หน้า 1 จากทั้งหมด 4

ชีวิตลูกเรือไทย: จากเอเธนส์ด้วยความ "เกลียด"

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 9:03 pm
โดย กำแหงหาญ
รูปภาพ

From Athens with Hate
เรื่องและภาพโดย กำแหงหาญ

..............................


จากมาแค่สี่ปี ไม่น่าเชื่อว่าเอเธนส์จะเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ แค่ก้าวแรกที่ย่างเท้าออกจากประตูเครื่อง ผมก็พบกับสนามบินนานาชาติใหม่เอี่ยมชื่ออ่านยาก Eleftherios Venizelos ซึ่งหรูหราและโอ่โถงไม่แพ้สนามบินอื่นใดในโลก

สีที่ทาเสาตอม่อทางด่วนและอาคารสถานีรถไฟภายนอกสนามบินเพิ่งจะแห้งก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค 2004 เริ่มขึ้นไม่กี่ชั่วโมง ไม่ต้องสังเกตอะไรมากจะเห็นร่องรอยผักชีโรยอยู่ตลอดสองข้างทาง ถนนสายเล็กที่นำเราสู่เอเธนส์แม้จะได้รับการปรับปรุงใหม่ แต่ทัศนียภาพโดยรวมยังเละเทะไม่ต่างจากสี่ปีก่อน แม้ “โอลิมปิคกลับบ้าน” จะประสบความสำเร็จเกินคาด แต่ตำนาน “ผักชีกรีก” คงอยู่ในความทรงจำของชาวโลกไปอีกนาน

เอเธนส์ก็พอๆ กับโรม อิสตันบูลหรือกรุงเทพของเรานี่แหละ อย่าไปคิดอะไรมาก แม้จะไม่หรูหราเหมือนโตเกียว ปารีสหรือลอนดอน แต่ความมีชีวิตชีวาและสีสันอันตระการตาของเมืองรับรองไม่น้อยหน้าเมืองที่กล่าวมานั่นแน่ๆ

..............................


โรงแรมแห่งใหม่ของเราอยู่ห่างจากเอเธนส์ราว 3-4 กิโลเมตร สะดวกสบายตรงที่เข้าเมืองง่ายและหาของกินง่าย แต่ผมอดคิดถึงโรงแรมริมหาดที่เคยพักเมื่อหลายปีก่อนไม่ได้ ถ้าฟลุคๆ ได้ห้อง sea view ที่มีระเบียงกว้างยิ่งแจ่มเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะแถวชายหาดในหน้าร้อน อาจมีบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้สจ๊วตไทยเกิดโรคที่เรียกว่าตากุ้งยิงได้ง่ายๆ

ถึงโรงแรมที่พัก รับกุญแจ นัดแนะเพื่อนร่วมไฟลท์เรียบร้อย ผมก็ขึ้นห้องและล้มตัวลงนอนทั้งชุดลูกเรือที่หมักหมมมาทั้งคืน รู้สึกขยะแขยงตัวเองอยู่บ้าง แต่ก็ขี้เกียจเกินไปที่จะอาบน้ำ อดคิดไม่ได้ว่าทำไมผมถึงเป็นสจ๊วตที่ซกมกขนาดนี้

..............................


รูปภาพ

พักผ่อนสามสี่ชั่วโมงก็เหลือเฟือ ผมสจ๊วตเฒ่า, “เติร์ท” สจ๊วตหนุ่มและป้าๆ ร่วมไฟลท์เฮโลสาระพาขึ้นรถโรงแรมเข้าเมือง สิบนาทีต่อมาเรามาถึงจัตุรัสซินตัคม่า (Syntagma Sqaure) ผมเดินตัดข้ามจัตุรัสมายังลานกว้างหน้าอาคารรัฐสภาที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากพอๆ กับฝูงนกพิราบ (เอเธนส์มีประชากร 3.5 ล้านคนแต่มีนักท่องเที่ยว 12.5 ล้านคน) เมื่อแหวกคนมุงเข้าไปก็พบทหารหนุ่มในเครื่องแบบกระโปรงสั้นใส่รองเท้าหน้าตาประหลาดที่เรียกว่าปอมปอม (Pom-Pom) กำลังสวนสนามเสียงดังพึ่บพั่บ ทหารยามหน้ารัฐสภาแห่งนี้มาจากเมืองเอฟโซนี่ (Evzoni) ในแคว้นมาซีโดเนีย ซึ่งมีประวัติการสู้รบอาจหาญในสงครามกู้อิสรภาพ ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังของกษัตริย์ออตโต (King Otto) มาเปลี่ยนเป็นอาคารรัฐสภาเมื่อประเทศกรีซเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐในปี 1935

รูปภาพ
แผงขายล๊อตเตอรี่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจัตุรัสซินตัคมา

จากจัตุรัสซินตัคมา เราเดินไปตามถนน Panepistimiou มุ่งหน้าจัตุรัสโอโมเนีย (Omonia) ขวามือคืออาคารอลังการสไตล์นีโอคลาสสิคสามหลังติดกัน หลังแรกคือ Athens Academy ผลงานการออกแบบสุดยอดของ Theophile สถาปนิคชาวเดนมาร์ค ยอดเสาไอโอนิคขนาดใหญ่สองต้นด้านข้างประดับรูปปั้นเทพอพอลโลและเทพีเอธินา หลังกลางคือตึกหน้ามหาวิทยาลัยเอเธนส์ที่โดดเด่นด้วยภาพเขียนแบบเฟรสโกเล่าเรื่องปกรณัมกรีก ส่วนอาคารหลังสุดท้ายเป็นหอสมุดแห่งชาติที่ผมได้แต่ยืนชื่นชมอยู่ภายนอก

..............................


รูปภาพ
หลากหลายอารมณ์ที่สถานีรถไฟโมนาสติรากิ

จากจัตุรัสโอโนเมีย เราเดินสู่ย่านโมนาสติรากิ (Monastiraki) ที่มีตรอกซอยซอยเล็กน้อยเต็มไปหมด

รูปภาพ
ซื้อเข้าไปเหอะ ท้ายสุดก็กลายเป็นขยะที่บ้าน

ด้านหนึ่งเป็นร้านอาหาร และหากเดินตัดลานกว้างหน้าสถานีรถไฟจะเข้าสู่ Monastiraki Flea Market ที่ขายของเบ็ดเตล็ดตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ

รูปภาพ

เราจ่อมลงที่ร้านอาหารทำเลดีใกล้จัตุรัสโมนาสติรากิ สั่งกรีกสลัด (Horiatiki) ที่ไม่มีอะไรมากไปกว่ามะเขือเทศหั่นชิ้นใหญ่ แตงกวา หอม พริกหยวก ราดด้วยน้ำมันมะกอก และโปะหน้าด้วยเฟต้าชีส (Feta Cheese) จะว่าไป แค่จานนี้ผมก็อิ่มจะแย่แล้ว แต่ด้วยความอยาก ผมสั่ง Souvlaki หรือแฮมเบอร์เกอร์กรีกจานยักษ์มากินอีก (Souvlaki = Kebab ใส่เนื้อหั่นเป็นชิ้นและผักหลากชนิดห่อมาในแป้งโรตีอันใหญ่) และแน่นอน Mythos เบียร์พื้นเมืองคนละขวดสองขวดเป็นการตบท้าย

รูปภาพ

ถ้าอยากนั่งร่วมโต๊ะกับหนุ่มสาวชาวเอเธนส์ แนะนำให้เดินเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่นำเราไปยัง Ancient Agora แถวนั้นมีร้านอาหารเก๋ๆ เรียงรายด้านขวามือมากกว่าสิบร้าน แต่ละร้านมีหนุ่มสาวชาวกรีกนั่งป้อและจูบปากกันดูดดื่ม ยิ่งหลังสามทุ่มไปแล้ว ขอแนะนำว่าเป็นที่ๆ สจ๊วตไทยหน้าไหนก็ไม่ควรพลาด

รูปภาพ
นึกว่าขายอะไรที่แท้ก็มะพร้าว

..............................


รูปภาพ

ผมเสียค่าผ่านประตูค่อนข้างแพงเข้าไปชมตลาดโบราณ (Ancient Agora) อันเคยเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครอง ที่ตั้งของศาลและย่านการค้ามาตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ภายในบริเวณกว้างขวางมีซากปรักหักพังของอาคารโบราณอยู่ในทุกพื้นที่ จะมีก็แต่ The Temple of Hephaestus หรือ Thisseion อันตระหง่านอยู่บนเนินเขาเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์

รูปภาพ

การเดินเท้าสู่ Acropolis Hill เป็นการทรมานคนแก่ชัดๆ ป้าๆ แอร์รู้ทันจึงค่อยๆ ชิ่งไปทีละคนสองคน ท้ายสุดก็เหลือผมกับ “เติร์ท” ที่ต้องเดินลุยหน้าต่อไปอย่างคนไม่รู้ชะตากรรม (Acropolis แปลว่า high city เมืองอันอยู่ในที่สูงหรือแถวบ้านผมเรียกว่าเนินเขา) Acropolis Hill เป็นที่ตั้งของวิหารพาร์เธนอน (Parthenon) สิ่งก่อสร้างยุคโบราณหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก วิหารพาร์เธนอนนั้น โดยรูปทรงอันใหญ่โตของมันก็มหัศจรรย์อยู่แล้ว แต่ที่มหัศจรรย์กว่าก็ตรงที่มันได้รับการซ่อมแซมยาวนานข้ามศตวรรษ ด้วยวิหารพาร์เธนอนถูกทุบ ถูกทึ้ง ถูกขโมย ถูกระเบิด ถูกแกะ ถูกแงะและถูกทำลายมาหลายรูปแบบ จะถ่ายรูปมุมสวยทั้งทีจึงต้องหลบนั่งร้านและปั้นจั่นกันวุ่นวาย

..............................


กว่าผมและ “เติร์ท” จะลงจาก Acropolis ก็สองทุ่ม เราคงจะเดินมุ่งหน้าไปขึ้นรถกลับโรงแรมหากไม่เจอกับหนุ่มกรีกนามเอเรส (Ares) ที่ปรี่เข้ามาทักทายเราซะก่อน ไอ้หนุ่มกรีกชื่อเก๋ที่แปลว่านกอินทรีเข้ามาแนะนำพูดคุยและเชิญชวนให้เราไปนั่งชิล ชิลที่คาเฟ่วัยรุ่นริมทางที่ผมเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นเรื่อง ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่เคยเชื่อไอ้หนุ่มที่เสนอตัวเข้ามาคุยกับนักท่องเที่ยวแบบนี้เท่าไหร่ เพราะเคยมีประสบการณ์เลวร้ายแทบเอาตัวไม่รอดที่อิสตันบูลเมื่อราวสิบปีที่แล้ว คราวนั้นถ้าไม่มีแม่ไม้มวยไทยติดตัวไว้บ้าง ผมอาจถูกรุมกระทืบตายไปแล้วก็ได้ แต่คราวนี้ยังไงก็อุ่นใจที่มี “เติร์ท” อยู่เคียงข้าง ผมไม่ได้ประมาท เพราะก็ประเมินสถานการณ์อยู่เหมือนกัน ถ้ามาร้ายหรือพาเราไปร้านนอกชุมชนก็คงจะชิ่งหนีออกมา แต่ถ้ามาดีก็ถือเป็นกำไรมีเพื่อนชาวกรีกพาไปโน่นไปนี่ตามประสาคน Local ซึ่งผมก็ชอบบรรยากาศอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว

...ว่าแล้ว “เอเรส” ก็นำเราไปร้านดังว่า

รูปภาพ

ร้านมันเจ๋งจริงๆ และเนืองแน่นไปด้วยหนุ่มสาวชาวกรีก ผมกับ “เติร์ท” อยากนั่งด้านในร้าน เพราะ Live Band ที่สาวกรีกเป็นนักร้องนำนั้นหุ่นกำลังน่าฟัด หน้าอกหน้าใจกำลังเหมาะและทรวดทรงองค์เอวกำลังดี แต่จำต้องนั่งโต๊ะด้านนอกอย่างเสียไม่ได้ เอเรสมันก็ดีนะคอยเป็นธุระจองโต๊ะข้างในไว้ให้เผื่อว่าง

ด้วยคำแนะนำของเอเรส เราได้ของแกล้มเบียร์มาสองอย่าง จานแรกคือ Revitha Keftedes หรือเนื้อไก่บดคลุกกับถั่ว ปั้นเป็นก้อนกลมๆ แล้วเอามาทอด รสชาติเค็มๆ ดี ถ้ามีซอสพริกคงเจ๋งกว่านี้ จานที่สองคือจานบังคับคือปลาหมึกชุบแป้งทอดหรือ Kalamarakia เรามีน้ำใจเอื้อเฟื้อให้เอเรสสั่งมากินบ้าง มันก็ไม่ขัดศรัทธา สั่งสลัดมันฝรั่งหน้าตาแหยะๆ Patates Gemista มานั่งโซ้ยคนเดียวจานเบ้อเริ่ม

สามทุ่มกว่าเติร์ทชวนผมกลับโรงแรม ในขณะที่ผมอิดออดด้วยรู้สึกสนุกขึ้นเรื่อยๆ เอเรสรู้ดังนั้นก็เสนอว่าไม่ต้องกังวลเดี๋ยวขับรถไปส่ง อ้าวมีรถด้วยเหรอคุณ ดีเลยเข้าทาง ถ้างั้นหนุกหนานกันต่อ... ไอ้สนุกสนานกันต่อก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าสั่งเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ผสมอยู่ด้วยมาดื่มเพิ่มเติม ผมกับ “เติร์ท” น่ะเริ่มตึงๆ เพราะซัดเบียร์กันมาหลายขวดตั้งแต่มื้อกลางวัน เอเรสสั่งอูโซ่ (Ouzo) เหล้าพื้นเมือง 40 ดีกรีมาให้เราลองดื่ม นั่นยิ่งสนุกสนานกันไปใหญ่ มันก็น่าตื่นเต้นอยู่หรอก เหล้าใสแจ๋วพอเติมน้ำลงไปกลายเป็นสีขุ่นเหมือนนม แต่กลิ่นและรสชาติมันก็เหล้าขาวเราดีๆ นี่เอง

ร้านนี้ช่างแออัดยัดทะนาน ในที่สุดเราก็ได้โต๊ะวิวแจ่มหน้าเป้านักร้องสาวพอดิบพอดี ก็ต้องขยับขยายย้ายแก้วย้ายจานตามไปด้วยวุ่นวาย ผมกับ “เติร์ท” ทั้งมึนทั้งเมากระย่องกระแย่งถือแก้วถือจานเข้าไปด้านใน หันไปอีกทีอ้าวเอเรสหายไปไหนวะ ไม่ได้ห่วงอะไรมันหรอก เพียงแต่ไม่อยากเสียตังค์ขึ้นแท๊กซี่กลับโรงแรมเท่านั้น

“มันคงไปฉี่หรือโทสับแหละพี่ ช่างแม่งเหอะ” เติร์ทบอกผมอย่างนั้น พูดจบเขาคงนึกอะไรได้ ตบๆ ตามกระเป๋าเสื้อกระเป๋ากางเกง
“หาอะไรเติร์ท” ผมถาม
“เฮ้ยลุง มือถือผมหายว่ะ” เออ ผมเห็นแล้วล่ะ มือถือโนเกียรุ่นอะไรนะที่รูปทรงคล้ายๆ ใบไม้มีกล้องถ่ายรูปในตัว ว่าจะเตือนอยู่เหมือนกันเพราะเห็นวางไว้บนโต๊ะล่อตาล่อใจเหลือเกิน

เรากลับไปยังโต๊ะที่เพิ่งจะย้ายมา เศษอาหาร จานและแก้วยังวางระเกะระกะ แบบนี้แสดงว่ายังไม่มีใครมาเคลียร์ แต่ที่แน่ๆ โทรศัพท์หายไปแล้ว ผมเดาว่ามันคงหายไปพร้อมๆ กับเอเรสนั่นแหละ “เติร์ท” หมดอารมณ์ ผมก็เซ็ง เรานั่งดูนักร้องสาวส่ายเอวไปมาอย่างซังกะตาย ด้วยหวังลมๆ แล้งๆ ว่าเดี๋ยวเจ้าเอเรสคงกลับมา ก็เมื่อแน่ใจว่ามันไปแล้วไปลับนั่นแหละจึงเรียกบริกรมาเก็บค่าเสียหาย

“เอเรสนะเอเรส แดร๊กเหล้าแดร๊กสลัดฟรีๆ ยังเสือกเอาโทสับกูไปด้วย” เติร์ทบ่นพึมพำ
“พี่แม่งไม่น่าเชื่อใจไอ้หนุ่มกรีกเลย กลับโรงแรมแต่แรกก็ไม่มีเรื่องแล้ว” ดูเหมือน “เติร์ท” จะเบลมผมอยู่ในที

..............................


ว่าแล้วเราก็เดินกอดคอกันอย่างหงอยๆ ไปทางจัตุรัสซินตัคม่าเพื่อขึ้นรถเมล์สาย A2 กลับโรงแรม แต่เจ้ากรรม “เปริปเตโร” (Periptero) หรือซุ้มขายตั๋วรถเมล์ริมทางปิดหมดแล้ว แล้วนี่เราจะซื้อตั๋วที่ไหน? จะขึ้นแท็กซี่ก็งกและผวาจะโดนโกงซ้ำซาก

“เอาไงดีเติร์ท” ผมถาม
“ก็เดินสิลุง จะคลานไปรึไง” ไอ้เติร์ทคำรามใส่ผมเป็นคำพูดสุดท้าย
“เฮ้ยไกลนะเติร์ท สามสี่โลเลยนะมึ.....” อ้าวนั่น ผมพูดไม่ทันขาดคำ “เติร์ท” ก็เดินนำหน้าผมไปโน่นแล้ว


..............................



From Athens with Hate
เรื่องและภาพโดย กำแหงหาญ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 9:17 pm
โดย N' Thung
หุหุ :lol:

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 9:17 pm
โดย youngplant
อยากไปจางงงงง

ป ล คนแรก อิอิ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 9:18 pm
โดย youngplant
อ่าว โดนปาด
:evil:

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 9:18 pm
โดย N' Thung
^
^
เสียใจคะคุณน้อง เพียงเสี้ยวนาที
กร๊ากๆๆ :lol:

รูปสวยมากมาย อยากไปมากกกกกกกกกกกก

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 9:19 pm
โดย youngplant
ชิ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 9:29 pm
โดย pimcu
อยากเห็นรูปสจ๊วตเติร์ทจัง อิอิ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 9:30 pm
โดย singleclub
เค้าว่าหนุ่มกรีกโรแมนติกจริงป่าว
ตั้งแต่อ่านคลีโอแล้วเห็นหนุ่มกรีกนั่งนวดเท้าให้แฟน
ตั้งแต่นั้นเลยอยากไปกรีก :oops: :oops:


เผื่อจะได้มาซักคน 8)

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 9:34 pm
โดย Mac_A380
ขอบคุณมากครับ อยากไปครับ >o<
ป.ล. ขำพี่แป้งกับพี่ต้นกล้าครับ อิอิ ชิงอันดับ 1

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 10:06 pm
โดย under_scroll
แอร์โฮสเตสแต่ละท่าน สวยเหมือนแม่ผมเลยครับ อิอิ

โพสต์โพสต์แล้ว: วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 14, 2006 10:12 pm
โดย oui_ja
รออยู่พักหย่ายยย...กะลังนึกอยู่ว่าเมื่อไหร่ลุงจะเอาเรื่องมาให้อ่าน....

โพสต์โพสต์แล้ว: วันศุกร์ ธ.ค. 15, 2006 1:50 am
โดย GeNie_ReDhOt
ตอนเราไปไม่ต้องเสียค้าเข้าแหละ วันหยุดพอดี :lol: