เก็บไว้เป็นข้อมูล สำหรับ Singapore Airlines รอบสองและรอบต่อๆ ไป (ตัดตอนมาจากบทสัมภาษณ์ลูกเรือ Singapore Airlines คนไทย 6 คน)

ภารโรง: myoldeditor

เก็บไว้เป็นข้อมูล สำหรับ Singapore Airlines รอบสองและรอบต่อๆ ไป (ตัดตอนมาจากบทสัมภาษณ์ลูกเรือ Singapore Airlines คนไทย 6 คน)

โพสต์โดย myoldeditor » วันอาทิตย์ ก.ย. 28, 2014 7:59 pm

ตัดตอนมาจากบทสัมภาษณ์ลูกเรือ Singapore Airlines คนไทย 6 คนครับย์... คงมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย...

...............................

เตรียมตัวไปสัมภาษณ์อย่างไร

ตอนแรกหนูไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการสมัครแอร์เลย เพื่อนช่วยทุกอย่างเลย ทั้งพาไปถ่ายรูป เตรียมเอกสาร ซื้อชุด หาข้อมูลมาให้อ่าน แล้วหนูก็ไปคุยกับเพื่อนๆ ที่เค้าเป็นแอร์ว่าตอนที่เค้ามีสัมภาษณ์อะไรบ้าง ประมาณไหน ก็คิดว่า process มันคงคล้ายๆ กัน แล้วก็เข้าไปดูใน web ต่างๆ TCC หนูก็เข้าไปดูนะ อย่างตอนสัมภาษณ์ SQ มันมี 2 วัน แล้วหนูได้วันที่ 2 หนูก็เข้าเว็บ thaicabincrew.com ไปอ่านก็มีคนที่เค้าไปสัมภาษณ์วันแรกมา post ไว้ว่า process เป็นอย่างไร เราเลยพอจะรู้ว่าต้องเจออะไร ประมาณไหนน่ะค่ะ

ก็เตรียมพวกคำถามที่คิดว่าเค้าน่าจะถามน่ะค่ะ ถามจากพี่สาวเอาว่าเค้าน่าจะถามอะไรบ้าง แนวไหน แล้วก็มานั่งคิดว่าถ้าเค้าถามแบบนี้เราจะตอบว่าอย่างไร ส่วนพวกเสื้อผ้า-หน้า-ผมก็ต้องเตรียมให้ดี ต้องเป๊ะหมดค่ะในวันสัมภาษณ์ แล้วก็ลดน้ำหนักค่ะ คือเตรียมตัวเองให้พร้อมน่ะค่ะเพราะทำงานสายการบิน เราต้องเป็น representative ให้สายการบินเค้าด้วย มีคนเคยบอกด้วยว่า ถ้ากรรมการเค้าชอบเรา เค้าก็จะเลือกเราเลยคือ ถ้าเค้าชอบ appearance เรา เค้าก็จะมาเจาะลึกถึงความคิดเรา ทัศนคติเราว่าป็นอย่างไร แล้วต้องยิ้มแย้มแจ่มใสด้วยค่ะ บางทีเราไม่ต้องสวยมากก็ได้ เพราะแอร์บางคนก็ไม่สวยนะคะแต่เค้ามีเสน่ห์ พูดเก่ง ทัศนคติดี มองโลกในแง่ดี ชอบบริการคน มันก็ทำให้เค้าสวยมาจากภายในได้ ไม่จำเป็นต้องสวยแบบดารา อันนั้นมันแต่งเติมกันได้แต่เราจำเป็นต้องมีความรู้และมีทัศนคติที่ดีค่ะ

สัมภาษณ์รอบแรกแบบไหนคะ

เค้าจัดเป็นกลุ่ม 10 คนค่ะ มีกรรมการ 2 ท่าน เริ่มจากให้แนะนำตัวเองก่อนและให้ตอบคำถามต่อท้าย ของหนูเค้าถามว่าทำไมอยากร่วมงานกับเค้า

รอบแรกเป็นประมาณ prescreen ค่ะ จัดเป็นกลุ่ม 10 คน กรรมการ 2 ท่าน ให้แนะนำตัวเองก่อนและแนะนำอะไรก็ได้เกี่ยวกับเมืองไทยคนละ 1 อย่างค่ะ สั้นๆ ซัก 2 นาที คิดว่ารอบนี้น่าจะเพื่อดูรูปร่าง หน้าตา-บุคลิกของเรา จาก 10 คนคัดเหลือ 1-2 คนค่ะ

ตอนไปทีแรกคนเยอะมากๆ เลย แล้วดูสวยกันทุกคนเลยนะ อารมณ์ประมาณว่า คนนั้นใช่เลยเป็นแอร์ต้องแบบนี้เลย คนนี้สวยมาก คนนู้นแต่งตัวเป๊ะ คือสวยกันหมดทุกคนเลยจริงๆ หนูหมดความมั่นใจไปเลย คิดเลยนะว่าเรามาทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย อยากกลับบ้าน หนูเกือบจะกลับบ้านแล้วจริงๆนะ แต่เพื่อนหนูเค้าขึ้นไปก่อนแล้ว ไม่อยากทิ้งเพื่อนกลับก่อน ไหนๆ ก็มาแล้วลองดูก็ได้ จริงๆ หนูกลัวหน้าแตก กลัวตอบคำถามไม่รู้เรื่องด้วยค่ะ ตอนสัมภาษณ์รอบแรก เข้าไป 10 คนค่ะ ให้แนะนำตัวแล้วถามว่าชอบหนังเรื่องอะไร แล้วทำไมชอบเรื่องนี้ หนูเคืองมากเลยนะ คือ หนูเพิ่งจบมาก็เลยไม่มีประสบการณ์การสัมภาษณ์งานเลย แล้วไม่รู้ทำไมหนูต้องตอบเป็นคนแรกตลอดเลยด้วย แล้วพอกรรมการพูดจบเค้าก็ให้ตอบทันทีเลยนะ หนูก็คิดอะไรไม่ออกเลย ที่เตรียมมาก็ลืมหมด แล้วหนูเคยอ่านเจอใน web เค้าบอกว่า ก่อนตอบคำถามให้ไหว้สวยๆ ก่อน หนูก็ลืมไหว้ ก็ตอบไปเลย ตอบไปตามสัญชาติญาณ มั่วไปหมด แต่คนถัดมาและทุกคนที่เหลือ เค้าลุกขึ้นไหว้ก่อนทุกคนเลยนะ หนูคิดเลยว่าหนูต้องตกรอบแน่ๆ แล้วคนอื่นๆ เค้าก็ตอบหนังที่ใหม่ๆ กัน พวก SEX AND THE CITY , HARRY POTTER แต่หนูตอบไปว่าชอบ THE SOUND OF MUSIC เก่ามากๆ แต่กลุ่มหนู 10 คน ผ่าน 3-4 คนเลยนะ แล้วถูกเรียกตัวตั้ง 3 คนเลยนะคะ

โห…คนเต็มเลยค่ะ เยอะมากๆ ไม่แน่ใจว่ากี่คน อาจ 2-3 พันคนเลยนะ สัมภาษณ์เร็วมาก รอบแรกเข้าไปทีละ 10 คนค่ะ กลุ่มหนูตัดเหลือคนเดียวเอง เค้าให้แนะนำตัวแล้วถามว่าชอบดาราคนไหน แล้วทำไมถึงชอบ ทั้ง 10 คนตอบเหมือนกันเกือบทุกคนเลยนะ ว่าชอบแองเจลิน่า โจลี่ นวลก็ตอบเหมือนกันที่ชอบก็เพราะว่าเค้าสวย จิตใจโอบอ้อมอารี ช่วยอุปการะเด็กตั้งหลายคน คิดว่ารอบนี้น่าจะดูการพูดจา ดู appearance ของเรา แล้วก็วัดส่วนสูง

รอบ 2 สัมภาษณ์อย่างไรคะ

รอบนี้จะให้คุยกับเพื่อนข้างๆ น่ะค่ะ แล้วก็ให้เราพูดแนะนำเพื่อน จากนั้นก็ถามคำถาม opinion เค้าถามว่า คิดอย่างไรกับ Love at first sight ก็งง..งงค่ะ ว่ามันไม่เกี่ยวกับงานเลยแฮะ ทุกคนได้คำถามเดียวกันหมดเลยค่ะ

จัดเป็นกลุ่ม 6 คนค่ะ กรรมการ 2 ท่าน แล้วให้หัวข้อมา discuss กัน แล้วก็ให้ debate จากนั้นก็ให้อ่าน announcement ค่ะ รอบนี้คัดเหลือ 1-2 คน รอบต่อไปก็สอบข้อเขียน ไม่ยากค่ะ เป็นข้อสอบทั่วๆ ไป

รอบ 2 แบ่งกลุ่ม 6 คน แล้วจับคู่คุยกับเพื่อน ให้แนะนำเพื่อน เค้าให้เวลา 1 นาที คุยกัน เก็บข้อมูลแล้วมาแนะนำเพื่อนให้เค้าฟัง หนูก็แป้วอีกแล้วเพราะทุกคนมีประสบการณ์การทำงานหมดเลย บางคนเคยทำงานธนาคาร บางคนเคยไปอเมริกาแล้วตอนนี้กลับมาเป็น English Tutor บางคนก็พูดภาษาจีนได้ หนูไม่มีประสบการณ์เลยเครียดเลย แล้วก็ให้แบ่งกลุ่ม 3:3 ค่ะ เพื่อ debate กัน หัวข้อคือผู้หญิงกับผู้ชาย ใครดีกว่ากัน จากนั้นก็อ่าน passage ค่ะ คิดว่าคงจะดูว่าสำเนียงเราเป็นอย่างไร เพราะเวลาพูดกับอ่านมันจะไม่เหมือนกัน บางคนอ่านเหมือนท่องหนังสือ แล้วก็ดูว่าคำๆ นี้เราอ่านได้ไหม มันมีคำแปลกๆ ด้วยนะคะเพื่อนหนูเจอ จากนั้นก็ลองชุด หนูได้กระโปรงขาดด้วยล่ะ ขาดยาวซัก 3 นิ้วแน่ะ เพิ่งมาเห็นตอนใส่ไปแล้ว เลยรู้สึกไม่มั่นใจเลย

รอบ 2 แบ่งกลุ่ม 6 คน แนะนำเพื่อนข้างๆ เค้าจะให้เราหันหน้ามาคุยกับเพื่อนก่อน เราต้องถามแล้วเก็บข้อมูลเพื่อนให้ได้เยอะสุด พอหมดเวลาเค้าก็จะให้เราพูดว่า เพื่อนเป็นอย่างไร มี background แบบไหน แล้วก็ให้แบ่งกลุ่มเพื่อ debate กัน หัวข้อของหนูคือ ระหว่างรถมอเตอร์ไซค์กับรถไฟจะเลือกนั่งอะไร หนูตอบว่ารถไฟ เพราะวัฒนธรรมเมืองไทย ผู้หญิงนั่งรถมอเตอร์ไซค์ มันไม่ค่อยปลอดภัยและดูไม่ดี แต่บางคนก็ตอบว่ารถมอเตอร์ไซค์เพราะมัน adventure กว่า จริงๆ ก็ตอบได้ 2 อย่างล่ะค่ะแล้วแต่ว่าเราชอบอันไหนมากว่า เค้าคงจะดูว่า เวลาทำงานร่วมกันจะเป็นอย่างไร มีความคิดแบบไหนจะเข้ากับเพื่อนได้ไหม บางคนก็ตอบแข็งๆ เกินไปก็มีนะคะ แล้วมีให้ตอบว่า คิดอย่างไรกับคำว่า ลูกค้าถูกเสมอ จริงๆ หนูก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนะ แต่ก็ตอบไปว่าเห็นด้วย เพราะโดยปกติแล้ว ถ้าเป็นการท่องเที่ยวและการโรงแรมต้องถือว่ามันถูกต้อง คือเราต้อง please ลูกค้าน่ะค่ะ พวกองค์กรใหญ่ๆ ที่เค้าประสบความสำเร็จก็เพราะลูกค้ากับพนักงาน ถ้าเค้าดูแลลูกค้าดี ดูแลพนักงานดี ลูกค้ากับพนักงานก็จะอยู่กับเค้านาน และก็กลับมาใช้ริการอีก ไม่ไปที่อื่น

จากนั้นก็ลองชุดค่ะ เดิน หมุน ดูแขน เปิดดูขา รวบผมขึ้น ดูรอยแผลเป็น มีคนตกรอบนี้ด้วยนะคะ น่าจะเพราะ บุคลิกไม่ดี หรือมีรอยแผลเป็น หนูว่าคนที่เค้ามาดูต้องเป็น specialist ทางด้านนี้แน่ๆใส่แว่นด้วยนะ เค้าจะมาจ้องใกล้มากๆ เลย แล้วหนูก็มีรอยแผลเป็นนะ แถวๆ หน้าผาก จำไม่ได้แล้วแต่เค้าเห็นเค้าก็ถามว่าเป็นแผลจากอะไร เลยตอบไปว่าน่าจะเป็นตั้งแต่เด็กๆ มั้ง เค้าบอกว่าต้องกลบให้มากกว่านี้นะ

ลอง uniform ใช่ไหมคะ

ค่ะ ลองใส่แล้วก็ให้เดินให้ดู ยิ้ม หันข้าง หันหลัง โชว์แขน ดูแผลเป็น มีคนไม่ผ่านด้วยนะคะ คิดว่าคงจะดูว่า
เหมาะกับชุดหรือเปล่าน่ะค่ะ แล้วต่อไปก็เป็นรอบสุดท้ายแล้วค่ะ

ค่ะ รอบนี้สนุก มันตื่นเต้นนะคะ คือ ดูภายนอกชุดมันก็สวยประมาณนึงใช่ไหมคะ แต่พอลองใส่แล้วมันรู้สึกว่าชุดสวยจังเลย ใส่แล้วใช่เลย อยากใส่ๆ รอบนี้มีกรรมการ 3 ท่าน เค้าให้เราลองเดินให้ดูเหมือนนางแบบเลยค่ะ เดินไป-กลับ 2 รอบ หมุนตัวให้ดู มีเพื่อนคนก่อนหน้าเค้าบอกให้เดินส่ายก้นเยอะๆ กรรมการชอบ 555 แต่จอย
ไม่รู้นะคะว่าจริงหรือเปล่า รอบนี้จะดูผิว ดูมือ ดูรูปร่างและพวกรอยแผลเป็น แล้วก็มีถามคำถามด้วยเป็นทั่วๆไปค่ะ เช่น ทำงานอะไรอยู่

รอบสุดท้ายเป็นแบบไหนคะ

สัมภาษณ์กับผู้บริหารค่ะ ให้เข้าไปทีละคน มีผู้บริหารนั่งอยู่ 5-6 คน ตอนเปิดประตูเดินเข้าไปทำของที่ถือมาหล่นหมดเลยค่ะ นึกในใจเลยสงสัยจะไม่ได้แล้วล่ะ คำถามเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเราค่ะ ครอบครัวและประวัติของตัวเราแล้วก็เรื่องทั่วๆไป มีถามว่าเล่น facebook หรือเปล่าด้วย เล่นอะไรบ้าง ที่เตรียมมาไม่ได้ใช้เลยค่ะ

เป็นสัมภาษณ์ทีละคนค่ะ มีกรรมการ 3 ท่านคิดว่าเป็นผู้บริหาร มีทั้งคนไทยและคนสิงคโปร์ รอบนี้คำถามไม่เหมือนกันนะคะ ของหนูเป็นคำถามที่เกี่ยวกับตัวเราเช่น ทำงานอยู่หรือเปล่า เคยทำที่ไหนบ้าง แล้วงานที่เคยทำเป็นแบบไหน ทำอะไรบ้าง แต่ของเพื่อนเค้าถามเกี่ยวกับ SQ ค่ะ ว่ามี destination อะไรบ้าง route บินเป็นแบบไหน เสร็จแล้วก็ให้กลับไปรอผลที่บ้าน น่าจะผ่านเข้ามารอบนี้ซัก 70 คนนะแต่ที่ผ่านได้ไป train จริงๆ ตอนนี้เท่าที่ทราบก็ประมาณ 15 คนค่ะ

สุดท้ายเป็นสัมภาษณ์เดี่ยวค่ะ มีกรรมการ 4 ท่าน เค้าถามว่า เคยทำงานที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า หนูก็ตอบว่าไม่มีประสบการณ์การทำงานเลย แล้วเค้าถามต่อว่า เรียนจบจากที่ไหน รู้ไหมว่าทำงานสายการบินเป็นอย่างไรต้องล้างห้องน้ำด้วยนะ หนูบอกไปเลยว่าล้างห้องน้ำเนี่ยสบายมากเคยล้างมาแล้ว ตอนฝึกงานที่โรงแรมล้างเยอะมาก ต้องทำทุกวันด้วยวันละ 3-4 ห้อง คือเราเข้าใจน่ะค่ะว่าการเป็นแอร์ จุดประสงค์ไม่ใช่เน้นไปขัดห้องน้ำ แต่ถ้าเราทำงานโรงแรมเป็น House keeping มันคือหน้าที่ที่ต้องขัดห้องน้ำ มันต่างกัน ถ้าเราเป็นแอร์ การขัดห้องน้ำมันเป็นแค่พาร์ทนึงของงานที่เราไม่ต้องทำบ่อยขนาดนั้น และแค่ห้องเดียวเนี่ยสบายมากเลย

สุดท้ายเป็นสัมภาษณ์เดี่ยวกับผู้บริหารค่ะ มี 3 ท่านเป็นคนไทย 1 ท่าน น่าเกรงขามทุกคนเลยค่ะ หนูโดนถามตั้ง ครึ่งชั่วโมงแน่ะ ถามเยอะมากเป็นพวกเรื่องส่วนตัว ก็ถามว่าคุณพ่อทำงานที่การบินไทยเจออะไรไม่ดีบ้าง พี่สาวเจออะไรไม่ดีบ้างไหมบนเครื่องบิน แล้วก็เรื่องที่ทำงานเก่าว่าเคยเจออะไรบ้างที่มันทำให้เราต้องปรับตัว แล้วถ้าไปอยู่ที่สิงคโปร์ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่ที่เค้าถามก็มาจาก resume ที่เราส่งไปน่ะค่ะ หนูก็ตอบไปว่า พอคุณพ่อกลับมาบ้านก็ไม่ได้คุยเรื่องงานเลย นวลเลยไม่รู้ มันคงเครียดน่ะค่ะ แต่กับพี่สาวนี่รู้นะเพราะคุยกัน พี่เล่าว่าก็มีโดนผู้โดยสารว่าเหมือนกัน เพราะแต่ละชาติจะมี วัฒนธรรมไม่เหมือนกัน ของญี่ปุ่นค่อนข้างจะ sensitive มากๆ จะทำอะไรต้องถามก่อน จะไปทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้นะ วัฒนธรรมเค้าค่อนข้างแรง ต้อง train มาดีๆ ต้องปรับตัวให้ได้ แต่บางคนก็เจอคำถามทั่วๆไปนะ หรือคำถามที่ไม่นึกว่าเค้าจะถามน่ะ อย่างเล่น facebook หรือเปล่า ประมาณนี้ หนูว่าเค้าคงจะดูทัศนคติเรามากกว่าว่าเหมาะกับองค์กรเค้าหรือเปล่า แล้วตัวเรามีความคิดอย่างไร

คิดว่าการสมัครครั้งนี้ยากไหมคะ

ก็ยากค่ะ เพราะมันมีหลายขั้นตอน ถ้าเราพลาดแค่ขั้นตอนเดียวที่ทำมาทั้งหมดก็หายไปหมดเลย

ตอนสัมภาษณ์รู้สึกว่าขั้นตอนมันเยอะนะคะ แต่ไม่เครียดมาก คือในการสมัครแอร์บางครั้งเหมือนต้องแข่ง performance กับคนอื่นๆ ที่มาสมัครพร้อมกันว่าใครดูโดดเด่นกว่า แต่ที่นี่ไม่ใช่มันเหมือนกับให้เราทำอะไรก็ได้ที่
เป็นตัวเรา แล้วเค้าจะดูว่าเราใช่กับสายการบินของเค้าหรือเปล่า พยายามเป็นตัวของตัวเองน่ะค่ะ

รู้สึกกดดันมากเลยค่ะ นั่งลุ้นตลอดทุกรอบเลยว่าเราจะผ่านหรือเปล่า ก็มีแอบคิดนะว่า ตกๆไปเหอะ ไม่ไหวแล้วมันกดดันนะ ต้องมานั่งลุ้นตั้งหลายรอบ

รอบอื่นๆไม่ยากนะคะ ตื่นเต้นมากกว่า แต่รอบสุดท้ายสัมภาษณ์เดี่ยวเนี่ยยาก ยิ่งเรามีประสบการณ์มาก่อนเค้าก็ยิ่งยิงคำถามยากๆ เราต้องมีสติ ต้องตั้งสติดีๆ แต่รอบอื่นมีหลายคนเข้าไปด้วยกันก็ ok ก็แอบฟังคนอื่นตอบก่อน555

คิดว่าจุดเด่นอะไรที่ทำให้ได้รับเลือก

น่าจะเป็นความจริงใจมั้งค่ะ ก็ไม่ทราบเหมือนกัน น่าจะเพราะเป็นธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเอง

น่าจะเป็นที่มีความมั่นใจในตัวเองค่ะ พอเรามั่นใจในตัวเองเราคิดว่าเราทำดีแล้ว มันก็จะมีความตั้งใจอยู่ในนั้น มันก็คงเป็นจุดเด่นที่ทำให้เค้ามั่นใจว่าเราน่าจะทำงานให้เค้าได้ค่ะ

ไม่ทราบจริงๆค่ะ แล้วแต่ละคนที่ได้ก็ไม่เหมือนกันเลยนะคะ คือทุกคนมีแนวของตัวเองน่ะค่ะ หนูว่าอาจจะเป็นเพราะเราง่ายๆ ให้ทำอะไรก็ได้มั้งคะ อย่างตอนที่ถามเรื่องขัดห้องน้ำ หรือเรื่องที่ต้องไปอยู่สิงคโปร์น่ะค่ะ และก็คงเพราะเราไม่เครียดด้วยเลยดูเป็นธรรมชาติ บางคนอาจจะเครียดมาก เกร็งมาก เลยดูเหมือนท่องมาน่ะค่ะ แต่หนูไม่เคยสมัครงานมาก่อนก็เลยไม่ค่อยแน่ใจน่ะค่ะว่าเค้าดูอะไรแบบไหนกันบ้าง

คิดว่า น่าจะเป็นเพราะยิ้มง่าย friendly ปรับตัวง่ายน่ะค่ะ ตอนเข้าไปสัมภาษณ์หนูยิ้มแฉ่งตลอดเลย ยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูเลยค่ะ555

ถ้าเพื่อนๆ อยากทำงานนี้บ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ

ก็เตรียมเรื่องเอกสารต่างๆให้พร้อมก่อนค่ะ ทั้งหลักฐานต่างๆ รูปถ่าย ผล TOEIC เตรียมให้ครบ ถ้าสายการบินไหนเปิดจะได้สมัครได้เลย แล้วก็เตรียมคำถามหลักๆ ที่เจอบ่อยๆ เช่น การแนะนำตัวเอง, ทำไมอยากทำงานนี้ และต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับสายการบินที่เราไปสมัครด้วยนะคะ ดูในเว็บ TCC ก็ได้ รวมทั้งพวกคำถามเก่าๆ ที่เคยใช้สัมภาษณ์จะได้เตรียมว่าควรตอบอย่างไร คือแนะนำว่า ให้คิดเป็น idea น่ะค่ะ ว่าจะตอบประมาณไหน ไม่ต้องเขียนแล้วท่องเป็นบทนะคะ เวลาตอบจะได้เป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนท่องมา

มีเทคนิคฝึกภาษาอังกฤษแบบไหนคะ

เวลาขึ้นรถก็ฟังวิทยุที่เป็นข่าวภาษาอังกฤษแล้วก็พยายามพูดตามค่ะ เวลาดูหนังก็ฟัง soundtrack และเปิดคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าเปิดคำบรรยายเป็นภาษาไทยเดี๋ยวสมาธิเราจะไปอยู่กับภาษาไทยน่ะค่ะ

ก็พยายามดูหนัง ฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษค่ะ จะได้ฟังเสียงสำเนียงที่แท้จริงและชัดเจน เพราะภาษาอังกฤษก็มีหลายสำเนียงค่ะ ต้องปรับหูให้คุ้นๆไว้

ดูหนังค่ะ คือตอนอยู่ที่สิงคโปร์น่ะ เราได้พูดประจำอยู่แล้วแต่สำเนียงกับไวยากรณ์ของเค้าค่อนข้างแปลกๆ เราเลยต้องฝึกเองโดยดูหนังแล้วก็พูดตามค่ะ จะได้มีสำเนียงและไวยากรณ์ที่ถูกต้อง แรกๆ ก็เปิด subtitle หลังๆ ก็ไม่เปิดแล้วเพราะเวลาเปิดเราจะเอาแต่อ่าน ถ้าเราไม่เปิด เราจะตั้งใจฟังมากกว่าค่ะ

หนูเคยไปเรียนที่อเมริกาค่ะ ตอนม.5 พอดีมีครอบครัวชาวต่างชาติรู้จักกับที่บ้านเลยไปเรียน 1 ปีค่ะ ตอนแรกหนูโง่ภาษาอังกฤษมากเลยนะ พูดไม่ได้เลย แต่ต้องไป เพราะพ่อแม่อยากให้ไป ตอนนั้นนวลเอาแต่ใจตัวเองน่ะค่ะ พอไปก็ได้อะไรเยอะเลย ต้องดูแลตัวเอง ต้องทำอย่างไรให้อยู่ได้ ต้องไม่เอาแต่ใจตัวเอง ไปถึงก็พูดไม่ได้เลย ก็แบะๆไป พออยู่ๆไปมันก็ซึมซับเอง มันเป็นสัญชาติญาณ มันต้องเก็ทน่ะค่ะ ไม่ได้พูดภาษาไทยเลย แต่ถ้านวลไม่เข้าใจอะไรหรืองงคำไหน จะถามเลยนะคะ ไม่เก็บไว้เพราะถ้าเก็บไว้ไม่ถาม เราก็จะโง่ต่อไปจริงไหมคะ ก็พยายามพูดทุกวันและก็ดูทีวีค่ะ แล้วก็กลับมาเรียนม.6 ต่อจากนั้นก็สอบเข้าที่มหิดลเลย ไม่ได้เอนทรานซ์ กลัวไม่ติดค่ะ 555 แต่ที่มหิดลนี่ภาษาแข็งมากนะคะ อาจารย์ดี มาตรฐานสูงเรื่องภาษา แล้วตอนทำงานก็ทำงานโรงแรมด้วยเลยต้องคุยกับแขกต่างชาติเยอะ ก็เป็นการฝึกฝนไปด้วยน่ะค่ะ

มีอะไรฝากอะไรให้เดินตามความฝันเหมือนกันหน่อยค่ะ

ก็ถ้าอยากเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมค่ะ ที่ไหนเปิดปุ๊บจะได้สมัครได้เลย แล้วก็อย่าท้อค่ะ ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ บางคนสมัครตั้งหลายครั้งกว่าจะได้ ถ้าสมัครครั้งแรกแล้วได้ เราก็คงไม่เห็นคุณค่า เราอาจจะไม่ตั้งใจทำงานก็ได้ แต่ถ้าเราต้องพยายามหลายครั้งกว่าจะได้มา มันก็ทำให้เราคิดว่าเราต้องรักษาไว้ให้ดีๆ เค้าให้โอกาสแล้ว

เริ่มจากเตรียมตัวสัมภาษณ์ เราควรเตรียมตอบคำถามที่น่าจะเจอบ่อยๆ อย่างเช่น ทำไมเราควรจะจ้างคุณ คุณคาดหวังอะไรจากบริษัท หาดูจากใน internet ก็ได้ค่ะ พวกคำถามที่เจอบ่อยๆ กับเทคนิคการตอบคำถาม ควรฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้ได้ระดับนึงด้วยนะคะ แล้วก็ดูแลเรื่องรูปร่าง หน้าตาด้วยค่ะ ส่วนเรื่องส่วนสูงบางสายการบินก็ไม่ได้ต้องการคนที่สูงมาก เราก็ควรเลือกสายการบินที่เหมาะกับตัวเราด้วยค่ะ

ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมน่ะค่ะ อ่านจากใน web ก็ได้ว่าเป็นอย่างไร ต้องเจออะไรบ้าง เตรียมคำถามที่คิดว่าน่าจะเจอด้วยนะคะ เพราะถ้าให้ไปคิดสดตอนสัมภาษณ์ก็น่าจะไม่ไหวนะ แต่หนูก็คิดสดตอบไปหลายครั้งเหมือนกัน ที่เตรียมๆมาไม่โดนถามเลย แต่เพื่อนหนูโดนถามนะ อย่างเช่น สายการบินนี้เปิดมาแล้วกี่ปี มีเที่ยวบินไปที่ไหนบ้าง ดังนั้นเราควรเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก่อนค่ะ

หนูว่ามันไม่ยากนะคะการที่จะเป็นแอร์ ถ้าเรามุ่งมั่น อดทน อาจจะสมัครทีเดียวไม่ได้ อาจต้องสมัครหลายๆที่แต่เราต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ และต้องลองมานั่งคิดดูว่า ทำไมเราไม่ได้และก็นำมาปรับใช้กับครั้งหน้า แล้วก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี เตรียมบุคลิก เสื้อผ้า-หน้า-ผม การแต่งตัวให้ดี friendly กับเพื่อนๆ เตรียมคำถามให้ดีๆ เท่านี้ก็น่าจะได้แล้วค่ะ

..................................
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2248
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เก็บไว้เป็นข้อมูล สำหรับ Singapore Airlines รอบสองและรอบต่อๆ ไป (ตัดตอนมาจากบทสัมภาษณ์ลูกเรือ Singapore Airlines คนไทย 6 คน)

โพสต์โดย meili » วันจันทร์ ก.ย. 29, 2014 10:04 pm

ขอบคุณค่ะ
meili
Free Ticket 1st Class Everywhere
Free Ticket 1st Class Everywhere
 
จำนวนการตอบ: 730
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันจันทร์ ม.ค. 28, 2008 1:35 pm
ที่อยู่: Donmuang
Reputation point: 7
meili โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย


ย้อนกลับไปยัง Finn Air, Jetstar, Norwegian Long Haul, Singapore Airlines, SWISS, United Airlines และสายการบินต่างประเทศอื่นๆ

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 13 คน