เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

ภารโรง: myoldeditor

เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย myoldeditor » วันจันทร์ ก.ค. 27, 2009 4:25 pm

รูปภาพ

กระแสรัก “แม่” คงซาลงไปจริงๆ เพราะมีผู้ส่งเรียงความ “เหตุการณ์ประทับใจที่ทำให้คุณรักแม่มากที่สุด” มาไม่มากนัก แต่ไม่แน่เสมอไป เพราะผมเชื่อว่าเราทุกคนล้วนประทับใจแม่บังเกิดเกล้าของเรากันทั้งนั้นไม่ว่าจะมองแม่ในแง่มุมไหน เพียงแต่ไม่รู้จะแสดงออกอย่างไรเท่านั้น

เอาเป็นว่าไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ โดยเฉพาะในวันเกิดของแม่เราจริงๆ ขอให้เรารักแม่ให้มากขึ้น อย่าอาย อย่าเขินที่จะบอกรักแม่ กอดแม่ ทำดีกับแม่ และวิธีที่ง่ายที่สุด เพียงคุณทำให้แม่สบายใจก็นับว่าเป็นการสร้างความสุขให้แม่อย่างหนึ่งแล้วครับ

เราได้รับเรียงความดีๆ จากสมาชิกทั้งหมด 16 เรื่อง ทุกเรื่องดีหมดอยู่ที่ความสามารถในการถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรเท่านั้นที่ทำให้แต่ละเรื่องแตกต่างกันออกไป แต่สรุปว่าทีมงานอ่านแล้วน้ำตาไหลกันทุกคน [smilie=bn18.gif] ในที่สุดเราจึงได้คัดเรียงความจำนวนหกเรื่องที่สมควรได้รับรางวัลเรียงตามลำดับก่อนหลังดังนี้ครับ

1. คุณการัณย์ สุวรรณผ่อง รับรางวัลพิเศษ Early bird ในฐานะที่ส่งเข้ามาเป็นคนแรก

ลำดับ 2-6 รับเสื้อ TCC และของที่ระลึกจากเว็บไซต์ (จะพยายามจัดเสื้อให้ตามไซส์ที่ต้องการ เอ้ๆๆๆ ทำไมสมาชิก tcc ถึงมีแต่คนหุ่นใหญ่ๆ นะ)

2. คุณสรวงสุดา ดวงสุพรรณ เสื้อเบอร์ L
3. คุณรสสุคนธ์ อินทะปัญโญ เสื้อเบอร์ S กับ XL
4. คุณภัทราพร อุทัยเลิศ เสื้อเบอร์ L
5. คุณทัตตกานต์ คูณแก้ว รับเสื้อเบอร์ M
6. คุณ methinee waravuthipong รับเสื้อเบอร์ M


ลำดับที่ 7-16 รับกระเป๋าผ้า TCC และของที่ระลึกจากเว็บไซต์

7. คุณศิริพล ชิณภา
8. คุณทัตพร จันทร์เรื่อง
9. คุณสุภัทรรัชต์ ลีสวรรค์
10. คุณวิชาญ น้อยเมืองเปลือย
11. คุณปุณยวีร์ ธีร์ธัญวัฒน์
12. คุณปุญญพัฒน์ ฦๅชา
13. คุณนัสรุชาซ์ ภัทรกมลพงษ์
14. คุณณัฐวุฒิ เรือนแก้ว
15. คุณณัฐกาญจน์ กาญจนา
16. คุณสุวนันท์ อังกุลดี


ของรางวัลจะเริ่มทยอยส่งภายใน 2-3 วันนี้ครับ

เอาล่ะเรามาี้ร่วม "ซาบซึ้ง" [smilie=bn18.gif] กันเลย

........................................

รูปภาพ

1. คุณการัณย์ สุวรรณผ่อง

"แม่" คำๆ เดียวสั้น ๆ แต่มีความหมายมหาศาล สำหรับผมแล้วเหตุการณ์ที่ทำให้ผมรักแม่มากที่สุดมีมากมาย เพราะในทุกๆ วัน แม่มักจะทำสิ่งต่างๆ ที่ทำให้ผมประทับใจอยู่เสมอๆ หากจะให้ยกมาเหตุการณ์หนึ่ง ผมคงต้องย้อนไปเมื่อกว่า 7 ปีที่แล้ว ขณะนั้นผมเรียนอยู่ชั้น ม.6 ช่วงนั้นเป็นช่วงการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย ผมต้องสอบทั้งโควต้าของมหาวิทยาลัยมีชื่อของรัฐแห่งหนึ่งของ จ.เชียงใหม่ รวมทั้งสอบในส่วนกลางหรือเอนทรานซ์ (ในขณะนั้น) ตอนนั้นผมเป็นคนที่ไม่สนใจการเรียนเลย ขี้เกียจอ่านหนังสือ โดดเรียน ไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแม้แต่น้อย แม่ผมทั้งหนักใจและเหนื่อยใจกับตัวผมมาก ทั้งบ่น ว่ากล่าวตักเตือนก็แล้ว เป็นห่วงอนาคตของผม แต่ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านหรือขยันขึ้นมาแม้แต่น้อย

ถึงวันสอบ ผมก็ไปสอบเหมือนกับว่าให้ผ่านๆ ไป กระทั่งถึงวันประกาศผลสอบโควต้า ผมกลับเริ่มรู้สึกตื่นเต้น ตอนที่เริ่มประกาศรายชื่อ ผมเห็นคนอื่นๆ ดีใจ กระโดดโลดเต้นที่สอบติด ผมเริ่มรู้สึกขึ้นมาว่าอยากสอบติดบ้าง..สุดท้ายปรากฎว่าผมสอบไม่ติด ผมร้องไห้ เสียใจ ขับรถกลับบ้านก็ร้องไห้ พอถึงบ้าน แม่ของผมรอคอยอยู่ด้วยใจจดใจจ่อ หวังว่าจะได้รับข่าวดีจากลูก แม่เห็นผมร้องไห้ฟูมฟาย ณ ขณะนั้นผมคิดว่าแม่ผมต้องดุด่า ว่ากล่าว สมแล้วกับการกระทำที่ผ่านมาของผม แต่แม่กลับเข้ามาปลอบผม กอดผม ปาดน้ำตาที่แก้มผมพร้อมกับพูดว่า "ไม่เป็นไรนะ ลูกทำดีที่สุดแล้ว" พร้อมกับน้ำตาของแม่ที่ไหลออกมาเมื่อเห็นผมร้องไห้เสียใจ แม่เฝ้าปลอบประโลม ให้กำลังใจและอยู่ข้างผมเสมอ แม่บอกว่าให้ผมสู้ต่อไป "ไม่เป็นไรลูก เอนทรานซ์ยังมี"

หลังจากวันนั้นผมเริ่มรู้สึกตัว และคิดได้ว่าตลอดเวลาผมทำให้แม่หนักใจอยู่เสมอ และคราวนี้แม่เสียใจที่เห็นผมผิดหวัง ผมเริ่มใช้เวลาที่เหลืออยู่เริ่มอ่านหนังสืออย่างจริงจัง เพื่อเตรียมการสอบเอนทรานซ์ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้าย แม่ผมเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างผมเสมอ แม้สุดท้ายผมก็สอบเอนทรานส์ไม่ติดเช่นกัน ครั้งนี้ผมรู้ตัวว่ากว่าผมจะคิดได้มันก็สายเกินไปแล้ว ผมไม่เสียใจมากเท่าครั้งแรกแต่ผมก็เริ่มคิดได้ จากความผิดหวังที่ได้รับ จากที่ได้เห็นน้ำตาของแม่ในวันนั้น และจากกำลังใจ ความอบอุ่นที่ได้รับจากแม่ ตั้งแต่นั้นมานับได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม ผมศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่นั้นมาผมตั้งใจเรียน เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อแม่ของผมและสามารถพิสูจน์ตัวเองด้วยเกรดเฉลี่ยในเทอมแรก 3.80 คนแรกที่ผมอยากนำใบเกรดไปให้ดู คือแม่ของผม แม่ผมภูมิใจมาก เพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่แม่เห็นเกรดเฉลี่ยที่มีเลข 3 นำหน้า

เวลาผ่านไปเกือบปี แม่ของผมก็มองเห็นบางอย่างในตัวผมแล้วก็บอกกับผมว่า "ลูกมีแววด้านภาษานะ ไม่ลองเอาคะแนนเก่าไปยื่นเอนทรานซ์ปีนี้ดูเหรอ" ตอนนั้นผมเลิกคิดไปแล้วว่าอยากจะเรียนมหาวิทยาลัยรัฐ เพราะคิดว่าที่เรียนอยู่ทุกวันนี้ก็ทำได้ดี แต่ด้วยเหตุทางด้านค่าเทอมตลอดจนที่แม่ทักขึ้นมา ก็เลยคิดว่าลองๆ เอาไปยื่นดูก็ไม่เสียหายนี่ สอบใหม่ก็ไม่ต้องสอบ เอาคะแนนเก่าไปยื่นๆ ดูเพื่อให้แม่สบายใจ เผลอๆ ฟลุ๊คขึ้นมาใครจะไปรู้...ใช่ครับ ปีถัดมาผมเผลอๆ ฟลุ๊คติดภาควิชาภาษาอังกฤษ ของมหาวิทยาลัยรัฐมีชื่อแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่เป็นอันดับ "สุดท้าย" กลายเป็นเด็ก "ซิ่ว" แล้วก็สามารถเรียนจบมาได้ในเวลา 4 ปี

ผมจำช่วงเวลาที่รู้ผลจากทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ดี แม่ผมเป็นคนดู เพราะผมเองก็ไม่คิดว่าจะติด เราร้องไห้ฟูมฟายกอดกัน แต่หนนี้มีแต่น้ำตาแห่งความปลื้มปิติ จะด้วยความฟลุ๊คหรือเพราะโชคช่วยก็แล้วแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้คือถ้าผมไม่มีแม่ที่คอยว่ากล่าวตักเตือน คอยอยู่เคียงข้างให้กำลังใจ คอยสังเกตพฤติกรรมและเป็นห่วงอนาคตของผม ผมก็คงไม่มีวันนี้ วันที่ผมประสบความสำเร็จและทำให้แม่ของผมมีความสุข.. ผมรักแม่ครับ

น้องเก่งจริงๆ ขนาดฟลุคนะเนี่ยยังติดมนุษย์ มช. พี่อ่านหนังสือแทบตายกว่าจะเอ็นท์ติดกับเค้า-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

2. คุณสรวงสุดา ดวงสุพรรณ

หากจะพูดถึงแม่ มีเรื่องราวมากมายเหลือเกินเกี่ยวกับผู้หญิงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉันคนนี้ซะจนฉันไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นถ้อยคำได้หมด ตลอดระยะกว่า 20 ปีมานี้ ด้วยสองมือของแม่ ฉันจึงได้เติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุข ได้มีวันนี้ ได้รับรู้ถึงความรักอันบริสุทธิ์ยิ่งใหญ่ที่ฉันคิดว่าหาจากที่ใหนไม่ได้อีกแล้ว..

แม้ฉันจะเกิดและโตในต่างจังหวัด หรือจะเรียกว่าเด็กบ้านนอกก็ตาม แม้ครอบครัวของฉันจะไม่ได้ร่ำรวย ฉันไม่อายที่จะบอกว่าฉันเป็นลูกชาวนา แม่ฉันเป็นชาวนา แม่ทำงานหนัก หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินมาตั้งแต่ฉันเริ่มจำความได้ นั่นไม่ได้ทำให้ฉันน้อยเนื้อต่ำใจเลยสักนิด กลับกัน แม่เลี้ยงฉันให้เติบโตมาด้วยความสุข ห้อมล้อมด้วยความรักความอบอุ่นจากแม่ ความรักที่เงินก็ซื้อไม่ได้ ด้วยพ่อต้องทำงานอยู่อีกจังหวัดหนึ่งได้กลับบ้านแค่เพียงไม่กี่ครั้ง ทำให้แม่ต้องเลี้ยงฉันซึ่งเป็นลูกคนเดียวมาโดยลำพัง

แม่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและอดทนที่สุด ไม่เคยปริปากบ่นถึงความลำบากเลยสักครั้ง ผิวของแม่คล้ำกร้านเพราะงานหนัก แต่แม่ก็ยังสวยที่สุดในสายตาฉันอยู่ดี และอ้อมกอดของแม่ก็ยังคงอบอุ่นอยู่เสมอ... แต่ก็มีหลายครั้งที่ฉันไม่เข้าใจความปารถนาดีและความห่วงใยของแม่ ฉันแสดงออกด้วยการเถียงและไม่ยอมรับฟัง หลายต่อหลายครั้งที่ฉันทำให้แม่ต้องเสียใจ

ฉันอยากจะขอโทษ อยากจะบอกรักแม่บ่อยๆ ต่อหน้าแม่ แต่ก็ไม่ได้ทำมัน เพราะว่าในตอนนั้นฉันเขินเกินกว่าที่จะพูดออกมาตรงๆ ด้วยฉันคิดว่ายังมีเวลาเหลืออีกมากที่จะพูดคำนั้นกับแม่ แต่ก็มีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนความคิดนี้ของฉันไปโดยสิ้นเชิง เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด แต่ได้ทำให้ฉันรู้ว่าฉันรักแม่มากแค่ใหน ฉันจำวันนั้นได้อย่างไม่มีวันลืม

ตอนนั้นฉันยังอยู่แค่ชั้นประถม หลังเลิกเรียน กลับมาถึงบ้านไม่เจอแม่ ก็เลยนั่งทำการบ้านตามปกติ สักพักก็มีเสียงเพื่อนตะโกนเรียกที่หน้าบ้าน เมื่อออกไปดู เพื่อนมีสีหน้าตกใจพร้อมบอกกับฉันว่า แม่โดนรถชนที่ถนนใหญ่ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ฉันบรรยายความรู้สึกในตอนนั้นไม่ถูก มันชาไปหมดทั้งตัว ไม่รับรู้อะไรแล้ว เหมือนความฝัน ฉันยืนนิ่งราวท่อนไม้ จนกระทั่งป้าของฉันวิ่งมาหาแล้วกอดฉันไว้ ตอนนั้นเองที่น้ำตาได้ไหลออกมามากอย่างที่ไม่เคยมาก่อน ลุงขับรถโดยมีฉันและป้านั่งอยู่ด้วยไปที่โรงพยาบาลทันที

ภาพที่ฉันเห็นก็คือ แม่นอนไม่รู้สึกตัวอยู่บนเตียง ที่มือมีสายน้ำเกลือระโยงระยาง หัวของแม่ถูกพันด้วยผ้าพันแผล มีเลือดซึมออกมาจนผ้ากลายเป็นสีแดง หน้าแม่บวมบูดและเขียวช้ำ แขนขามีแผลเต็มไปหมด ตอนนั้นฉันร้องไห้จนเสี้อเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา

ฉันอยากเข้าไปกอดแม่ ฉันกลัวว่าแม่จะตาย ฉันกลัวว่าแม่จะจากฉันไป ตอนนั้นฉันอยากไปอยู่ตรงนั้นแทนแม่ อยากเจ็บแทนแม่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลย ตลอดสามวันแรกที่โรงพยาบาล ฉันเฝ้าแม่ไม่ยอมห่าง หลังจากแม่รู้สึกตัว คำแรกที่แม่ถามเมื่อเห็นหน้าฉัน แม่ลูบหัวแล้วถามฉันว่า ฉันเป็นอย่างไรบ้าง กินข้าวรึยัง ในตอนนั้นฉันกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ แม่ห่วงฉันมากกว่าห่วงตัวเองเสียอีก ฉันรู้แล้วว่าแม่รักฉันมากแค่ใหน และได้รู้ด้วยว่าตัวฉันรักแม่มากแค่ใหนเช่นกัน มากกว่าทุกสิ่งทุกอย่าง มากกว่าชีวิตของฉันเสียอีก

หลังเลิกเรียนทุกวัน ฉันอยู่เฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล ดูแลแม่เท่าที่ฉันจะสามารถทำได้ แม่เข้มแข็งมาก ไม่เคยปริปากถึงความเจ็บปวดเลย บอกฉันตลอดว่าไม่ต้องห่วง เดี๋ยวแม่ก็หายแล้ว แม้จะเจ็บปวด แต่แม่ยังคงมีรอยยิ้มบนใบหน้าอยู่เสมอ หลังจากนั้นอาการของแม่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนได้กลับบ้าน ตอนนั้นฉันคิดกับตัวเองตลอดว่า ถ้าแม่จากไปแล้วฉันจะทำอย่างไร ฉันคงอยู่ต่อไปอีกไม่ได้แน่ๆ มันทำให้ฉันสัญญากับตัวเองว่าจะเป็นลูกที่ดีของแม่ไม่ทำให้แม่ต้องเสียใจอีก

เหตุการณ์นี้ เป็นทั้งเหตุการณ์ที่เลวร้ายและน่าประทับใจสำหรับฉัน ฉันได้ใช้เวลาอยู่กับแม่ ได้พูดคุยกัน ได้ดูแลแม่ ทำให้ฉันได้เข้าใจถึงความรักความห่วงใยของแม่ เข้าใจในบางมุมที่ฉันไม่เคยเข้าใจ ฉันได้รู้แล้วว่าฉันรักแม่มากที่สุด

หลังจากวันนั้น ฉันก็กล้าที่จะบอกรักแม่ต่อหน้า กอดแม่ทุกครั้งที่อยากกอด บอกรักแม่ทุกครั้งที่อยากบอก ฉันไม่ลังเลที่จะทำมัน ฉันรับฟังเหตุผลของแม่ และขอโทษทุกครั้งที่ฉันผิด ฉันไม่เถียงแม่แล้ว และฉันต้องทำให้ท่านภูมิใจให้ได้

ตอนนี้ฉันเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว และระลึกอยู่เสมอว่าแม่กำลังเฝ้ารอวันที่ฉันได้ไปถึงจุดหมาย ฉันได้มีโอกาสดีๆ ยืนอยู่จุดนี้ได้ก็เพราะสองมือแม่ที่คอยอุ้มชูเลี้ยงดู เพราะคำสั่งสอนของแม่ ความอดทนที่ได้จากแม่ ทุกสิ่งที่แม่มอบให้กับฉันมันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะตอบแทนได้หมด

สิ่งที่ดีที่สุดที่ฉันจะทำให้แม่ได้ในตอนนี้อาจเป็นแค่คำพูดสั้นๆ แต่มันก็เป็นคำที่ยิ่งใหญ่จากใจลูกที่รักแม่ที่สุด "แม่จ๋า หนูรักแม่ที่สุดในโลก หนูจะเป็นคนดีของแม่ ขอบคุณนะคะที่แม่มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้หนูตลอดมา หนูรักแม่ค่ะ"

ซึ้งมากมายจริงๆ รักแม่ให้มากๆ นะครับ-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

3. คุณรสสุคนธ์ อินทะปัญโญ

ถ้าจะให้บอกว่าเหตุการณ์ใดที่ทำให้ฉันรักแม่มากที่สุด คงพูดได้ว่าไม่มีเหตุการณ์ใดที่เป็นที่สุด เพราะทุกๆ เหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก จนถึงวันนี้ ความรักที่ได้รับจากแม่ไม่อาจประเมินค่าเป็นเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งได้เลย

แม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนฉันยังเด็ก เวลาที่ป่วยฉันจะมีอาการชักบ่อยๆ แม่ต้องคอยเฝ้าไข้ทั้งคืนและเช็ดตัวตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นฉันก็จะชักอีก แม่กลัวว่าฉันจะตาย ตอนพาไปหาหมอก็ร้องไห้แล้วพูดว่า อย่าเป็นอะไรนะลูก แม่เล่าว่าระหว่างที่รอหมอ พอฉันเริ่มชักอีก แม่รีบอุ้มฉันแซงคิวเข้าไปหาหมอทันทีอย่างไม่รอช้า แม่เล่าไปหัวเราะไป ฉันชอบรอยยิ้มของแม่ที่สุด...

ตั้งแต่ตอนฉันยังเด็ก บ้านของเราไม่ได้ถือว่ามีความเป็นอยู่ที่ดีเลย ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์แม่จะพาตระเวณไปขายของตามงานต่างๆ เช่นงานวัด หรือหนังกลางแปลง รู้ข่าวว่ามีงานที่ไหนก็จะไปที่นั่น เพื่อหาเงินส่งฉันเรียน ฉันต้องหอบการบ้านไปทำท่ามกลางเสียงอึกทึกครึกโครมของงานวัด เด็กประถมที่สามสี่ทุ่มควรจะเข้านอน แต่ฉันนั่งทำการบ้านอยู่ใต้แสงเทียน ใต้ร้านขายของของแม่ในงานวัดนั้น พอดึกเข้าหน่อยแม่ก็จะกางมุ้งให้นอนจนงานเลิกตีหนึ่งตีสองก็กลับบ้าน

ในช่วงเทศกาลที่เด็กคนอื่นๆ มักจะได้หยุดกัน ไปเที่ยวพร้อมหน้ากับครอบครัว ฉันไม่เคยมีวันเวลาเหล่านั้นเหมือนเด็กอื่นๆ ฉันต้องไปขายของกับแม่ เช่น สงกรานต์ ฉันก็เล่นสาดน้ำอยู่หน้าร้านขายของของแม่นั่นแหละ หรือเทศกาลลอยกระทง ฉันก็จะได้เที่ยวงานลอยกระทงทุกปี ไม่ต้องไปยืนเบียดเสียดใคร ได้ดูแห่นางนพมาศอยู่ในร้านขายของกับแม่ทุกๆ ปี ฉันรู้สึกว่าแม่พยายามชดเชยความสนุกวัยเด็กที่หายไปของฉันด้วยของที่ฉันอยากได้ปีละครั้ง ซึ่งปีนึงฉันสามารถเลือกของที่อยากได้อย่างนึงที่ไม่แพงมาก แม่ก็มักจะตามใจฉันอยู่เสมอ ฉันไม่เคยคิดเสียดายวัยเด็กที่หายไปของฉันเลย เพราะฉันรู้สึกว่าแม่ได้เติมเต็มทุกอย่างให้กับฉัน ฉันชอบอยู่กับแม่ที่สุด...

พอฉันขึ้นมัธยม ฉันรู้สึกสนุกกับการเรียนมาก อาจจะเป็นเพราะฉันโชคดีที่แม่สนับสนุนทุกๆเรื่อง แม่ไม่เคยบังคับว่าฉันควรจะเรียนอะไร แม่ให้โอกาสฉันได้ตัดสินอนาคตของฉันอย่างเต็มที่ แม่ไม่อยากให้ฉันต้องมาลำบากเหมือนกับแม่ แม่อยากให้เรียนสูงๆ แม่หวังแค่นั้นเอง ฉันเลยอยากจะทำให้แม่ได้ในสิ่งที่เกินความคาดหวัง ฉันเรียนดีมาตลอด ได้รางวัลจากการแข่งขันวิชาการมากมาย พอเอาประกาศนียบัตรกลับบ้านมาให้ดูแม่ก็บอกว่า อืม เหรอ แล้วหลังจากนั้นแม่ก็แอบเอาประกาศนียบัตรที่ฉันได้ไปใส่กรอบ ฉันรู้นะว่าที่จริงแม่ก็ดีใจใช่ไหมล่ะ?

ช่วงสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉันเคยขอเงินแม่ไปเรียนพิเศษกับเพื่อนเพื่อเตรียมตัวสอบ แม่ทำท่าลำบากใจ แล้วบอกกับฉันว่า แม่อยากให้ลูกไปเรียนนะ แต่แม่ไม่มีเงินให้ลูกในตอนนี้ ฉันเห็นแววตาของแม่ดูเศร้าๆ ที่ต้องบอกกับฉันแบบนี้ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เครียดและกดดันมาก ฉันได้รับหนังสือเก่าๆ ของรุ่นพี่มาบ้าง แล้วบางส่วนก็เอามาจากห้องสมุด ฉันเริ่มอ่านหนังสือเองที่บ้านโดยมีแม่คอยส่งเสบียงให้ ทั้งโอวัลตินเย็นที่ฉันชอบกิน ขนม อาหารที่ชอบ ช่วงนั้นแทนที่จะเครียดแล้วน้ำหนักลด กลับอ้วนขึ้นอีกหลายกิโล แล้วฉันก็ไม่ทำให้เสบียงของแม่ต้องเสียเปล่า ฉันได้โควตาเรียนดีจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำให้ฉันมีที่เรียนก่อนเพื่อนคนอื่นๆ แต่พอคะแนนเอ็นทรานท์ออก ฉันก็ตัดสินใจสละสิทธิ์ เลือกยื่นคะแนน แล้วฉันก็ติดมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้อันดับหนึ่ง ทำให้ฉันต้องย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ช่วงนั้นทำให้ฉันต้องห่างจากแม่ไป

ช่วงที่ฉันมาอยู่กรุงเทพฯ แม่โทรมาคุยทุกๆ วัน วันละนาทีสองนาที แค่ถามว่าทำอะไรอยู่ที่ไหน แค่นี้แม่ก็สบายใจแล้ว หลังจากฉันเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันกลับไปหาแม่ที่บ้านนานๆครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันกลับไป ฉันรู้สึกว่าแม่ผมขาวลงมาก ริ้วรอยของแม่ก็เพิ่มมากขึ้น มือของแม่ก็หยาบกร้าน แม่จับมือฉันแล้วบอกว่า นี่เป็นมือของคนค้าขาย มือของลูกเป็นมือของคนจับปากกา แต่ว่าแม่คะ มือของคนค้าขายคู่นี้แหละที่ทำให้หนูเรียนจบมหาวิทยาลัย

ฉันหางานทำที่กรุงเทพฯ และช่วงนั้นได้รู้จักเว็บไซต์ thaicabincrew เพราะฉันเริ่มมีความคิดอยากเป็นแอร์ อยากหาเงินเยอะๆ อยากเห็นแม่สบาย แม่จะได้ไม่ต้องตื่นตีสาม เตรียมของ ยกถังน้ำแข็ง ยกลังน้ำ เพื่อจะไปขายของอีก นั่นเป็นแรงผลักดันอย่างแรกที่ฉันมีต่ออาชีพนี้ ฉันสมัครไปหลายที่แต่ก็พลาด ฉันพยายามสมัครมาสองปีกว่าและในที่สุดก็ทำได้

เมื่อไม่นานมานี้ ฉันพาแม่มาพักที่พักลูกเรือที่ฉันอยู่ แม่ตื่นเต้นมากที่ได้นั่งเครื่องบินครั้งแรก ไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก แม่ไม่ยอมหลับบนเครื่องเลย เพราะอยากดูวิว ดูเมฆที่อยู่ข้างนอก แม่ชอบอาหารบนเครื่องมาก แม่บอกว่าอร่อยดี วันไหนฉันมีบิน แม่ก็จะทำกับข้าวให้ทุกวัน รอฉันกลับมา แม่ชอบนั่งแอบดูลูกเรือคนอื่นๆ เดินลากกระเป๋าขึ้นรถ แล้วแอบดูลูกตัวเองเดินลากกระเป๋ากลับมา แม้จะกลับมาในสภาพโทรมๆ หลังเสร็จไฟล์ท แม่ก็ยังบอกว่าแม่มีความสุขที่ได้เห็นลูกอยู่ในชุดนี้ ลูกสวยมาก (ทั้งที่หน้ามันเยิ้มและผมกระเซิง) ฉันแอบขำในคำพูดของแม่ แม่จะรู้ไหมนะ ว่าทุกอย่างที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้เกิดขึ้นได้็ก็เพราะแม่

แม่รอก่อนนะ กลับบ้านอีกครั้ง แม่จะต้องสบายแน่นอน

สวยทั้งแม่ทั้งลูกน่ารักจริงๆ-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

4. คุณภัทราพร อุทัยเลิศ

โดยส่วนตัวแล้วเราเชื่อว่าทุกคนรักแม่ของแต่ละคนมากที่สุดอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุการณ์ประทับใจอะไรเกิดขึ้น จริงไหม? อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ประทับใจของเราเกิดขึ้นจากความประมาทของลูกและความรักของแม่

เรื่องเริ่มต้น 4 ปีก่อนตอนเราเรียนอยู่ปี 1 ต้องไปอยู่หอของมหาวิทยาลัย ซึ่งภายในมหาวิทยาลัยก็จะมีรถรับ-ส่งที่นิสิตเรืยกกันว่า ‘กะป๊อ’ ลักษณะเหมือนรถที่วิ่งอยู่ในสวนสัตว์นั่นแหละ หลังเลิกเรียนรถกะป๊อก็จะมาจอดรอหน้าตึกเรียน นิสิตพากันวิ่งกรูลงมาจากตึกด้วยความหิวโหยหลังจากเรียนกันมาตลอดวัน บางคนวิ่งสุดชีวิตเพื่อจับจองที่นั่งบนรถ เมื่อที่นั่งไม่พอ นิสิตบางส่วนเลือกจะยืนโหนด้านข้างรถแทนการยืนรอรถคันถัด ไป ด้วยความหิว เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่เลือกจะโหนรถพร้อมกับเพื่อนๆ อีกหลายคนเพื่อกลับไปโรงอาหารแถวหอให้เร็วที่สุด ด้วยความเกรงใจหรือความโง่ไม่ทราบ เราไม่ขอความช่วยเหลือจากคนที่ได้นั่งให้ช่วยถือหนังสือให้ เรากลับโหนรถมือเดียว รถแล่นด้วยความเร็วเข้าสู่โค้งของวงเวียน ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนกับว่าทำไมพี่คนขับไม่แตะเบรกบ้างนะ จะจับไม่อยู่แล้ว เหมือนมือจะหยุดจากเสาเลย ไม่นะ ไม่ทันแล้ว .... รู้สึกตัวอีกทีคือมาอยู่ที๋โรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัย ได้ยินเสียงพี่ๆ พยาบาลพูดอื้ออึงไปหมด จับความไม่ค่อยได้เหมือนสมองไม่ค่อยสั่งการ ได้แต่ทำตามสิ่งที่เขาบอกให้ทำ น้องคะ ได้ยินพี่ไหม เจ็บหัวหรือเปล่า อุ๊ย เลือดออกใหญ่แล้ว คุณหมอคะ. ... ถ้าทำเป็นหนัง ช่วงที่เว้นว่างด้วยไข่ปลาคงเป็นเหมือนภาพดำๆ ว่างเปล่าบนหน้าจอที่ไม่มีใคร รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นรวมทั้งตัวเราเองด้วย

ได้ยินเสียงๆ หนึ่งที่ไม่เคยคุ้นหูพูดอยู่กับอีกเสียงหนึ่งที่จำได้ว่าเป็นเสียงแม่ แต่ไม่ได้ฟังว่าพูดอะไรกัน ในใจคิดว่านี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นหรอ อยู่ทีไหนเนี่ย ค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองไปรอบๆ แม่ พ่อ พี่ แล้วผู้ชายอีกคนหนึ่งนี่ใครเนี่ยแต่งตัวเหมือนหมอเลย หมอนี่นา แล้วเขามาทำอะไรที่นี่ เอ่อ แล้วเรานอนอยู่ที่ไหนเนี่ย ค่อยๆ คิดว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เหตุการณ์บางช่วงขาดหายไป คิดไม่ออกจริงๆ เพื่อนๆ วิ่งเข้ามาในห้อง “พ่อ หวัดดีค่ะ แม่หวัดดีค่ะ นี่พี่ของบัวหรอคะ หวัดดีค่ะ บัวเป็นไงบ้างแก ปวดหัวป่ะ ชั้นตกใจมากเลยรู้ป่ะแก อยู่ดีๆ แกก็กลิ้งตกลงจากรถ ชั้นงี้กรี๊ดลั่นรถเลย คอแทบแตกน่ะ บอกให้เค้าหยุดรถ พี่หยุดรถเด๋วนี้เพื่อนหนูตกรถ ชั้นเห็นเลือดแกเต็มพื้นเลยว่ะ ขนลุกเลย กลัวสุดๆ เสื้อแกที่เปื้อนเลือดอยู่กับชั้นนะ เด๋วซักให้ เออ ต่อๆ คนบนรถก็ช่วยกันแบกแกขึ้นรถมาส่งโรงบาลเนี่ยแหละ นึกภาพออกมะ แบบว่าแบกหามอ่ะ หนักมากกกกก เออ ใช่ๆ ลืมบอก คนที่ไปถึงตัวแกคนแรกไม่ใช่ชั้นนะเว่ย แต่เป็นหนุ่มคณะศึกษา รถยังไม่หยุดเลยนะ เขาโดดลงจากรถไปช่วยแกก่อนเลย โคตรแมนเลยว่ะ สงสัยแอบชอบแกหรือไม่ก็เป็นเนื้อคู่กันแน่ๆ เขิลแทนแกเลยว่ะ” มันพูดเร็วมากราวกับว่ากำลังแข่งขัน ถ้าใครใช้เวลาน้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะไป ทุกคนในห้องพากันอมยิ้มกับความไวของปากที่เล่าเรื่องออกมาได้เป็นฉากๆ

แม่อยู่เป็นเพื่อนเพื่อคอยดูแลและนอนเฝ้าเราอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งเกือบสัปดาห์ คืนแรกแม่แทบจะไม่ได้นอนเลย กลัวว่าเราอาจจะเกิดเลือดคั่งในสมอง (แต่พ่อบอกว่าแม่กลัวเราจะเอ๋อ) เนื่องจากเราอาเจียนบ่อยมากซึ่งเป็นผลมาจากสมองได้รับความกระทบกระเทือน เพราะหัวเราฟาดกับพื้นตอนตกจากรถต้องเย็บถึง 9 เข็ม แม่เราจึงคอยดูแลไม่ห่างตลอดทั้งคืนเพื่อดูอาการเราให้พ้นขีดอันตราย ตอนเรารู้สึกตัวกลางดึก จะเห็นแม่นั่งก้มหน้านิ่งพร้อมกับมือที่ประสานกันเหมือนกับกำลังขอพรอะไรสักอย่าง สงสัยแม่คงไหว้พระเหมือนทุกๆคืนมั้ง รุ่งเช้าอาการเราเริ่มดีขึ้น เพื่อนๆ แวะมาเยี่ยมเยียนทุกวันรวมทั้งหนุ่มคณะศึกษาฯ ที่ช่วยเราไว้ด้วย ทุกคนอวยพรให้เราหายไวๆ แต่บางคนจะจบลงด้วยการพูดติดตลกว่า “โง่ป่ะเนี่ย เอาหัวตัวเองไปกระแทกกับพื้นทำไมวะ ทีหลังบอกดิ จะสนองให้เอง” “รู้มั้ย แกดังไปทั่วมหาลัยแล้วนะเว้ย มีแต่คนพูดถึงเด็กมนุดที่ตกรถกะป๊อ” “ไอ้บัว แกกลายเป็นตำนานของมหาลัยไปแล้วแหละ มหาลัยเค้าปรับปรุงรถกะป๊อให้มีที่กั้นด้านข้างแล้วนะเว้ย ป้องกันนิสิตแบบแกยืนโหนรถอีกไง”

หลังจากออกจากโรงพยาบาล เราต้องกลับไปรักษาตัวที่บ้านก่อน หมอยังไม่อนุญาตให้กลับไปเรียนเนื่องจากคงเรียนได้ไม่เต็มที่เพราะยังมีอาการปวดหัวอยู่ตลอดเวลา อาการปวดหัวมันมากมายจนร้องไห้ บางครั้งก็ปวดจนคิดว่าอยากตายไปเลย ไม่อยากทนเจ็บแบบนี้แล้ว แต่แม่ก็ให้กำลังใจเราตลอด เราก็สู้ก็ทนเพื่อแม่เพื่อครอบครัว ตลอดระยะเวลาของการพักฟื้น แม่ดูแลเราอย่างดีมาก ทำให้อาการเราดีวันดีคืน จากที่หมอบอกให้พักเป็นเวลา 2สัปดาห์ เรากลับใช้เวลาพักฟื้นเพียงแค่สัปดาห์เดียว หมอก็อนุญาตให้เรากลับไปเรียน ได้ เพื่อนเราก็ทักว่าแม่เราต้องดูแลตลอด 24 ชั่วโมงแน่เลยถึงหายไวขนาดนี้ แต่บางคนก็แอบแซวว่า “แน่ใจนะว่าหายดีแล้ว อย่ามาทำเอ๋อใส่เพื่อนๆ ล่ะ”

เรารู้สึกขอบคุณแม่มากเลยที่ดูแลเรามาเป็นอย่างดีทั้งยามสุขและยามทุกข์ รวมถึงคราวทุกข์คราวเจ็บในครั้งนี้ที่เราว่าเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเรา เราผ่านเรื่องร้ายๆ มาได้เพราะครอบครัวจริงๆ แม่เองก็ดีใจมากๆ ที่เราหายเป็นปกติ การที่คนเราผ่านเรื่องร้ายๆ ในชีวิตมา เราจะรู้สึกถึงคุณค่าของชีวิตมากขึ้น รู้สึกว่าชีวิตนี้มันสั้น เราต้องทำทุกนาที่ให้มีค่ามากที่สุด เราเองก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน เราใช้เวลากับครอบครัวกับแม่มากขึ้น ชวนแม่ไปเดินเล่น ไปเดินซื้อของกันตามประสาแม่ลูก แม่เราชอบกินข้าวขาหมูมาก เมื่อก่อนเราไม่อยากให้แม่กินเพราะไขมันเยอะ ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น เราก็คิดว่าถ้าแม่จะกินบ้างคงไม่เป็นอะไร ให้แม่ได้กินหรือทำอย่างที่ท่านต้องการบ้าง เวลาเดินผ่านหน้าร้านขาหมูเจ้าประจำของแม่ เราจึงซื้อไปฝากแม่เสมอ แต่แม่ก็ไม่ยอมทาน เราก็คิดว่าท่านคงไม่ทานเพื่อรักษาสุขภาพ แต่พอคิดทบทวนมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เรานอนโรงพยาบาลจนถึง ณ วันนี้ เราสังเกตว่าแม่ไม่ทานเนื้อสัตว์เลย เพราะอะไร?

แม่เล่าให้ฟังว่าตอนที่เราประสบอุบัติเหตุครั้งนั้นและเห็นเราอาเจียนหนัก แม่กลัวมาก แม่จึงสัญญาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แม่เคารพว่าแม่จะไม่ทานเนื้อสัตว์อีกตลอดชีวิต ขอเพียงแค่เราปลอดภัย หายกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม เราฟังแล้วร้องไห้เลย ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแม่ทำสิ่งนี้เพื่อเรา เรารู้ได้ทันทีถึงความรักอันบริสุทธิ์และยิ่งใหญ่ ความรักทีไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ความรักของแม่ที่มีต่อลูก

ขอบคุณค่ะแม่ หนูรักแม่ค่ะ

วันหน้าอย่าประมาทอีกนะครับ เดี๋ยวแม่ต้องเดือดร้อนไปบนอะไรอีกแย่เลย-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

5. คุณทัตตกานต์ คูณแก้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อค่ำวันหนึ่งของเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ตอนนั้นเป็นเวลา 6 โมงกว่าๆ เกือบทุ่มนึงได้ และก็เริ่มจะมืดแล้วด้วย ฉันเดินกลับจากมหาลัยซึ่งไม่ไกลจากบ้านฉันนัก ขณะที่เดินอยู่ แม่ก็โทรมา ถามว่าฉันอยู่ที่ไหนแล้ว ใกล้ถึงบ้านหรือยัง ให้ฉันรีบๆ เดินเพราะฝนทำท่าจะตกแล้ว

ฉันจึงบอกแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง ฉันจะรีบวิ่งให้ทัน แต่วิ่งไปได้ไม่เท่าไหร่ ฝนก็พลันตกลงมา ฉันจึงไปหลบฝนที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ขณะที่รอให้ฝนซา ฉันก็นึกถึงแฟนที่บ้านอยู่ซอยเดียวกับฉัน ฉันนึกในใจว่าทำไมเค้าไม่โทรหาเราบ้างนะ ไม่เป็นห่วงเราเลยหรือไง

ตอนนั้นฉันกะจะโทรให้เขามารับด้วยซ้ำ บังเอิญโชคดีที่ฉันได้เจอกับรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียนมหาลัยเดียวกับ ฉันและเธอก็พักอยู่หอพักแถวๆ บ้านฉัน เธอถามฉันว่าแฟนไม่มารับหรอ ฉันก็ตอบรุ่นพี่ไปด้วยความน้อยใจว่า ฉันไม่อยากรบกวนเขา รุ่นพี่คนนั้นจึงชวนฉันให้กลับด้วยกัน พี่เขามีร่ม

ขณะที่ฉันกับรุ่นพี่ช่วยกันพยุ่งรุ่มฝ่าลมฝนไปได้ไม่ไกลนัก ฉันก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ลักษณะเหมือนแม่ของฉัน เดินถือร่มอยู่ห่างจากฉันประมาณ 50 เมตรได้ หล่อนค่อยๆ เดินตรงมาที่ฉัน พร้อมกับตะโกนมาว่า "รีบๆ เดินลูก แม่มารับแล้ว" ในวินาทีนั้นฉันรู้สึกตื้นตันมากๆ จนพูดไม่ออก แม่ถือร่มเดินจากบ้านมารับฉันทั้งๆ ที่ฝนตกหนักมากๆ ฉันจึงขอบคุณรุ่นพี่ที่ให้ฉันอาศัยร่มมาด้วย แล้วเดินเข้าไปหาแม่ ถือร่มให้แม่ ระหว่างทางที่เดินกลับบ้าน ฉันได้แต่น้ำตาคลอและยิ้มไม่หุบ

จนกระทั่งถึงบ้าน ฉันจึงบอกแม่ว่าฉันขอบคุณแม่มากๆ ฉันรู้สึกมากกว่าขอบคุณ แต่ก็ไม่พูดไรมากมาย นอกจากบอกแม่ว่า " ฉันรักแม่ที่สุด" แล้วก็หอมแก้มแม่ไปทั้งสองข้าง^^ แม่ไม่พูดอะไร ได้แต่ยิ้มอย่างมีความสุข แม่ไม่บอกว่าแม่ก็รักลูก ไม่บอกว่าแม่ก็ห่วงลูก แต่สิ่งที่แม่ทำวันนั้น มันก็ทำให้ฉันเห็นได้ชัดเจนเลยว่า "นี่แหละความรักที่แท้จริง" มันสำคัญกว่าคำพูดเสียอีก ทำให้ฉันต้องย้อนกลับไปนึกถึงแฟน ที่เค้าบอกว่ารักฉัน ห่วงฉัน แต่เขากลับไม่ทำให้ฉันเห็นเลยว่าเค้ารู้สึกอย่างที่เค้าพูดจริง

เหตุการณ์วันนั้นทำให้ฉันรู้ว่า ไม่มีใครรักเราและห่วงเราจริงเท่ากับพ่อแม่อีกแล้ว (ฉันรักแม่ที่สุดเลย^^)

เอ้างานนี้แฟนหนูรับไปเต็มๆ-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

6. คุณ methinee waravuthipong

ช่วงเวลาของการเป็นแม่เริ่มต้นขึ้นเมื่อรู้ว่าเราตั้งครรภ์ แม่คอยประคบประหงมเราตั้งแต่เดือนที่ 1 ถึงเดือนที่ 9 ลูกมีพัฒนาการที่มหัศจรรย์ พัฒนาการที่เจริญเติบโตของลูกทำให้แม่รู้ว่า ลูกโตขึ้น ดิ้นแรงขึ้น ท้องของแม่เริ่มใหญ่ขึ้น ร่างกายของแม่เริ่มเปลี่ยนแปลงขึ้นเรื่อยๆ

แม่มีความสุขมากเมื่อเวลาลูกของแม่ดิ้น ยิ่งดิ้นแรง แม่ยิ่งรู้ว่าลูกแข็งแรง แม่จะคอยเอามือลูบ ประคองหน้าท้องของแม่ เพื่อให้ลูกรู้ว่าดิ้นอีกได้ไหม
ความเป็นแม่ทำให้ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งได้เรียนรู้ว่า ไม่มีหน้าที่ใด ยิ่งใหญ่เท่าได้ทำหน้าที่แม่อีกแล้ว ไม่มีอะไรในชีวิต สำคัญไปกว่าลูกอีกแล้ว แม่รู้เพียงว่า จะต้องมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้ แม่จะคอยปกป้องลูกน้อยจากอันตรายทั้งปวง แม่จะคอยมอบความรัก ความห่วงใยให้ลูก และจะคอยเคียงข้างลูกตลอดไป

ความเป็นแม่สอนให้เราโตขึ้น จากผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยสนใจกับอะไรทั้งสิ้น เอาแต่ใจตัวเอง ชอบเอาชนะ ใจร้อน ไม่ฟังใคร แต่ตอนนี้ ผู้หญิงที่เอาแต่ใจ ต้องรับผิดชอบกับอีกชีวิตหนึ่งที่อยู่ในท้อง และได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าลูกอีกแล้ว

ลูกสอนให้แม่เป็นผู้ใหญ่ มองโลกในแง่ดีมากขึ้น รับผิดชอบและรอบคอบกับชีวิต ใจเย็นมากขึ้น รับรู้ว่าชีวิตนี้มีค่ายิ่งนัก และที่สำคัญที่สุดรับรู้ว่าชีวิตของเรามีค่ากับชีวิตน้อยๆๆ ที่เราทำให้เค้าเกิดมา

แม่เชื่อว่า ไม่มีอะไรจะมีค่ามากกว่า ความรัก และความเอาใจใส่ของแม่ที่มีต่อลูก ประสบการณ์ต่างๆๆ ที่ได้จากการเลี้ยงลูก จะทำให้แม่คนนี้มีวุฒิภาวะมากขึ้น และเข้าใจการใช้ชีวิตมากขึ้นด้วย

การเปลี่ยนแปลงจากสภาวะคู่รัก กลายเป็นชีวิตคู่ ที่มีความสุขและทุกข์ร่วมกัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นรากฐานที่สำคัญในอนาคตของลูก

ปัจจุบันลูกอายุได้ 3 ขวบกว่าแล้วค่ะ และกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่ 2 อยู่กำลังจะคลอดสิ้นเดือนนี้ค่ะ ความเป็นแม่ทำให้เรารู้ว่า แม่ของเรารักเรามากแค่ไหน กว่าที่คนคนหนึ่งจะโตขึ้นมารับใช้สังคมได้นั้น ผู้หญิงคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ นั้นทำได้ทุกอย่างจริงๆๆ ค่ะ เพื่อลูก ไม่ต้องมีเหตุการณ์ใดใดเลยค่ะ เราก็รักแม่มากที่สุดอยู่แล้วค่ะ

คุณแม่ยังสาวเลยนะครับ น่ารักทั้งแม่ทั้งลูก ขอให้ลูกสุขภาพแข็งแรงครับ-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

7. คุณศิริพล ชิณภา

ผมรักแม่มากครับ (รวมพ่อด้วย แต่หัวข้อนี้เน้นแม่) แม่มักจะสอนให้เป็นคนจิตใจดีมาตั้งแต่เกิด ไม่ให้เบียดเบียนผู้อื่น ให้เห็นใจผู้อื่น ลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา จึงทำให้ทุกวันนี้ผมเป็นคนอ่อนไหวและใจอ่อนง่ายมาก เห็นคุณยายเข็นรถเก็บขยะข้างถนน ยังคิดมากแทนแกเลย ลูกหลานแกไปไหน? แกจะเหนื่อยไหม? สารพันคำถามครับ แต่ผมจะย้ำกับตัวเองเสมอครับว่า แม่เราจะไม่มีวันได้เป็นแบบนั้นแน่นอน ทั้งหมดก็ต้องยกความดีให้แม่ (รวมพ่อด้วย กรณีหัวข้อนี้ให้เน้นแม่...) ตอนนี้ผมไม่ได้อยู่กับแม่แล้วครับ แม่อยู่ที่จังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ ขอไม่เอ่ยนามนะ แต่จะใบ้นิดนึงว่าขึ้นต้นด้วยคำว่า "สุ" ลงท้ายด้วยคำว่า "ราษฏร์" (จ้างก็เดาไม่ถูกหรอก) แต่ตัวผมนั้นอยู่อุบลครับ คิดถึงแม่มาก เพราะตอนที่แม่อยู่ด้วย อยากกินอะไรแม่ก็จะทำให้กินหมด แต่ตอนนี้ สิ่งเดียวที่ทำเองได้คือไข่ดาว นอกจากนั้นต้องหากินเองครับ

ความรักที่ผมมีต่อแม่มากแค่ไหน ผมจะเล่าให้ฟังนะครับ แม่เป็นคนชอบเล่นหวยมาก แกสัญญาว่าถ้าย้ายไปสุราษฏร์แล้วแกจะไม่เล่นอีก เพราะเวลาแกเล่นแล้วแกชอบติดเงินเจ้ามือแล้วพ่อจะเป็นคนตามจ่าย (น่าเศร้า) แต่ช่วงหลังมานี้ ผมชอบได้เลขเด็ดมาจากเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ซึ่งผมเองก็ชอบเอามาซื้อและก็ถูกด้วยหลายงวดแล้ว

คราวนี้พ่อสั่งห้าม ห้ามไม่ให้เอาเลขที่ดูไปบอกแม่เด็ดขาด จะบอกว่าเว็บล่มหรือเว็บปิดก็แล้วแต่ แต่ห้ามบอกแม่ เพราะงวดก่อนมีคนมาทวงเงินค่าหวยกับพ่อตอนที่แม่ไม่อยู่ แต่แม่ไม่รู้ตัวครับ ผมก็ไม่กล้าพูดกลัวแม่จะโกรธ แต่วันนี้ครับ สดๆ ร้อนๆ เลย แม่โทรมาถามหวยครับ ผมเลยบอกไปตามที่พ่อบอกครับ บอกว่าเว็บล่มเข้าไมได้ แม่เลยบอกว่า แค่นี้หาให้ไม่ได้เหรอ ผมเลยบอกว่า แล้วเลขที่ได้มันก็เป็นคนละเจ้านะ จะเอาเหรอ แกบอกว่าจะเอาครับ แกบอกว่าแม่ค้าขายหมูที่ตลาดเค้าขอ ผมเลยจำใจให้ไปทั้งๆ ที่รู้ว่ามันผิด กลัวพ่อด่าก็กลัว แต่รักแม่มากครับ อะไรที่แม่ทำแล้วมีความสุขก็อยากให้แม่ครับ เห็นไหมครับว่าผมรักแม่มากแค่ไหน

ท้ายนี้นะครับ ผมไม่รู้ว่าแม่ (รวมพ่อด้วย) ท่านจะจากเราไปตอนไหน ตอนนี้มีท่านอยู่ อยากทำให้ท่านมีความสุขมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ เผื่อวันที่ท่านจากเราไป เราจะได้ไม่เสียใจมาก เพราะอย่างน้อย วันทุกๆ วันตอนที่ท่านอยู่ เราก็ทำกับท่านดีที่สุดเท่าที่ลูกคนนึงจะทำให้บุพการีได้แล้วล่ะครับ ขอให้ทุกคนรักแม่ (พ่อด้วย) มากๆ นะครับ ไม่ผิดกฏหมาย ไม่มีใครว่า ไม่น่าอายครับ

สรุปว่าน้องชมแม่หรือเผาแม่กันแน่ครับงานนี้-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

8. คุณทัตพร จันทร์เรื่อง

เหตุการณ์ที่น่าประทับใจของดิฉันและแม่คือ พื้นเพดิฉันเป็นคนจังหวัดขอนแก่น และต้องมาทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีเวลาจะกลับบ้านเท่าใดนัก ดังนั้น บ่อยครั้งที่แม่ ขึ้นมาเยี่ยมเยียนดิฉันและน้องสาว ล่าสุดเมื่อต้นเดือนกรกฏาคม แม่ได้มาเยี่ยมดิฉัน เราได้พากันขับรถไปเที่ยวที่จังหวัดระยองและถ่ายรูปร่วมกันมากมาย เนื่องจากแม่บอกว่าอยากได้รูปที่ถ่ายกับวิวทะเล เพื่อจะได้เอาไปอวดพ่อ ดูสิ ยังไม่วายที่จะทำให้พ่ออิจฉา เนื่องจากพ่อ ต้องดูแลน้องหมา ห้า หก ตัวที่บ้าน จึงไม่สามารถมาได้ เราก็พากันกระหน่ำถ่ายรูปกัน พอถึงวันกลับ ดิฉันกับน้องสาวก็ไปส่งแม่ที่หมอชิต และก่อนขึ้นรถ แม่ก็บอกเราว่าขอหอมแก้มลูกสาวคนละทีได้ไหม ซึ่งเรากับน้องก็ยินดีและพอใจที่จะให้แม่หอมแก้มข้างประตูรถบัสกลับขอนแก่น ซึ่งภาพและเหตุการณ์นั้น เป็นสิ่งที่ประทับใจอันล่าสุดที่ดิฉันมีกับแม่ค่ะ ซึ่งจริงๆ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ดิฉันกับแม่ มีความประทับใจที่รักกันมาก รูปภาพเป็นภาพที่ถ่ายกับพ่อและแม่ เนื่องจากเกรงว่าถ้าดิฉันกับแม่สองคน พ่อจะน้อยใจค่ะ

ท่าทางพ่อหนูจะน้อยใจเก่ง ต้องเอาใจพ่อบ่อยๆ นะครับ-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

9. คุณสุภัทรรัชต์ ลีสวรรค์

ในทุกวันนี้อยากจะบอกว่าฉันรักแม่ทุกวัน แต่นับวันก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น เพราะไม่ว่าเราจะมีปัญหาหรือมีความสุข แม่ก็อยู่เคียงเราเสมอไม่หายไปไหน

สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกซาบซึ้งในความรักที่แม่มีให้ฉันก็คือ แม้ว่าตอนนี้ฉันยังไม่ได้งานในสิ่งที่ฉันรอคอย แม่ก็จะเป็นกำลังใจให้ฉันเสมอ แม้ว่าคนอื่นจะตอกย้ำฉันว่าไม่ยอมทำอะไร แต่แม่ไม่เคยและเข้าใจฉันเสมอ และตอนนี้ฉันจะอยากเรียนเพื่อรองาน แม่ก็สนับสนุนและพูดอยู่เสมอว่า ลูกของแม่ต้องทำได้

ตั้งใจเรียนนะครับ จะได้ทำงานไวๆ ให้แม่ได้ชื่นใจในความสำเร็จ-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

10. คุณวิชาญ น้อยเมืองเปลือย

แม่รักลูก..ลูกก็รู้อยู่ว่ารัก
คนอื่นสักหมื่นแสนไม่แม้นเหมือน
จะกินนอนวอนว่าเมตตาเตือน
จะจากเรือนร้างแม่ไปแต่ตัว

ข้าพเจ้าเกิดมา ข้าพเจ้าก็รู้แล้วว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งที่คอยให้กำลังใจเราไม่เคยห่างเลยคือแม่ของข้าพเจ้าเอง แม่ข้าพเจ้าเป็นเสมือนครูคนแรกๆ เลย คอยสอนทุกอย่างทุกสิ่ง จนทำให้ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ว่า รักแท้นั้นคืออะไร ตับ ไต ใส้ พุง หรือ รักกางเกงที่นุ่ง ก็ดูสวย ดี รักยี่ห้อ รถยนต์ รักที่นามสกุล ... (อืมๆ)

มีเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าประทับจับใจมาโดยตลอดคือ แม่และข้าพเจ้าได้เดินทางไปจังหวัดอุบลราชธานีด้วยกันเมื่อเร็วๆ นี้ รถที่ข้าพเจ้าขับไม่มีแอร์ แต่แม่บอกว่า ไม่เป็นไร ก็ลดกระจกลงซิคะคุณลูก ข้าพเจ้าก็ลดลง แต่ว่า....แม่ไม่ลดกระจกฝั่งแม่เลย ..เหอๆ พอขับไปได้สักพัก แม่คงร้อนมาก แม่ก็เลยลดกระจกลง ต่อมาแม่ของข้าพเจ้าต้องการฟังเพลง แต่รถไม่มีเครื่องเสียง (เพราะมันพังแล้ว–เสียไปนานแล้ว เกือบจะได้ 10 ปีแล้ว) แม่ก็เลยยืมโทรศัพท์ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็งงมาก นึกว่าจะโทร ข้าพเจ้าจึงเอ่ยถามด้วยความงงนิดนึงว่าจะเอาไปทำไม แม่บอกว่าจะโทรเข้าเครื่องของแม่เพื่อฟังเพลงรอสาย ...แม่ทำอย่างนี้ซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ ประมาณ 1 ชั่วโมงเห็นจะได้ หลังจากนั้นแม่ก็เหนื่อยจากการกดปุ่มเครื่องโทรศัพท์ แล้วแม่ก็หันมาร้องเพลงแทน แม่ร้องได้หลายเพลงมาก ตั้งแต่ สุนารี พุ่มพวง ไผ่ พงศธร ตั๊กแตน ขอประทานใส่ใบญานน้อยครับ ข้าพเจ้าจำไม่ได้ มีหลายเพลง แต่ จุดเด่น คือ ร้องไม่จบสักเพลง ร้องได้เฉพาะท่อนฮุก ร้องอย่างนี้เรื่อยไป ในขณะที่ลดกระจกลง และใส่แว่นตาสีดำ มือซ้ายจับขอบประตูและเคาะประตูไปเบาๆ จู่ๆๆ แม่ก็บอกว่าแม่ไม่ได้บ้า นะ แต่บ้า ก็บ้าร้องเพลงครับ แม่ยังเสริมต่ออีกนะว่า ช่วยแวะไปโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ์หน่อยนะ เพราะจะไปขอยารักษาบ้าเพลงหน่อย และแล้วก็ถึงที่หมาย แม่จึงหยุดร้องเพลง แต่ตอนขับรถกลับแม่ก็ร้องอีกรอบ และหลายๆ รอบเช่นเคย ...คนฟังก็ (ทน) ฟังไปเรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น วันต่อมา แม่ได้ออกเดินทางไปกับคณะ คณะที่ว่าคือ คณะวัด ไปเข้าร่วมรับอะไรสักอย่างนึงที่อีกจังหวัดนึง ข้าพเจ้าจำไม่ได้ จนแม่กลับมาบ้าน และข้าพเจ้าอยู่อีกจังหวัดนึง ข้าพเจ้าได้โทรถึงแม่ในวันต่อมา ก็เลยสงสัยว่า แม่ไม่สบายหรือเปล่า แม่บอกว่าแม่เจ็บคอมาก เพราะร้องเพลงมากไปหน่อยลูก

ข้าพเจ้ารักแม่คนนี้มาก เจอกันที่ไรได้เสียงหัวเราะทุกที ข้าพเจ้าขออธิษฐานให้เกิดเป็นลูกแม่วิจิตรา คนนี้ทุกๆ ชาติไป สาธุ

กลอนบางส่วนจากบทเสภาเรื่องขุนช้าง ขุนแผน

อยากเจอคุณแม่วิจิตราจัง ดูซิว่าร้องเพลงเพราะจริงเหมือนที่ลูกชายโม้รึเปล่า-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

11. คุณปุณยวีร์ ธีร์ธัญวัฒน์

หนูคิดว่ามีหลายเหตุการณ์ระบุไม่ได้หรอก
เพราะมันเป็นสิ่งดีๆ ที่แม่ทำให้เราจากใจจริงของเค้าเอง ><
ถึงแม้เขาจะบ่น จะดุ จะว่า จะงอนกับเรา ก็เพราะว่า "รัก" นั้นละเนอะ
ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอนาคตคงจะเป็นช่วงเวลาที่แม่ให้พรเรา ในวันที่เราต้องออกไปสร้างครอบครัวเอง แต่ ณ วันนี้ ตื่นเช้ามาเราได้ยินเสียงบทสวดมนต์ที่แม่ชอบเปิด ได้ยินเสียงแม่กำลังบ่นๆใส่ลูกจ้างหรืออาจจะบ่นใส่ปะป๊าบ้าง แต่ยังไงก็ตามก่อนออกจากบ้านเรายังได้เจอแม่ยังอยู่กับเราและได้พูดว่า "แม่ไปทำงานแล้วนะคะ" มันเป็นสิ่งที่ประทับใจสุดๆๆแล้ว ไม่มีอะไรจะมาเปรียบเทียบได้........

มีอีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะเล่า แม่รับรู้ว่างานที่เราชอบ อาชีพที่เราอยากจะเป็นคืออะไร อันตรายแค่ไหน ไกลบ้านกี่วัน จะพลาดมาสักกี่ครั้ง ก็ยังคงให้กำลังเราด้วยนะ เมื่อไม่นานถึงเวลาต้องไปโชว์ความสามารถกับอาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน มีเพียงแค่คำพูดและท่าทางที่ว่า "สู้ๆๆ นะลูก กอดเราหนึ่งที พร้อมกระซิบ อย่าเป็นเลย แต่ขอให้ได้นะ"

เอ๊ะ..ยังไงกันแน่ แอบติดตลกไหมคะแม่เราเอง ถึงจะพลาดครั้งนั้น แต่ก็ไม่เสียใจ เพราะเรายังมีแม่คอยปลอบ คอยโอ๋ตลอดเวลา แต่ถ้าวันใดที่ไม่มีแม่ เราคงเสียใจยิ่งกว่าสิ่งใดๆ

ลูกรักแม่ที่สุดในโลก...

พยายามเป็นแอร์ให้ได้นะ แม่และพวกพี่ๆ แถวนี้จะคอยเป็นกำลังใจให้-myoldeditor

………………………………

12. คุณปุญญพัฒน์ ฦๅชา

วันแม่เปรียบเสมือนวันแห่งความเจ็บปวดของแม่ มีทั้งความสุขและความเจ็บ มีทั้งน้ำตาที่ไหลรินออกมา พร้อมความปลื้มปิติที่เห็นลูกน้อยลืมตาออกมาดูโลกใบนี้ รู้อย่างนี้แล้ว ก็ยังมีบ่อยครั้งที่ทำให้แม่ต้องร้องไห้

เมื่อเดือนสิงหาคมของทุกปีมาถึง ก็รู้ตัวว่าควรจะทำสิ่งดี ๆ ให้แม่ของลูกได้มีรอยยิ้ม แต่ความที่เป็นเด็กและขี้อาย ก็ยังไม่กล้าที่จะเข้าไปกอด ไปหอมแก้มแม่สักครั้ง ได้แต่นำดอกมะลิมาไหว้แม่และยิ้มอย่างเขินอาย ก็หวังว่าจะมีสักครั้งที่จะรวบรวมความกล้า เข้าไปกราบเท้าแม่สักครั้งในวันที่ไม่สายเกินไป

ความประทับใจของผมที่มีต่อแม่ตั้งแต่เด็กจนโต คือแม่เฝ้าสั่งสอนให้เป็นคนดี ตั้งใจเรียนหนังสือ และแม่ก็ให้ความรักอย่างจริงใจ แม้ว่าสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไปนับครั้งไม่ถ้วน แม่ก็ยังให้อภัยลูกคนนี้เสมอ และยังมอบรอยยิ้มทั้งๆ ที่แม่ก็ต้องเสียน้ำตา ความผิดของลูกไม่ว่าจะครั้งไหน ร้ายแรงสักเพียงใด แม่ก็ยังพร้อมที่จะอ้าแขนกอดลูก ด้วยความรักเสมอมา

ใน วันนี้ลูกก็ยังเป็นเด็กคนหนึ่งที่ยังเรียนอยู่ และสัญญาว่าจะเป็นเด็กดีและตั้งใตเรียนให้ดีที่สุด แม้ว่ามันจะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้รับจากแม่ แต่ลูกคนนี้ก็จะขอสัญญาว่าจะไม่ทำให้แม่เสียใจอีกต่อไป จะดูแลแม่ให้เหมือนที่แม่ดูแลลูกเมื่อยังเล็ก จะไม่ให้แม่ต้องเหนื่อยทั้งกายและใจกับลูกคนนี้ และจะรักแม่ให้มากกว่ารักตัวเอง สิ่งทั้งหมดนี้คือความประทับใจที่ทำให้ผมรักแม่มากทีสุดครับ..... รักแม่มากครับ

***ต้องขอโทษมากๆนะครับที่ไม่ได้แนบรูปมาด้วยด้วย เพราะตอนนี้มอยู่หอพักที่มหาลัย เลยไม่ได้ถ่ายรุปคู่กับแม่ครับ***

อย่าอายที่ก้มลงกราบแทบเท้าแม่ หรือไม่ก็รอตอนบวชก็ได้ครับ รับรองว่าซึ้งกันทั้งเราทั้งแม่-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

13. คุณนัสรุชาซ์ ภัทรกมลพงษ์

ความจริงแล้วเรื่องราวที่หนูประทับใจเกี่ยวกับแม่ก็มีเยอะแยะเลยค่ะ แต่วันนี้หนูขอยกตัวอย่างความประทับใจแม่คร่าวๆ ในวันงานรับปริญญาของหนูค่ะ

แม่อยากให้หนูจบและรับปริญญาเหมือนคนอื่นเขา หนูเอนทรานซ์ไม่ติด แม่ก็ให้โอกาสหนูในการเรียนมหาลัยเอกชน แต่แม่ขอเป็นที่เชียงใหม่เพราะว่าแม่ไม่อยากให้หนูอยู่ต่างจังหวัด แม่เป็นห่วงหนู สำหรับผู้หญิงมันอันตรายมากค่ะ

ในระหว่างการเรียนในรั้วมหาลัยนั้น ไม่ว่าหนูจะมีกิจกรรมดึก หรือต้องไปร่วมกิจกรรมมหาลัยบ้าง แม่ก็ให้โอกาสหนูไปร่วมด้วยทุกครั้ง ซึ่งแตกต่างจากตอนเด็กมาก เพราะว่าแม่เป็นคนที่หวงและห่วงหนู (และลูกๆ) มาก ตั้งแต่เด็กแม่ก็จะไม่ให้ไปเที่ยวกับเพื่อนเท่าไหร่ในวันหยุดสุดสัปดาห์ และมันก็ทำให้หนูไม่อยากไปเที่ยวไหนเท่าไหร่เลยเมื่อโตมา แต่พอหนูเข้ามหาลัย แม่ก็ให้หนูได้ลองเรียนรู้อะไรเองบ้าง แต่แม่ก็คอยดูอยู่ห่างๆ คอยเตือน คอยสอน และที่สำคัญคือคอยเป็นห่วงเป็นใยหนู ดูแลดีตลอดไม่เคยห่างเลยค่ะ

ถ้าวันไหนหนูมีกิจกรรมที่มหาลัยและต้องกลับดึก หนูจะโทรบอกแม่ก่อนตลอดเพราะว่าหนูไม่อยากให้แม่เป็นห่วงค่ะ แม่จะไม่ยอมนอนถ้าหนูไม่กลับบ้านหรือกลับมาช้า แม่จะรอจนกว่าหนูกลับมาบ้าน แม่เป็นกำลังใจให้หนูเรียนจบค่ะ

และที่สำคัญแม่ไม่เคยหวังว่าหนูจะต้องเรียนได้เกียรตินิยมเลย เพราะว่าแม่ไม่อยากให้หนูเครียด และหนูก้อเรียนจบในสี่ปี ซึ่งแม่จะพูดอยู่เสมอว่า ลูกต้องตั้งใจเรียนให้จบนะ เพราะนั่นเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่ของแม่เลยค่ะ คือส่งให้ลูกเรียนจบมหาลัย และได้รับปริญญาบัตร

แม่เป็นคนมีเพื่อนเยอะค่ะ แม่จะอายมาก ถ้าลูกเรียนจบช้า หรือประพฤติตัวไม่ดีตอนเรียน หนูไม่ได้เป็นคนเรียนเก่ง และหนูก็ไม่เคยทำให้แม่ต้องเสียใจกับการกระทำไม่ดีต่างๆ เลย

ในวันที่หนูสอบตัวสุดท้าย แม่พาหนูและพี่สาวไปเที่ยวที่ปักกิ่งเพื่อเป็นของรางวัลค่ะ หนูและพี่สาวดีใจมาก พอหนูเรียนจบ พี่สาวก็ขอแม่ไปเรียนภาษาต่อ ซึ่งความหวังของแม่ก็คือให้หนูและลูกๆ ของแม่ได้เรียนจบสูงๆ แม่ก็ให้ไป เพราะว่าแม่เคยบอกว่า ถ้าจะไปเรียนต่อต่างประเทศนั้น แม่ก้อยากให้เรียนจบปริญญาที่ไทยก่อน

นี่ก็เหมือนเป็นความหวังของหนูและพี่สาวเลยค่ะ เราเลยไม่ทำตัวเกเร ตั้งใจเรียนจนจบค่ะ พอหนูเรียนภาษากลับมา ก็ถึงเวลารับปริญญาบัตรพอดี แม่จะตื่นเต้นเป็นพิเศษ สังเกตได้จากการที่แม่มีอารมณ์ดีและไปห้างเพื่อไปซื้อเสื้อผ้าที่จะมาใส่ในวันงานของหนูและพี่สาวค่ะ

เช้าของวันรับนั้น แม่ก็เตรียมตัวเลือกชุดนั้น หยิบชุดนี้มาใส่อยู่นานเลยทีเดียว แม่ไปทำผมแต่เช้า และตามหนูกับพี่สาวมาที่มหาลัยพร้อมน้องชายอีกสองคน แม่แต่งสวยไม่แพ้หนูกับพี่เลยนะคะ ในวันนั้นแดดร้อนมากค่ะและมหาลัยหนูคนก็เยอะมากด้วย แต่แม่ก็ไม่หวั่นค่ะ ยิ้มสู้กล้องทุกช็อตเลย มีการประดับดอกไม้ทุกสาขาวิชา ซึ่งหนูก้อพาแม่ไปถ่ายหมดทุกซุ้มเลยค่ะ แม่ก็เดินไปกับหนูทั่วมหาลัย ไม่บ่นเลย หนูดีใจมากๆ ค่ะที่ได้เกิดมาเป็นลูกแม่

และสุดท้ายนี้หนูขอขอบคุณพี่ๆ ทีมงานมากค่ะ ที่ได้สร้างสรรค์แต่กิจกรรมดีๆ มาให้พวกเราชาวทีซีซี ร่วมสนุกกันอยู่ตลอด ขอบคุณค่ะ ;)

น่ามีรูปตอนคุณแม่ใส่ชุดสวยๆ วันหนูรับปริญญามาให้เพื่อนๆ ดูเนอะ-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

14. คุณณัฐวุฒิ เรือนแก้ว

เหตุการณ์ไหนที่ทำให้ผมประทับใจที่ทำให้ผมรักแม่มากที่สุด มันก็มีหลายเหตุการณ์แต่ที่ประทับใจสุดๆ ก็คือตอนที่แม่ผมจะคลอด ช่วงนั้นแม่ให้ฟังว่าที่บ้านแม่เกิดน้ำท่วม ท่วมสูงถึงหน้าอก และตอนวันที่3 สค. 2537 แม่ผมเกิดปวดท้องจะคลอดลูก แต่น้ำท่วมสูงมากๆ พ่อกับลุงเลยต้องใช้ประตูฝาบ้านให้แม่นั่งแล้วพ่อกับลุงก็ลอยคอ พาแม่ไปส่งที่รพ.ในตัวเมือง ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ผมรักแม่มากที่สุดในโลกเพราะ แม่อุตส่าห์อดทนพาผมมาคลอดที่โรงบาล ทั้งๆ ที่น้ำท่วมสูงมากๆๆ ถ้าเป็นสมัยก่อนคงคลอดแบบเอาเชือกผูกไว้กับเสาบ้านแล้วให้เกาะเชือกแล้วออกแรงแบ่ง ตอนนั้นแม่ผมก็จะคลอดผมแบบนั้น แต่แม่มาคิดถึงความปลอดภัยของผม แม่เลยต้องลากสังขารพาผมไปคลอดที่โรงบาล

เรียกว่าน้องมากับน้ำจริงๆ คราวนี้พี่จะส่งอะไรให้น้องเป็นรางวัลดีเนี่ย-myoldeditor

………………………………

รูปภาพ

15. คุณณัฐกาญจน์ กาญจนา

คุณแม่ สำหรับฉันนั้นเป็นผู้หญิงที่สำคัญมากที่สุดในชีวิต เกือบทั้งชีวิตของฉัน ฉันใช้ชีวิตอยู่กับท่านเพราะว่าคุณพ่อทำงานต่างจังหวัดนานๆ ซักครั้งจะกลับบ้านทีหนึ่ง ฉันจึงผูกพันกับคุณแม่มาก แล้ววันหนึ่งเหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิตให้ต้องออกจากบ้านมาเรียนมหาวิทยาลัยที่กรุงเทพฯ ฉันจึงต้องจากแม่มาจนถึงปัจจุบันนี้ แม้ว่าตัวฉันกับคุณแม่จะอยู่ห่างกัน แต่ฉันก็รู้สึกว่าหัวใจของเรานั้นอยู่ ใกล้ซะจนจะแนบชิดกัน เรายังติดต่อกันบ่อยๆ ทั้งทางโทรศัพท์และทางอินเตอร์เนต และนี่เป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันประทับใจคุณแม่มาก จะมีผู้หญิงวัยห้าสิบซักกี่คนที่พยายามใช้คอมพิวเตอร์จากที่ไม่เคยใช้มาก่อน เพียงเพื่อจะได้ใช้ติดต่อกับลูกสาวแทนการโทรศัพท์ที่ค่าโทรแพงขึ้นทุกวัน จะมีซักกี่คนนะ เรียนรู้ที่จะใช้อินเตอร์เนตเพราะอยากเขียนอีเมลล์ติดต่อกับลูกสาว จะมีมั้ยนะ ที่ต้องขอให้ลูกน้องที่ทำงานสอนใช้ MSN เพราะคิดถึง อยากคุย อยากเห็นหน้าลูกสาว จะมีผู้หญิงคนไหนอีกมั้ย ที่ต้องอดทนนอนดึกเกือบเที่ยงคืนซึ่งปกติสามทุ่มก็นอนแล้วเพียงเพราะการจะได้ใช้เวลานั้นคุยกับลูกสาวให้นานที่สุด แล้วฉันก็ได้รู้แล้วว่า อย่างน้อยก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งนั้นก็คือคุณแม่ของฉันนั่นเอง หลายคนอาจจะสงสัยทำไมต้องพยายามถึงขนาดนั้น ตำตอบก็คือเพราะรัก คำเดียวเท่านั้น รักใช้ให้ทำ และไม่อาจมีเหตุผลใดลบล้างคำว่ารักได้ และทั้งหมดนี้คือความประทับใจที่ฉันมีให้คุนแม่ของฉัน

นับถือคุณแม่ของน้องมากๆ คนแถวบ้านพี่อายุก็ไม่เยอะจับเมาส์ยังไม่เป็นเลย-myoldeditor

………………………………


รูปภาพ

16. สุวนันท์ อังกุลดี

คนอื่นอาจมีรูปตัวเองกับแม่ ฉันทำไม่ได้เนื่องจากไม่มีรูปแม่กับฉันเลย ยิ่งตอนนี้มาเรียนอยู่คนละที่กับแม่ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ฉันจึงขอเล่าโดยที่รูปเป็นรูปของแม่เลี้ยงอีกคนที่ญี่ปุ่นละกัน

แม่ฉันรักฉันมากตั้งแต่จำความได้ แม่คอยทะนุถนอมฉันเสมอ แม่คอยบอกทุกวันว่าแม่รักฉันมากเท่าใด ด้วยเหตุผลนี้มั้ง ที่ทำให้ฉันเป็นคนรักและเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากเป็นพิเศษ
ใครๆ ก็บอกว่าฉันนิสัยเหมือนแม่ แม่จึงเป็นต้นแบบของฉันทุกอย่าง

เหตุการณ์ที่ทำให้ฉันรักแม่มากที่สุดมีอยู่มากมาย แต่ที่ฉันจะเล่าให้ฟังนี้ เป็นครั้งแรกที่ฉันจำความได้ ตอนนั้นจำได้ว่าอายุประมาณ 4 ขวบ เป็นช่วงที่ซนน่าดู (แม่เคยบอกว่าเป็นช่วงหัวหน้าลิง)ได้แผลทุกวัน ไม่เคยมีวันไหนที่ไม่เจ็บตัวเหมือนลูกชาวบ้านเขา วันนั้นเย็นแล้ว ฉันออกไปวิ่งนอกบ้านกับเพื่อนๆ เช่นเคย แต่วันนั้นความพิเศษตรงที่เราไปเล่นกันที่ลานหิน วิ่งเล่นไปได้สักพักปรากฎว่าฉันล้มหัวเข่าเปิดเลือดไหลเยอะมาก จำได้ว่าเจ็บมาก เจ็บที่สุด ร้องไห้ดังมาก แม่รีบมาทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของฉัน หน้าแม่ตกใจกับสภาพของฉันในตอนนั้น แม่อุ้มเด็กผู้ชายตัวอ้วนด้วยมืออันผอมบางของแม่ ตอนนั้นแม่ผอมมากแต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่เอาพลังมาจากไหน แม่อุ้มฉันเข้าบ้านเช็ดเลือด พลางพูดปลอบว่าไม่เป็นไร คำพูดของฉันที่จำได้ว่า ฉันเรียก"แม่จ๋า...แม่จ๋า...หนูเจ็บ.."

ฉันไม่รู้ว่าอาการเจ็บมันเป็นโรคติดต่อหรือเปล่า แต่ที่รู้ฉันพูดว่า "แม่จ๋าหนูเจ็บ" แม่ไม่ตอบอะไร แต่แม่ร้องไห้ออกมาแทน แม่ร้องไปทำแผลไป ตาของแม่แดงมาก จนฉันตกใจ ถึงวิทยาศาสตร์ไม่สามารถสรุปได้ว่าความเจ็บของลูก ส่งต่อถึงแม่ได้หรือเปล่า แต่เหตุการณ์นี้ของฉันมันการันตีได้ว่าแม่เจ็บกับฉัน ทุกครั้ง... ทุกครั้งที่ฉันล้ม....ทุกครั้งที่เลือดออก....
ทุกครั้งที่ฉันผิดหวัง....ทุกครั้งที่ฉันร้องไห้ แล้วฉันก็มั่นใจเช่นกันว่าแม่ดีใจกับฉันมาก....ถ้าฉันประสบความสำเร็จ .....ถ้าฉันเป็นคนดี....และถ้าฉันมีความสุข.....

รักแม่เสมอ น้องยอดของแม่เพ็ญ

กลับจากญี่ปุ่นเมื่อไหร่รีบกลับไปหาแม่ก่อนคนอื่นเลยนะครับ แฟนไว้ทีหลัง-myoldeditor

...............................................


รักแม่ทุกวัน รับรางวัลจากเราไปเลย ของที่ระลึกจากเว็บไซต์ thaicabincrew.com (เสื้อยืด หรือ กระเป๋าผ้า พวงกุญแจและของที่ระลึกอื่นๆ ) จะเป็นของคุณง่ายๆ

รูปภาพ
นางแบบจำเป็น: มะนิว สีเสื้อ ลายสกรีนเสื้อ ลายสกรีนกระเป๋าที่แจกอาจแตกต่างจากที่เห็นในภาพ

โดยมีเงื่อนไขเล็กน้อยดังนี้

เขียนเรียงความเล่าประสบการณ์ เหตุการณ์ประทับใจที่ทำให้คุณรักแม่มากที่สุด อย่าคิดมากเขียนมาเหอะ ไม่จำกัดความยาว

เขียนเสร็จแล้ว ส่งอีเมล์มาที่ [email protected] subj: ilovemother โดยส่งรายละเอียดของตัวคุณเองเรียงตามลำดับดังนี้

1. username เพื่อแสดงความเป็นสมาชิกเว็บไซต์ http://www.thaicabincrew.com
2. ชื่อจริง สกุลจริง ชื่อเล่น
3. ที่อยู่โดยละเอียด (บ้านเลขที่ ชื่อหมู่บ้าน ตรอก ซอย ถนน ตำบล อำเภอ จังหวัด รหัสไปรษณีย์)
4. เบอร์โทรศัพท์
5. ระบุขนาดเสื้อที่ต้องการ

และอย่าลืมแนบ

1. รูปถ่ายตัวคุณเองกับคุณแม่ของคุณ (.jpg) ยังไม่มีก็ถ่ายด้วยมือถือเลยง่ายๆ
2. เรียงความ (กรุณาเขียนมาในตัวอีเมล์เลย ไม่ต้องแนบเป็นไฟล์ .doc)

ภายในวันที่ 10 สค. นี้ ประกาศผลหน้าเว็บและในกระทู้นี้ในวันที่ 11 สิงหาคม

หมายเหตุ:

1. ทีมงานสงวนสิทธิ์ในการนำเรียงความและรูปถ่ายของผู้ได้รางวัลลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ http://www.thaicabincrew.com
2. ส่งก่อนมีสิทธิ์ได้รับรางวัล early bird
3. ข้อมูลส่วนตัวครบถ้วน subj: ถูกต้อง และเรียงลำดับถูกต้องมีสิทธิ์ก่อน
4. การตัดสินของทีมงานถือเป็นสิทธิ์ขาด
5. สำหรับสมาชิกเว็บไซต์ thaicabincrew.com เท่านั้น
6. ตามนั้น...
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2253
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย steward_boy » วันพุธ ส.ค. 12, 2009 10:28 am

ขอบคุณพี่ myoldeditor และ พี่ ๆ ทีมงาน thaicabincrew มากครับ ที่คัดเลือกบทความของผมมาเสนอเนื่องในวันแม่แห่งชาติวันนี้ เป็นสมาชิกเว็บนี้มาก็นาน ติดตามข่าวสารทุกอย่างด้านการบินจากเว็บนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสร่วมกิจกรรม ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทีมงาน TCC ที่สร้างสรรค์เว็บดี ๆ อย่างนี้ขึ้นมา และมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผมมีรายชื่อติดอยู่ใน waitlist ลูกเรือของการบินไทยอยู่ ณ ตอนนี้..ใช่ครับ ผมอยู่อันดับเกือบสุดท้าย (อีกล่ะ) ในรุ่น 2008 ครึ่งหลังที่ยังรออยู่ครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันแม่แห่งชาติ และอย่าลืมครับว่าเราสามารถตอบแทนบุญคุณของแม่ได้ในทุก ๆ วัน Happy Mother's Day ครับ!!

ปล.จะรอคอยของที่ระลึกอย่างใจจดใจจ่อครับ :P
steward_boy
Premium Economy Class
Premium Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 160
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอังคาร ส.ค. 08, 2006 7:06 pm
ที่อยู่: Chiang Mai, Thailand
Reputation point: 10
steward_boy โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย Adina » วันพุธ ส.ค. 12, 2009 4:35 pm

สวัสดีคะ หนูเป็นเจ้าของบทความเรื่องที่สามเอง แวะมาบอกว่า

เมื่อคืนฝันว่าแม่ป่วยหนัก แม่บอกว่าแม่อยู่ได้แค่อาทิตย์เดียว ในฝันร้องไห้เยอะมาก สะดุ้งตื่นตอนตีสามกว่าๆ น้ำตาไหลไม่หยุด เช้ามาก็เลยโทรไปหาแม่ แม่ยังสบายดี แม่บอกว่าแม่ได้รับเลือกเป็นแม่ดีเด่นของหมู่บ้าน และได้ประกาศนียบัตรจากทางจังหวัดด้วย
ท่าทางแม่ทั้งดีใจแปลกใจมากๆเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาก่อน เป็นของขวัญวันแม่ที่ดีมากๆเลยคะ แม่ควรได้รับแล้ว
ภาพประจำตัวสมาชิก
Adina
Royal First Class
Royal First Class
 
จำนวนการตอบ: 632
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ธ.ค. 04, 2005 9:59 am
ที่อยู่: กายอยู่มัสกัต ใจอยู่ไทยแลนด์~~
Reputation point: 0
Adina โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย myoldeditor » วันพุธ ส.ค. 12, 2009 4:45 pm

Adina เขียน:เมื่อคืนฝันว่าแม่ป่วยหนัก แม่บอกว่าแม่อยู่ได้แค่อาทิตย์เดียว ในฝันร้องไห้เยอะมาก สะดุ้งตื่นตอนตีสามกว่าๆ น้ำตาไหลไม่หยุด เช้ามาก็เลยโทรไปหาแม่ แม่ยังสบายดี แม่บอกว่าแม่ได้รับเลือกเป็นแม่ดีเด่นของหมู่บ้าน และได้ประกาศนียบัตรจากทางจังหวัดด้วย ท่าทางแม่ทั้งดีใจแปลกใจมากๆเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะได้มาก่อน เป็นของขวัญวันแม่ที่ดีมากๆเลยคะ แม่ควรได้รับแล้ว


ดีใจด้วยครับ
http://www.thaicabincrew.com เว็บดีๆ ข้อมูลฟรีๆ ยังมีในโลก
Facebook Fan Page: Thaicabincrew Community and Thai Ground Staff
Twitter: Thaicrew and Thai Ground Staff
Instagram: Thaicabincrew
ภาพประจำตัวสมาชิก
myoldeditor
TCC Staff
TCC Staff
 
จำนวนการตอบ: 2253
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ ส.ค. 22, 2004 8:49 pm
Reputation point: 39
myoldeditor โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย Hello The Tony » วันพุธ ส.ค. 12, 2009 4:49 pm

เเวะเข้ามาอ่าน เจอข้อความของเพื่อนบอยด้วย ซึ้งจัง
เมื่อไหร่จะได้เอาปีกมาฝากเเม่กันสักทีเนอะพวกเรา..
ภาพประจำตัวสมาชิก
Hello The Tony
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 274
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันศุกร์ มิ.ย. 30, 2006 10:13 pm
Reputation point: 10
Hello The Tony โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย ToNNooN » วันพุธ ส.ค. 12, 2009 9:05 pm

ขอบคุณนะคะพี่มายโอล์

ปล. ถ้ามีเสื้ออีก อยากขอซื้อแล้วคะ อยากได้มากมายยยยยย
ToNNooN
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 209
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ พ.ย. 13, 2005 7:44 pm
Reputation point: 0
ToNNooN โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย pinky_kik » วันพุธ ส.ค. 12, 2009 10:42 pm

ดีใจมากมาย
ขอบคุณมากนะคะพี่มายโอล์
ภาพประจำตัวสมาชิก
pinky_kik
Economy Class
Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 72
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันพฤหัสฯ. พ.ค. 01, 2008 2:50 pm
ที่อยู่: BKK
Reputation point: 0
pinky_kik โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย thatty » วันพุธ ส.ค. 12, 2009 11:23 pm

สวัสดีค่ะ หนูชื่อ ทัตตกานต์ เป็นเจ้าของเรื่องที่ 5

รู้สึกดีใจมากๆค่ะ ที่พี่ทีมงานพิจารณาเรื่องราวของหนูกับแม่ ให้หนูติด อันดับได้1 ใน6 เชียว^^

ต้องขอขอบคุณมากๆนะคะ

หนูอยากได้เสื้อ tcc มานานแร้ว ตอนไปงาน cabincrew shopping fair ที่ เซนก้ไปเล่นเกมกะเค้าก้มะได้ T_T

วันนีเล่าให้แม่ฟัง แม่ถามว่าขอเสื้อไซด์อะไรไป แม่อยากได้มั่ง แต่หนูขอ M ไป ตัวเดียว

หนูก็เรยอยากจะถามว่าเสื้อสามารถขอให้คุณแม่อีกสักตัวได้ไหมคะ^^ ถ้าได้ขอเป็นไซด์ L ได้ไหมคะ

(พอดีเห็นคนที่ได้รางวัลคนหนึ่งเค้าขอไป2ตัว อิๆ^^)

ถ้าได้ไม่ได้ยังไงพี่ทีมงานช่วยตอบด้วยนะคะ

ขอบคุณมากๆ ค๊า...
thatty
เตาะแตะๆๆๆ เอ้าพยายามเข้าๆๆ
 
จำนวนการตอบ: 49
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันเสาร์ เม.ย. 11, 2009 12:08 am
Reputation point: 0
thatty โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย wickedbua » วันพฤหัสฯ. ส.ค. 13, 2009 12:33 pm

Hi. I’m Pattraporn, the owner of the forth story. I have just notice that my story is quite long comparing to others’ stories. I am like babbler sometime. 555+
Anyways, thank you all TCC team for selecting my story. Thank you.

May I ask you something?
My mom loves your shirt also, so If it is ok if you could give one more shirt in XL size for her. Please advise if it is possible.
ภาพประจำตัวสมาชิก
wickedbua
Premium Economy Class
Premium Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 159
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันเสาร์ พ.ย. 10, 2007 10:10 am
Reputation point: 0
wickedbua โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย steward_boy » วันอาทิตย์ ส.ค. 16, 2009 5:14 pm

[quote="Hello The Tony"]เเวะเข้ามาอ่าน เจอข้อความของเพื่อนบอยด้วย ซึ้งจัง
เมื่อไหร่จะได้เอาปีกมาฝากเเม่กันสักทีเนอะพวกเรา..[/quote]

Thank you na นั่นน่ะสิ เป็นอีกฝันนึงที่ยังรอคอยอยู่ ต้องมีวันนั้น วันที่แม่ได้เห็นปีกของพวกเรา สู้ ๆ!!
steward_boy
Premium Economy Class
Premium Economy Class
 
จำนวนการตอบ: 160
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอังคาร ส.ค. 08, 2006 7:06 pm
ที่อยู่: Chiang Mai, Thailand
Reputation point: 10
steward_boy โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย ToNNooN » วันจันทร์ ส.ค. 17, 2009 7:34 pm

พี่มายโอล์!!!!! ได้รับของแล้วนะคะ ชอบมากมายยย

ขอบคุณคะ

ปล. เรื่องเสื้อขอซื้อ อยากได้จริงๆๆๆๆๆๆๆ +_+
ToNNooN
Business Class
Business Class
 
จำนวนการตอบ: 209
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอาทิตย์ พ.ย. 13, 2005 7:44 pm
Reputation point: 0
ToNNooN โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

Re: เชิญอ่านเรียงความดีๆ "รักแม่ทุกวัน" จากสมาชิกและรายชื่อผู้ได้รับรางวัล

โพสต์โดย dam_cmu » วันจันทร์ ส.ค. 17, 2009 7:47 pm

อ๊ะ อยากได้จัง ทามมายผมไม่รู้เรื่องงงงงงงง


อิอิ


ยินดีกับผู้โชคดีทุกท่านครับผม ^^
ภาพประจำตัวสมาชิก
dam_cmu
Free Ticket 1st Class Everywhere
Free Ticket 1st Class Everywhere
 
จำนวนการตอบ: 814
เป็นสมาชิกเมื่อ: วันอังคาร ก.ย. 19, 2006 6:18 pm
ที่อยู่: ซาอุ : ดินแดนแห่งแรงงานไทย
Reputation point: 0
dam_cmu โถ คุณยังไม่มีใครโหวตให้เลย

ต่อไป

ย้อนกลับไปยัง กิจกรรมชิงรางวัล ส่งข่าวถึงสมาชิก ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่จัดโดยเว็บไซต์ รวมภาพกิจกรรม

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และขาจร 1 คน