ก็นอนไม่ค่อยหลับ ภาพเธอทำให้ตื่น @Copenhagen

แฉะ หนาว ซึมและทึมเทา คือความหมายของเมืองโคเปนเฮเกนที่ผมเห็นยามนี้ จากหน้าต่างห้องพักชั้น 17 เมืองทั้งเมืองอยู่ในสายตาผม ในมุมกว้างอย่างนี้มันคล้ายดั่งเมืองในเทพนิยายที่ถูกสาป

ผมหันไปดูนาฬิกา โอ้เวรกรรมนี่เพิ่งบ่ายสาม แต่มันกลับมืดครึ้มเหมือนราวสี่ทุ่ม แสงไฟสีส้มวับแวมจากอาคารบ้านเรือนที่เห็นลิบๆ อยู่ด้านล่าง มันช่างเศร้า เหงาและไร้ซึ่งชีวิตชีวา คนและหมาเดินจ้ำหลบลมหนาวอยู่บนทางเดินริมทะเลสาบ…

หนาวขนาดนี้ ผมไม่ควรออกไปไหน … แต่เพราะคืนนี้ผมนอนไม่ค่อยหลับ ทำอะไรดีล่ะ

ตามไปดูโคเปนเฮเกนในวันที่ แฉะ หนาว ซึมและทึมเทากันดีกว่าครับ


อยากกลับสู่ความฝัน ไม่รับรู้เรื่องที่เกิด

คิดตามอัตราส่วน ผู้คนชาวโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์คใช้จักรยานในการสัญจรไปมามากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ถนนทุกสายมีช่องเฉพาะสำหรับจักรยาน ยามเย็นเลิกงาน rush hour แบบนี้ปริมาณจักรยานมีมากกว่ารถยนต์ซะอีก

ก่อเกิดจากใจฉัน ที่มันหวังเกินไป

ถึงอย่างไรการจราจรก็ยังคับคั่งอยู่ดี เมืองโคเปนเฮเกนไม่ต่างจากเมืองใหญ่ทั่วไป ผู้คนแห่แหนเข้ามาทำงานในเมือง ถึงเวลาเลิกงานก็พากันกลับบ้านซึ่งอยู่ไกลออกไปนอกเมือง และต่างก็ทิ้งโคเปนเฮเกนให้หลับอยู่ในความมืดและเงียบเหงา… ก่อนที่จะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในเช้าวันรุ่งขึ้น

ด้านหลังคือซุ้มประตู Tivoli สวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก หนาวขนาดนี้ มืดค่ำขนาดนี้ (แต่อย่าลืมว่ามันคือบ่ายสามโมง) ยังมีคนเข้าคิวรอเข้าไปด้านในจนแถวยาวล้นทะลักออกมาด้านนอก

คุณว่าไม๊ สวนสนุก เครื่องเล่น ม้าหมุน เหมือนสิ่งที่แถมมาในซองพร้อมกับคำสาป… บรรยากาศอันลึกลับ ในยามค่ำคืนที่ไร้ผู้คน สวนสนุกที่ไร้สิ่งมีชีวิตก็น่ากลัวไม่ต่างจากป่าช้า คุณกล้าเที่ยวสวนสนุกคนเดียวในเวลาที่ยามคนสุดท้ายลั่นดาลประตูไม๊…

งมงายจนลืมคิดว่าฉันเผลอให้เท่าไหร่

ในขณะที่สวนสนุกดูครึกครื้น โรงละครขนาดเล็กใกล้ Scala แหล่งของกินกันตายของลูกเรือไทยดูเงียบเหงา มาคราวนี้ผมไม่มีเพื่อนเลย… ถึงมี คงแปลกหากผมชวนออกมาเดินโต้ลมหนาวยามค่ำคืนแบบนี้

หมดไปเลยทั้งใจ ไม่เหลือ… เผื่อใครบ้างเลย

มองย้อนกลับไปยังทางเดินที่เพิ่งผ่าน โรงแรมของเรา… เมืองโคเปนเฮเกนมีตึกสูงนับได้ไม่เกินสิบนิ้ว และที่สูงในระดับเกินสิบชั้นขึ้นไปเห็นจะมีอยู่สองสามแห่ง สมัยบินยุโรปใหม่ๆ ผมอาศัยตึกโรงแรมของเรานี่ล่ะเป็นหมาย เดินยังไงไร้แผนที่ก็ไม่มีวันหลง จากรูปปั้น Little Mermaid ที่อยู่ไกลออกไปทางปากแม่น้ำก็ยังเห็นโรงแรมของเราสูงเด่นเป็นสง่า

อยากหลับอยากลืมเสีย ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

ไปไหนไม่รอด ร้านสะดวกซื้อคือที่พึ่งพิงแหล่งสุดท้ายของเรา สลัด แซนด์วิช น้ำอัดลม เบียร์ แต่อย่าหวังให้พนักงานของร้านทักทาย สวัสดีครับ สวัสดีค่ะ รับขนมจีบเพิ่มไม๊คะ ฯลฯ เหมือนบ้านเรา

วันไหนอารมณ์ดียิ้มให้ลูกค้าหัวดำอย่างเราก็ถือว่าเฮงแล้ว แต่พูดก็พูดเถอะ พนักงานที่พูดสวัสดีครับ สวัสดีค่ะ ดั่งนกแก้วนกขุนทอง ต่างอะไรจากพนักงานที่ทำหน้าบึ้งตึงกับลูกค้า…

ดึกดื่นก็อ่อนไหว ไม่อยากใช้อารมณ์

รถไฟในความรู้สึกของผมคือสัญลักษณ์แห่งความจากพราก รถไฟขบวนยาวมักบรรทุกความเหงา ความหวัง ความสิ้นหวังจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง มันยังบรรทุกคนเศร้าและคนจรอีกด้วย…

การเดินทางโดยรถไฟให้คุณทุกรสชาติ และมักสร้างความทรงจำดีๆ (และเลว) ให้คุณมากกว่าพาหนะชนิดอื่น (แต่เหงา-เชื่อผมสิ)

วันหน้าหากมีโอกาส ไปนั่งรถไฟกันดีไม๊?

มีเธอในความคิด ยากเสียแล้วที่จะข่ม

ลานกว้างหน้า scala ในหน้าร้อนเต็มไปด้วยผู้คน ลานเบียร์ โต๊ะและแถวเก้าอี้เรียงราย คนเมา คนจร และกองทัพวัยรุ่นเล่นสเก็ตบอร์ด แต่ตอนนี้มีแต่คนที่รีบเร่งเดินลัดตัดลาน ทุกคนนุ่งห่มด้วยเสื้อผ้าหนามองเห็นแต่หน้าขาวๆ ไม่มีใครยิ้มให้ใคร ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปยังป้ายรถเมล์และสถานีรถไฟกลับบ้าน

อาคารในรูปคือ internet cafe ที่ใหญ่ที่สุดของเมือง มันเคยคึกคักสุดขีดเมื่อห้าปีที่แล้ว ในวันที่อินเตอร์เนตคือสิ่งที่ใครๆ ยากจะเข้าถึง ผมเคยมานั่งจ่อมอยู่ที่นี่เป็นวันๆ เพื่อ chat กับสาวๆ อิอิ แต่ปัจจุบัน ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงอินเตอร์เนตได้จากที่บ้าน net cafe แนวๆ นี้จึงซบเซาไปตามกาลเวลา… มีเครื่องคอมนับร้อย แต่มีวัยรุ่นสามสี่คนนั่งเล่นเกมส์ออนไลน์อยู่อย่างซังกะตาย

ข่มตานอนทุกคืน แต่ต้องฝืนทำใจไม่ไหว

ผมเดินเรื่อยๆ เนือยๆ เข้าเมือง บรรยากาศรอบข้างมืดมิดไปนานแล้ว ที่เห็นคือศาลาว่าการเมือง ที่มักมีงานแสดงกลางแจ้งน่าสนใจตลอดทั้งปี

Tourist Information Center ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของจตุรัส ใครยังใหม่กับเมืองนี้อย่าลืมแวะเข้าไปหาข้อมูลในศูนย์ก่อนจะเดินไปไหนๆ

ก็นอนไม่ค่อยหลับ ภาพเธอทำให้ตื่น

อีกมุมหนึ่งของลานกว้างหน้าศาลาว่าการเมือง ที่เห็นไฟสว่างๆ คือร้าน Mcdonald (หรือร้านแดกด่วนอะไรซักยี่ห้อ) ที่พึ่งกันตายของใครหลายๆ คน ถัดจากนี้เข้าไปคือ Stroget ถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในยุโรป ปลายถนนคือท่าเรือ Nyhavn อันมีชีวิตชีวา (มาคราวนี้ผมเดินไปไม่ถึง ขี้เกียจเดิน)

เมื่อตอนเธอให้คืน หัวใจที่เคยฝากไว้

วงดนตรีข้างถนนชาวกัวเตมาลาวงนี้เดินทางไปทั่วโลก ฝีไม่ลายมืออยู่ในระดับเล่นตามผับบ้านเราได้สบาย ยืนฟังดนตรีจังหวะลาตินสนุกๆ จากถิ่นอเมริกาใต้ในอากาศที่หนาวเหน็บติดขั้วโลกแบบนี้ให้ความรู้สึกแปลกๆ หนุ่มสาวชาวโคเปนบางคู่ถือโอกาสเต้นรำฟรีกับวงดนตรีดีๆ ผมได้แต่ยืนชะเง้อน้ำลายไหลยืดด้วยความอิจฉา

กลางวันมีทัวร์ท่องศาลาว่าการเมืองที่มีค่าควรแก่การชม ติดกับอาคารศาลาว่าการเมืองคือรูปปั้น Hans Christian Andersen เจ้าของผลงาน the Little Mermaid อันเลื่องชื่อ (ลูกเป็ดขี้เหร่ด้วย อย่าลืมซะล่ะ)

เพื่อไปมีคนใหม่ ฉันยืนมองเธออยู่

บนอาคารที่เด่นเห็นชัดที่สุดในเมืองโคเปนเฮเกนมีป้ายไฟ Thai Airways International ติดอยู่ เส้นทางบินจากกรุงเทพสู่โคเปนเฮเกนและกลับกันของสายการบินไทยเป็นอีกเส้นทางที่ผู้โดยสาร “แน่น” เอี๊ยดตลอดปีตลอดชาติ

สังเกตให้ดีๆ จะมีมาตรวัดอุณหภูมิขนาดใหญ่ติดไว้ที่มุมอาคาร ณ เวลาสี่โมงเย็นอุณหภูมิลดลงไปเกือบห้าองศา ใครบินมาที่นี่ปลายเดือนธันวาต่อยาวไปถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์เตรียมตัวเตรียมใจกับอุณหภูมิปริ่มๆ จุดเยือกแข็งกันได้เลย

แล้วมันเลยหดหู่ เห็นเธอไปกับเขา

จ้ำมันเข้าไป…

แค่คุณก้าวลงไปบนพื้นถนน รถอะไรต่อมิอะไรจะจอดให้คุณเดินข้ามถนนอย่างองอาจ เพราะเมืองไหนๆ ไม่ว่าที่ใดในโลกคนเดินถนนเป็นใหญ่ที่สุด (ยกเว้นเมืองไทย) ใครมีรถส่วนตัว… เห็นคนข้ามถนนบนทางม้าลายกรุณาหยุดด้วย เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เราต้องเกรงใจคนที่กำลังเดินละล้าละลังบนถนน ไม่ใช่เกรงใจเสียงบีบแตรของรถคันหลัง

ติดตามมาเหมือนเงา ไม่ยอมหายไป

จักรยาน… เออเนอะ มันจะเป็นอะไรไปได้ถ้าไม่ใช่จักรยาน

ถัดจากนี้ไปคือร้าน mini mart เล็กๆ ที่มีหนุ่มใหญ่ชาวอิหร่านอัธยาศัยดีเป็นเจ้าของ เราคุยกันถูกคอประสาคนจากโลกที่สามเหมือนกัน ที่นี่มีไวน์แปลกๆ ราคาถูกมาให้ผมอุดหนุนอยู่บ่อยๆ สองคืนมานี่ผมอุดหนุนไปสองขวด ขวดแรกจากสเปน ขวดที่สองที่นอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าผมขณะนี้ …ไวน์ขาวจากชิลี

ก็นอนไม่ค่อยหลับ ภาพเธอทำให้ตื่น

จุดหมายปลายทางของผม

… พี่ ขอเบียร์ทูบอร์คผมขวดนึง เอ่อ กินไรดี เอ่อ เอากระเพราเนื้อราดข้าวไข่ดาวให้ผมจานและกัน เอาแบบคนบ้านเรากินนะพี่ แครอทไม่ใส่… ข้าวโพดอ่อนไม่เอา ผัดกระเพรานะพี่ไม่ใช่ผัดผักรวม

ได้ยินแว่วๆ จากในครัวว่า ไอ้ hia นี่เรื่องมาก… ผมรู้ เค้าไม่ได้ด่าผมหรอก มันเป็นแค่คำสบถ

ผมไม่กล้ามีปัญหาอะไรมาก แค่ตะโกนถามกลับเข้าไปว่าถ้าบ้านพ่อบ้านแม่คุณกินเนื้อผัดกระเพราใส่แครอทและข้าวโพดอ่อนก็ใส่มา….

ไวน์ขาวสัญชาติชิลีหมด…. เมา… จบเรื่องพอดี

หวังว่าสมาชิก thaicabincrew.com ทุกท่านจะมีความสุขกับการอ่านเรื่องราวอันไร้สาระของผมบ้างตามสมควร

แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า

ด้วยความปรารถนาดีจาก กำแหงหาญ (ที่ใคร ๆ ก็ไม่รัก ห้าห้า ว่าเข้าไปนั่น)

ฉันจะติดตามเธอไปเหมือนเงา