หน้า 1 จากทั้งหมด 4

ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2009 11:05 am
โดย กำแหงหาญ
รูปภาพ

โอซาก้า.เดียวดาย
เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ

……………………………………


ผมควรดีใจหรือเสียใจกันแน่ที่เที่ยวบินนี้ผมสูงวัยที่สุด ไล่มาตั้งแต่หัวเครื่องคือกัปตันที่เพิ่งเข้าสู่วัยหลักสี่ นักบินผู้ช่วยก็เพิ่งผ่านวัยเบญจเพศมาหมาดๆ ส่วนด้านเคบิน... เพอร์เซอร์ใหม่มาดเข้มก็เป็นรุ่นน้องโรงเรียนไล่หลังผม 2-3 รุ่น นอกนั้นทั้งสจ๊วตและแอร์โฮสเตสอีกสิบชีวิตไม่มีใครอายุเกิน 25 ปีสักคน นั่นหมายถึงปีที่ผมจบมหาวิทยาลัย เขาและเธอเพิ่งร้องอุแว้ๆ จากท้องแม่ออกมาดูโลก!!!

อย่าเดาอายุผมเลย แม้จะขึ้นชื่อว่าสจ๊วตเฒ่า แต่ผมมิได้แก่ปานนั้นหรอก แม้เรี่ยวแรงและสังขารจะถดถอยไปบ้างตามกาลเวลา แต่ผมยังสนุกสนานกับการทำงานร่วมกับเด็กรุ่นราวคราวลูก หยอกล้อพูดคุยเฮฮากับพวกเขาเหมือนคนวัยเดียวกัน แต่นั่นเมื่อเราทำงานร่วมกันบนเครื่องเท่านั้น ...เมื่อนอกเวลางาน ดูเหมือน the generation gap ระหว่างผมและน้องๆ ต่างวัยจะยิ่งห่างออกไปมากขึ้น เราต่างใช้ชีวิตคนละอย่าง ฟังเพลงคนละสไตล์และมีความคิดความอ่านคนละเรื่อง ฯลฯ หากชวนเราไปร่วมดื่มกินด้วยจะพาลอึดอัด หมดสนุกกันทั้งสองฝ่าย ด้วยไม่รู้จะขุดเรื่องอะไรมาเป็นหัวข้อสนทนา

ทำงานกับเด็กๆ ผมค่อนข้างมีชีวิตชีวา แต่เมื่อถึงโรงแรมที่โอซาก้ากลับรู้สึกเศร้าใจเหลือกำลัง เพราะเมื่อรับกุญแจห้องและเบี้ยเลี้ยงเรียบร้อย ก็รู้สึกเหมือนถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิงจากลูกเรือคนอื่นๆ กัปตันและนักบินนั้นไม่เกี่ยวกันอยู่แล้วไม่ขอพูดถึง ส่วนเพอร์เซอร์ที่คุ้นเคยอยู่บ้างก็ออกตัวเอี๊ยดว่าไม่อยากออกไปไหน ที่คึกคักก็ลูกเรือครัวหลังที่นัดหมายส่งเสียงกันเจี๊ยวจ๊าว ได้ยินว่าเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวแล้วรีบลงมานะ ซื้อของจัสโก้เสร็จจะได้ไปกินทาโกะแกล้มเบียร์กันต่อ โอ้... ขอพี่ไปด้วยคนได้ไม๊? รอแล้วรอเล่า รอจนลูกเรือคนสุดท้ายรับกุญแจห้องไปแล้วก็ยังไม่มีใครเอ่ยปาก เมื่อรู้ว่าแห้วแน่ ผมจึงก้มหน้าก้มตาลากกระเป๋าขึ้นห้อง เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จจึงแวะ Crew room หน่อยนึง และแอบหวังเล็กๆ ว่าอาจเจอพรรคพวกรุ่นราวคราวเดียวกันสิงสถิตอยู่ที่นั่นบ้าง

……………………………………

Crew Room ของเราที่โอซาก้ามีประวัติความเป็นมายาวเหยียด ถือเป็นอีกหนึ่งสมรภูมิอันโด่งดังของเหล่าลูกเรือนักร้อง นักรบ นักรักและอีกหลายๆ นัก ด้วยในยุคหนึ่ง สายการบินของเรามีเที่ยวบินเข้าและออกสถานีนี้วันละ 5-6 เที่ยว จึงมีนักบินและลูกเรือใช้ชีวิตสลับสับเปลี่ยน ณ สถานีนี้วันละนับ 100 ชีวิต จึงมิน่าแปลกใจที่โรงแรมเล็กๆ ริมทางรถไฟแห่งนี้ถึงกับต้องจ้าง reception คนไทยไว้คอยดูแลพวกเราโดยเฉพาะ ด้วยจำนวนห้องที่ลูกเรือพักในแต่ละคืนนั้นเกินครึ่งจำนวนห้องพักทั้งหมดของโรงแรมด้วยซ้ำ

รูปภาพ

Crew Room ของเราอยู่บนชั้นสองของโรงแรม เป็นห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาด 5x6 เมตร ดูก็รู้ว่าดัดแปลงมาจากห้องจัดเลี้ยงขนาดเล็ก ในห้องมีโซฟาแนวนั่งสบาย 1 ชุด โต๊ะกลมกลาง 3-4 ตัวพร้อมเก้าอี้เรียงยาวสองฝั่งเกือบ 20 ตัว มุมหนึ่งของห้องมีจอ LCD ขนาดใหญ่และเครื่องเล่น DVD พร้อมแผ่นป้ายอธิบายวิธีการใช้เขียนด้วยลายมือภาษาไทยตัวเท่าหม้อแกงติดเห็นเด่นชัด (ด้วยโดนลูกเรือไทยกดผิดกดถูกพังมาหลายเครื่องแล้ว) อีกมุมหนึ่งของห้องมีเตาไมโครเวฟและตู้กดเครื่องดื่มร้อนเย็นบริการฟรี ทั้งกาแฟ โค้ก น้ำส้ม น้ำเปล่า น้ำแอปเปิ้ล อีกมุมหนึ่งมีตู้ควบคุมเสียงพร้อมไมโครโฟน 2-3 ตัวให้พวกเราไว้ร้องคาราโอเกะกันเพลินๆ ที่ผนังห้องมีกีต้าร์สภาพไม่สมประกอบ 2 ตัววางพิงอยู่ นัยว่าได้รับบริจาคจากใครซักคนสำหรับให้ลูกเรือและนักบินได้สนุกสนานกันสุดๆ ยามพักผ่อนอยู่ที่นี่

ในอดีต crew room แห่งนี้คึกคักด้วยลูกเรือและนักบินทั้งที่มาไฟลท์เดียวกันและต่างไฟลท์เข้ามาสรวลเสเฮฮาใน crew room กันไม่ขาดจนหัวกระไดไม่แห้ง แต่ที่รวมตัวเหนียวแน่นกว่าลูกเรือชุดอื่นคือชุดที่เพิ่งบินกลับจากไฟลท์แอลเอ 9 วัน อาจเป็นเพราะอดอยากปากแห้งและเหนื่อยล้าจากการทำงานร่วมกันมาหลายวันหลายคืน ลูกเรือกลุ่มนี้จึงมักครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้องนั่งเฮฮากันไปเรื่อย ใครจะดีดกีต้าร์ร้องเพลงก็ว่าไป ใครจะนั่งเมาท์เมีย นินทาผัว ด่าเจ้านาย ให้ร้ายบริษัทก็แยกไปคุยอีกฝั่ง

ผมนั้นมักจับจองส่วนในสุดของห้องด้วยมีหน้าต่างขนาดใหญ่ไว้เปิดระบายควันบุหรี่ ใกล้ๆ ตัวมีเบียร์ญี่ปุ่นนับโหลแช่ไว้เย็นเจี๊ยบ กับแกล้มจำพวกถั่วหรือมันฝรั่งก็หาได้ง่ายๆ จากร้าน 7-11 ใกล้ๆ ส่วนน้ำแข็งไม่ต้องพูดถึง กดกันได้กดกันดีฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เรียกว่าใน crew room ณ สถานีนี้มีอุปกรณ์หลักและอุปกรณ์เสริมเพียบพร้อมพอให้พวกเราได้สนุกสนานกันทั้งคืน จนมีคนเปรียบเปรยว่า crew room ของเราไม่ต่างอะไรจากหลุมดำ (black hole) คือหากได้ลองหลุดเข้ามาในห้องนี้แล้วก็ยากจะถอนตัวออกมาได้

……………………………………

รูปภาพ

แต่ Crew room วันนี้แตกต่างจากวันนั้นราวฟ้ากับเหว เที่ยวบินสู่เมืองโอซาก้าถูกตัดเหลือเพียงสองเที่ยวบินต่อวัน crew room ของเราจึงถึงคราเงียบเหงาอย่างช่วยไม่ได้ crew room ที่เคยสนุกสนานกันสุดขีดถึงขนาดโรงแรมต้องส่งพนักงานขึ้นมาเตือน บัดนี้มีเพียงชายไทยวัยกลางคนหนึ่งคนเท่านั้นกำลังนั่งละเลียดเบียร์อยู่อย่างหงอยเหงา บางขณะเขาหยิบกีต้าร์ขึ้นมาดีดเพลงที่ไม่มีใครรู้จัก (ก็เล่นไม่เป็นน่ะสิ) แรกเห็นด้านหลังผมดูไม่ออกว่าใคร จนเมื่อหันข้างให้เห็นหน้าและหูดำๆ นั่นแหละจึงรู้แน่แบบไม่ต้องเดา

พี่นก ไพบูลย์นั่นเอง... เที่ยวบินของแกลงก่อนผมไม่กี่ชั่วโมง

……………………………………

ไม่ต้องรอให้เชิญ ด้วยรู้จักสนิทสนมกันมานาน ผมจึงถือวิสาสะเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะ ทักทายพอเป็นพิธี พี่นกก็เชื้อเชิญให้ผมดื่มเบียร์ที่แช่ไว้ ผมเหลือบมองในถังขยะมีกระป๋องเบียร์เปล่าถูกบีบบู้บี้นอนสงบนิ่งอยู่ในนั้นแล้ว 3-4 กระป๋อง ...แกล่วงหน้าผมไปไกล ดื่มไปไม่ทันไร... ความอัดอั้นตันใจของแกก็หลั่งไหลพรั่งพรูออกมาเหมือนน้ำท่วมท้นล้นฝั่ง แกคงกำลังมองหาที่ระบายและผมดันซวยเข้ามาในจังหวะนั้นพอดี จับใจความได้ว่า “อุ้ย” สาวน้อยแอร์รุ่นใหม่ของแกกำลังตีตัวออกห่าง ด้วยเหตุผลคลาสสิค generation gap นั่นแหละ และผู้ชายคนใหม่ของเธอก็มิใช่ใครที่ไหนคนใกล้ตัว-สจ๊วตเรานี่เอง (แต่ช่วยไม่ได้มันหล่อและหนุ่มกว่าพี่นกหลายเท่า) ที่มานั่งกลุ้มอยู่เนี่ยเพราะเห็นภาพบาดตาพาลให้ไม่สบายใจ แกดื่มไปบ่นไปพักใหญ่ก็ดูเหมือนจะสบายใจขึ้น และนั่งดื่มเบียร์ในความเงียบต่อไปอีกหลายชั่วโมง นานๆ จึงจะสนทนากันซักประโยค นอกนั้นต่างคนต่างนั่งจ่อมจมอยู่กับความคิดของตัวเอง จนเกือบ 4 ทุ่มเบียร์หมดนั่นแหละจึงชักชวนออกไปหาอะไรรองท้อง ก่อนจะเข้านอนเตรียมตัวกลับบ้านในเช้าวันรุ่งขึ้น

รูปภาพ

ละแวกโรงแรมมีร้านอาหารเล็กๆ พอใช้การได้หลายร้าน แต่ละร้านมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่ลูกเรือไทยกันไปคนละแบบ ก่อนข้ามทางรถไฟมีร้านลุงยิ้มยากขายทาโกะยากิ รสชาติก็งั้นๆ เหมาะสำหรับเคี้ยวเล่นแก้เหงาปาก หากเลี้ยวซ้ายเดินต่อไปอีกนิดจะพบร้านอาหารญี่ปุ่นตามสั่งที่พวกเราเคยเห่อ และแห่กันไปกินอยู่พักนึง

รูปภาพ

แต่คืนนี้พี่นกนำผมไปทางขวา ข้ามทางรถไฟ และเดินนำหน้าเข้าไปในร้านอาหารเล็กๆ ที่มีโคมไฟสีแดงห้อยเด่นอยู่ข้างหน้า ผมสะดุดตากับเมนูภาษาไทยที่เขียนติดไว้หน้าร้าน คงเป็นฝีมือลูกเรือไทยคนใดคนหนึ่งทำไว้ให้พวกเราสื่อสารกับเจ้าของร้านได้ง่ายๆ

……………………………………

รูปภาพ

ร้านอาหารเล็กๆ แห่งนั้นคับแคบจริงๆ มีเพียงโต๊ะและม้ายาวพอนั่งได้ไม่เกิน 10 คน พอแหวกม่านร้านเข้าไปก็เจอหญิงชายคู่หนึ่งนั่งจู๋จี๋กินเกี๊ยวซ่ากันอยู่ มิใช่ใคร... ก็สาวน้อยของพี่นกที่แกเพิ่งพูดถึงนั่นแหละ ชิบหายแล้ว... ผมมองหน้าพี่นกและอยากถามว่าพี่เอาผมมาเกี่ยวไรด้วย และเพิ่งถึงบางอ้อว่าพี่นกแลกมาบินไฟทล์นี้เพื่อมาจับผิดเธอโดยเฉพาะ แถมยังจับได้คาหนังคาเขาเสียด้วย แกคงทนไม่ได้กับภาพบาดตาที่เห็นตลอด 6 ชั่วโมงบนเครื่องจากกรุงเทพเข้าโอซาก้า ผมไม่อยากคิดเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป... อาจเป็นฉากตบ ฉากตี ฉากตัดพ้อ ง้องอน หรือถ้าพี่นกมีปืนซักกระบอก... เราอาจเห็น crime scene ... ดีไม่ดีเราอาจได้ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์กันยกแก๊งค์

รูปภาพ

ผมไม่อยากรู้และไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย ว่าแล้วก็รีบสั่งโอเด้งและหิ้วกลับมากินที่โรงแรม ...บ่นกับตัวเองว่าบางทีการอยู่คนเดียวอย่างเปลี่ยวเหงาเดียวดาย เป็นกลุ่มคนรุ่น Lost generation ก็สบายใจกว่ากันเยอะเลย


……………………………………


โอซาก้า…เดียวดาย
เรื่องและภาพโดยกำแหงหาญ

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2009 12:01 pm
โดย AkeMoShi
น่าสงสารจัง

[smilie=bn18.gif]

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2009 2:37 pm
โดย i am nun
[smilie=bn28.gif] [smilie=bn44.gif] [smilie=bn18.gif]

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2009 4:15 pm
โดย krit
เข้ามาใหม่ๆๆไม่เรียบ หาละพี่ ชิวๆๆ มาเรื่อยๆๆ ความเหงา มาเยื่อน คริ คริ
คิดถึงเธอทุกที... ที่ อยู่คนเดียว....
[smilie=bn40.gif]

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2009 6:00 pm
โดย youngplant
งะ น่าสงสารจัง [smilie=bn43.gif]

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2009 6:13 pm
โดย ticket2moo
เพื่อน ไปเชียงใหม่
เราไปหาร้านกาแฟ " ดอยช้าง "
ร่ำลือไปทั่วโลกว่า รสชาติไม่ธรรมดา
ร้านอยู่แถว นิมมานฯ

เพื่อนในเวป หรือ tcc เชียงใหม่

พบเห็นข้อมูล ช่วยบอกหน่อย

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2009 6:54 pm
โดย myoldeditor
ticket2moo เขียน:เพื่อน ไปเชียงใหม่
เราไปหาร้านกาแฟ " ดอยช้าง "
ร่ำลือไปทั่วโลกว่า รสชาติไม่ธรรมดา
ร้านอยู่แถว นิมมานฯ

เพื่อนในเวป หรือ tcc เชียงใหม่

พบเห็นข้อมูล ช่วยบอกหน่อย


นับเป็นกาแฟที่ "ทั่วไป" อย่างยิ่ง ไม่ทราบว่าที่ลือกันทั่วโลกน่ะโลกไหนครับ

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2009 7:26 pm
โดย junior-crew
อยากกินโอเด้งอ่ะคับ
ไม่เคยกิน
อยากไปที่นี่มากๆครับ
เป็นที่ๆชีวิตนึงต้องไปให้ได้เลยละครับ

ขอบคุณสำหรับภาพและประสบการณ์นะครับ

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2009 7:56 pm
โดย crewz*
คุณลุงดีดกีต้าคนเดียวเปล่าเปลี่ยวจัง

อยากไปโอซาก้าโต๊ยยยย~~

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2009 9:41 pm
โดย novel
อ่านแล้วช่างโดดเดี่ยว เดียวดายอะไรเช่นนี้.....

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ เม.ย. 17, 2009 9:26 am
โดย blush555
โอ้ว มานน่าเศร้า จาย นักก !!!

Re: ชีวิตลูกเรือไทย: โอซาก้า.เดียวดาย โดย กำแหงหาญ {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ เม.ย. 17, 2009 11:51 am
โดย paullap
เศร้าได้อีก อ่ะคะ [smilie=bn44.gif]