หน้า 1 จากทั้งหมด 4

Munich: TG crew's accommodation in the English Garden

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. มิ.ย. 28, 2007 11:32 pm
โดย กำแหงหาญ
รูปภาพ

Munich: TG crew's accommodation in the English Garden
เรื่องและภาพโดย กำแหงหาญ

คำเตือน: เยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีควรมีผู้ปกครองให้คำแนะนำในการอ่าน


.........................


ในรอบเดือนนี้ผมมีตารางบินมามิวนิคสองรอบ ดีใจครับเพราะส่วนตัวแล้วชอบเมืองนี้เอามากๆ ครั้งแรกบินตามตารางบินตัวเอง ส่วนครั้งที่สองเพิ่งกลับมาเป็นไฟลท์ของเพื่อนร่วมรุ่นที่เอามาให้ ก็เรียกว่าสุข สดชื่น สมหวัง ลงตัวกันทั้งสองฝ่าย

.........................

รูปภาพ

เครื่องบินที่เราทำงานไปมิวนิคเป็นเครื่องบินแอร์บัส 340-600 ที่พวกเราไม่ค่อยเจอบ่อยนัก จะหยิบจะจับ จะหาอะไรบางทีก็มีหมุนๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อขึ้นไปทำงานบ่อยๆ เข้าก็เกิดความคุ้นเคย และหากจะพูดกันรวมๆ การทำงานของลูกเรือบนเครื่องบินแอร์บัส 340-600 อาจจะเหนื่อยและขลุกขลักกว่าทำงานบนเครื่องจัมโบ้ 747-400 อยู่นิดหน่อย (แม้จะบินในเส้นทางเดียวกัน) แต่บรรยากาศภายในเครื่องแอร์บัสนั้นดีกว่าแน่ๆ เนื่องจากความใหม่และความทันสมัย โดยเฉพาะห้องโดยสารที่ (ค่อนข้าง) หรูหรามี PTV ให้ผู้โดยสารทุกที่นั่ง ผู้โดยสารจึงมักสนุกกับเกมและภาพยนตร์บนหน้าจอส่วนตัวของตัวเองมากกว่าจะมาเจ๊าะแจ๊ะกับลูกเรือที่กำลังนั่งหลับสัปหงกกันอย่างสบายในแกลลี่ครัวหลัง ส่วนที่นั่งในชั้น Business Class และ First Class แม้จะไม่อลังการงานสร้างดั่งสายการบินชั้นนำอื่นๆ แต่ก็ถือว่าพอดูได้สำหรับสายการบินประเทศกำลังพัฒนาอย่างเราๆ

เหมือนปลงๆ ยังไงไม่รู้...

.........................

เมืองมิวนิคมีสิ่งน่าสนใจให้เขียนถึงมากมาย แต่วันนี้ขอนำเรื่องราวเกี่ยวกับที่พักใหม่ของลูกเรือไทยมาให้อ่านกันก่อน ด้วยเหตุที่เราเพิ่งย้ายจากโรงแรม Mercure ซึ่งอยู่ในเมืองมาอยู่โรงแรมในสวนได้ไม่นาน (จริงๆ ก็หลายเดือนแล้ว) แต่เพื่อนๆ ลูกเรือหลายคนโดยเฉพาะลูกเรือรุ่นใหม่ที่เพิ่งขึ้นมาบินยุโรปอาจยังไม่เคยรู้จักโรงแรมนี้ ผมจึงถือโอกาสนำมาเสนอซะตอนนี้ก่อนที่จะสายเกินไปครับ

.........................

รูปภาพ รูปภาพ

โรงแรมของเราไม่ได้อยู่ในสวนหรอก ต้องเรียกว่าอยู่ข้างสวนมากกว่า ข้างโรงแรมมีลำธารใหญ่ไหลผ่าน แต่ก็เชี่ยวเกินกว่าจะลงไปเดินเล่นชมกรวดหินดินทราย จากภาพจะเห็นตึกโรงแรมสูง และเห็นลำธารอยู่ด้านล่างของภาพ ห้องอาหารที่เรารับประทานอาหารเช้าราคา 13 ยูโร (คุณภาพสมราคา-แม้จะสู้ Breakfast ที่เมอร์เคียวไม่ได้ แต่แชมเปญยามเช้าก็ดื่มได้ไม่อั้นเหมือนกัน) จะเห็นวิวลำธารได้เต็มตา (ซึ่งจะว่าไปมันก็ไม่ได้สวยงามอะไรนัก)

.........................

รูปภาพ

Lobby ของโรงแรมไม่ต่างจาก City Hotel ทั่วไป แต่ที่ผมชอบคือมี Lobby bar ให้ผมนั่งกระดก Weiss Bier ยามดึกได้ในราคาพอๆ กับบาร์ข้างนอก (แต่ต้องนั่งรถเมล์สาย 54 เพื่อที่จะไปต่อรถราง โอ๊ยยยยยยย กว่าจะได้เมา-แล้วไหนจะขากลับอีกล่ะ ไม่ไหวๆ) บริเวณ Lobby และร้านอาหารมีสัญญาณอินเตอร์เนตไร้สายความเร็วสูงไว้บริการ แต่ถ้าจะใช้ก็ต้องเสียเงินค่าเชื่อมต่อ 22 ยูโรสำหรับการใช้งาน 24 ชั่วโมง ถือว่าแพงกว่าโรงแรมอื่นๆ ในยุโรป ก็ไม่รู้เมื่อไหร่ Contract โรงแรมของเราจะรวมฟรีอินเตอร์เนตไว้ด้วยซักที

.........................

สนามบินนานาชาติ Franz Josef Strauss ณ สถานีมิวนิคเป็นสนามบินใหม่ทันสมัยที่ยกระดับจากสนามบินเดิมจนแทบจำหน้าตาไม่ได้ เรียกว่าถ้าเป็นคนรุ่นป้าก็ทั้งฉีด ทั้งดึง ทั้งเฉือนจนกลับกลายเป็นสาวน้อย เจ๋งไม่เจ๋ง แต่จากการสำรวจของ Skytrax (ที่เชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง) สนามบินมิวนิคเป็นสนามบินที่ดีที่สุดของยุโรป (ไม่เชื่อ) และดีที่สุดเป็นลำดับที่ 3 ของโลก (ไม่เชื่อ) รองจากชางงีสิงคโปร์ (อันนี้เชื่อ) สนามบินนานาชาติฮ่องกง (อันนี้ก็ไม่ค่อยอยากเชื่อ) แต่สรุปได้ว่าเป็นสนามบินนานาชาติที่มีอนาคตดีทีเดียว อย่างน้อยก็มีอัตราการจราจรคับคั่งเป็นอันดับสองของเยอรมันรองจากสนามบินแฟรงค์เฟิร์ต

.........................

รูปภาพ

ระยะทางจากสนามบินมิวนิคเข้าเมืองบนทางด่วน Autobahn ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เวลาของที่นี่ก็ราวๆ หนึ่งทุ่มแต่แดดแจ๋พอๆ กับสี่โมงเย็นบ้านเรา เจอแดดเข้าไปอย่างนี้ลูกเรือส่วนใหญ่จะพากันนอนหลับม่อยกระรอกเพราะจากกรุงเทพใช้เวลาบินเกือบ 11 ชั่วโมงไม่ใช่คลี่ๆ ส่วนผมอั้นไว้ไปนอนรวดเดียวที่โรงแรมจึงชมวิวทิวทัศน์ท้องทุ่งท้องนาสลับกับท้องฟ้าที่มีเมฆฉ่ำฝน แล้วก็ได้รูปเบลอๆ รูปนี้มาให้ชมกัน

.........................

มาดูในห้องพักกันบ้าง

รูปภาพ

ภายในห้องพักมีระเบียงขนาดออกไปยืนบิดขี้เกียจได้ แต่อย่าแก้ผ้าหรือนุ่งลมห่มน้อยออกไปด้วยคิดว่าเป็นโรงแรมในสวนจะไม่มีใครเห็น เพราะตึกสำนักงานอื่นๆ มันก็ตั้งรายรอบอยู่หลังร่มไม้ใหญ่ที่เห็นอยู่ข้างหน้านั่นแหละ มองจากระเบียงลงไปด้านล่างจะเห็นลำธารสายเดียวกับที่ไหลผ่านข้างโรงแรม วันที่ผมอารมณ์ครึ้มๆ มักนำโน้ตบุ๊คออกไปออนไลน์รับอากาศบริสุทธิด้านนอก บางครั้งก็เปิดเพลงเก่าๆ ฟังเสียงน้ำไหล และกระดกเบียร์เย็นๆ ไปเรื่อยๆ ก็ให้บรรยากาศรื่นรมย์ดีเหมือนกัน

.........................

รูปภาพ

สุขภัณฑ์ในห้องน้ำไม่ต่างจากที่อื่น ผมจึงคร้านจะนำโถส้วมมาให้ชมกัน แต่ที่นำมาให้ชมตามภาพคือไดร์เป่าผม เพื่อนๆ แอร์ที่มามิวนิคจึงเบาใจได้ว่าโรงแรมนี้มีไดร์เป่าผมให้ใช้แน่ๆ ไม่ต้องโทรขอ Housekeeping ให้ลำบากใจ ที่ต้องแจ้งกันให้ทราบเพราะโรงแรมห้าดาวบางแห่งในยุโรปไม่มีไดร์เป่าผมติดตั้งถาวรไว้ในห้อง และจะให้เมื่อขอเท่านั้น โอ้พระเจ้าช่วยกล้วยทอดแค่ไดร์เป่าผมมันจะงกไว้ทำซากไรเนี่ย ...

.........................

รูปภาพ

ปลั๊กไฟเป็นแบบสองรูกลมซึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าจากบ้านเราใช้ได้เลย แต่ลูกเรือส่วนใหญ่มี Universal adapter ติดตัวเป็น No Go Item อยู่แล้วคงไม่ต้องแนะนำอะไรมาก

.........................

รูปภาพ

ตู้มินิบาร์เป็นแบบ Full computerized คือใครเผลอชักขวดออกจากที่สิงสถิตของมัน มันจะ Automatically charge เงินลงบิลห้องทันที ถ้าจะให้ปลอดภัยเจอตู้เย็นมินิบาร์ลักษณะนี้เมื่อไหร่ให้อยู่ห่างๆ ไว้ หากมีความจำเป็นยิ่งยวดต้องใช้แช่ยา แช่เครื่องสำอางหรือแช่ของกิน ไส้กรอก ไส้อั่ว หรืออาหารสดต่างๆ ที่หอบมาจากกรุงเทพหรือที่จะหอบกลับกรุงเทพ แนะนำให้แจ้ง Reception ทราบก่อนที่จะรื้อเครื่องดื่มต่างๆ ออกจากตู้ โรงแรมส่วนใหญ่มักอนุญาตให้ใช้ตู้ Mini bar หากมีเหตุผลที่พอฟังขึ้น เนื่องจากถือว่ามินิบาร์เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับห้องชิ้นหนึ่งเท่านั้น เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่าถ้าคนไม่หิวหรือไม่อยากจริงๆ คงไม่บ้าดื่มโค้กหรือช๊อคโกแลตบาร์ที่ราคาแพงกว่าท้องตลาด 2-3 เท่าเป็นแน่

ที่สำคัญคืออย่ามักง่ายนำของสดออกมาแขวนไว้นอกระเบียงรับอากาศหนาวเด็ดขาด เพราะถุงก๊อบแก๊บ Big C สีเขียวๆ ที่ห้อยต่องแต่งอยู่นอกระเบียงน่ะเห็นชัดแต่ไกลเตะสายตาคนสุดๆ และโชคร้ายอาจโดนอีกาที่หิวโหยโฉบเอาไปกินซึ่งก็เกิดขึ้นมาแล้วบ่อยๆ

.........................

รูปภาพ

เหนือตู้เย็นเป็นเคาน์เตอร์วาง Set ชากาแฟและกาต้มน้ำร้อน มีกาต้มน้ำร้อนแบบนี้ลูกเรือไทยถือว่ารอดตายแล้ว เพราะแค่กาต้มน้ำร้อนโง่ๆ อย่างที่เห็นในภาพ พวกเรานักประดิษฐ์ก็สามารถนำมันมาดัดแปลงเป็นอุปกรณ์ทำอาหารโน่นนี่สารพัดสารเพได้หอมอร่อยในพริบตา (แต่เพลาๆ กันหน่อยก็ดีนะเพื่อน เดี๋ยวจะเกิดเรื่องต้องย้ายโรงแรมกันอีก)

.........................

รูปภาพ

หมอนและฟูกนอนสบายไม่ปวดหลัง ส่วนการตกแต่งภายในห้องไม่มีอะไรวิเศษวิโส ภาพเก๋งจีนที่เห็นเป็นภาพยอดนิยมเนื่องจากห้องพัก 8 ใน 10 ห้องของโรงแรมใช้รูปนี้ประดับฝาผนังเหมือนกันหมด ทำเป็นเล่นไปเก๋งจีนหลังเดียวกับที่เห็นในภาพถือเป็น Landmark อีกแห่งของเมืองมิวนิคเลยทีเดียว

.........................

รูปภาพ

เพื่อนๆ บางคนห่วงว่าโรงแรมในสวนจะหาของกินลำบาก แนะนำให้เดินเข้าไปใน English Garden ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตรรับรองจะพบขุมทรัพย์ อธิบายทิศทางเป็นตัวหนังสือลำบากเนื่องจากเป็นทางเดินลัดเลาะคดเคี้ยวเข้าไปในสวน (หรือจะเดินไปบนถนนตามเส้นทางรถเมล์สาย 54 ที่วิ่งผ่านหน้าโรงแรมก็ได้) แต่ถาม Concierge ดีกว่าเพราะใครๆ ก็รู้จักเก๋งจีนกันทั้งนั้น

รูปภาพ

ที่นั่นมีเบียร์การ์เดนเก่าแก่และมีชื่อเสียงมีประวัติยาวนานนับร้อยปี ปัจจุบันก็ยังคงเป็นเบียร์การ์เดนนั่นแหละ (แล้วจะให้เป็นอะไร) และมีอาหารเยอรมันหลากชนิดให้เลือกกินโดยเฉพาะช่วงเวลาอันอบอุ่นเช่นนี้ ไล่มาตั้งแต่ของกินเล่น จำพวกสลัด ขนมปัง ไส้กรอกขาวอวบ (ดังที่เห็นในภาพ) จนมาถึงของหนักเช่น ไก่ย่างและขาหมูเยอรมันพระเอกของงาน รวมไปถึงไวน์และเบียร์หลายรสชาติที่แม่งโคตรอร่อยถูกใจสจ๊วตเฒ่าจริงๆ

.........................

รูปภาพ

ที่เห็นจานเบ้อเริ่มในภาพคือภาระใหญ่ของผมที่ต้องจัดการให้หมด ที่ดูไหม้ๆ เกรียมๆ คือขาหมูเยอรมัน แนมด้วยกระหล่ำปลีดอง (Sauerkraut) และมันบด (Kartoffelbrei) ส่วนจานที่อยู่ถัดไปของเพื่อนผม ก็ขาหมูเหมือนกันแต่แนมด้วย กระหล่ำปลีฟ้า (Blaukraut) Blau น่ะแปลว่าสีฟ้า แต่สีจริงๆ จะออกแดงๆ ม่วงๆ รสชาติออกหวานนิดๆ กินกับขาหมูก็ตัดความเลี่ยนได้ดี แต่ขาหมูจะอร่อยมากขึ้นหากมีน้ำจิ้มซีฟู้ดติดมาด้วย (ที่นี่มีมัสตาร์ดให้เท่านั้น) แหม พิมพ์ถึงตรงนี้บอกตรงๆ ว่าอดกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ ไม่ได้ สนนราคาอาหารจานนี้ประมาณ 500 บาทถือว่าถูกและคุ้มค่า เพราะกินขาหมูหนึ่งขารับรองว่าอิ่มปลิ้นไปทั้งคืน ถูกใจเฒ่า Hard Core อย่างผมจริงๆ

.........................

รูปภาพ

สำหรับผู้ที่แก่กล้าในเชิงเมรัยศาสตร์แนวไฟต์เตอร์ชวนทะเลาะไม่เลิก ผมแนะนำให้ลองดื่ม Weiss Bier เพราะดื่มง่ายและเมาแน่ๆ แต่ถ้าชอบสไตล์ดื่มเล่นๆ ติ๊ดชิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ขมปากแนะนำให้ดื่มเบียร์ผสมสไปรท์ที่เรียกว่า Radler จะเมานิ่มและคล่องคอกว่า บุคคลที่ถือแก้ว Radler ในภาพคือขุน เพื่อนสนิทคนหนึ่งในจำนวนเจ็ดคนของผมที่ร่วมกิน ขี้ ปี้ นอนกันมาตั้งแต่สมัยนุ่งขาสั้นอยู่สวนกุหลาบ วีรกรรมตำบอนที่มันทำไว้ในสวนหย่อมของราชนาวีสโมสร ท่าช้างเมื่อยี่สิบปีก่อนกลายเป็นตำนานเล่าขานที่พวกเราไม่เคยลืม

.........................

ไม่รู้จะบอกว่าเสียดายหรืออะไรดี วันนี้เพื่อนขุนของผม “เปลี่ยน” ไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ แต่จะเป็นอย่างไรก็ตาม มันก็คือขุนคนเดียวกับที่เคยหนีโรงเรียนไปตีหม้อศรีทองและแอบไปเล่นสเก๊ตกันที่โรงแรมเอเซียนั่นแหละ เอาเถอะ อะไรๆ มันก็เปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งเดียวที่ผมเชื่อว่าจะไม่มีวันเปลี่ยนคือมิตรภาพระหว่างเรา แม้เวลาที่ผ่านไปจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราจืดจางลงไปบ้าง แต่ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่ามัน recall กลับคืนมาได้ไม่ยาก

.........................

รูปภาพ

{ตรงนี้ขอส่วนตัวนิด: เดือนตุลาคมครบรอบยี่สิบเอ็ดปี UUSN (Union United Suankularb National) หวังว่าจะเป็นวันที่พวกเราได้เจอกันพร้อมหน้า ...แม่งคงสนุกพิลึก}

.........................

เรื่องราวของผมจบลงตรงนี้ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวอันไร้สาระมาจนจบ ขออภัยที่ตอนจบของเรื่องไม่เกี่ยวกับตอนต้นซักนิด จะแปลกอะไร ชีวิตคนเราก็มักไม่มีอะไรต่างจากนี้...

.........................



Munich: TG crew's accommodation in the English Garden
เรื่องและภาพโดย กำแหงหาญ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. มิ.ย. 28, 2007 11:35 pm
โดย Mac_A380
โรงแรมดูหรูเรียบๆดีนะครับ ขอบคุณครับ :D

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. มิ.ย. 28, 2007 11:59 pm
โดย beer_tg
แหมๆๆๆ ลุงหาญจะไม่ชอบสถานีมิวนิคได้ไงล่ะ

ขาหมูท่อนเบ้อเร่อ แถมยังนอนกอดเดี้ยมกระดกเบียร์ฟังเฉลียงอีกตั้งหาก :D

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ มิ.ย. 29, 2007 1:47 am
โดย youngplant
รูปสวย อิอิ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ มิ.ย. 29, 2007 3:56 am
โดย tatarist
intercon. ใช่มะคะ และแล้วเราก็ย้ายมาอยู่โรงแรมเดียวกัน :D

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ มิ.ย. 29, 2007 4:25 am
แง่ง อยากไปมั่งอะพี่ เซ็งจริงๆๆ เค้าบอกว่าหนูเตี้ย

แต่ชอบรูปแบบนี้จังเลยพี่ สวยดีค่ะ มันปกปิดความผิดพลาดได้เนียนดี อิอิ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ มิ.ย. 29, 2007 9:09 am
โดย pimcu
ในบรรดาข้อความที่ลุงหาญเล่าให้ฟัง ชอบประโยคนี้สุด "กิน ขี้ ปี้ นอน" คิดได้ไง เห็นภาพเลย

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ มิ.ย. 29, 2007 9:36 am
โดย mintto
รูปสุดท้ายได้ใจมั่กๆๆๆ :lol:

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ มิ.ย. 29, 2007 10:12 am
โดย ~Kcy In Luv~
:D :D :D
Thnx kA!

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ มิ.ย. 29, 2007 11:24 am
โดย p_poy
เอ่อ...ขาหมู...น่ากิน
ขอบคุณคับที่แบ่งปัน

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ มิ.ย. 29, 2007 12:24 pm
โดย MyLiveInTheSky
รูปถ่ายหน้าตึก100ปี พระเจ้าช่วยก่อนผมเกิดซะอีก ไม่น่าเชื่อว่ามี[email protected]เยอะแบบนี้ ขอบคุณสำหรับเรื่องครับ

-

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ มิ.ย. 29, 2007 1:17 pm
โดย switch
น่าไปเยือนดีครับ มิวนิค อีกปีคงได้ไปเยือน

เห็นรูปสวนกุหลาบ แล้วคิดถึงเพื่อนๆเหมือนกันครับ