บัตรของเขาฟรีอีกต่างหาก แต่ดันโทรไม่ติด ฌอนลองโทรให้ก็เหมือนกับว่า โทรศัพท์น้องเต็บไม่มีสัญญาณราวกับอยู่ในป่ารกทึบ

เจ้านายหมดหวังและเลิกหวัง คิดว่าวันนี้คงได้เดินเที่ยวคนเดียวเหงาๆและก็กลับมารอรถโรงแรมคันเดิมที่นัดไว้หน้าร้านหลุยส์ตอนสี่ทุ่มแน่ๆ แล้วนี่มันเพิ่งสี่โมงเอง จะเดินที่ไหนดีละเนี่ย

ขอต้อนรับท่านเข้าสู่รายการ เฮียฌอน พาทัวร์ และสนุกสนานไปกับพิธีกรหน้าใหม่ เจ้านายของเรานี่เอง!!

ฌอนเสนอตัวพาเจ้านายเดินดูปารีสระแวกนี้ จริงๆแล้วฌอนนัดกับเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่ร้านอาหาร แต่เขาก็ยืนยันว่าจะพาเจ้านายเดินเที่ยวให้ได้ นาทีนั้น เจ้านายเหมือนจะไม่หยุดคิดเอาเสียเลย ในใจคิดแต่ว่าฉันต้องได้เห็นหอไอเฟิลให้ได้ เลยตอบโอเคไปด้วย

ระหว่างทางฌอนเล่าเรื่องที่ไปไทยให้เจ้านายฟังตลอดทางเลย เธอได้แต่ฟัง ฟังแล้วก็มีความสุข ฌอนบอกว่าเขาชอบคนไทยเพราะว่าคนไทยใจดี เป็นมิตร ไม่เหมือนคนฝรั่งเศส ตัวใครตัวมัน (อันนี้คำพูดเขานะ กระเป๋าอย่างเราไม่ได้เสริมแต่ง) ถ้าเป็นไปได้ก็อยากกลับไปไทยอีกบ่อยๆ แต่ต้องเก็บเงินก่อน พอเสร็จ ฌอนก็พาเราไปดูย่านไฮโซของปารีส ชี้ให้ดูโรงแรมที่ดังที่สุดในโลกซึ่งเขาเคยทำงานที่นี่
แนบไฟล์
hi.jpg
hi.jpg (49.84 KiB) เปิดดู 11333 ครั้ง
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France หลง(แต่ก็)รัก ปารีส

โพสต์โดย djsoloabs » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 8:41 pm

เดินไปเรื่อยๆ ดูร้านไฮโซพวก Gucci FENDI และอีกมากมาย (ตอนแรกตกใจ เจอสัญลักษณ์เสื้อตราห่านคู่ ไม่ใช่นะคะ อันนั้นต้องไปตลาดสำโรงคะ ที่เห็นเดาว่าเป็นSwarovski แหม ห่านคู่ คิดมาได้) แต่ปิดหมดแล้ว เพราะเป็นวันอาทิตย์ซึ่งทุกๆร้านจะปิดหมด พาไปเรื่อยๆ แนะนำทางไปเรื่อยๆ เจ้านายคงเพลินละสิ มีไกด์ส่วนตัวขนาดนี้
ส่วนนี่คือโรงละครในปารีส สวยเนอะ
แนบไฟล์
theatre.jpg
theatre.jpg (61.11 KiB) เปิดดู 11322 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย djsoloabs เมื่อ วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 9:35 pm, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France หลง(แต่ก็)รัก ปารีส

โพสต์โดย djsoloabs » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 8:44 pm

เมื่อถึงร้านอาหารเล็กๆแห่งหนึ่ง ฌอนก็ขอเวลาสักครู่เพื่อแวะบอกเพื่อนของเขาซึ่งทำงานอยู่ร้านอาหารเล็กๆข้างทางเดินว่าจะพาเจ้านายไปเดินดูปารีสสักพักหนึ่ง แล้วจึงพาเจ้านายไปต่อยังหอEiffel
เดินข้ามถนน เฮียฌอนต้องบอกตลอด Be careful! เพราะแม่จะข้ามอย่างเดียว เดินผ่านแม่น้ำSeine ฌอนมองหน้าเจ้านายแล้วยิ้ม แล้วถามคำถามสะเทือนใจในภาพลักษณ์ของประเทศไทยว่าสวยเหมือนแม่น้ำเจ้าพระยาไหม คงหวังจะได้รอยยิ้มเห็นด้วยจากเจ้านาย แต่เธอกลับตอบไปว่า สวยนะสวยแต่กลิ่นมันไม่สวยนะสิ

เดินไปสักพักเริ่มเห็นมาเรียงๆแล้ว Eiffel
แนบไฟล์
eiffle.jpg
eiffle.jpg (27.06 KiB) เปิดดู 11312 ครั้ง
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France หลง(แต่ก็)รัก ปารีส

โพสต์โดย djsoloabs » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 8:48 pm

เดินไปต่อ เจอสวนสาธารณะ ฌอนก็พาเดินเข้าไป ฌอนเล่าว่าคนรวยเท่านั้นนะที่จะซื้อบ้านข้างสวนสาธารณะอยู่ได้ บ้านหลังหนึ่งกระเป๋าอย่างเราทำงานทั้งชีวิตยังซื้อไม่ได้เลย คิดแล้วก็ตรงข้ามกับประเทศไทยเรานะ ในสวนสาธารณะเนี่ย คนไม่มีบ้านเขาใช้เป็นที่นอนกัน แต่แหม สวนสาธารณะนี้มันไม่เหมือนที่อื่นนะคะท่านผู้อ่าน เพราะมันเป็นสวนสาธารณะที่อยู่ข้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งก็คือหอไอเฟิล มีทหารเฝ้าด้วยละ

และในที่สุดก็มาถึงหอEiffel ยิ่งใกล้ยิ่งงาม แต่เดี๋ยว ทำไมมันมีแต่เหล็กทั้งนั้น ฌอนไกด์อาสาบอกว่ามันสร้างมานานมากแล้วนะ จะพังเมื่อไหร่ไม่รู้ (ว่าของประเทศตัวเองซะเสียหาย) ตรงขาทั้ง4ทิศมีคนต่อแถวยาวเหยียด ดูๆไปมีแต่ทัวร์จีนมารอขึ้นไปจุดสูงสุด เห็นคิวก็ท้อแล้ว
แนบไฟล์
eiffle.jpg
eiffle.jpg (57.04 KiB) เปิดดู 11301 ครั้ง
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France หลง(แต่ก็)รัก ปารีส

โพสต์โดย djsoloabs » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 8:54 pm

เมื่ออาเฮียฌอนได้พาเจ้านายเดินทัวร์หอไอเฟิลตามสัญญา รายการฌอนพาทัวร์ก็หมดเวลาลง ระหว่างทางกลับ ฌอนเล่าเรื่องตอนที่เขาอยู่เมืองไทยให้เจ้านายฟังไม่หยุด ดูเหมือนชายหนุ่มผู้นี้คงจะประทับใจเมืองไทยมากๆ เจ้านายเองก็แอบปลื้มใจเหมือนกัน

และเมื่อถึงจุดที่ฌอนต้องแยกไปหาเพื่อนเขา ฌอนกลับหน้าเศร้าราวกับเด็กๆ ก่อนจากฌอนขอทิ้งท้ายซึ้งว่า
“วานนี้ดีจายมากๆที่ด้ายเจอเธอ มันเหมือนช้านด้ายอยู่เมืองทายอีกครั้ง ช้านคิดถึงเมืองทายมาก”

แม้ฌอนจะดูออกว่าเจ้านายเหนื่อย แต่ก็ไม่กล้าถามว่าเมื่อคืนไปอดหลับอดนอนที่ไหนมาถึงได้ดูเพลียแบบนี้
( เจ้านายเองก็คงไม่กล้าเล่าหรอกว่าเมื่อคืนฝันว่าโดนมาดอนน่าไล่ปล้ำจนสะดุ้งตื่นนอนไม่หลับ)

หลังล่ำลา สุดท้ายก็เหลือแต่ความประทับใจและความทรงจำที่ดี ว่าครั้งหนึ่งที่เธอหลงทาง พระเจ้ายังทรงเมตตาส่งหนุ่มฝรั่งเศสใจดีพาเธอชมเมือง แถมยังเป็นคนดีไม่ใช่ผู้หวังร้ายเสียด้วย มันทำให้เจ้านายรักประเทศนี้เข้าไปอีก บางทีในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด จุดนี้แหละที่คนเราจะเจอเพื่อนที่ดีสักคน

..กริ๊งงงงงงงงงงงงง....

(มีคนโทรมา แลดูชื่อที่สายเรียกเข้าเขียนว่าSa-Tep-Sil)
“พี่สาวฮะ อยู่ไหนฮับ ขอโทษทีฮับ ป๋มไปแคมป์กับครอบครัวมาในป่ารกทึบเลยไม่มีสัญญาณ” น้องเต็บรีบแก้ตัว
“เจ๊เดินเที่ยวคนเดียวแล้วละน้องเต๊บ เจ๊พลัดหลงกับลูกเรือ แทบร้องไห้ โชคดีมีคนอาสาพาเที่ยว” เจ้านายตอบ
“แล้วนี่พี่สาวเป็นไรหรือเปล่าฮับ เดี๋ยวป๋มรีบไปหา เจอกันตรงไหนดีฮับพี่สาวฮะ” น้องเต็บเริ่มเป็นห่วงเจ้านาย
“งั้นตรงร้านหลุยส์ที่ถนนฌ็องเอลิเซ่ละกัน หกโมงนะ” เธอยื่นคำขาด
“ได้เลยฮะพี่สาว แต่ผมขอเอาเพื่อนไปด้วยคนหนึ่งนะฮะ แล้วเจอกันฮะ” น้องเต็บวางสายไปเลย

แหม ถึงจะเจอกันครั้งแรก ตัวเองเป็นผู้ชายแท้ๆ กลัวเจ้านายเราจะเป็นโจรมาปล้นสะดมหรือไง ต้องเอาเพื่อนมาด้วย กระเป๋าอย่างฉันละหมั่นไส้จริงๆ แล้วดูเจ้านายเราสิ ผู้หญิงตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อน แถมหลงอีกต่างหาก เจ้านายน่าจะเป็นฝ่ายกลัวเจ้าสองหนุ่มนี้มากกว่านะ แต่เอ๊ะ ที่ว่าประชดประชันไว้ว่าโทรหาไม่ติดราวกับอยู่ในป่ารกทึบนี่มันเป็นจริงเสียด้วยแฮะ น้องเต็บไปเข้าแคมป์เนี่ย โฮะๆ

สุดท้ายเมื่อถึงเวลา เจ้านายก็เดินไปเจอน้องเต็บและหนุ่มน้อยอีกคนหนึ่งชื่อเดวิดแต่หน้าเหมือนโนบิตะ ทั้งสามคนทักทายกันสักพัก น้องเต็บยอมรับว่านึกหน้าพี่สาวตอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้ ส่วนพี่สาวก็บอกแค่ว่าน้องเต็บขาลีบลงเยอะเลยนะ ได้กินอาหารบ้างหรือเปล่า(เจ้านายเรามารยาทดีจริงๆ ไม่สิ เขาเรียกว่ากันเอง)

หลังจากนั้น ทัวร์ลูกอีสานก็เริ่มขึ้น เต็บซิ่วถามเจ้านายว่าอยากไปที่ไหน เจ้านายก็ตอบหน้าซื่อๆว่าไม่รู้สิ ที่ไหนก็ได้ที่ควรไป น้องเต็บจึงพาพี่สาวคนนี้ไปดูสิ่งที่ใกล้ที่สุด นั่นคือL'arc de triumph
เมื่อถามว่ามันคืออะไร
“ก็แบบว่าNapoleonฆ่าคน แล้วสร้างไว้เป็นอนุสรณ์ให้ทหาร แล้วก็จบ” เด็กหนุ่มทั้งสองเล่าได้อย่าง งดงาม
L'arc de triumphตั้งอยู่กลางถนน Champs Elisées เจ้านายพอเห็นก็จะข้ามถนนทันใด น้องเต๊บดึงไว้
“ใจเย็นป้า เขาต้องเดินลงใต้ดินเอา ไม่มีคนเขาข้ามหรอก อันตราย”
เมื่อกี้เรียกเจ้านายว่าอะไรนะยะ หมอนี่ ชักจะเกินไปแล้วนะ
“เรียกว่าป้าก็ไม่เป็นไรนิ พี่สาวแก่กว่าพวกป๋มไม่ใช่เหรอ” เดวิด(โนบิตะ)เสริม

เถียงก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะทำให้เจ้านายเราโดนทิ้งเสียเปล่าๆ เอาละๆ ยอมให้ครั้งหนึ่ง

พอเดินลงข้ามสะพานใต้ดินไป ก็จะเจอที่ขายตั๋วราคา 5.50ยูโร ตอนซื้อตั๋ว เด็กสองคนนี้ก็บริการซื้อให้เป็นอย่างดี แล้วทั้งสองคนก็อ้าๆอึ้งๆก่อนหันมาบอกว่าต้องเอาหลักฐานว่าอายุไม่เกิน25ถึงจะได้ราคาถูก เจ้านายหน้ามืดทันที หงุดหงิดตอบคนขายไปราวกับสตรีวัยทองว่า
"นี่ดิฮั้นดูเหมือนอายุ25เหรอเค๊อะ?"
"หัวเราะ"(สื่อว่าใช่ปะเนี่ย)
"เอาไปเลยเคอะ พาสปอร์ต ดูให้เต็มตาเลยเค๊อะ"
เขาเอาไปดูแล้วยื่นคืน เจ้านายตอบว่า
"คราวนี้เชื่อเดี๊ยนรึยังเค๊อะ" (ทำไมเจ้านายหาเรื่องอย่างนี้เนี่ย สงสัยวัยทอง แต่ก็เล่นๆนะ เขาก็ขำๆ แต่น้องเต๊บมาบอกทีหลังว่า ถ้าคนขายเขาออกมาตื๊บ เต็บไม่รู้จักเจ๊นะ)

พอได้ขึ้นไปดู รายชื่อมากมาย เลยถามหนุ่มๆทั้งสองว่ามันคือไรงะ
“ก็ทหารที่ตายๆเขาก็มาสลักชื่อแปะๆไว้เชิดชูแหละฮะเจ๊” ตอบตามสไตล์ไกด์ฝรั่งเศสอีกแล้ว จะติ๊สไปไหน
แนบไฟล์
champ.jpg
champ.jpg (53.13 KiB) เปิดดู 11293 ครั้ง
ch1.jpg
ch1.jpg (36.96 KiB) เปิดดู 11272 ครั้ง
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France หลง(แต่ก็)รัก ปารีส

โพสต์โดย djsoloabs » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 8:59 pm

ทั้งสามเดินดูสักพัก รู้สึกแปลกๆที่ที่เหมือนอยู่กลางถนนมีรถวิ่งวนรอบๆตัว ก็เลยตัดสินใจขึ้นไปดูชั้นบนก่อนที่มันจะปิดเสียก่อน

ทางขึ้นเป็นบันไดขั้นเล็กๆ แต่หลายขั้นอยู่ หนุ่มๆทั้งสองเดินขึ้นอย่างแข็งขัน ก้าวสองขั้นบ้าง สามขั้นบ้าง ส่วนป้าแก่ๆอย่างเจ้านายเราอย่างเก่งก็สิบขั้นแรกเท่านั้นละ หลังจากนั้นเริ่มหอบแล้ว แต่ก็ไม่กล้าหยุดเพราะกลัวจะไปขวางทางคนที่เดินตามขึ้นมา เพียงอีกห้าขั้นเท่านั้น ก็จะถึงชั้นสองแล้ว พยายามเข้า

สุดท้าย เจ้านายก็ต้องยอมแพ้กับแรงโน้มท่วงโลกและยอมรับกับคำว่า สังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง
เธอหยุดพักครู่หนึ่ง แล้วก็รีบหันกลับไปดูด้านหลังเพราะกลัวว่าจะไปบังทางคนอื่น แต่ที่ไหนได้ ทุกคนหอบแฮก หยุดพักเหมือนกันหมด คนเดิมจามด้านหลังก็หันมายิ้มให้เจ้านายเหมือนจะบอกว่า ฉันก็เหนื่อยเหมือนเธอนั่นละ

เมื่อถึงชั้นสอง ซึ่งมีลักษณะเป็นห้องโถงเหมือนกับจัดนิทรรศการ มีวีดีโอเล่าประวัติความเป็นมาของสถานที่ที่เรามาชมนี้ มีรูปวาด และมีใบไม้คล้ายต้นตาลบ้านเราประดับอยู่(ถ้าคนฝรั่งเศสรู้คงเสียใจตาย) โนบิตะบอกว่าใบไม้แห้งนั้นเพื่อเชิดชูเกียรติ(อะไรๆก็เชิดชู)
“รีบขึ้นไปชั้นบนเหอะป้า รู้นะนั่งนานเนี่ย แอบพักเพราะสังขารไม่ไหวอะดิ” โนบิตะแทงใจดำเจ้านายอย่างจัง
โดนเหน็บขนาดนี้ มีเหรอที่เจ้านายจะยอม ใจก็อยากจะขึ้นไปดาดฟ้าต่อแต่สังขารมันไม่อำนวย เจ้านายเลยขอนั่งพักอีกสักครู่ แล้วจึงขึ้นลิฟท์ไปชั้นบนแทน (อ้าว มีลิฟท์ก็ไม่บอกแต่แรก)

มันคุ้มจริงๆนะ กับการไต่บันไดจนมาถึงชั้นดาดฟ้าของ L'arc de triumph ลองดูภาพเอาแล้วกัน
แนบไฟล์
sunset.jpg
sunset.jpg (34.4 KiB) เปิดดู 11255 ครั้ง
view1.jpg
view1.jpg (37.45 KiB) เปิดดู 11238 ครั้ง
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France หลง(แต่ก็)รัก ปารีส

โพสต์โดย djsoloabs » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 9:03 pm

อยากให้ดูอีกรูปหนึ่ง เป็นรูปที่น่าอิจฉาและน่าสงสารไปพร้อมๆกัน

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ นี่คงเป็นเพลงที่คู่รักกลางรูปกำลังร้องอยู่
โปรดส่งใครมารักฉันที อยู่ยังงี้มันหนาวเกินไป และนี่ก็คงเป็นเพลงที่สาวโสดเกาะขอบรั้วคนนั้นร้องให้ตัวเองฟัง
ส่วนเจ้านายและทั้งสองหนุ่ม ไม่ได้สนใจร้องเพลงใดเป็นพิเศษ เพราะทั้งสามมัวแต่ยุ่งอยู่กับการแข่งกันเอาหน้ารอดรั้วเหล็ก ใครทำได้ถือว่าหน้าเรียว แต่ผลคือไม่มีใครทำได้ ดีแล้วละ เพราะฉันกลัวหน้ามันจะติดรั้วเอาไม่ออกมากกว่าละสิ เจ้านายฉัน ทำตัวเด็กๆอีกแล้ว
แนบไฟล์
couple.jpg
couple.jpg (39.21 KiB) เปิดดู 11230 ครั้ง
แก้ไขล่าสุดโดย djsoloabs เมื่อ วันจันทร์ ต.ค. 04, 2010 2:31 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France หลง(แต่ก็)รัก ปารีส

โพสต์โดย djsoloabs » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 9:05 pm

จากนั้น สองหนุ่มก็พาเจ้านายไปพิพิธภัณฑ์Louvreต่อ

นั่งSubwayไปกัน แถมเจ้านายไม่ได้ซื้อตั๋วรถไฟเสียด้วย ต้องขอชมเชยเด็กสองคนนี้ว่าเป็นเด็กที่มีวิสัยทัศน์ล้ำเลิศ ฉลาดและรู้จักอดออม คือเจ้าสองหนุ่มนี้เขามีตั๋วรายเดือน เขาก็ ตี๊ด ซาเต๊บเข้าไปละ โนบิตะเลยออกคำสั่งให้ป้าแขม่วพุง แล้วก็ตี๊ดดดดเข้าไปด้วยกัน เจ้านายนี่ก็เห็นผิดเป็นชอบ แขม่วก็แขม่วฟะ เลยผ่านเข้าไปได้ด้วยกันโดยไม่เสียตังสักยูโร นี่ถ้าโดนจับได้สงสัยได้ลาออกจากเป็นแอร์มาล้างรางรถไฟแทนเป็นแน่

น่าเสียดายที่เมื่อถึงพิพิธภัณฑ์ลูฟ มันก็ปิดเสียแล้ว ได้แต่ส่องกระจกดู แล้วก็ไปดูพีระมิดชื่อดัง

เมื่อเข้าดูอะไรไม่ได้สักอย่าง เต็บซิ่วเลยตัดสินใจลากสังขารป้าไปต่อที่Notre Dame พาไปดูปุ่มๆตุ่มๆตรงพื้นหน้าโบสถ์ โนบิตะบอกว่าเป็นสะดือ(จุดศูนย์กลาง)ปารีส ถ้าได้เหยียบ จะได้กลับมาอีก เจ้านายเลยกระหน่ำเหยียบย่ำๆ จนหนำใจ
แนบไฟล์
teen.jpg
teen.jpg (45.65 KiB) เปิดดู 11221 ครั้ง
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France หลง(แต่ก็)รัก ปารีส

โพสต์โดย djsoloabs » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 9:11 pm

เมื่อปู้ยี้ปู้ยำสะดือปารีสจนหนำใจ หล่อนจึงบัญชาให้ทหารทั้งสองนำทางเธอเข้าไปในโบสถ์ ดูแล้วก็เหมือนโบสถ์ทั่วไป มีพระเยซูห้อยบนไม้กางเขน แม่พระ และนักบุญ แต่วันนั้นมีพิธีอะไรไม่รู้ คนเต็มโบสถ์เลย ลองมองไปในความมืด รู้สึกจะมีแต่เงาสะท้อนของแว่น แสดงว่าคนที่มามีแต่แก่ๆ อิๆ

พอออกมา ทหารทั้งสองนายก็พาเจ้าหญิงไปเดินตามซอกถนนคนเดิน ที่นี่คงเหมาะกับเจ้าหญิงแล้วพะยะคะ มืดๆอับๆแบบนี้ จริงๆแล้วมันคือแหล่งเที่ยวของวัยรุ่น มีพวกศิลปินวาดรูป บาร์ ของขายบนพื้น เรียกว่าถูกใจราชินีทะเลทรายคนนี้อย่างมาก เดินไปเรื่อยๆ ก็มาหยุดชะงักตรงที่งานแสดงวงดุ๊ยดุ่ยอยู่ คนมุงดูเต็มไปหมด

วงเขาเล่นสนุกมากเลยนะ เล่นอยู่ดีๆก็ไปลงไปนอน แล้วก็วิ่งรอบคนดู นึกภาพออกไหมว่านักดนตรีมีบางส่วนนอนแบบในรูป บางส่วนวิ่งไปเล่นในหมู่คนดู มีคนหนึ่งเป่าแตรวิ่งออกไปนอกกลุ่มแถวด้านหลัง บังเอิญว่าพวกที่นอนเขาได้เวลาลุกขึ้น ประหนึ่งว่าเปลี่ยนดนตรีจากช่วงช้าๆเนิบๆเป็นเร้าใจ คนที่ออกไปนอกกลุ่มก็ต้องกลับไปรวมกลุ่มให้ทัน แต่พี่คนนี้เขาออกไปไกลเกิน เบียดคนดูกลับไม่ทัน ก็ขำดี

สุดท้าย จะสี่ทุ่มแล้ว เลยได้เวลาเจ้าหญิงเสด็จกลับ พอไปถึงที่นัดหมาย4ทุ่ม หน้าร้านหลุยส์ กลับไร้ร่องรอยเพื่อนๆแอร์ เลยให้เต๊บซิ่วโทรหาเบอร์คนขับรถ สรุป เขากลับกันไปแล้ว เจ้านายเลยต้องกัดฟันนั่งแท็กซี่กลับเอง ราคา35ยูโร กระเป๋าแห้งไปเลย

ทริปนี้ถึงแม้จะหลงโดดเดี่ยวเดียวดาย แต่ด้วยน้ำใจของชาวปารีส กลับทำให้ทริปนี้เป็นทริปน่าจดจำที่สุดทริป
หนึ่ง นับว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีรอเธออยู่ หรือนี่คือสิ่งที่ฟ้ากำหนดไว้แล้ว พวกคุณเชื่อเรื่องพรหมลิขิตไหม การที่คนเราที่อยู่คนละซีกโลกจะมาพบกันในวันเพียงหนึ่งวันสั้นๆ เพื่อช่วยคนคนหนึ่งที่กำลังตกที่นั่งลำบากให้รู้สึกอบอุ่นใจโดยที่เขาเองก็ไม่ได้หวังอะไรตอบแทนอย่างฌอน หรืออีกสองหนุ่มน้อยที่อาสาพาป้าทัวร์ปารีส ถ้าไม่ใช่เพราะประสงค์ของพระเจ้า ก็คงจะฟลุ๊คสุดๆเลยที่เจ้านายเจอแต่คนดีๆ เพราะฉันเองยังนึกไม่ออกเลยว่าถ้าเกิดเจ้านายไปเจอคนอื่นที่ไม่ใช่ฌอน หรือ น้องเต็บซิ่วกับโนบิตะ เจ้านายจะประสบพบเจอกับอะไรบ้าง ขอบคุณอีกครั้ง ไม่ว่ามันจะคืออะไรที่ทำให้เจ้านายปลอดภัยในทริปนี้

วันเกิดเหตุ 28/9/2008 – 30/9/2008

วันกระเป๋านั่งเล่าเรื่อง 27/9/2010 (บังเอิญดีเนอะ ถ้าป่านนี้เมื่อสองปีที่แล้ว เจ้านายคงกำลังนอนฝันว่ามาดอนน่าไล่ปล้ำอยู่กระมั้ง [smilie=bn40.gif] )
แก้ไขล่าสุดโดย djsoloabs เมื่อ วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 10:15 pm, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France หลง(แต่ก็)รัก ปารีส

โพสต์โดย ilovetakki » วันเสาร์ ต.ค. 02, 2010 9:13 pm

มาเจิม [smilie=bn32.gif]
"หมอคะ หอยเสียบมันสืบพันธุ์ยังไงหรอคะ?"

http://cid-d26720a724bf6493.spaces.live.com/
ilovetakki
Royal Silk Class
Royal Silk Class
 
จำนวนการตอบ: 406
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอังคาร ก.ค. 24, 2007 4:34 pm
ที่อยู่: ที่แห่งนี้ยังมีความรักอยู่
Reputation point: 0
ilovetakki โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอนที่4.2 ไฟล์ทเยี่ยมญาติ @ Paris, France พลัดหลง และ ถูกทิ้ง ความโดดเดี่ยวกับชายหนุ่มแปลกหน้า

โพสต์โดย niya==>> » วันอาทิตย์ ต.ค. 03, 2010 6:25 pm

สนุกจังค่ะน้องแอ๊บส์ [smilie=bn49.gif]
ภาพประจำตัวสมาชิก
niya==>>
เตาะแตะๆๆๆ เอ้าพยายามเข้าๆๆ
 
จำนวนการตอบ: 30
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ พ.ค. 21, 2006 10:01 pm
Reputation point: 0
niya==>> โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง ท่องเที่ยวไปสไตล์ลูกเรือ, Survival's Kit, ฟ้องด้วยภาพ และชีวิตลูกเรือไทย around the world

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 1 คน