เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

ภูมิใจเสนอโดยทีมงาน thaicabincrew : กำแหงหาญ ดูแลเนื้อหาใกล้ชิด

ภารโรง: myoldeditor, กำแหงหาญ

เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย djsoloabs » วันจันทร์ ส.ค. 09, 2010 9:36 pm

เชื่อไหม ดวงใครมันจะซวยได้แบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีสิ่งที่เรามองไม่เห็นคอยติดตามสนองกรรมที่เราเคยทำไว้กับเขาเมื่อชาติที่แล้ว
(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน) [smilie=bn29.gif]
ปล. อ่านจบได้คือยอดคน เพราะยาวมาก แถมยังไม่จบตอนอีกต่างหาก เพราะถ้าตัด มันจะไม่ครบไม่น่าอ่านและไม่น่าติดตามคะ ลองดูก่อนนะ อ่านไม่ไหวพักได้ แล้วมาอ่านใหม่ ขอคำแนะนำติชมด้วยคะ

[size=150]รับปริญญา[/size] [size=150]“ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”[/size]

ก่อนรับปริญญาหนึ่งถึงสองอาทิตย์ เป็นข้อบังคับว่าบัณฑิตจะต้องร่วมเข้าพิธีซ้อมรับประกาศนียบัตรทั้งสองครั้ง โชคดีที่เธอมีลาพักร้อนช่วงนั้นพอดี จึงได้เข้าร่วมซ้อมทั้งสองรอบ

แต่แม้จะเข้าร่วมซ้อมทั้งสองรอบ เธอเองก็ยังใจตุ้มๆต่อมๆว่าจะบินกลับมารับปริญญาบัตรได้ในวันรับจริงหรือเปล่า แม้เธอจะกดรีเควสต์เลือกวันหยุดติดกันห้าวันในตารางบินเดือนหน้า แต่ก็ไม่รู้ว่าโชคจะเข้าข้างเธอหรือไม่

เธอไม่เลือกซื้อบัตรลูกเรือครึ่งราคาแต่ยอมจองตั๋วราคาเต็มในฐานะผู้โดยสาร เพื่อความแน่ใจว่าจะมีที่นั่งให้เธอบินกลับบ้านมารับปริญญาแน่ๆ

เธอเตรียมการทุกอย่างอย่างรอบคอบ วันหยุดขอแล้ว ตั๋วเครื่องบินซื้อแล้ว ขาดอย่างเดียว ไม่รู้ว่าตารางบินของเธอจะเป็นอย่างไร เธอจะได้วันหยุดเพื่อกลับไปรับปริญญาอย่างที่เธอขอไหม

ผลทายสลาก ออกดังนี้
วันที่4 ไฟล์ทไป-กลับ ริยาดห์
วันที่5-6 ไฟล์ทไป-กลับ เดลี
วันที่7-8 ไฟล์ทไปกลับ อิสตันบูล
วันที่9-14 หยุด

ถูกหวยเข้าแล้วเจ้านายเรา! ฮูเล่

เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่าฟ้าคงประทานพรให้เธอได้กลับบ้านไปรับปริญญาสมใจ พร้อมบ่นเรื่องใบเซียมซีที่เสี่ยงมาจากวัดเมื่อตอนกลับบ้านไปซ้อมรับปริญญาเมื่อเดือนที่แล้วว่าไม่เห็นตรงเลย

ใบเซียมซีบอกไว้ว่า
“........ดั่งสำเภาน้อยร่องรอยในมหาสมุทร โดนคลื่นซัดโหมเข้าใส่
จะทำการหวังสิ่งใดได้ยากนัก อุปสรรคคอยขัดขวางไม่สมประสงค์ จงทำใจ….”

เมื่อตอนเสี่ยงได้ใบนี้ ดูเธอก็ไม่ค่อยจะสบายใจเท่าไร แต่ก็ยังคิดค้านอยู่ว่าจะไม่สมประสงค์ได้ยังไง ก็ในเมื่อเธอได้วันหยุดตามที่เธอขอแล้ว แถมตั๋วก็จ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้วด้วย เซียมซีก็คือเซียมซี เชื่อถืออะไรไม่ได้หรอก เธอคิดปลอบตัวเองให้สบายใจ เพราะไม่เห็นจะมีเหตุผลอะไรที่จะทำให้เธออดกลับมารับปริญญาได้เลย

“ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”
วันที่4 ไฟล์ทบินไป-กลับริยาดห์
เธอไปทำไฟล์ทตามปกติกับNIPPON ไฟล์ทนี้กระเป๋าเดินทางอย่างฉันไม่มีโอกาสได้ติดตามไปด้วย ซึ่งฉันก็โทษตัวเองอยู่ตลอดมา ว่าถ้าหากฉันได้ไปกับเจ้านาย ฉันจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนี้แน่นอน ฉันต้องหาวิธีอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องเธอ หรือแม้กระทั้ง เจ็บแทนเธอ!

ลางร้ายมันเริ่มตั้งแต่ในห้องประชุม ที่เธอไม่สามารถตอบคำถามเรื่องความปลอดภัยได้เลยสักข้อ แต่โชคยังช่วยที่หัวหน้าใจดีไม่รายงานเรื่องนี้ แต่เพียงเตือนให้กลับไปอ่านหนังสือทบทวนเท่านั้น เธอหน้าซีดไปเหมือนกัน NIPPON เล่าด้วยความเห็นใจ

เมื่อขึ้นไฟล์ท ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีตามปกติ แย่หน่อยก็ตรงที่ไฟล์ทนี้มีผู้โดยสารชราเยอะ จึงต้องใช้วีลแชร์หรือเก้าอี้เข็นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่คุณตาคุณยาย

เครื่องขึ้นลงตามปกติ งานเป็นไปตามรูปแบบเดิม และเมื่อเครื่องจอด เธอจัดแจงเปิดตู้เก็บของเพื่อหยิบเสื้อผู้โดยสารที่ฝากเก็บไว้ไปคืน

ทันทีที่เธอเปิดตู้ออก เก้าอี้วีลแชร์หล่นล้มลงมาทับเท้าซ้ายของเธอ แม้จะไม่มีเสียงร้อง แต่NIPPONก็เห็นได้ชัดว่า สีหน้าของเธอแสดงอาการเจ็บปวดทรมานเป็นที่สุด เธอยังทนเก็บเก้าอี้กลับเข้าที่เดิมแล้วเดินอย่างระวังกลับไปที่นั่งลูกเรือ

คงเป็นความสะเพร่าของใครสักคน ที่นำเก้าอี้วีลแชร์ออกมาใช้แล้วไม่เก็บให้เรียบร้อย เพียงแต่โยนทับของอื่นเอาไว้เท่านั้น เมื่อเจ้านายเธอเปิดตู้ออกมา วีลแชร์จึงหล่นใส่เท้าของเธอ

เธอยังทนยืนขอบคุณลูกค้า แต่ด้วยความปวดจนเท้าชา ก็ทำให้เธอต้องโทรเรียกลูกเรือคนอื่นมายืนตรงจุดนั้นแทน เธอเจ็บจนน้ำตาไหล

มันไม่ใช่การร้องไห้ แต่คือความเจ็บ เจ็บจนน้ำตาไหล เธอไม่ได้เศร้า ไม่ได้เสียใจ ไม่ได้ขี้แง แต่เท้าเธอบวมและชา เมื่อถอดรองเท้าออกมาดู จึงเห็นได้ชัดว่า ตรงกลางเท้ากลายเป็นสีม่วงอมเขียวไปแล้ว เธอลงเท้าไม่ได้เลย จนหัวหน้าต้องพยุงเธอลงเครื่อง ลูกเรือคนอื่นก็ช่วยยกNIPPONแทนให้ หัวหน้าเขียนรายงานอุบัติเหตุส่งผู้จัดการเธอและยื่นหนังสือส่งตัวเธอเข้าตรวจในวันรุ่งขึ้น

เช้าวันรุ่งขึ้น
จอยช่วยพาเธอไปหาหมอ เพราะตอนนี้เท้าของเจ้านายบวมมาก เดินแทบไม่ได้ เพื่อนในถิ่นต่างแดนก็เปรียบเสมือนครอบครัวที่เมื่อยามเจ็บป่วย เราจะยังคอยดูแลกันและกันเสมอ

ผลออกมาคือเธอต้องเอ็กซ์เรย์เท้า เพื่อตรวจว่ามีกระดูกส่วนไหนหักหรือไม่ และต้องหยุดพักจนกว่าหมอจะบอกว่าหายดีพร้อมบินได้
เจ้านายถามหมอเรื่องวันหยุดของเธอที่จะกลับไปรับปริญญา และแล้วหมอก็แจ้งข่าวร้ายกับเธอ

“หนูจะบินออกนอกประเทศไม่ได้จนกว่าหมอจะพิจารณาแล้วว่าเท้าหนูไม่เป็นอะไรนะจ้ะ มันเป็นกฎของทางสายการบิน ถ้าหนูยังฝืนแอบกลับบ้านละก็ หมอคิดว่าหนูอาจจะมีเรื่องต้องคุยกับผู้จัดการหนูภายหลังแน่นอน”

เธอทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่ง แล้วหมอก็สั่งยาให้พร้อมนัดให้เธอกลับไปฟังผลอีกทีวันที่8 ก่อนกำหนดการบินกลับเพียง1วันเท่านั้น

เมื่อกลับมาที่ห้อง ฉันเห็นเธอนั่งครุ่นคิดอยู่นาน เธอรีบโทรหาที่บ้านเล่าเรื่องราวทั้งหมด เล่าไปก็สติแตกไป ร้องไห้ฟูมฟายว่าเธอคงอดรับปริญญาแล้ว ฉันฟังแล้วก็อดเป็นห่วงทางบ้านเธอไม่ได้ ป่านนี้คงเป็นห่วงลูกสาวกันใหญ่แล้ว แถมนี่เธอยังโทรไปร้องไห้ไปอีก หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่คงมีแต่จะเป็นห่วงแต่ช่วยอะไรไม่ได้

“สงบสตินะลูก ตอนนี้เราอยู่คนละประเทศ พ่อแม่ไม่สามารถช่วยลูกได้เลย
เพราะฉะนั้นลูกต้องสงบสติก่อน โอเคนะ เราลองเข้าไปคุยกับผู้จัดการเราอีกที
พ่อแม่ก็ไม่รู้ระบบสายการบินลูก แต่เราต้องมีสติ ค่อยๆทำไปทีละจุด อย่าตื่นตระหนก
พ่อและแม่เป็นกำลังใจให้ แล้วมีอะไรโทรมารายงานเป็นระยะๆนะ พ่อแม่เป็นห่วง ”

หลังจากได้รับคำแนะนำจากแม่ เธอจึงค่อยคุมสติได้ เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับเด็กโดนตีไม่มีผิด ฉันไม่เคยเห็นเธอร้องไห้สติแตกแบบนี้มาก่อน สงสารก็สงสาร ถ้าเพียงฉันมือมือละก็ ฉันจะจูงมือเจ้านายไปคุยกับผู้จัดการเองเลย แล้วถ้าฉันมีปาก ฉันจะพูดกับผู้จัดการให้อนุญาตเจ้านายได้บินกลับมารับปริญญาด้วย ฉันจะดูแลเธอและปกป้องเจ้านายด้วยตัวเอง

แต่สิ่งที่ฉันมี ก็คือล้อ หูจับ และตัวกระเป๋าเท่านั้น ฉันช่วยอะไรเจ้านายไม่ได้เลย ทำได้แต่เพียงมองดูเธอร้องไห้ก็เท่านั้น

นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันและNIPPONนั่งร้องไห้กันอยู่สองใบตามเจ้านาย อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทึบๆ
..
……
………….
วันต่อมา แม้เท้าจะยังไม่หาย แต่ก็ดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ที่ไม่ดีขึ้น ก็คือเจ้านายของเรานั่นเอง เธอยังคงกังวลไม่เป็นอันหลับนอน กังวลว่าเท้าของเธอจะหายไม่ทันวันรับปริญญา ที่สำคัญคือกังวลว่าหมอจะไม่อนุญาตให้เธอบินกลับบ้าน

เธอตัดสินใจเปลี่ยนเที่ยวบิน เลื่อนออกไปหนึ่งวัน เพื่อว่าบางทีเท้าเธออาจจะหายทันถ้าให้เวลาพักฟื้นเพิ่มอีก1วัน
วันรับปริญญา คือวันที่10 ถ้าเปลี่ยนเที่ยวบินจากเดิมวันที่8ตอนกลางคืนเป็นวันที่9ตอนเย็นแทน กลับไปก็อาจจะยังทันรับในวันที่10

เธอจัดแจงโทรเปลี่ยนไฟล์ท ฉันเองก็เห็นว่าเธอคงเริ่มจัดการอย่างผู้ใหญ่ได้แล้ว อย่างน้อยเธอกู้ว่าต้องทำอะไรบ้างเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด แต่ยังไม่ทันไร เธอก็สติแตกร้องไห้โฮอีกแล้ว เธอทั้งโกรธ และร้องไห้ไปด้วย

เจ้าหน้าที่เปลี่ยนไฟล์ทให้เธอผิดวัน และเมื่อจะเปลี่ยนกลับเป็นวันเดิม มันกลายเป็นว่าตั๋วคอนเฟิร์มของเธอจะกลายเป็นตั๋วสแตนบายไปแทน นั่นเท่ากับว่าตอนที่เจ้าหน้าที่เปลี่ยนวันให้เธอ(ผิด)นั้น มันหมายถึงเธอสละสิทธิ์ที่นั่งคอนเฟิร์มของเธอให้กับผู้โดยสารคนอื่นที่รอเสียบแทนเธออยู่ หากเธอยังยืนยันต้องการเปลี่ยนเป็นวันเดิม เธอก็ต้องไปต่อแถวรอคิวเป็น10 ภาวนาให้วันนั้นมีคนสละสิทธิเพื่อให้เธอได้ขึ้นไฟล์ทกลับบ้าน นึกสถาพแล้วก็เหมือนตัวตายตัวแทนยังไงไม่รู้

เธอร้องไห้ไม่ได้สติ โทรกลับหาพ่อแม่อีกรอบ คราวนี้สติแตกกว่าเก่า โทรคุยไม่ทันไรก็วาง เพราะไม่รู้จะจัดการกับตัวเองยังไง ตอนนี้เธอเหมือนคนบ้าที่เอาแต่ร้องไห้จนเสียสติ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แล้วนี่จะไม่มีใครช่วยเธอได้เลยเหรอ ฉันของร้องละ พระเจ้า ช่วยส่งใครสักคนมาช่วยเจ้านายฉันที ฉันสัญญาจะตั้งใจทำงาน จะเป็นกระเป๋าที่อดทน ใครก็ได้ช่วยเจ้านายฉันที

เจ้านายโทรหาเพื่อนๆแต่ดูเหมือนไม่มีใครจะช่วยเธอได้เลย จนในที่สุด นางฟ้าก็ยื่นมือมาฉุดเธอขึ้นจากความทุกข์

นางฟ้าบีน่า
บีน่ามาหาเธอที่ห้อง ปลอบเธอ และแนะแนวทางเธอทุกอย่าง ปกติแล้วบีน่าดูเป็นคนเงียบๆ ไม่น่าเชื่อว่าพอมีสถานการณ์ยุ่งเหยิงเข้ามา เธอกลับกลายเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวและแถบจะเรียกว่า เป็นคนจัดการเรื่องยุ่งๆให้เจ้านาย

“เอาอย่างนี้นะ หยุดร้องไห้ แล้วนั่งรถไปคุยเรื่องตั๋วกับที่สายการบินเลย ฉันจะพาเธอไปเอง” บีน่าพูดกับเจ้านาย

เจ้านายทำตามบีน่าทุกอย่าง ตอนนี้เธอเหมือนคนไร้สติที่จัดการอะไรไม่ได้แล้ว ถ้าไม่มีบีน่า ฉันเชื่อว่าป่านนี้เธอก็คงยังนั่งร้องไห้อยู่เช่นเดิม ขอบคุณนางฟ้าบีน่าที่คอยดูแลเธอแทนฉัน

บีน่าเรียกรถแท็กซี่ ระหว่างทางเจ้านายก็ร้องไห้ตลอด คนขับแท็กซี่ถึงกับต้องเปิดเพลงประจำชาติให้หายเศร้าทีเดียว แต่เหมือนว่าจะไม่ได้ผล เธอยังคงร้องไห้ต่อไป

เมื่อถึงตึกสายการบิน บีน่าและเจ้านายขึ้นไปคุยกับเจ้าหน้าที่เพื่อปรึกษาเรื่องตั๋ว
ตั๋วเจ้าปัญหาที่เจ้านายซื้อนั้นเป็นของสายการบินอื่น เธอตัดสินใจเลื่อนตั๋วนั้นไว้ใช้ในโอกาสอื่นแทน เพราะรู้ดีว่าหากใช้งานนี้ไม่มีโอกาสได้กลับไปรับปริญญาทันแน่ๆ เธอจึงต้องหันกลับมาพึ่งตั๋วสายการบินของเธอ

แต่แล้ว เธอก็ร้องไห้โฮอีกครั้งเมื่อนั่งคุยกับเจ้าหน้าที่ไม่ถึงนาที เจ้าหน้าที่ท่านนั้นถึงกับตกใจว่าทำไมเจ้านายร้องไห้เอาดื้อๆ ทั้งที่เธอก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงกับเจ้านายเลย

บีน่าซึ่งนั่งรออยู่ใกล้ๆรีบเดินเข้ามาเคลียร์ปัญหาให้ เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ตั๋วลูกเรือที่เธอสามารถใช้สิทธินั้นหมดอายุไปแล้ว
“โอ๊ะ เดี๋ยวนะคะ ยังไม่หมดคะๆ ขออภัยคะดิฉันดูผิด คุณยังใช้ตั๋วได้นะคะ” เจ้าหน้าที่รีบเชคให้อีกรอบ
เจ้านายหยุดร้องไห้ สีหน้าเธอดูมีความหวัง และแล้วเธอก็ยิ้มแก้มปริ หันไปดีใจกับบีน่า และทำการขอบคุณเจ้าหน้าที่ยกใหญ่ เจ้าหน้าที่คนนี้ก็จริงๆเลย แกล้งกันให้ตกใจเล่นรึเปล่าเนี่ย

สุดท้าย เมื่อกลับไปเชคผลเอ็กซ์เรย์เท้าอีกรอบ คุณหมอบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง กลับบ้านไปรับปริญญาได้เลย เย้!!!!

เธอรีบจัดกระเป๋า ใบหน้าเธอดูอิดโรยสุดขีดเนื่องจากอดนอนเพราะความกังวลมาหลายวัน ตาบวมเพราะร้องไห้ ส่วนขาก็ยังเจ็บอยู่แม้หมอจะบอกว่าไม่น่าเป็นห่วงก็เถอะ

--งานนี้นางฟ้าคือ บีน่า—

เธอได้บินกลับบ้านแล้ว เรื่องทุกอย่างดูเหมือนจบลงด้วยดี
แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด
เพราะใบเซียมซีแผ่นนั้น ยังคงทำงานตามผลทำนายของมันอยู่

(โปรดติดตามตอนต่อไป)
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย ivy_evil » วันอังคาร ส.ค. 10, 2010 11:26 am

รออ่านตอนต่อไปอยู่ค่า [smilie=bn49.gif] เขียนได้น่าติดตามมากค่ะ
ivy_evil
เตาะแตะๆๆๆ เอ้าพยายามเข้าๆๆ
 
จำนวนการตอบ: 33
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันเสาร์ ม.ค. 24, 2009 12:29 am
Reputation point: 0
ivy_evil โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย Chananan » วันอังคาร ส.ค. 10, 2010 11:39 am

โอ้โห ถ้าเป็นเราก้อคงจะเสียใจสุดๆๆเลยย และ ทำอะไรไม่ถูกเลยยย ถ้าเกิดเจอเหตุการณ์แบบนี้ [smilie=bn44.gif]

คงจะต้องนึกบ้างละ ว่านี่มันเกิดอะไรชึ้น

อะไร มันแกล้งเราอยู่รึปล่าวว [smilie=bn29.gif]

(สำหรับเรื่องดวง และเจ้ากรรมนายเวร เราคนนึงละ ที่เชื่อเรื่องนี้เอามากกก........)

เล่าเรื่องมา เหมือนกะเราเป็นตัวคุณเลยยยจริงๆๆๆ

แต่ยังไง เรื่องต่างๆๆ มันก้อผ่านไปแล้วเนาะ........

สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้รู้เลยยว่า การที่อยู่ต่างประเทศนั้น ต้องเป็นคนที่มีความแข้มแข็ง และมีสติอยู่ตลอดเวลา

และเพื่อนก้อเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ต้องคอยช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน

ปล.ติดตามชมตอนต่อไปอยู่นร้า

และขอให้มีความสุขในช่วงเทศกาลวันแม่ค่ะ [smilie=bn21.gif]
Believe your fate,Believe yourself. One day,we can have the wings
ภาพประจำตัวสมาชิก
Chananan
Premium Economy Class
Premium Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 167
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพฤหัสฯ. ส.ค. 21, 2008 9:33 pm
ที่อยู่: BKK
Reputation point: 0
Chananan โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย pinkiberry » วันพุธ ส.ค. 11, 2010 11:54 pm

ติดตามค่ะพี่นิปปอน..

ไม่รู้ใช่คนเดียวกะพี่ที่หนูเคยผ่านไปอ่านไดอารี่แว๊บๆหรือเปล่า..
ตอนนี้หาไม่เจอแล้วเลยไม่แน่ใจค่าาา..TT^TT"

ขอฝากตัวเป็น FC ค่าาา" [smilie=bn47.gif]
Dream high as u can dream..
Do the best as u can do..
pinkiberry
Economy Class
Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 85
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ก.ย. 29, 2008 4:15 pm
Reputation point: 0
pinkiberry โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย lra » วันพฤหัสฯ. ส.ค. 12, 2010 3:17 pm

ติดตามอยู่นะคะ ;)
lra
เตาะแตะๆๆๆ เอ้าพยายามเข้าๆๆ
 
จำนวนการตอบ: 33
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ ต.ค. 22, 2008 3:31 am
Reputation point: 0
lra โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย iamchatza » วันศุกร์ ส.ค. 13, 2010 1:14 am

รักเจ๊นะ [smilie=bn18.gif]
มีอะไรสงสัยก็ PM มาเลยนะครับ อ่านและตอบทุกฉบับแน่นอน คุยกันค้าบผม ^^
iamchatza
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 221
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ก.พ. 10, 2008 5:00 pm
Reputation point: 0
iamchatza โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย hachiko » วันเสาร์ ส.ค. 14, 2010 7:47 am

[smilie=bn18.gif] ถ้าเจอแบบนี้คงเศร้าน่าดูเลยเนอะ อยากอ่านต่อแล้วคร้าาา [smilie=bn40.gif]
ภาพประจำตัวสมาชิก
hachiko
Premium Economy Class
Premium Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 117
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ ส.ค. 11, 2010 10:01 pm
Reputation point: 0
hachiko โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย B_CL » วันอาทิตย์ ส.ค. 15, 2010 6:41 pm

โชคดีจัง อย่างน้อยก็ได้กลับมาซ้อมรับปริญญาบ้าง

ส่วนเรา...อดเลย [smilie=bn18.gif]

รออ่านต่อว่าจะได้รับวันจริงมั้ย
ภาพประจำตัวสมาชิก
B_CL
Economy Class
Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 80
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพุธ พ.ย. 26, 2008 12:51 am
Reputation point: 0
B_CL โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย Narita » วันจันทร์ ส.ค. 16, 2010 9:47 am

รออ่านต่อๆๆๆๆ [smilie=bn27.gif]
ภาพประจำตัวสมาชิก
Narita
Royal Silk Class
Royal Silk Class
 
จำนวนการตอบ: 422
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพฤหัสฯ. พ.ย. 06, 2008 5:17 pm
ที่อยู่: บางแค กรุงเทพฯ
Reputation point: 0
Narita โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย djsoloabs » วันจันทร์ ส.ค. 16, 2010 1:58 pm

ขอบคุณทุกความเห็นและผู้ติดตามอ่านคะ ตอน3.2(สั้นๆ)เสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้เอามาลงเพราะผู้เขียนเปื่อยคะ เอาไว้สบายดีจะเอามาลงนะคะ เพราะมีfeedbackของพวกคุณนี่ละคะ ทำให้เรามีกำลังใจเอามาลง ทำให้รู้ว่ามีคนอ่านเรื่องราวเพ้อเจ้อๆของเราบ้าง 555 [smilie=bn49.gif]
djsoloabs
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 231
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ธ.ค. 11, 2006 10:13 pm
Reputation point: 14
djsoloabs โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย CutieLeveret » วันพุธ ส.ค. 18, 2010 2:04 pm

มารอด้วยคนค่ะ เป็นกำลังใจให้สุดๆ
ภาพประจำตัวสมาชิก
CutieLeveret
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 230
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันเสาร์ มี.ค. 21, 2009 6:30 pm
Reputation point: 0
CutieLeveret โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เรื่องเล่าจากกระเป๋าเดินทางของแอร์โฮสเตส ตอน3.1 รับปริญญา “ชาติก่อน ฉันคงไปขัดเท้าใครไว้ ไม่ให้ได้สิ่งที่หวัง”

โพสต์โดย Bosss » วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2010 2:23 pm

[smilie=bn21.gif] เป็นกำลังใจให้ [smilie=bn21.gif]
cause you and I were meant to fly.
Bosss
Premium Economy Class
Premium Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 184
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพฤหัสฯ. ม.ค. 07, 2010 4:13 pm
Reputation point: 0
Bosss โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง ท่องเที่ยวไปสไตล์ลูกเรือ, Survival's Kit, ฟ้องด้วยภาพ และชีวิตลูกเรือไทย around the world

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 2 คน