Love story of TG crew from Paris: เรื่องรักเหงาๆ ของเพอร์เซอร์แก่ๆ และแอร์เด็กๆ ตอน เที่ยวปารีส และดูแลตัวเองดีๆ นะ เรื่องและภาพ โดยกำแหงหาญ

ภูมิใจเสนอโดยทีมงาน thaicabincrew : กำแหงหาญ ดูแลเนื้อหาใกล้ชิด

ภารโรง: myoldeditor, กำแหงหาญ

Love story of TG crew from Paris: เรื่องรักเหงาๆ ของเพอร์เซอร์แก่ๆ และแอร์เด็กๆ ตอน เที่ยวปารีส และดูแลตัวเองดีๆ นะ เรื่องและภาพ โดยกำแหงหาญ

โพสต์โดย myoldeditor » วันพฤหัสฯ. ธ.ค. 22, 2016 12:47 pm

รูปภาพ

Love story of TG crew from Paris: เรื่องรักเหงาๆ ของเพอร์เซอร์แก่ๆ และแอร์เด็กๆ ตอน เที่ยวปารีส และดูแลตัวเองดีๆ นะ
เรื่องและภาพ โดยกำแหงหาญ

......................

ตู๊ดๆ... เสียงเรียกโทรศัพท์ดังเข้ามา เที่ยงคืนกว่าแล้ว... เธอนั่นเอง... ชั่งใจ.. รับไม่รับ รับไม่รับ... สุดท้ายก็ใจอ่อนจนได้

ไม่ได้เล่นตัวหรอกนะ ผมรอโทรศัพท์เธออยู่ทุกวัน แต่ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอในช่วงที่ผ่านมาดูจะแปลกๆ บางครั้งผมชักไม่แน่ใจ...

...สุดท้ายแล้วเราจะเป็นคนรัก หรือเป็นแค่คนรู้จัก
ช่วยบอกสักครั้ง บอกให้ฉันหยุดทรมาน
จุดหมายของเราที่เดียวกันไหม หรือเพียงร่วมทางแค่ชั่วคราว
โปรดบอกกันที ว่าควรจะหวัง ได้แค่ไหน…*

และที่สำคัญ... ผมก็ทำใจมาระยะหนึ่งแล้ว

......................

ลุงๆๆ มาวววว...

เสียงเธออู้อี้มาตามสาย ไม่ต้องบอกก็รู้ เธอดื่มไม่เก่งหรอก สมัยรู้จักกันใหม่ๆ ผมแนะนำให้เธอดื่มเครื่องดื่มผสมง่ายๆ อย่างจินโทนิค (ผมชอบตรงที่ดื่มแล้วปากหอม จูบกันมันดี 555) ใส่แก้วบางใสทรงสูง พรายฟองฟูฟ่อง หย่อนมะนาวสไลด์ลงในแก้วซักชิ้นเพิ่มกลิ่น รสชาติและสีสัน เธอไม่ได้บอกผมว่าอร่อยหรือเปล่า แต่ดื่มไปสองแก้วก็หลับคาโต๊ะ ไม่อ้วกใส่ร้านเค้าก็ดีเท่าไหร่แล้ว

หนูอยู่ไหน? ให้พี่ไปรับไม๊?
เวอร์ติโกลุง... เวอร์ติโก?...ผมพึมพำทวนคำกับตัวเอง ...เวอร์ติโกนี่มันที่ไหนวะ ดูเหมือนปลายสายจะรู้ว่าผมกำลังอึ้ง
Rooftop บันยันทรีลุง แต่ไม่ต้องมารับหนูหรอก เดี๋ยวพี่เบนซ์ไปส่ง...

......................

พี่เบนซ์... อืมมม... พี่เบนซ์อีกแล้ว... พี่เบนซ์เป็นเพอร์เซอร์ก่อนผมหลายปี เคยทำงานด้วยกัน 2-3 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้คุ้นเคยสนิทสนม หากเจอกันที่ OPC ก็ทักทายกันตามมารยาท มาเจอพี่แกอีกครั้งที่สนามฟ้า เมื่อเธอแนะนำว่าเป็นเพื่อนร่วมก๊วนขี่จักรยานของเธอนี่แหละ

พี่เบนซ์เป็นคนพูดจาห้วนๆ กับผู้ชาย (แต่กับผู้หญิงล่ะคะๆ ขาๆ …เธอว่างั้น) ผิวค่อนไปทางขาว ผมบางตาโปน และหุ่นสูงโปร่งกว่าผมเล็กน้อย รวมแล้วหน้าตาแกกวนๆ แปลกๆ จะว่าหน้าตาดีก็ไม่ใช่ อัปลักษณ์ก็ไม่เชิง บอกตรงๆ ว่าดูจากโหงวเฮ้งแล้วแกเป็นคนที่ไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย แต่พูดไปจะผิดใจกันเปล่าๆ และดึกดื่นป่านนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่จะมาหาเรื่องกวนตีนกัน ถ้าผมต้องไปรับเธอตอนนี้ คงอีกเป็นชั่วโมงกว่าจะไปถึง เธอไม่รอหรอก ผมรู้สันดานเธอดี...

นี่เป็นอีกเรื่องที่เราไม่มีวันจูนกันติด เธอชอบนั่งคอกเทลบาร์หรูๆ ราคาโคตรแพงซึ่งมีกับแกล้ม... เอิ่ม... กับแกล้มแบบดัดจริตๆ น่ะ ในขณะที่ผมชอบนั่งดื่มร้านสบายๆ กับแกล้มเต็มโต๊ะ ซึ่งไม่ใช่สไตล์ที่เธอชอบเอาซะเลย

เชยชะมัด... เธอเคยบอกผมอย่างนั้น...
ลืมไป ไม่ใช่ร้าน BottomsUp ไรของหนูนี่นะ... ผมย้อนเธอให้บ้าง ผมไม่เคยไปร้านที่ว่านั่นหรอก แค่เห็นเธอ check in ร้านนี้บ่อยๆ
นี่ลุง อย่ามาชวนหนูทะเลาะน่า ร้านลุงมันไม่ชิลล์นี่ ให้หนูกินเหล้าร้านข้าวต้มเนี่ยนะ...

..................

ลุงๆ ลุงอยู่เปล่า?...
อือๆ...
ไม่มีอะไรหรอกลุง มาบอกว่ามะรืนนี้ไปปารีสด้วยกัน อย่าแลกออกล่ะ พาหนูไปเที่ยวด้วย แค่นี้นะ บาย...

ตู๊ดๆ... เธอวางหูโทรศัพท์... เฮ่อ... ช่างไร้เยื่อใย จะเอ่ยคำใดให้ชื่นใจหน่อยก็ไม่มี ฝันไปเถอะ... เท่าที่รู้จักผู้หญิงคนนี้มาหลายเดือน ยังไม่เคยได้ยินเธอเอ่ยคำว่าคิดถึงเลยซักครั้ง...

คิดแล้วก็แอบน้อยใจ นานเท่าไหร่แล้วนะที่เราไม่ได้เจอกัน ผมเคยชวนเธอไปกางเต็นท์ค้างคืนที่น้ำตกเจ็ดคต ไม่ใกล้ไม่ไกลแถวสระบุรี เธออิดออดว่ามีธุระยุ่ง แต่ในวันเดียวกัน เธอกลับอัพเฟสรูปขี่จักรยานที่สนามฟ้ารัวๆ ที่น่าหมั่นไส้ก็ตรงมีอีตาพี่เบนซ์ยืนยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่ข้างๆ เหมือนจะเยาะเย้ยผมอยู่ด้วยน่ะสิ...

..................

ครั้งหนึ่งผมแวะไปหาเธอที่สนามฟ้า ผมชอบเธอในชุดขี่จักรยานเข้ารูปนะ เธอดูเหมือนสาวน้อยตัวเล็กๆ ที่ยังไม่ “โต” ทรวดทรงองค์เอว รวมไปถึงหน้าอกหน้าใจที่แทบไม่มีอยู่แล้วถูกกลืนหายไปกับสีสันและลวดลายของชุด เธอเป็นผู้หญิงในแบบที่ผมชอบ หุ่นเล็กแบบบาง และมีกล้ามเนื้อตึงๆ ที่น่องให้เห็นเหมือนคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ และผมก็เพิ่งรู้วันนั้น ว่าจักรยานยี่ห้อ cannondale ของเธอราคาเฉียดแสน ผมไม่กล้าพูดกับเธอเรื่องนี้ ได้แต่บ่นกับตัวเองว่าจักรยานอะไรจะแพงปานนั้น เธอและครอบครัวไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร การใช้ชีวิตตาม trend แบบนี้มันไหวเปล่าวะ?

......................

เครื่องออกหลังเที่ยงคืน แต่ผมมาถึง OPC ตั้งแต่สามทุ่ม เป็นธรรมเนียมที่เพอร์เซอร์ “ควร” มาเตรียมเอกสารโน่นนี่ให้เรียบร้อยก่อนที่พี่ IM (Inflight Manager) จะมาถึง ผมรู้จักพี่ IM ร่วมไฟลท์ดี แกเป็นแฟนตามอ่านงานเขียนบ้าๆ บอๆ ของผมตั้งแต่ทำเว็บ thaicabincrew.com ใหม่ๆ เจอกันแล้วแกก็ขอตัวไปดูดบุหรี่ ปล่อยให้ผม assign ตำแหน่งการทำงานของลูกเรือได้ตามใจ อ้าวเสร็จโจร.. เธอเป็นแอร์เด็กนี่นะ ผมให้เธอเป็น MX2R อยู่ใกล้ๆ...

โหลดลูกเรือเต็มเหนี่ยว 24 คน เธอเข้าห้องบรีฟคนสุดท้ายเช่นเคย หน้าตาจืดชืดไร้สีสันเหมือนคนยังไม่สร่างเมา ดีที่ทาปากมาแดงแจ๋พอถูไถไปได้ ส่วนขนตาปลอมงอนเช้งเป็นกันสาดนั่นเห็นเด่นชัดมาตั้งแต่เธอเดินผ่านประตูเข้ามาแล้ว

ดู assign ตำแหน่งเสร็จ เธอก็หย่อนก้นลงบนที่นั่งแถวแรก แถมนั่งก็ไม่ระวัง คงนึกว่าตัวเองใส่ชุดขี่จักรยานอยู่มั๊ง จากหน้าห้อง... ในตำแหน่งที่ผมและพี่ IM นั่งจึงมองทะลุไปถึงไหนๆ

......................

บรีฟเสร็จ ลงบันไดเลื่อนกันมาสองคน ผมจึงสบโอกาส...

มาช้าแล้วยังนั่งไม่เรียบร้อยอีก...
เอ้า รถมันติดนี่ลุง แล้วหนูก็มาทันเวลาบรีฟนะ... ผมอยากย้อนว่าทำไมไม่ให้พี่เบนซ์ไปรับ? แต่เกรงจะเป็นการโยนฟืนใส่กองไฟซะเปล่าๆ

แล้วลุงมองทำไม?...
ไม่ได้อยากมอง ก็มันเห็นเองนี่...

ลุงเป็นคน assign เหรอ?...
อือ...
ที่ให้หนูเป็นคนประกาศนี่แน่ใจแล้วเหรอ เดี๋ยวหนูประกาศชื่อลุงเป็นกัปตันแล้วอย่าว่ากันนะ...

กวนๆ เถียงคำไม่ตกฟาก เดี๋ยวๆ ให้ถึงปารีสก่อนจะแกล้งซะให้เข็ด

......................

คืนนั้นผู้โดยสารเต็มลำ แต่เป็นธรรมชาติของเที่ยวบินดึก เมื่อเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มเสร็จเรียบร้อย พี่ IM ก็ไล่ปิดไฟในเคบิน ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็พากันนอนหลับสลบสไล พี่ IM จัดพัก ครัวหน้าชั้นประหยัดจึงเหลือผมกับเธออยู่เวรกันสองคน ก่อนที่พี่ IM จะไปนอน แกกระซิบบอกผมให้ดูแลน้องดีๆ อย่าไปจีบน้องเค้าล่ะ 555 ฟังแล้วก็แอบขำ

รูปภาพ

ผมลากรถ Duty Free ออกมานับสินค้า ส่วนเธอก็ไปทำความสะอาดห้องน้ำ ไม่ก็นำเครื่องดื่มออกไปให้ผู้โดยสาร นานๆ ทีมีผู้โดยสารกดเรียก ผมก็พะยักพะเยิกให้เธอออกไปดูหน่อย

เป็นเพอร์เซอร์นี่ดีเนอะ จิกใช้ลูกน้องอย่างเดียว...เธอเปรยขึ้นมา มือก็ไล่ไปตามชั้นสินค้าช่วยผมนับไปด้วย ผมเหลือบตาขึ้นมาดู
เอ้า! ก็ยุ่งอยู่เห็นเปล่าล่ะ...
หนูเห็นลุงนับเป็นชั่วโมงแล้ว ไม่เสร็จซักที ห้องน้ำก็ไม่ช่วย ผู้โดยเรียกก็ไม่ไป...เอ้าอีนี่... วอนซะแล้ว ผมพึมพำ

อย่ากวนพี่น่า เดี๋ยวนับผิดเข้าเนื้อแล้วหนูจะช่วยพี่จ่ายไม๊?...
หนูไม่ใช่เมียลุงนี่ จะช่วยลุงจ่ายเรื่องอะไร?...
อ้อ... ต้องรอให้เป็นเมียพี่ก่อนเนอะ อิอิ... พูดไปก็แอบขำ ขยับจะพูดอะไรต่อ เธอทำหน้ากระเง้ากะงอดออกไปเดินในเคบินแล้ว

......................


เครื่องแอร์บัส 380 ร่อนลงที่สนามบินชาร์ล เดอ โกล์ปารีสตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง จากสนามบินนั่งรถมาโรงแรมก็แป๊บเดียว ถึงโรงแรม ลูกเรือก็เข้าแถวรอรับกุญแจ ผมแนะให้เธอเลือกห้องฝั่งสวน ผมมาที่นี่หลายครั้งแล้ว ชอบตรงที่ระเบียงห้องกว้างขวาง จะยืนสูบบุหรี่จิบกาแฟดื่มด่ำกับบรรยากาศ หรือจะลงหลักปักฐาน ลากเก้าอี้มานั่งดื่มไวน์ชิลๆ กันก็ยังได้ ขณะที่ห้องด้านหน้าเป็นวิวถนน ไม่ใคร่เป็นส่วนตัวนัก

รับกุญแจห้องเรียบร้อย เธอเลี่ยงไปลงชื่อจองรถเข้าเมือง เสร็จแล้วก็ลากกระเป๋าขึ้นลิฟท์เข้าห้องใครห้องมัน ไม่ทันที่ผมจะเคลียร์กระเป๋าเรียบร้อย เธอก็โทรมา...

ลุง... garden view ของลุงอะ...
ไมล่ะ?...
มันป่าช้านี่... เสียงเธอเหมือนจะร้องไห้ เออจริง... ผมลืมไป ด้านหลังปีกหนึ่งของโรงแรม มองไกลออกไปคือโบสถ์คริสต์เก่าแก่ ถัดเข้ามาเป็นป่าช้าที่มีไม้กางเขนปักอยู่เหนือหลุมฝังศพตรงนั้นตรงนี้ จริงๆ ป่าช้าฝรั่งก็ไม่น่ากลัว แต่สำหรับคนกลัวผีขึ้นสมองอย่างเธอ...

แล้วไงล่ะ?...
แล้วไง? โหยังจะถาม ก็ลุงให้หนูเลือกห้องฝั่งสวนนี่ หนูนอนไม่ได้หรอกลุง ผีทั้งนั้น... เดือดร้อนผมต้องโทรลงไปหน้าฟรอนท์ เพื่อที่จะได้รับคำตอบว่าเสียใจด้วยเมอร์ซิเยอร์... วันนี้ห้องเต็มจริงๆ

นอนไปก่อน เดี๋ยวกลับจากปารีสค่ำๆ พี่จัดการให้... จัดการ... เอ่อ... จัดการอะไรอะ ผมก็รับคำซื้อเวลาเธอไปงั้น แต่ก็ไม่แน่ ถึงเวลานั้นอาจมีห้องว่างบ้างก็ได้
แงๆ แล้วตอนนี้หนูจะนอนได้ไงลุง...
ปิดม่าน หลับตา สวดมนต์ แล้วบ่ายสองโทรมาปลุกพี่ด้วย โอเคนะ... ผมตัดบท ขำก็ขำ สงสารก็สงสาร

เธอรับคำเสียงอ่อยๆ แล้วก็วางสาย

......................

ผมลงมาตามเวลานัด ซักพักเธอก็ลงลิฟท์มาหน้าตามู่ทู่ในชุดกางเกงผ้ายืดรัดรูปสีดำสามส่วน เสื้อยืดคอวีสกรีนโลโก้วง the Rolling Stones (โห โบราณจัง) ที่คอเสื้อมีแว่นกันแดดเรย์แบนรุ่น shooter เหน็บรั้งอยู่จนเห็นร่องอกขาว กระเป๋าลายผ้าขาวม้าจากหมู่บ้านคีรีวงที่เธอเคยเอามาอวดผมว่าเก๋นักเก๋หนา วันนี้กลายเป็นลองชองสีดำไปซะแล้ว เหลือบไปมองตีน... อืมม... อาดิดาส NMD รุ่นยอดฮิตซะด้วย เด็กๆ นี่เค้าไม่หลุด trend กันเลยเนอะ...

ไม่ได้นอนเลยลุง..
เอ้าไมล่ะ?...
กล้าถามเนอะ... ลุงเป็นเพอร์เซอร์ต้องจัดการเปลี่ยนห้องให้หนูด้วย เดี๋ยวหนูไม่สบายไม่มีแรงทำงาน ไม่งั้นพรุ่งนี้หนูขอกัปตัน passive กลับนะ... passive คือไม่ต้องทำงาน นั่งเป็นผู้โดยสาร และผมอยากบอกเธอจัง... ว่าการเป็นเพอร์เซอร์ไม่สามารถเสกหรือสั่งให้มีห้องว่างได้นะ...

บอกแล้วว่าห้องเต็ม งั้นหนูมานอนห้องพี่และกัน สัญญาว่าจะไม่ทำอะไร... พูดแล้วผมก็ยิ้มมุมปากกลอกตาบน
ทั้งหมดคือแผนชั่วร้ายของลุงเปล่าเนี่ย บ้าเปล่าห้อง Garden View...

เออน่ะ งั้นเราสลับห้องกันก็ได้ ห้องพี่ก็วิวป่าช้าเหมือนหนูนั่นแหละ เห็นชัดกว่าด้วย...
ลุง... ขำเนอะ... เธอกระฟัดกระเฟียดเดินนำหน้าผมไปขึ้นรถ shuttle bus ที่จอดรออยู่แล้ว ระหว่างทางเข้าเมืองก็เสียบหูฟัง หน้าบึ้งไม่พูดไม่จา จนรถมาจอดที่โอเปรากลางกรุงปารีสนั่นแหละ

......................

แถวนี้สำคัญนะ...
ยังไงลุง?... ดูเหมือนเธอจะเริ่มสนใจขึ้นมาแล้ว
ผีเพียบ...
ผีอีกแล้วเหรอลุง...
แถวนี้คนตายเยอะ เลือดนองเลยแหละ... ผมพาเธอเดินลัดเลาะมาตามถนน Rue Royale จนมาโผล่ที่ลานกว้างไม่ไกลจากสวนตุยเลอรีเท่าไหร่

หนูมองไปที่ลานนั่นนะ ตรงทีมีเสาหินโอเบลิสต์แหลมๆ น่ะ ตอนปฎิวัติฝรั่งเศสเป็นที่วางกิโยตินสำหรับประหารพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 พระนางมารี อองตัวแนตและผู้ติดตามพระองค์อีกเป็นพันๆ เลย...
ป่านนี้ไปเกิดใหม่กันหมดแล้วลุง...
ตายดีก็แล้วไป แต่ตายโหงนี่ไม่ว่ากี่ร้อยปี วิญญาณเค้าก็วนเวียนอยู่แถวนี้ ตอนนี้อาจเดินสวนไปสวนมากับเรา หรือไม่ก็กำลังยืนกินบาร์แกตอยู่ข้างๆ หนูก็ได้... ผมพูดไม่ทันจบ เธอร้องฮื่อๆ กระเถิบเข้ามาใกล้จนกลิ่นแป้งเด็กจอห์นสันโชยแตะจมูก...

......................

จริงๆ ผมวางแผนพาเธอเดินตามรอยหนังสือ the Da Vinci Code แต่ไฟลท์รอบเตียงเวลาน้อยแบบนี้ แค่เดินชมภาพเขียน และจุดเกิดเหตุภายในลูฟวร์อย่างเดียวก็อาจใช้เวลาครึ่งค่อนวัน ผมจึงพาเธอเดินเข้าไปในสวนตุลเลอรี แวะถ่ายรูปปิรามิดแก้วทางเข้าลูฟวร์แล้วจึงข้ามถนนมาบนทางเดินเล็กๆ เลาะริมแม่น้ำแซนมาเรื่อยๆ

ฝั่งตรงข้ามลูฟวร์คือพิพิธภัณฑ์ดอร์เซที่มีงานศิลปะชั้นเยี่ยมในยุค Impressionist ให้ชมเพียบ ไม่ว่าจะเป็นงานของแวนโก๊ะ มาเน่ต์ เรอนัวร์ ฯลฯ เธอบอกว่าหนูดูไม่รู้เรื่องหรอก แต่แค่อยากเห็นกับตาตัวเองเท่านั้น จริงๆ งานสไตล์ Impressionist ไม่ต้องใช้ความพยายามในการชมมากเหมือนงานสกุลอื่นๆ เพราะส่วนใหญ่เป็นภาพวาดวิวทิวทัศน์ ภาพเหมือนของจิตรกร หรือไม่ก็คนใกล้ชิดของจิตรกร และอีกอย่างเราเป็นแค่ผู้เสพความงามของงานศิลป์ ส่วนเรื่องอื่นให้เป็นหน้าที่ของนักวิจารณ์ศิลปะก็แล้วกัน ผมบอกเธออย่างนั้น...

......................

เราข้ามสะพานปงเนิฟท้ายเกาะอิลเดอลาสิเต ข้ามถนนแซงแชร์แมง ลัดเลาะมาจนถึงโบสถ์แซงซูลปีซ โบสถ์สไตล์คลาสสิคที่มีหอคอยคู่ดูขรึมขลัง ภายในโบสถ์มืดทึมและมีนักท่องเที่ยวเข้ามาชมไม่มากนัก ผมชี้ชวนให้เธอดูเส้นกุหลาบหรือ Rose Line ที่แดน บราวน์กล่าวไว้ในหนังสือ ช่วงหนังออกฉายใหม่ๆ คนแห่มาดูเส้นทองเหลืองที่ฝังไว้บนพื้นจนโบสถ์แทบแตก เดือดร้อนทางโบสถ์ต้องนำป้ายมาติดไว้ว่าเส้นโรสไลน์อะไรนั่นเป็นเพียงจินตนาการของนักเขียนเท่านั้น

รูปภาพ
Rose Line ภายใน โบสถ์แซงซูลปีซ ภาพจาก internet

ก็ไม่เป็นไร... เรื่องแบบนี้จินตนาการย่อมสำคัญกว่าความรู้ ผมจึงนำเธอตามรอยดาวินชี่โค้ดภายในโบสถ์ต่อไปไม่ลดละ ตรงนั้นไง... ที่ซิลาส นักบวชนิกายโอปุสเดอีแอบเข้าไปหากุญแจ ตรงนั้นไง... ที่ซิสเตอร์ซองดรีนโดนซิลาสฟาดเข้าให้ด้วยเชิงเทียน ตรงนั้นไง... ฯลฯ

ดูผนังโบสถ์ดิยังมีรอยเลือดอยู่เลย...
บ้าน่ะลุง... มันนิยายหนูรู้น่า...
ไปดูป่าช้ากันต่อไม๊ สุสานมงปาร์นาสอยู่ใกล้ๆ นี่เอง... เธอหันมามองผมงงๆ
ป่าช้า! ลุงชวนหนูไปดูป่าช้าเนี่ยนะ ป่าช้าหลังโรงแรมยังไม่พออีกเหรอลุง...
อันนี้ใหญ่กว่าหลายเท่า ไปเปล่าล่ะ?...
ลุง... ถามจริงๆ นะ ใครสอนให้ลุงพาสาวไปดูป่าช้าเนี่ย...

......................

เสียดาย... สุสานมงปาร์นาสมีอะไรที่ผมอยากอวดเธอเยอะเลย แค่ชมหลุมฝังศพของฌอง-ปอล ซาร์ตร์ (Jean-Paul Sartre) นักเขียนนวนิยาย บทละคร นักปรัชญาเจ้าลัทธิ Existentialism และซีมอน เดอ โบวัวร์ (Simone de Beauvoir) ที่อยู่เคียงข้างกันจนวาระสุดท้ายของชีวิตก็คุ้มแล้ว แต่ว่าก็ว่าเถอะ ผมอ่านงานเขียนของฌอง-ปอล ซาร์ตร์ที่สุชาติ สวัสดิ์ศรีแปลเป็นไทยมา 2-3 เล่มในสมัยพีคๆ คือยังเป็นนักศึกษา แต่อ่านยังไงก็ไม่อินจนยอมแพ้เลิกอ่านไปในที่สุด

นอกจากฌอง-ปอล ซาร์ตร์... ยังมีหลุมฝังศพกี เดอ โมปาซอง (Albert Guy de Maupassant) นักเขียนเรื่องสั้นหักมุมมือฉมังที่ผมชื่นชอบอีกด้วย แต่ก็นะ ป่าช้าก็คือป่าช้า แม้จะไม่น่ากลัวเหมือนป่าช้าไทยหรือป่าช้าแขก แต่บรรยากาศมันก็อึมครึมชวนหดหู่วันยังค่ำ โอเค... ไม่ไปก็ไม่เป็นไร ผมพาเธอเดินลัดเข้าสู่ด้านหลังของสวนลุกซองบูร์ก ผ่านวิหารปองเตอง ผ่านมหาวิทยาลัยซอบอร์น และแวะกินมื้อเที่ยงที่ร้านมิราม่า ถึงตอนนี้ก็ยังนึกไม่ออกว่าพี่สจ๊วตคนไหนพาผมมารู้จักร้านนี้เป็นครั้งแรก...

......................

ทั้งที่รู้ว่ามันไม่เข้ากันซักนิด แต่ผมก็สั่งไวน์แดงขวดเล็กมาแกล้มบะหมี่น้ำ ส่วนเธอสั่งข้าวหมูแดงและน้ำส้มคั้น... เอ่อ... น้ำส้มคั้นที่นี่ราคาแพงพอๆ กับไวน์เลยนะ...

อ้าว ไม่สั่งคอกเทลเหรอ?... แหย่เธอเล่นดีกว่า จริงๆ ร้านนี้ไม่มีเครื่องดื่มคอกเทลหรอก มิราม่าเป็นร้านอาหารจีน ไม่ใช่บาร์ซักหน่อย
อย่ามาแนะแหนหนูน่า กำลังอารมณ์ดีๆ... เธอพูดแล้วค้อนควับ

แหม กินน้ำนางเอกซะด้วย นางเอกของใครมิทราบ?... ผมยังมิวาย
ถ้าไม่ใช่นางเอกของลุง หนูเป็นนางเอกของพี่เบนซ์ก็ได้นะ...

เอ๊ะ! หาเรื่อง...
เอ้า! ก็หาเรื่องหนูก่อนทำไมล่ะ... เธอหันไปยิ้มสะใจ

......................

เราข้ามแม่น้ำแซนมายังมหาวิหารโนเตรอดาม... เดินชมรอบวิหารแล้วก็มายืนที่ลานกว้างด้านหน้าตรงจุด zero แหงนคอชมตัวกากอย และคุยกันถึงกัวซีโมโด คนตีระฆังหลังค่อมแห่งโนเตรอดามผู้ตกหลุมรักแอสเมรัลดา สาวสวยชาวยิปซี จากงานวรรณกรรมคลาสสิค Notre-Dame de Paris ของวิคเตอร์ อูโก้ เสร็จแล้วก็ขึ้นเมโทรจากสถานีซีเตรวดเดียวไปยังสถานีโอเปรา ยืนสูบบุหรี่ไม่ทันหมดตัว รถ shuttle bus ของโรงแรมก็มาจอดเทียบท่า...

......................

ฟ้ามืดแล้วเมื่อเรามาถึงโรงแรม ผมเข้าไปถามรีเซฟชั่นอีกครั้ง เพื่อจะได้รับคำยืนยันว่าห้องเต็มจริงๆ เมอร์สิเยอร์... ผมจึงเดินไปเป็นเพื่อนเธอจนถึงหน้าห้อง และก่อนจะกล่าวลา... ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด และไม่รู้นึกอะไรขึ้นมา ผมจับมือข้างหนึ่งของเธอ... และรั้งตัวเธอเบาๆ เข้ามาในอ้อมแขน... เธอไม่ขัดขืน แต่ก็ไม่ถึงกับโอนอ่อนผ่อนตามซะทีเดียว (ก็คงจะแนวไว้ตัวอยู่บ้างแหละ) ผมรู้สึก… และสัมผัสได้ว่าตัวเธอสั่นนิดๆ ผมกอดเธอนิ่งๆ แน่นๆ คล้ายจะถ่ายทอดความรู้สึกดีๆ ที่สุมแน่นในหัวใจของผมให้แก่เธอทั้งหมด

ดูแลตัวเองดีๆ นะ... ผมกระซิบเธอที่ข้างหู...

เฮ่อ... เฮ้ย... แอนตี้ไคลแมกซ์ชิบหาย คุณพูดอะไรออกไป... ดูแลตัวเองดีๆ เนี่ยนะ... มันมาเกี่ยวอะไรตอนนี้.... เสี่ยวชิบหาย ไม่มีอะไรจะพูดกับเธอเท่ๆ กว่านี้หรือไง และไอ้ที่พูดไป มันก็แค่ประโยคหนึ่งจากเพลงโปรดของผมเท่านั้น...


... ดูแลตัวเองดีๆ นะ คนที่อยู่ทางนั้น
คนทางนี้ยังคิดถึงกัน เหมือนอย่างเดิมไม่เคยเปลี่ยน
อากาศกลางคืนมันหนาว ก็ห่มผ้านอนก่อนหลับฝัน
หากเธอเหงาให้คิดถึงกัน เหมือนอย่างฉันคิดถึงเธอ **

ชั่วขณะสั้นๆ เราผละจากอ้อมกอดของกันและกัน ต่างคนต่างรู้สึกเคอะเขินเหมือนทำอะไรไม่ถูก ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ได้แต่ดัดจริตส่งจูบจุ๊บๆ บ๊ายบาย good night และเดินก้มหน้าก้มตาลงลิฟท์กลับมาที่ห้องด้วยความรู้สึกอันสับสน ล้มตัวลงนอนบนเตียง เปิดไอแพด... ต่อไวไฟ แป๊บเดียวก็มีเสียงไลน์ตุ๊งตุ่งเข้ามา...

ดื่มไวน์กันต่อไม๊ลุง?...

ผมอ่านไลน์ของเธอแล้วไม่ตอบ กลัวเธอจะเปลี่ยนใจน่ะสิ... กระโดดผลุงขึ้นจากเตียง เปลื้องผ้าแล้วกระโจนเข้าห้องน้ำ อาบน้ำ ปะแป้ง หวีผมที่ไม่ค่อยจะมี และรีบแต่งตัวเรียบร้อยเสร็จสรรพ...

เพื่อจะพบว่าตัวเองมายืนกดกริ่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่หน้าห้องนอนของเธอในนาทีถัดมา....

รูปภาพ

......................

*เพลงคนรักหรือแค่รู้จัก โดยจิมมี่ สุรชัย
**เพลง คนทางนั้น โดย กิ๊ฟ วโรดม นรเศรษฐโกศล

......................

Love story of TG crew from Paris: เรื่องรักเหงาๆ ของเพอร์เซอร์แก่ๆ และแอร์เด็กๆ ตอน เที่ยวปารีส และดูแลตัวเองดีๆ นะ
เรื่องและภาพ โดยกำแหงหาญ
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2162
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Love story of TG crew from Paris: เรื่องรักเหงาๆ ของเพอร์เซอร์แก่ๆ และแอร์เด็กๆ ตอน เที่ยวปารีส และดูแลตัวเองดีๆ นะ เรื่องและภาพ โดยกำแหงหาญ

โพสต์โดย แอนนา » วันพฤหัสฯ. ม.ค. 26, 2017 10:45 pm

ไม่รู้ว่าทำไม... แต่หนูชอบวิธีการเขียน การเล่าเรื่องของพี่มากๆเลยค่ะ
ติดตามมาตั้งแต่เรื่องที่สต๊อกโฮมแล้ว อ่านแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ทุกครั้ง มีเสน่ห์-เอกลักษณ์ในการเขียนดีจัง

เป็นกำลังใจให้เขียนเรื่องเล่านี้ต่อไปอีกเรื่อยๆนะคะ หนูจะเฝ้ารอตอนต่อๆไปค่ะ ^_^
ภาพประจำตัวสมาชิก
แอนนา
Economy Class
Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 55
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ มี.ค. 20, 2006 11:16 pm
Reputation point: 0
แอนนา โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: Love story of TG crew from Paris: เรื่องรักเหงาๆ ของเพอร์เซอร์แก่ๆ และแอร์เด็กๆ ตอน เที่ยวปารีส และดูแลตัวเองดีๆ นะ เรื่องและภาพ โดยกำแหงหาญ

โพสต์โดย cherry25 » วันจันทร์ เม.ย. 17, 2017 1:36 am

อัยย่ะ อ่านเพลินมากๆเลยค่ะ อยากอ่านตอนกินไวน์ด้วยอ่ะค่ะ อิอิ
ปล. ไว้พาน้องไปเที่ยวปารีสบ้างสิคะ อยากได้ความรู้บ้าง ^^
ภาพประจำตัวสมาชิก
cherry25
Royal Silk Class
Royal Silk Class
 
จำนวนการตอบ: 396
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ เม.ย. 24, 2006 9:44 pm
Reputation point: 0
cherry25 โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย


ย้อนกลับไปยัง ท่องเที่ยวไปสไตล์ลูกเรือ, Survival's Kit, ฟ้องด้วยภาพ และชีวิตลูกเรือไทย around the world

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 3 คน