หน้า 1 จากทั้งหมด 6

เรื่องสยองของแอร์สยาม 1 โดย mummy girl {มีรูป}

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 2:34 pm
โดย myoldeditor
รูปภาพ

เรื่องสยองของแอร์สยาม 1
เรื่องโดย mummy girl
ภาพโดย กำแหงหาญ

หมายเหตุ: เหตุการณ์จริง ภาพและบรรยากาศจำลอง

............................


…รูดการ์ด เซ็นชื่อที่หน้าโต๊ะ SV รับเอกสารเรียบร้อย ...เราหนีบแฟ้มเอกสารปึกใหญ่รวบรวมใส่ไว้ใน Route Folder ที่มีรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับเที่ยวบินของเราในคืนนี้ ....ยังพอมีเวลา เราชงกาแฟร้อนๆ หนึ่งถ้วย เข้าไปในห้องเตรียมงาน ทำงานเอกสาร, assign ตำแหน่งให้ลูกเรือ

ก่อนถึงเวลา brief เล็กน้อย SV โทรมาแจ้งว่าเครื่อง delay 50 นาที ...เซ็ง อีกสักพัก เห็นบนจอมอนิเตอร์ว่าเปลี่ยนจากเครื่อง B777ER เป็น B777-300 ...ยิ่งเซ็งหนัก

บิน 10 กว่าชั่วโมงข้ามคืนเนี่ยนะ ทั้งไม่มีที่นอน crew rest ทั้ง seat ผู้โดยสาร EY ไม่มีจอหนังส่วนตัว เก้าอี้ก็เหมือนเครื่องทรมานนักโทษ คืนนี้ผู้โดยสารเอากรูตายแน่ ...เฮ้อ!

............................


...คืนทรมานผ่านพ้นไปด้วยความเหนื่อยล้าทั้งใจและกายตามคาด ลูกเรือพากันหมดสภาพจนนั่งสัปหงกบนรถไปโรงแรม ถ้ามีแรงฝันก็คงฝันถึงเตียงนุ่มๆ ผ้าห่มอุ่นๆ บางคนอาจจะอยากนอนแช่น้ำอุ่นก่อนนอน ประมาณนี้ ไม่หนีกันเท่าไหร่

...ถึงโรงแรม ได้กุญแจห้อง รับเพอร์เดี้ยม แวะสั่งข้าวไทยที่ร้านเครื่องสำอางค์ในโรงแรม แล้วต่างคนก็แยกย้าย ห้องใครห้องมัน ไม่มีอารมณ์จะนัดใครออกไปไหนเลย ขอนอนเอาชีวิตรอดก่อน ...เหนื่อยจริงๆ

...ห้องที่เราได้อยู่ไม่ไกลจากลิฟท์ ยังคิดในใจว่าโชคดีไม่ต้องลากกระเป๋าไปไกล มีน้องแอร์อยู่ห้องติดๆ กันอีก 2 คน บ๊ายบายกันก่อนรูดการ์ดเปิดประตูห้อง ...แล้วอารมณ์ขุ่นๆ ก็มาเยือน เมื่อพบว่าโซ่ double lock ที่ประตูห้องหายไปในลักษณะถูกงัด กรอบประตูไม้ด้านในหักแหว่งเป็นวงใหญ่ กรอบประตูด้านนอกระดับเดียวกันเยินจนนึกภาพออกว่ามันงัดกันลักษณะไหน โห...อะไรเนี่ย แต่เอาน่า ประตูยังมีที่หมุนล๊อคอีกชั้นตรงลูกบิด ง่วงขนาดนี้ไม่มีแรงไปต่อปากต่อคำขอเปลี่ยนห้อง อยู่ๆ ไปเถอะ แต่สายตาปรือๆ ยังกวาดมองพรมรอบๆ ห้องว่ามีร่องรอยอะไรประหลาดหรือเปล่า อืมม พรมเรียบร้อยดีไม่มีเลอะเทอะ ไม่มีตัดปะ ok น่ะ

...เปิดกระเป๋า จัดข้าวของตามปรกติ เมื่อเดินเข้าห้องน้ำก็พบว่า ห้องน้ำกลิ่นไม่ดี กลิ่นไม่สะอาดเลย ประมาณมีกลิ่นฉี่ฉุนๆ ปนกับน้ำยาล้างห้องน้ำ แถมมีกลิ่นตุๆ แบบท่อตัน ส้วมเต็ม เซ็งมาก ...คิดในใจว่าโชคไม่ดีเลยเรา ได้ห้องห่วยมากทั้งๆ ที่โรงแรมเป็นโรงแรมชั้นดี ตอนนั้นรื้อของทั้งหมดออกจากกระเป๋าแล้ว เหนื่อยมากแล้ว ง่วงสุดๆ แล้ว ทนๆ อยู่ไปเถอะ แค่ไฟลท์รอบเตียงเดี๋ยวจมูกก็ชินกลิ่นไปเอง กลิ่นแบบนี้ก็ใช่จะไม่เคยเจอ ก็เรานอนโรงแรมเป็นอาชีพมาครึ่งชีวิตแล้วนี่นะ

...อาบน้ำแล้วเข้านอน หลับไปได้สองชั่วโมงกว่าก็มีคนมาเคาะประตูห้อง น้องคนไทยมาส่งข้าวน่ะ งัวเงียเปิดประตูรับข้าวกล่องกับน้ำส้มที่สั่งไว้ ทั้งๆ ที่ง่วงก็อดไม่ได้ที่จะเปิดชิมไปหลายคำ ก่อนจะล้มตัวลงนอนต่อแบบหลับสนิทเพราะท้องไม่โหวงเหมือนเมื่อมาถึงตอนแรก

............................

...เที่ยงคืนกับสามสิบแปดนาทีพอดีที่ลืมตาตื่น เป็นนิสัยไปแล้วที่ลืมตาปุ๊บจะหันไปมองนาฬิกาข้างเตียง และคำนวณทันทีว่าเรานอนไปแล้วกี่ชั่วโมง

สบายแล้วเรา 8 ชั่วโมง ตาสว่าง สดชื่น ลืมความเหน็ดเหนื่อยของงานราวปลิดทิ้ง มันเป็นแบบนี้มาเป็นสิบๆ ปี เป็นงานที่สร้างความเบื่อๆ อยากๆ ขึ้นในใจอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เวลาเหนื่อยๆ อดนอน เจอปัญหาทับถมก็เบื่อมาก พองานจบได้นอนพักเต็มที่ ได้เที่ยวเล่น ก็รักงานนี้ขึ้นมาจับใจ มีเสน่ห์ส่วนตัวจริงๆ ...อาชีพคนบนฟ้า

...นอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เสียงท้องร้องเรียกให้เราลุกขึ้นบิดขี้เกียจ กินข้าวต่อดีกว่า เดี๋ยวคงได้นั่งดูหนังหรือทำรูปในคอมจนเช้าแน่ เวลาที่นี่เร็วกว่าเมืองไทยหลายชั่วโมงอยู่ อืม ก็ได้เวลา dinner พอดี

...เข้าห้องน้ำคราวนี้นึกยังไงไม่รู้ปิดประตูห้องน้ำด้วย ทั้งๆ ที่ปกติไม่เคยปิด อยู่คนเดียวก็เดินเข้าเดินออกห้องน้ำตามสบาย แล้วพลันสายตาที่ตอนนี้ลืมตาตื่นเต็มที่ก็สะดุดเข้ากับรอยคราบอะไรสักอย่างบนผนัง มันเปรอะเปื้อนอยู่บนผนังและพื้นห้องน้ำหลังประตู ปูนขาวยาแนวกระเบื้องกลายเป็นสีน้ำตาลคล้ำๆ กระดำกระด่าง ในขณะที่บริเวณอื่นขาวสะอาดทั้งห้อง เมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็เห็นรอยแห้งกรังสีแดงคล้ำเกือบดำจุดเล็กๆ หลายจุด มันติดกรังเป็นแนวตามขอบกระเบื้องบางแห่งในระดับสูงกว่าศีรษะเราเล็กน้อย กลิ่นที่ปะทะจมูกตอนนั้น บอกตัวเองได้ทันทีว่ามันคือ “รอยเลือด” แน่ๆ ไม่ต้องสงสัย

รูปภาพ

รูปภาพ
ภาพและบรรยากาศจำลอง

...กลืนน้ำลายด้วยความลำบากนิดนึง ก่อนจะพยายามตั้งสติและคิดในแง่ดีว่า อาจเป็นแค่คนหกล้มหัวฟาดผนังหัวแตก หรือคนมาพักทะเลาะกันเอาขวดเบียร์ฟาดหัวกันเล่น ...รึยังไงดี ไม่เอาน่าคิดมากไปใย ระดับนี้แล้วไม่กลัว กินข้าวต่อดีกว่า

...ตักข้าวใส่ปากได้ 2 คำ ลำคอเกิดตีบตันขึ้นมาเฉยๆ ใจมันคอยปะติดปะต่อเรื่องราวตั้งแต่ร่องรอยประตูห้องที่โดนงัด กลิ่นฉุนๆ คาวๆ เหมือนตอนที่เราพยายามซักคราบเลือดออกจากผ้า ใช่แน่ๆ และการที่ห้องถูกงัดจากด้านนอกจนโซ่ขาด กรอบประตูหักทั้งยวงแบบนี้ แสดงว่าต้องมีคนไม่มีสติหรือช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หรือตาย? นอนรอความช่วยเหลืออยู่ในห้อง มือเริ่มสั่นขึ้นมาเฉยๆ ข้าวที่กลืนเข้าไปได้สองคำเหมือนจะขย้อนขึ้นมา... อยู่ไม่ได้แล้วจริงๆ

...เราโทรไปขอเปลี่ยนห้อง แป๊บเดียวที่อีกฝั่งรับสายแต่เหมือนจะนานมากมายในความรู้สึก บอกเค้าไปว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้ไม่สบายใจที่จะอยู่ห้องนี้ เดี๋ยวจะลงไปเอากุญแจเอง คือไม่สามารถนั่งอยู่ในห้องนี้โดยไม่รู้ว่าเค้าจะเอากุญแจห้องใหม่ขึ้นมาให้เมื่อไหร่ ...รอไม่ได้แล้วจริงๆ

...เป็นการแพ็คของด้วยความรวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยทำ จับทุกอย่างโยนใส่กระเป๋าใหญ่ ของมีไม่มาก ก่อนอื่นเอาของใช้ในห้องน้ำออกมาทั้งหมดแล้วปิดประตูห้องน้ำ ถ้าปิดตายได้คงทำแล้ว แต่ตอนปิดกระเป๋าใหญ่น่ะสิ เกิดอะไรขึ้น ของก็ไม่มากมายอะไรทำไมปิดไม่ลง ปิดเท่าไหร่ไม่ลงล็อคเสียที มือเริ่มสั่นมากขึ้น ....ในที่สุดต้องขึ้นไปนั่งทับกระเป๋า ฝืนจนปิดมันจนได้ หันไปคว้ากระเป๋าสะพายโยนใส่กระเป๋าลาก กวาดตาดูรอบห้องอีกที ไม่ลืมอะไรแน่แล้ว ถึงลืมก็ไม่กลับมาเอาแล้ว...

...ตอนที่คว้าหูกระเป๋าใหญ่ให้ตั้งขึ้นเพื่อจะลากไปวางไว้ใกล้ๆ ประตูห้อง ความรู้สึกตอนนั้นหลอนมากๆ มันเหมือนมีใครซักคนคอยดึงกระเป๋าไว้ไม่ให้ไป ติดอะไร? ยกไม่ขึ้น ฮือ ฮือ ไม่อยากมองว่ามีอะไรมารั้ง แต่เมื่อจำใจมอง ก็เห็นว่ากระเป๋ามันหนีบผ้าคลุมเตียงอยู่ เหอะ เหอะ น่ากลัวปนตลกเหมือนหนังผีไทยไม่มีผิด คราวนี้สิ พยายามเปิดกระเป๋าก็เปิดไม่ออก ก็เมื่อกี้ฝืนนั่งทับจนมันหนีบผ้าคลุมเตียงไว้แน่นออกอย่างนั้น นึกออกมะ แงะแทบตายกว่าจะออก มือไม้สั่นไปหมด ...เฮ้อ!

............................

...ลากถูลู่ถูกังลงลิฟท์ไปทั้งอย่างนั้น เราเล่าให้พนักงานหน้า front ฟังคร่าวๆ ถึงลักษณะประตูห้อง กลิ่นไม่ดีในห้องน้ำและคราบเลือดที่เราเจอะเจอ เธอทำหน้าตกใจและรีบหาห้องใหม่ให้ สูงขึ้นไปอีกสี่ชั้น อยู่คนละวิง ไกลโพ้น ซึ่งเรายินดีที่จะเดินไกลแล้วคราวนี้ เธอบอกว่าจะ report case ของเราเพื่อไม่ให้ห้องนี้แก่แขกคนอื่นอีก ...ก็ว่ากันไป

...ห้องใหม่แม้จะไกล แต่น่าอยู่กว่ากันเยอะ คิดในใจว่าทำไมห้องว่างๆ ก็มีเยอะแยะทำไมดันเอาห้องนั้นให้เรา แต่แม้ว่าห้องจะดูสบายยังไง ในใจลึกๆ ก็ยังเยือกๆ ทั้งที่เปิดไฟทุกดวงในห้องแล้วก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเท่าไหร่ ยังนอนนึกเล่นๆ ว่านี่มัน crime scene หรือโรงแรมห้าดาวกันแน่ ....ฮือ ฮือ อยากกลับบ้าน จนฟ้าสว่างนั่นแหละถึงได้เปิดม่านนอนหลับตาลงได้อีกครั้ง

............................

ที่กรุงเทพในอีกสองวันต่อมา เรากลับมา search หาข่าว

....มีเหตุอาชญากรรมสะเทือนขวัญในห้องหมายเลข xxx ของโรงแรมนั้น...

............................


เรื่องสยองของแอร์สยาม 1
เรื่องโดย mummy girl
ภาพโดย กำแหงหาญ

หมายเหตุ: เหตุการณ์จริง ภาพและบรรยากาศจำลอง เหอะ เหอะ


............................


เพื่อนลูกเรือคนใดมีประสบการณ์สยองขวัญ อยากนำมาเล่าสู่กันฟัง เชิญส่งผลงานในรูปแบบไฟล์ word .doc ความยาว 3 หน้ากระดาษ (ฟอนต์ 12) และรูปสถานที่นั้นๆ (ถ้ามี-ไม่มีพี่จัดให้) มายัง [email protected] subj: เรื่องสยองแอร์สยาม เรื่องที่ถูกคัดเลือกลงเผยแพร่รับไปเลยกระเป๋าผ้าโคตรเท่จาก thaicabincrew.com มูลค่า 150 บาท จะให้ดีกรุณาระบุสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน เผื่อไปบิน myoldeditor จะได้เตรียมตัวเตรียมใจถูก ตามนั้น...


............................

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 2:49 pm
โดย under_scroll
เอิ่มมม....อึก..

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 2:57 pm
โดย youngplant
เง้อ น่ากัวจัง

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 3:00 pm
โดย jenny_hermiony
น่ากัวววววววววววววววววววววว

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 3:30 pm
โดย inccycle
น่ากลัวตรงที่มา Search เจอด้วยนี่แหละ มันเป็นเรื่องจริง - -"

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 4:56 pm
โดย Boeing_747er
ขออย่าให้เจอ เลยยย รับไม่ได้จริงๆ ของแบบนี้

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 4:58 pm
โดย paruj
:shock: :shock:

ขอรออ่านอย่างเดียว ไม่ขอส่ง เพราะไม่อยากเจออออ่า

สยองๆ

แต่มีเพื่อนเคยเจอแบบน่ากลัวมากกก ไปเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนส่งเรื่องเข้าประกวดแล้วเอารางวัลเองดีก่า เหอๆ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 5:01 pm
โดย tsubasa_bell
เป็นอะไรที่สยองมาก

ผมจะวิ่งออกตั้งแต่เจอคราบเลือดละ


ไม่ไหวแล้ว กลัวผี

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 5:01 pm
โดย N' Thung
เออ...

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 6:42 pm
โดย ilovetakki
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

นึกภาพไปด้วย เหมือนหนังผีของ ต้อม-ยุดเลิด เปิดประทุน เรยแฮะ

จะให้ดีตอนที่หันไปสำรวจว่าลืมของหรือป่าว ก่อนออกจากห้องจะต้องเจอ ญ ชุดขาวตัวเปื้อนเลือดที่มุมห้อง กะลังมองมาด้วยสายตาอาฆาตแค้น ที่ไม่ช่วยเธอ

ทันใดนั้น...เทอก้อพุ่งเข้าหา mummy girl ทันที แต่ตัวเอกของเรื่องได้สลบไป มีเสียงหนึ่งกำลังเรียก "คุนๆ ได้ยินไม๊ครับ เปนอะไรรึป่าว?" เจ้าของเสียงนั้นคือ หนุ่มหล่อ เปนพระเอก ไรงี้ :lol:

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 7:02 pm
โดย timeless
น่ากลัวมาก
เป็นคนหนึ่งที่กลัวเรื่องพวกนี้มากๆ

ท่องนะโม แล้วหนีออกมาเลยละกันคะ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันอาทิตย์ พ.ย. 16, 2008 7:48 pm
โดย landmee
อ่านแล้วเครียดกว่าอ่านหนังสือสอบอีก แต่มันก็อยากอ่าน แฮ่ๆ มนุษย์หนอมนุษย์