หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 29, 2010 11:27 pm
โดย กำแหงหาญ
รูปภาพ

มิลาน…..สุโค่ย!!!! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน
เรื่องและภาพโดย กำแหงหาญ

.........................


นอกจากแมดริดก็มิลานนี่แหละ ที่ลูกเรือมีวันหยุดพักผ่อน 2 วันเต็ม เราจึงมีโอกาสเห็นเด็กรุ่นใหม่หน้าตาสดใสที่เพิ่งบินยุโรปได้ไม่นาน แลกมาบินมาเที่ยวกันแน่นไฟล์ท ส่วนลูกเรือรุ่นลุงป้าที่บินยุโรปกันเบื่อแล้วมักยอมให้เด็กๆ แลกแต่โดยดี ส่วนใหญ่สมัครใจนอนอยู่บ้านรอรับเปอร์เดี้ยมเต็มๆ หรือไม่ก็บินไฟล์ทสั้นๆ เอาเวลาที่นอนนิ่งๆ อยู่มิลานมาทำกับข้าวให้ลูกให้ผัวกินยังดีซะกว่า ว่ากันอย่างนั้น...

แต่นั่นแหละ หากใครเคยมามิลานสักครั้งมักอยากกลับมาอีก แม้สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองจะไม่โดดเด่นและอาหารการกินไม่อร่อยถูกปากนักก็ตาม (หากใครมีความสุขกับการกินอาหารอิตาเลี่ยนได้ทุกมื้อก็แล้วไป) แต่สจ๊วตเฒ่าที่ขาดข้าวกระเพราหมูสับไข่ดาวไม่ได้แม้เพียง 1-2 วันอย่างผมนั้นทรมานสุดๆ ใครจะว่าดัดจริตก็ช่างเถิด ก็ผมชอบของผมอย่างนี้... และร้านอาหารไทยในมิลานก็ช่างขาดแคลน ที่มีอยู่ละแวกสถานกงสุลไทยก็ดันมีเจ้าของร้านและพ่อครัวเป็นคนจีนซะอีก!

.........................

ถึงอย่างนั้น แม้ที่เที่ยวเด่นๆ ในมิลานจะมีไม่มาก แต่ไหนๆ มาแล้วหากจะเที่ยวอย่างเจาะลึกยังต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ อย่างครั้งนี้ผมมีเพื่อนคนนอกสมมตินามตามท้องเรื่องว่า “ไอ้จุ่น” ตามมาเที่ยวด้วย และด้วยความเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่เงินหนาจึงนั่งเต๊ะจุ๊ยมาในชั้น Business Class และนอนหลับสบายมาตลอด 11 ชั่วโมงขณะที่ผมกำลังเซิ้งกับผู้โดยสารหลังเครื่องเต็มลำ (วาสนามันช่างต่างกันเห็นๆ) เมื่อถึงเวลาแบ่งพักก็นอนไม่ค่อยหลับ รุ่งเช้าเครื่องลงที่สนามบินมิลานมันยังมีหน้ามาถามผมยิ้มๆ ว่าทำไมคุณโทรมจังวะยังกะอดหลับอดนอนมาทั้งคืน

...เออ กูไม่มีวาสนานั่งกระดิกตีนจิบไวน์แดงบนความสูง 38,000 ฟุตแถมมีแอร์ฯ มาห่มผ้าให้บ้างก็ให้มันรู้ไป...

.........................

ผมขออนุญาตกัปตัน ไอเอ็ม (In-flight Manager) และเพอร์เซอร์ให้ไอ้จุ่นติดรถรับส่งลูกเรือจากสนามบินมาโรงแรมด้วย ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เพราะในไฟลท์นี้มีลูกเรือนำสมาชิกครอบครัวมาเที่ยวด้วยหลายคน ถึงโรงแรมก็ทำเนียนไล่ไอ้จุ่นไปยืนปะปนกับแขกคนอื่นๆ ที่กำลังรุมเช็คอินเช็คเอาท์อยู่หน้าเคาน์เตอร์ ไม่ต้องทำตัวดีเสร่อไป declare กับโรงแรมหรอกว่าพาใครมา accompany ด้วย ไม่งั้นจะโดนชาร์จเพิ่มคืนละ 30 ยูโร ใครซื่อสัตย์กับตัวเองอยากทำแบบนั้นก็ตามใจ แต่ผมไม่ยอมเสียค่าโง่อะไรแบบนั้นแน่ๆ

แต่ขึ้นห้องเรียบร้อยก็เลิกทำเนียนได้แล้ว เพราะคนหัวดำในสายตาฝรั่งหน้าตามันก็เหมือนกันไปหมด แม่บ้านจำเราไม่ได้หรอก แค่ก้มหน้าก้มตาทำเตียงล้างห้องน้ำก็เหนื่อยแย่แล้ว เพียงแต่อย่าไปทะเร่อทะร่าขอหมอนขอผ้าห่ม (แอบจิ๊กเอาก็ได้) หรือถามโน่นถามนี่ที่เคาน์เตอร์ให้มันจับไต๋ได้ก็พอแล้ว

.........................

รูปภาพ
นอนฟรีก็ข้างเตียงและกันเพื่อน...

ถึงโรงแรม 8 โมง กว่าจะจัดโน่นจัดนี่ รื้อของออกจากกระเป๋าเสร็จก็เกือบ 9 โมง ไม่ทันจะเที่ยงเพื่อนผมก็เปิดทีวีเสียงดัง และเอาตีนสะกิดผมเป็นสัญญานว่าตื่นได้แล้ว พากูไปเที่ยวได้แล้ว...

รูปภาพ

เที่ยวมิลานไม่ยากอะไร เพราะสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งอยู่ไม่ไกลกัน ออกจากโรงแรมเลี้ยวซ้ายตรงไปยังสถานีรถไฟหัวลำโพงหรือ Central Station ลงไปใต้ดินที่มีสัญลักษณ์ M เห็นเด่นชัดเพื่อซื้อตั๋ว Day ที่ใช้ได้ทั้งรถไฟใต้ดิน รถรางและรถเมล์ได้ไม่จำกัดเที่ยว หากงงๆ ซื้อตั๋วเองไม่เป็น ให้มองหาสาวยิปซีที่ยืนๆ ระเกะระกะอยู่แถวนั้น เธอยินดีซื้อตั๋ว Day ราคา 3 ยูโรจากเครื่องให้คุณได้ หากคุณให้เหรียญพอดีกับราคาตั๋วก็รอดไป แต่หากใช้แบงค์ 5 ยูโรหรือแบงค์ใหญ่กว่านั้น... เธอไม่โกงคุณหรอก เพียงแต่เมื่อคุณได้ตั๋วเรียบร้อย เธอจะกรุณาเก็บเงินทอนของคุณไว้เป็นค่าวิชา อันนี้บอกได้เพราะผมเคยเสียค่าโง่มาแล้ว... โอ้มายก๊อดแล้วนี่จะมาเล่าเรื่องประจานตัวเองทำไม?

รูปภาพ

การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินในมิลานเป็นอะไรที่ต้องระวังสุดๆ มีเพื่อนเล่าให้ฟังว่าแม้จะนำกระเป๋าสตางค์มาใส่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหน้าก็มิวายถูกพวกยิปซีเล่นกลล้วงเอาไปได้แบบกระชากลากถูกันจนไข่เคล็ด หลังๆ ไม่ว่าไปสถานีไหนผมจึงเก็บกระเป๋าสตางค์ไว้ในตู้เซฟ (ทำยังกะมีเงินมากมายนักหนา) และนำเงินสดติดตัวไปแค่พอใช้ ส่วนบัตรเครดิตไม่เคยนำติดตัวไปเลย เพราะหากถูกล้วงเมื่อไหร่ แค่คิดจะหาเหรียญ หาตู้โทรศัพท์โทรไปอายัดบัตรก็ปวดกบาลแย่แล้ว อย่านึกว่าพูดเล่น เพราะลูกเรือหลายคนเคยถูกพวกยิปซีใช้ลูกไม้เก่าๆ ล้วงกระเป๋าจนหมดตัวมาแล้ว

.........................

รูปภาพ

ลูกเรือส่วนใหญ่มักไปวิหารดูโอโม (Duomo) เป็นลำดับแรก แต่ผมไม่เพราะเที่ยงๆ แบบนี้ถ่ายรูปวิหารจะย้อนแสงเต็มๆ “เรา” อันหมายถึงผม ไอ้จุ่นและน้องอร น้องแอร์ฯ ที่หลงผิดติดตามมาเที่ยวกับเราด้วย จึงขึ้นรถไฟใต้ดินสาย M2 สีเขียวไปยังสถานี Lanza โผล่ขึ้นมาจะเห็นปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sforzesco) อยู่ตรงหน้าพอดี ปราสาทแห่งนี้สร้างในปี ค.ศ. 1368 เพื่อใช้เป็นป้อมปราการแต่ต่อมาถูกดัดแปลงเป็นพระราชวังของตระกูลสฟอร์ซา (Sforza) ปัจจุบันเป็นสัญลักษณ์ของมิลานและเป็นที่ตั้งแสดงผลงานชิ้นที่แกะไม่เสร็จของไมเคิลแองเจโล “Randanini Pieta” ใครอยากดูต้องเสียตังค์เพิ่มอีก 5 ยูโร แล้วจะเห็นว่าศิลปินเทพอย่างไมเคิลแองเจโลก็มีเวลาท้อเหมือนกัน เพราะเมื่อแก้ไขสามครั้งแล้วทำท่าไม่ได้เรื่อง พี่แกก็ทิ้งมันไว้ดื้อๆ อย่างนั้นแหละ

แกจะรู้มั้ยเนี่ยว่างาน “คัดทิ้ง” ของแกบัดนี้กลายเป็นมรดกชิ้นสำคัญของชาติไปซะแล้ว

บริเวณปราสาทไม่กว้างขวางอะไร เดินยี่สิบนาทีก็เกินพอ ส่วนหลังปราสาทเป็นสวนสไตล์อังกฤษ (Parco Sempione) จะไปดูมันทำไมป่าบ้านเราร่มรื่นกว่าเยอะ ถัดออกไปคือซุ้มประตูสไตล์นีโอคลาสสิค Arco della Pace ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1807 เพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะของจักรพรรดินโปเลียน หากขี้เกียจเดินจะยืนดูจากที่ไกลก็ได้ มันไม่ได้สวยงามอะไรนักหรอก

.........................

ถึงตรงนี้น้องอรเริ่มมีอาการ “Crazy Shopping Syndrome-CSS” ที่แอร์การบินไทยเป็นกันเยอะ เธอบอกเมื่อไหร่พี่จะพาหนูไปช้อปปิ้งดูรองเท้า TOD’s ซะที ดูซากอิฐซากปูนอะไรกันไม่รู้หนูเบื่อจะแย่อยู่แล้ว...

รูปภาพ

ยังๆ น้องอรยังไม่ได้ช้อปปิ้งง่ายๆ เพราะเรายังมีอะไรๆ ต้องชมกันอีก 2-3 แห่ง ว่าแล้วผมก็ถูลู่ถูกังพาน้องอรที่ออกอาการงอนเต็มทีไปขึ้นรถไฟใต้ดินสาย M1 สีแดงไปยังสถานี Conciliazione เมื่อโผล่ขึ้นมาอาจงงๆ ไม่รู้ทิศทาง ผมแนะนำให้ถามคนแถวนั้นว่าโบสถ์ซานตา มาเรีย เดลเล กราซี (Santa Maria delle Grazie) อยู่ไหนรับรองว่าใครๆ ก็รู้จัก โบสถ์แห่งนี้เป็นที่เก็บผลงานภาพวาด The Last Supper ฝีมือไมเคิลแองเจโล ราคาค่าเข้าชม 17 ยูโรหรือคิดเป็นตัวเลขกลมๆ ราว 800 บาท แต่จะเดินเอ้อระเหยลอยชายชมโบสถ์ฝีมือบรามันเต้นานนักก็ไม่ได้ เพราะมีการจำกัดเวลาเข้าชมแต่ละรอบเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น จริงๆ โบสถ์แห่งนี้ถูกระเบิดทำลายบางส่วนในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เฮงสุดๆ ที่ภาพ The Last Supper หลุดรอดเงื้อมมือมารมาได้ (เล่ากันว่าเอาบังเกอร์กระสอบทรายปิดหน้าปิดหลังผนังส่วนที่มีภาพเขียนกันเลยทีเดียว)

ผมเคยชมภาพ The Last Supper เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ครั้งนี้จึงปล่อยให้ไอ้จุ่นที่จองตั๋วล่วงหน้ามาร่วมเดือนเข้าไปชมภาพดังกล่าวตามลำพัง ส่วนน้องอรตอนนี้ออกอาการพยศสุดๆ ไม่พูดจากับใคร เธอหนีไปนั่งจิบคาปูชิโน่อยู่ในแคนทีนของโบสถ์เรียบร้อยแล้ว

.........................

ขอข้าม Basilica of Sant’ Ambrogio และ Basilica of San Lorenzo ไปเพราะกลัวจะไม่จบใน 3 หน้า เพื่อนๆ ลูกเรือที่อยากไปเยี่ยมชมแนะนำให้หาข้อมูลเพิ่มเติมจาก Concierge ของโรงแรม ไหนๆ มาแล้วไม่ควรพลาดชมโบสถ์ทั้ง 2 แห่งครับ

.........................

ขอกล่าวว่า มันช่างสุโค่ยจริงๆ...

รูปภาพ

เมื่อโผล่ขึ้นจากสถานีรถไฟใต้ดินดูโอโม เราจะเห็นวิหารดูโอโม่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า มาครั้งนี้นับว่าโชคดีเพราะด้านหน้าวิหารถูกปิดซ่อมนานปี เพิ่งจะเผยโฉมให้ชมกันอีกครั้งเมื่อการบูรณะเสร็จสิ้นเมื่อปีที่แล้ว ผิวหินอ่อนที่กรำแดดกรำฝนมาตั้งแต่เริ่มก่อสร้างในต้นศตวรรษที่ 14 จนเกิดคราบสกปรกฝังแน่น แต่เมื่อผ่านการขัดสีฉวีวัน หินอ่อนที่เคยหมองคล้ำก็กลับมาขาวผ่องเป็นยองใยน่าตื่นตาตื่นใจเสียจริงๆ นอกจากรูปทรงภายนอกของวิหารที่โดดเด่นสุดๆ แล้ว ภายในวิหารยังมีสิ่งน่าสนใจมากมายควรค่าแก่การชมไม่ว่าจะเป็นงานประดับกระจกสี แท่นบูชา รวมไปถึงรูปปั้นหินอ่อนที่ประดับภายในวิหาร ด้านหน้าวิหารรวมไปถึงบนหลังคา ส่วนใครอยากเห็นรูปพระแม่มารี “Madonnina” ที่หุ้มด้วยทองคำบนยอดวิหารชัดๆ ขอเชิญเสียเงินอีกคนละ 8 ยูโรขึ้นลิฟท์ไปเดินเล่นบนหลังคาวิหารดูโอโม่ได้เลย บรรยากาศข้างบนอุทานได้คำเดียวว่าสุดยอดจริงๆ

รูปภาพ

ออกจากวิหารแล้วผมนำน้องอรที่งอนตุปัดตุป่องไม่เลิกไปกินไอสครีมเจ้าอร่อยที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามวิหารติดกับร้านแมคโดนัลด์ ดูเธอจะอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้ไอติมเข้าไปเต็มๆ 2 ลูก เสร็จแล้วจึงนำเธอเดินตัดข้ามจัตุรัสไปยัง Vittorio Emmanuel เดินลัดเลาะเข้าซอยเล็กๆ ผ่าน The Opera ไปจนถึงถนน Montenapoleone ที่มีร้านขายสินค้าแบรนด์เนมตั้งแต่หลุยส์ติ๊งต๊อง คุกขี้ไก่ ป้าดาและอีกหลายยี่ห้อเรียงรายเต็มสองฟาก ผมปล่อยเธอทิ้งไว้ตรงนั้นและนัดหมายกันเป็นมั่นเหมาะว่าเจอกันที่ร้านไอสครีมในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้านะน้องนะ เดี๋ยวพี่พาหนูไปกินอะไรอร่อยๆ รองท้องซะหน่อยก่อนกลับโรงแรม

รูปภาพ

แต่ถึงขณะนี้ ขณะที่ผมกำลังพิมพ์เรื่องนี้อยู่ในร้านไอสครีมที่ว่านั่น สองชั่วโมงกว่าแล้วเธอยังไม่มาตามนัด เรื่องหลงทางคงไม่ใช่เพราะหนทางไม่ได้สลับซับซ้อนอะไร หรือว่าโรค Crazy Shopping Syndrome ของเธอเกิดกำเริบ บันดาลให้เธอชักดิ้นชักงออยู่ในร้านรองเท้า TOD’s เสียชีวิตไปแล้วก็ไม่รู้

ไม่รอแล้ว หนูหาทางกลับโรงแรมเองและกัน แล้วอย่าโทรมาชวนพี่กินไวน์ล่ะ รักนะ จุ๊บจุ๊บ

.........................


มิลาน…..สุโค่ย!!!! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน
เรื่องและภาพโดย กำแหงหาญ

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ เม.ย. 30, 2010 10:14 am
โดย steward054
อยากไปเที่ยวมั้งจัง

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ค. 02, 2010 8:36 pm
โดย N' Thung
พี่จุ่น...ข้างเตียง [smilie=bn35.gif]

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันจันทร์ พ.ค. 03, 2010 3:33 am
โดย white7th
[smilie=bn26.gif] น่าติดตามไปด้วยอย่างยิ่ง

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอังคาร พ.ค. 04, 2010 9:59 pm
โดย inccycle
อยากไปด้วยจัง [smilie=bn25.gif]

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพุธ พ.ค. 05, 2010 12:19 pm
โดย sompot_c
อยากมีโอกาสไปเที่ยวบ้างจังเลยครับ สวยยยยยยยย

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอังคาร พ.ค. 11, 2010 3:57 am
โดย beer_tg
สงสารพี่ที่นอนมุดอยู่ข้างเตียงจัง 55 [smilie=bn40.gif]

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอังคาร พ.ค. 11, 2010 7:42 pm
โดย TED
อยากไป มิลานนนน มั่ง...สักวัน
[smilie=bn22.gif]

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. พ.ค. 13, 2010 9:11 pm
โดย fanclub
น่าสนุกนะเนี่ยย!!!

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ มิ.ย. 25, 2010 11:17 pm
โดย kinyobi
น่าไปจังเลยค่ะ

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันเสาร์ พ.ย. 20, 2010 4:36 pm
โดย cherry25
โอ๊ย อยากไปมากกกกกกกกกกกก เลยค่ะ หนูจะต้องไปให้ได้ซักวัน อิอิ เดือนนี้หนูมีนาโกย่า 2 ขีดดดดดดดดดด ไปด้วยกันมั๊ยค๊าาาาาา อิอิ

Re: ชีวิตลูกเรือไทยตอน มิลาน…..สุโค่ย! เรื่องราวสนุกสนานของกำแหงหาญและผองเพื่อน {รูปเพียบ}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ ก.ย. 30, 2011 11:27 am
โดย nattatanakit note
เที่ยววว กัน สนุก เวอร์ อ่ะครับบบ 55 น่าเที่ยวว มากมายย ไว้ จะไป ตามลายแทง ที่วางไว้ นะครับบบ อิอิ อยากไป อยากไป รูป สีสวยมาก ครับ